logo

          ยิ่งเราก้าวเข้าสู่ยุค 5G ที่ Internet of things เป็นทุกสิ่งทุกอย่างมีอินเทอร์เน็ตใช้กันแทบทุกบ้าน Android TV ก็ยิ่งเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นตามกันไป โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ก็มีหลายคนที่ยังสับสนอยู่ว่าแล้วมันใช่แบบเดียวกับ Smart TV หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าถึงจะไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียงมาก ๆ เพราะระบบการทำงานจะคล้าย ๆ กัน แต่ Android TV ก็มีอะไรที่แตกต่างกันอยู่มากด้วย

          แล้วนึกภาพง่าย ๆ ดูว่าจะดีแค่ไหนหากเราได้ Streaming Netflix, iflix หนังเรื่องโปรด หรือฟังเพลงจากศิลปินที่ชื่นชมบนจอโทรทัศน์เครื่องใหญ่ ๆ หรือจะเข้า Facebook เข้า YouTube เข้า Google หาความรู้ ความบันเทิง ดู Content ต่าง ๆ สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้บอกเลยว่า Android TV ทำได้ครบ จบทุกเรื่อง เรียกว่าเข้ามาเพิ่มความสามารถให้ TV เครื่องโปรดของเราให้มีฟีเจอร์ใช้งานหลากหลายมากขึ้นนั่นเอง บอกเพียงเท่านี้หลายคนสนใจมากขึ้นแล้ว ก็อย่าช้ารีบตามเรามาก่อนจะตกยุค วันนี้ CondoNewb มาพูดคุยของใช้ในบ้าน รีวิวอุปกรณ์ต่าง ๆ และแนะนำแหล่งซื้อ Android TV ไอเท็มยอดนิยมในยุค 5G ที่ทุกบ้านควรมีไว้ใช้งาน ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ รวบรวมทุกฟีเจอร์ ความรู้ ความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม บนจอขนาดใหญ่ในยุค Internet of things

. . . . . . . . . .

Android TV คืออะไร ต่างยังไงกับ Smart TV

          หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดก็ต้องบอกว่า Android TV คือโทรทัศน์เป็นที่เหมือนกับ Smartphone เหมือนยกระบบปฏิบัติการ Android ในมือถือ Smartphone ของเราไปไว้ใน TV นั่นเอง โดยใช้การเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นการย้าย UI Interface ที่อยู่บนมือของเราไปอยู่บนจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่แทน ถึงตรงนี้ก็อาจมีคนบอกว่า Smart TV ก็ทำได้เหมือนกัน ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน จะแตกต่างกันยังไง? ที่แตกต่างมาก ๆ เลยก็คือ Android TV มีฟีเจอร์มากมายหลากหลายกว่า Smart TV ทั่วไป เพราะเป็นระบบ Android ที่สามารถเข้าใช้งาน Google Play Store เพื่อดาวน์โหลด Application ยอดนิยมต่าง ๆ มาใช้งานได้อย่างไม่จำกัด หรือจะเข้าเว็บไซต์ผ่าน Browser ท่องไปในโลกกว้างได้อย่างอิสรเสรี แถมระบบ Android ยังมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา มี App ใหม่ ๆ ให้โหลดมาใช้งานได้อย่างไม่จำกัดนั่นเอง

Android TV

ต่างกับ Smart TV ยังไง?

          ถึงแม้ว่า Smart TV และ Android TV จะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เหมือนกัน แต่ข้อจำกัดของ Smart TV อยู่ที่การติดตั้ง Application เพิ่มเติม เพราะส่วนใหญ่แล้ว Smart TV ที่เป็นแบรนด์โทรทัศน์ยี่ห้อต่าง ๆ อย่างเช่น Samsung, Toshiba หรือ LG นั้น จะพัฒนาระบบปฏิบัติการขึ้นมาเอง เพื่อให้เหมาะสมกับโทรทัศน์ที่ผลิต ทำให้รูปแบบการใช้งานก็จะแตกต่างไป จนไม่สามารถใช้งานกับ App Android ได้ หรือใช้ได้ก็ใช้ได้อย่างมีข้อจำกัด แม้ว่าการใช้งานจะไม่ได้ติดขัดอะไร แต่เมื่อเข้าถึง Google Play Store ได้ไม่เหมือน Android TV ที่มีรูปแบบการใช้งานคล้ายกับเราใช้งานโทรศัพท์มือถือ และมีอิสระมากกว่า

. . . . . . . . . .

Android TV มีดีอย่างไร ทำไมถึงเป็นที่นิยมใช้งาน

มี Application ให้โหลดใช้งานมากมาย

         ใครที่ใช้โทรศัพท์ Smartphone คงเข้าใจได้ไม่ยากว่าระบบปฏิบัติการ Android นั้น มี App ใน PlayStore ให้ดาวน์โหลดมาใช้งานมากมายจริง ๆ ไม่ว่าจะมองหา App ตัวช่วยแบบไหน บอกได้ว่ามีครบหมด การมี Application เยอะมากเท่าไหร่ก็เท่ากับเพิ่มฟีเจอร์ให้ TV ของเรามากเท่านั้น จุดนี้ถ้าจะเทียบกับ Smart TV หรือระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ที่ค่อนข้างจะมี App ให้ใช้งานน้อยกว่ามาก หรือมีข้อจำกัด จะเห็นถึงความแตกต่างได้ชัดเจนมาก ๆ

Application

มี Google Chromecast

          Google Chromecast เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สายที่เป็นจุดเด่นอีกจุดของ Android TV สามารถเชื่อมต่อ WIFI อุปกรณ์ไร้สายอื่น ๆ ง่าย ๆ ได้แบบไม่จำกัด ไม่ว่าเราจะใช้ Smartphone, Tablet, Notebook หรือ Computer PC ฯลฯ ก็สามารถจะเชื่อมดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม Stream เข้าจอ TV ได้อย่างสะดวกสบาย แถมภาพยังชัดแจ๋ว เสียงยังคมชัดอีกต่างหาก

มีระบบ Google Assistant

          ที่ช่วยให้เราสามารถสั่งงานบน Android TV ได้ด้วยเสียงของเรา เพื่อค้นหา Content ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ดูรายการทีวี ดูคลิปวิดีโอบน YouTube และยังสามารถตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ได้อีกมากมาย โดยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน ที่รับสัญญาณ WIFI ได้ ทำให้บ้านของเรากลายเป็น Smart Home ที่แสนสะดวกสบาย ด้วยการสั่งและควบคุมผ่าน Android TV

ทำงาน - พิมพ์งานได้เหมือนคอมพิวเตอร์

          อีก 1 จุดเด่นของ Android TV คือเราสามารถต่อคีย์บอร์ดใช้งานได้เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้เลย โดยที่ไม่ต้องแปลงหรือใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม ยิ่งใช้กับเมาส์และคีย์บอร์ดแบบไร้สายก็ยิ่งสะดวก จะทำงานเข้า App แต่งรูป App ตัดต่อ หรือจะทำงานเอกสารพวก Google docs, Google Sheets หรือ Microsoft Office ก็สะดวกสบาย

Google Chromecast

Google Chromecast

ต่อพ่วงอุปกรณ์เสริมเล่นเกม

          สำหรับ Android TV สามารถแปลงเป็นเครื่องเล่นเกมได้ง่าย ด้วยการเชื่อมต่อ JoyStick, Game Controler หรือ Gadget อุปกรณ์เสริมไร้สายต่าง ๆ ที่ใช้ในการควบคุมเกมด้วยสัญญาณ Wireless หรือผ่านพอร์ต USB ที่รองรับระบบปฏิบัติการ Android เพื่อเพิ่มอรรถรสและความมันในการเล่นเกมได้อย่างไม่สิ้นสุด

ตั้งค่าให้สามารถลง App พิเศษ ผ่าน APK ได้

          ใครที่กำลังมองหา App แบบพิเศษ ที่หาโหลดไม่ได้ใน Google Play Store สามารถใช้การติดตั้งผ่านช่องทาง apk ได้ด้วยเช่นกัน ทำให้เราสามารถใช้งาน Open Source ได้อย่างอิสระกับ TV Android ของเรา เพียงแค่เข้าไปตั้งค่าอนุญาต Unknown sources ในฟังก์ชั่น Setting ก็สามารถลง Application ผ่านไฟล์ apk ใน Android TV ได้ทันที

มีการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุด

          ทั้งตัวซอฟต์แวร์หลักของ Application บน Play Store นั้นจะมีการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ ๆ และแก้ไขปัญหา Bug เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึง App แบบ Open Source ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เท่ากับว่าการใช้งาน Android TV จะเหมือนใช้งาน TV รุ่นใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลานั่นเอง

Google Assistant

Google Assistant

. . . . . . . . . .

Android TV เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

          หากถามเฉพาะความยากง่ายในการใช้งาน อาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่สำหรับผู้ใช้งานมือใหม่ ต้องบอกว่า Smart TV ใช้งานง่ายกว่าและลื่นไหลมากกว่า เพราะจะเป็น App สำเร็จรูปที่ติดตั้งมาตั้งแต่โรงงานผลิตของแต่ละยี่ห้อเลย แต่ Android TV นั้นต้องมาติดตั้ง หรือ Download App เพิ่มเติม จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์ใช้งานระบบ Android มาแล้วบ้าง และเหมาะกับผู้ที่ต้องการลูกเล่นต่าง ๆ แบบจัดเต็ม ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เข้าเว็บเล่นโซเชียลมีเดีย หรืออื่น ๆ เหมือน Smartphone และการใช้งานมีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะมี App ให้เลือกใช้ไม่จำกัด

ข้อเสียหรือข้อจำกัดของ Android TV

  • การตั้งค่าการใช้งาน ในการเข้าใช้งานครั้งแรกอาจจะมีการตั้งค่า เซ็ตระบบที่ยุ่งยากสักนิดสำหรับมือใหม่ 
  • การเลือกใช้ Android TV รุ่นสเปกต่ำ ๆ อาจมีปัญหาเรื่องการทำงานที่ช้ากว่ารุ่นสเปกสูง ๆ

. . . . . . . . . .

แนะนำ 10 แบรนด์ Android TV ยี่ห้อไหนดี 2021 คุณภาพคุ้มค่า น่าใช้งาน

1. ACONATIC Android TV FHD LED ขนาด 43" รุ่น 43HS521AN 

          ทีวีคุณภาพที่โดดเด่นด้วยการออกแบบดีไซน์ กรอบดำ บางเฉียบ หรูหรา พรีเมียมทุกมุม มองจากแบรนด์ ACONATIC 43HS521AN จะช่วยให้เราเพลิดเพลินไปกับทุกความบันเทิงแบบเต็มสตรีม เต็มรูปแบบ ด้วยหน้าจอกว้างขนาด 43 นิ้ว เทคโนโลยีจอภาพ Full HD LED ภาพสวยคมชัด สีสันสดใสเหมือนจริง ระบบภาพมีความละเอียดระดับ Full HD Resolution 1920 x 1080 (Pixels) ระบบเสียงคุณภาพมาตรฐาน มาพร้อม Google Chromecast ในตัวเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Smartphone, Tablet, Notebook หรือ Computer PC พร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาครบครัน ทั้ง PC INPUT, USB, HDMI COMPONENT และ COMPOSITE ให้คุณใช้งานเพื่อความบันเทิงได้อย่างแท้จริง ACONATIC 43HS521AN เข้าถึงความบันเทิงได้ง่ายด้วยรีโมทคอนโทรล ให้เราเข้าถึงทุกความบันเทิงแบบไร้ข้อจำกัด สามารถเข้าถึง YouTube ได้ทันทีด้วยการคลิกรีโมทคอนโทรล และยังมีฟังก์ชั่น Voice Search สั่งงานด้วยเสียงผ่าน Google Assistant มีรับประกัน 3 ปี

  • ราคา 7,990 บาท

ACONATIC Android TV FHD LED ขนาด 43

ACONATIC Android TV FHD LED

2. Skyworth TV FHD LED ขนาด 32" รุ่น 32TB7000 

          Skyworth แบรนด์ TV ชั้นนำ ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และเป็นแบรนด์ TV อันดับ 1 ของประเทศจีน Android TV ที่มีการออกแบบดีไซน์ที่สวยงาม รูปทรงที่เพรียวบาง รวมทั้งขอบจอ Frameless จะช่วยให้เราได้เพลิดเพลินกับความบันเทิงหลากหลายได้อย่างเต็มอรรถรส Skyworth 32TB7000 TV ที่พร้อมเก็บทุกอณูความละเอียดด้วยจอ FLAT ระดับ Full HD Resolution 1920 x 1080 (Pixels) พร้อมด้วย Feature Android และระบบเสียงที่ให้เสียงที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม มีระบบ HDR ค่า Contrast Ratio 5000 ต่อ 1 แสดงผลความต่างของแสงที่มีศักยภาพในการไล่เฉดสี และไล่ระดับความสว่าง-ความมืด ได้สูงขึ้นกว่าโทรทัศน์ระบบปกติทั่วไป Skyworth 32TB7000 มาพร้อม LAN Network, Wireless Built-in พอร์ตเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง HDMI จำนวน 3 ช่อง และ COMPOSITE จำนวน 1 ช่อง และมีรับประกัน 3 ปี

  • ราคา 6,990 บาท

Skyworth TV FHD LED ขนาด 32

Skyworth TV FHD LED

3. SHARPTV FHD LED ขนาด 50" รุ่น 2T-C50BG1X 

          Sharp 2T-C50BG1X Android TV ที่ให้เราได้สัมผัสใกล้ชิดกับภาพสวยงามคมชัดทุกมุมมอง กับ TV แบรนด์คุณภาพมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น ดีไซน์โดดเด่นสวยงาม ออกแบบอย่างล้ำสมัย ด้วยจอ FLATFHD ขนาดใหญ่ ที่มีการปรับอัตรา Contrast มาอย่างเหมาะสม ให้รายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน ระบบภาพแบบ Full HD Resolution 1920 x 1080 (Pixels) Sharp TV 2T-C50BG1X มุมมองภาพ 176 องศา ให้ความรู้สึกสมจริง คืนความมีชีวิตชีวาในการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมให้กับเรา ควบคุม Features Android และเข้าถึง Content ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และระบบรีโมทคอนโทรล ควบคุมระยะไกล ที่เราสามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยปุ่มเดียว มีระบบ HDR ไล่ระดับความสว่าง-ความมืด ได้สูงขึ้นกว่าโทรทัศน์ระบบปกติทั่วไป พร้อมช่องต่อ SLOT CARDUSB จำนวน 2 ช่อง HDMI จำนวน 3 ช่อง COMPOSITE จำนวน 1 ช่อง และช่องต่อหูฟัง จำนวน 1 ช่อง

  • ราคา 11,990 บาท

SHARPTV FHD LED ขนาด 50

SHARPTV FHD LED

4. PANASONIC TV UHD LED 4K ขนาด 43" รุ่น TH-43HX600T 

          สำหรับ Android TV จากแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจและเชื่อถือมาอย่างยาวนาน Panasonic UHD LED 4K Colour Engine เทคโนโลยีระดับ HF/FHD ให้ภาพความละเอียดสูง ปรับพื้นฉากสว่างและมืดให้เหมาะสม เพื่อนำเสนอความสมจริง ถ่ายทอดภาพคมชัดทุกรายละเอียด ด้วยระบบภาพจอ FLAT แบบ Full UHD Resolution 3840 x 2160 (Pixels) และ Dolby Vision รูปแบบ HDR ไดนามิก ที่ให้ความแม่นยำทุกสีสันรายละเอียด รวมทั้งระบบเสียงแบบ Dolby Audio (DD+) / DTS Truesurround ให้เราได้เต็มอิ่มทุกห้วงอารมณ์ เพลิดเพลินไปกับหนังเรื่องโปรดและความบันเทิงอย่างหลากหลายมากมาย Panasonic TH-43HX600T องศาการรับชมแบบกว้างถึง 178 องศา ดีไซน์จอแบบไร้ขอบ ด้วยการลดขอบจอให้เหลือน้อยที่สุด เพรียวบาง เรียบหรู สวยงาม ควบคุมและสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ Google Assistant มาพร้อมระบบ Chromecast built-in เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Google LLC ให้พอร์ตเชื่อมต่อมาอย่างมากมาย USB จำนวน 2 ช่อง HDMI จำนวน 3 ช่อง COMPONENT จำนวน 1 ช่อง และ COMPOSITE จำนวน 1 และมีรับประกัน 3 ปี

  • ราคา 12,990 บาท

PANASONIC TV UHD LED 4K ขนาด 43

PANASONIC TV UHD LED 4K

5. TCL TV UHD LED 4K ขนาด 75" รุ่น 75LINETV 

          สำหรับ Android TV TCL 75LINETV มาพร้อมจอขนาด 75 นิ้ว ที่ให้ภาพสุดคมชัด พร้อมให้เราได้ดื่มด่ำกับความบันเทิงทุกรูปแบบเท่าที่ต้องการ ด้วยระบบภาพจอ FLAT แบบ Full UHD QLED Resolution 3840 x 2160 (Pixels) ที่มีความสามารถในการสร้างภาพที่มีช่วงการรับแสงสูงกว่า TV ปกติ สว่างชัดเจนทั่วทั้งภาพ มีมิติและคุณภาพในแบบเฟรมต่อเฟรมจากเทคโนโลยีของ TCL มีระบบ Micro Dimming ปรับค่าความมืดความสว่างถึง 1,296 โซน เพื่อให้คุณภาพของภาพออกมาสวยงาม รวมถึงเทคโนโลยี Rich Color Expansion ลิขสิทธิ์ของ TCL ที่ช่วยปรับความสั่นของสี เพื่อให้ภาพการรับชมที่พรีเมียมมากขึ้น

TCL TV UHD LED 4K ขนาด 75

TCL TV UHD LED 4K

          TCL 75LINETV โดดเด่นด้วยดีไซน์กรอบดำบางเฉียบ สวยหรูหราทุกมุมมองมา พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานมากมาย เทคโนโลยี TCL AI-IN แพลตฟอร์มเฉพาะจาก TCL ช่วยให้การควบคุมการใช้งานทุกอย่างภายในบ้านกลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยอุปกรณ์ Wireless ไร้สาย เราสามารถเปิดและปิด TV หรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ แบบ Smarthome ด้วยเสียงผ่านระบบ Google Assistant รวมถึงระบบ Magic Connect ของ TCL ที่ช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายด้วยควบคุมผ่าน Smartphone มาพร้อมพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง HDMI จำนวน 3 ช่อง ช่องต่อหูฟัง จำนวน 1 ช่อง และมีรับประกัน 3 ปี

  • ราคา 32,990 บาท

6. HAIER TV FHD LED ขนาด 43" รุ่น LE43K9000T 

          HAIER อีก 1 แบรนด์ TV ยอดนิยมที่จะช่วยให้เราได้สัมผัสทุกช่วงอารมณ์ถึงความบันเทิงแบบคุณภาพในระดับ FULL HD กับ HAIER LE43K9000T ที่มาพร้อมภาพสุดคมชัดจอแบบ Falt มุมมองภาพแบบ 178 องศา ขนาดหน้าจอ 43 นิ้ว Resolution 1920 x 1080 (Pixels) พลังเสียงคุณภาพพิเศษที่เหนือกว่า ให้ความเพลิดเพลินกับทุกช่วงเวลาแห่งความสุข ด้วยความสามารถแบบ Android TV จะพาไปค้นพบโลกใหม่ที่จะทำให้เราไม่รู้สึกจำเจอีกต่อไป HAIER LE43K9000T มาพร้อม Features หลากหลาย Internet TV, Smart TV, Android, Web Browser, Digital TV มี Google Assistant ในตัว สั่งงานด้วย Voice Search รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ด้วยรีโมทคอนโทรล เพียงแค่พูดเสียงของเราออกไปเพื่อค้นหา และระบบภาพแบบ HDR ที่ไล่ความมืด-ความสว่าง เพื่อเขาถึงการดู TV อย่างมีอรรถรส พอร์ตเชื่อมต่อให้มาอย่างจุใจจริง ๆ PC Input จำนวน 1 ช่อง USB จำนวน 2 ช่อง HDMI จำนวน 3 ช่อง COMPONENT จำนวน 1 ช่อง COMPOSITE จำนวน 1 ช่อง และช่องต่อหูฟัง มีรับประกัน 1 ปี

  • ราคา 8,490 บาท

HAIER TV FHD LED ขนาด 43

HAIER TV FHD LED

7. SONY TV X7500H UHD LED ขนาด 55" รุ่น KD-55X7500H 

           แบรนด์คุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีความโดดเด่นในเรื่องเทคโนโลยี SONY X7500H Series รุ่น KD-55X7500H ที่จะพาเราเข้าสู่โลกเหนือจินตนาการของ Android แบบไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ภาพถ่าย หรือใช้งานอินเทอร์เน็ต ด้วยความคมชัดของภาพระดับ 4K Ultra HD Resolution 3840 x 2160 (Pixels) ที่ให้สีสันและคอนทราสที่งดงามในทุกรายละเอียดพร้อมระบบ 4K Processor X1™ การประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง นวัตกรรมสุดล้ำจาก SONY ใช้ Algorithm ขั้นสูงอันทรงพลังในการตัดสัญญาณรบกวนและเพิ่มรายละเอียดต่าง ๆ ของภาพ ที่ไม่ว่าเราจะดูในแบบ 2K หรือ Full HD ก็สามารถยกระดับคุณภาพของภาพให้ใกล้เคียงภาพระดับ 4K ได้ด้วย 4K X-Reality™ PRO และยังมีระบบ HDR ให้ช่วงเฉดสีที่กว้าง และสมจริงมากยิ่งขึ้นด้วยการขยายสเปกตรัมสี TRILUMINOS ให้สีสันสดใสมากกว่า TV ทั่วไป

SONY TV X7500H UHD LED

SONY TV X7500H UHD LED

          การออกแบบดีไซน์ของ SONY X7500H Series สวยงามทันสมัยมาก ๆ กลมกลืนลงตัวทุกสภาพแวดล้อม เน้นขอบที่บางลงมาก ๆ เพื่อให้ภาพกว้างขึ้นในทุกมิติ จอภาพแบบ FLAT ที่ให้มุมมองแบบ 178 องศา และมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง HDMI จำนวน 4 ช่อง COMPONENT จำนวน 1 ช่อง COMPOSITE จำนวน 1 ช่อง ช่องต่อหูฟัง จำนวน 1 ช่อง มีรับประกัน 3 ปี

  • ราคา 17,139 บาท

8. Worldtech Full HD LED ขนาด 43" รุ่น WT-LED4301SM 

           มาถึงแบรนด์คุณภาพของไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาอย่างยาวในเรื่องเทคโนโลยีกับ Worldtech Android Digital Smart TV HD Ready รุ่น WT-LED4301SM ดีไซน์เรียบง่าย ทันสมัยสวยงาม การประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เรียบร้อยแข็งแรง ช่วยยกระดับให้กับการตกแต่งบ้านได้ในทุกมิติ ระบบเสียงของ Worldtech เป็นแบบดิจิทัลคมชัด เพราะเป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นเรื่องคุณภาพเสียงมายาวนาน จอแบบ LED Flat ให้มุมมองของภาพคมชัดในระดับ Full HD Resolution 1920 x 1080 (Pixels) รองรับครบทุกฟังก์ชั่นในการใช้งานเชื่อมต่อได้ง่าย ๆ ผ่านพอร์ต USB จำนวน 2 ช่อง Component จำนวน 1 ช่อง AV VGA จำนวน 1 ช่อง Coaxial จำนวน 1 ช่อง เสียบหูฟัง Audio Headphone จำนวน 1 ช่อง และพอร์ต HDMI จำนวน 3 ช่อง ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม Netflix, YouTube, Web Browser หรือ Device Online ต่าง ๆ ที่ทาง Worldtech ให้มาอย่างครบครัน มีระบบ Mobile Screen Mirroring และ Google Assistant ที่สามารถสั่งงานแบบ Voice Search มาพร้อมรีโมทคอนโทรล และมีรับประกันสินค้า 1 ปี

  • ราคา 6,480 บาท

Worldtech Full HD LED

Worldtech Full HD LED

9. PHILIPSULTRA HD ขนาด 70" รุ่น 70PUT6774 

          TV แบรนด์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก PHILIPS 70PUT6774 ดีไซน์เรียบหรู ล้ำสมัย ด้วยหน้าจอขอบบางมาก ๆ แบบ Ultra Slim มาพร้อมจอขนาดใหญ่จุใจถึง 70 นิ้ว คุณภาพ ความละเอียด ความคมชัด ระดับ UHD-4K Resolution 3840 x 2160 (Pixels) ที่จะช่วยให้เราได้รับประสบการณ์ความบันเทิงแบบเต็มอิ่มทุกอารมณ์ ด้วยภาพที่สมจริง นุ่มนวล คมชัดจากเทคโนโลยี Pixel Precise Ultra HD Engine และ HDR Plus พลังประมวลผลขั้นสูง ไล่เฉดสีแบบ High Dynamic Range Plus อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งให้รายละเอียดที่ประณีตมีชีวิตชีวา ซอฟต์แวร์พิเศษ Micro Dimming ของ PHILIPS สามารถวิเคราะห์ภาพออกมาได้ถึง 6,400 โซน ช่วยปรับภาพให้เหมาะสมทุกขณะในการรับชม PHILIPS 70PUT6774 เชื่อมต่อ Smartphone กับ TV และเข้าถึงอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้ง่าย ๆ ผ่านระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง HDMI จำนวน 3 ช่อง COMPONENT จำนวน 1 ช่อง COMPOSITE จำนวน 1 ช่อง เพิ่มอรรถรสในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ภายในบ้าน มีรับประกันหน้าจอและตัวเครื่อง 3 ปี 

  • ราคา 35,990 บาท

PHILIPSULTRA HD

PHILIPSULTRA HD

10. NANO ULTRA HD ขนาด 55" รุ่น 55NUD9900 

           อีก 1 แบรนด์คุณภาพที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การรับชมความบันเทิง ผ่านหน้าจอแบบเต็มอิ่มทุกอารมณ์ ให้ภาพคมชัด สดใส และสมจริงเป็นธรรมชาติกับ Android LED TV จากแบรนด์รุ่น 55NUD9900 หน้าจอ 55 นิ้ว ที่มีการออกแบบดีไซน์สวยงาม เรียบหรู ทันสมัย จอบาง ขอบบาง หน้าจอมีความละเอียดในระดับ 4K ULTRA HD Resolution 3840 x 2160 (Pixels) ที่มาพร้อมคุณภาพระบบเสียงที่ทรงพลังด้วยลำโพง 10x2 (Stereo NICAM) ให้เสียงแบบสมจริงชัดเจนทุกมิติ พร้อมฟังก์ชั่นต่าง ๆ อีกมากมายที่จะยกระดับทุกอย่างภายในบ้านให้เป็น TV Smart Home แบบเต็มรูปแบบ NANO55NUD9900 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9 เชื่อมต่อระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Google Home Assistant อัตราตอบสนองด้วยความเร็ว 100 Hz Digital TV พร้อมพอร์ตเชื่อมรับสัญญาณกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่ให้มาอย่างมากมายจริง ๆ Audio Earphone จำนวน 1 ช่อง HDMI จำนวน 3 ช่อง VGA จำนวน 1 ช่อง AV จำนวน 2 ช่อง PC Audio In จำนวน 1 ช่อง USB จำนวน 2 ช่อง และ COAXIAL จำนวน 1 ช่อง มีรับประกันหน้าจอและตัวเครื่อง 3 ปี 

  • ราคา 18,990 บาท

NANO ULTRA HD

NANO ULTRA HD

*ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น

. . . . . . . . . .

ความแตกต่างระหว่าง Android TV กับ Android Box

          มีหลายคนยังสับสน และมีคำถามว่า Android TV ดีไหม แตกต่างกับ Android TV Box ยังไง เพราะเมื่อใช้งานแล้ว หน้าตาก็เหมือนกัน แล้วแบบนี้จะเลือกใช้อย่างไรดี อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ แอนดรอยทีวีจะรวมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ใน TV เครื่องเดียว ส่วน Android TV Box จะเป็นอุปกรณ์แยกออกมาต่างหาก เพื่อใช้เชื่อมต่อกับ TV แต่ก็มีรายละเอียดย่อย ๆ ที่แตกต่างกันอยู่พอสมควร เราจึงได้รวบรวมข้อแตกต่างระหว่างทั้ง 2 แบบมาฝากกัน ดังนี้

Android TV

  • UI หรือ User Interface มีความสวยงาม ได้มาตรฐาน เพราะออกแบบมาโดยเฉพาะ ใช้งานได้ลื่นไหล
  • UX หรือ User Experience ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายกว่ากับ TV ใช้งานควบคุมด้วย Remote Control 
  • รองรับบริการของ Google Home เต็มรูปแบบ เช่น Google Play Store, Google Assistant, Google Chromecast, Google Search, Google Play Music, Google Play, Google Voice Search
  • ใช้แอนดรอยทีวี App ผ่าน Google Play Store และ App Marketplace ของ Google ไม่จำกัด
  • ได้รับลิขสิทธิ์อนุญาตอย่างถูกต้อง ผ่านการให้บริการ Google TV 
  • ได้รับการรับรองจาก GTS (Google Mobile Services Test Suite)

Android TV Box

  • UI หรือ User Interface เหมือน Android Tablet Smartphone มากกว่า
  • เป็นการพัฒนามาจาก AOSP (Android Open Source Project)
  • ราคาถูกกว่ามาก มีตามสเปกความเร็วให้เลือกมากตามต้องการ และสเปกต่ำจะใช้งานได้ช้า
  • ต่อเข้ากับ TV แบบไหนก็ได้ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อรองรับ ทำให้สามารถเปลี่ยน TV เก่า ๆ เป็น Android TV ได้
  • ขนาดเล็ก พกพาสะดวก เคลื่อนย้ายง่าย ตัวเครื่องแยกออกมาเฉพาะ ย้ายเครื่องไป TV เครื่องไหนก็ได้
  •  ไม่มีข้อตกลงการให้บริการ ร่วมกับ Google ทำให้การเข้าถึง App มีข้อจำกัดและยุ่งยากกว่า

Android TV Box

. . . . . . . . . .

เคล็ดลับการใช้งาน Android TV ที่ถูกต้อง และการแก้ปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

          การดูแล Android TV ก็ไม่ต่างจากการดูแล TV ทั่วไป เพียงแต่เป็น TV ที่มีระบบ Software ที่เราสามารถลง App หรือ Program Online ต่าง ๆ ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาจากการใช้งานได้บ้างเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้ว TV ยี่ห้อชั้นนำต่าง ๆ มักจะมีระบบการดูแล หรือบำรุงรักษา และภายในตัวเครื่องจะสามารถตรวจพบความผิดปกติได้ด้วยตนเอง แต่อาจจะมีปัญหาที่พบได้บ้าง ดังนี้

App หยุดทำงานและหน้าจอค้าง

          อาจจะเกิดจากปัญหา Internet ช้าหรือไม่เสถียรในขณะใช้งาน หรือมี App ในเครื่องมากเกินความจำเป็น ให้เราตรวจสอบตรวจสอบและลบพื้นที่เก็บข้อมูล หรือทำการอัปเดตซอฟต์แวร์

System Memory ปัญหาจากพื้นที่เก็บข้อมูล

          ให้เราลบข้อมูล App ที่ไม่จำเป็นในอุปกรณ์ออกบ้าง รวมถึงล้างข้อมูลและแคชของ App ที่ไม่ต้องการโดยไปที่การตั้งค่า >เลือก App >เลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) >เลือกล้างข้อมูล หรือล้างแคช (Clear Data – Clear Cache)

เพิ่มพื้นที่ว่าง

          การลบ App ที่ไม่ได้ใช้งาน หรือไม่จำเป็นออก จะช่วยทำให้ระบบทำงานได้เร็วขึ้น โดยไปที่การตั้งค่า >เลือก ตัวเลือกเพิ่มเติม >เลือก App >เลือกถอนการติดตั้ง

Factory Reset ตั้งค่าข้อมูลโรงงาน

          คล้าย ๆ กับการใช้งาน Smartphone ที่พบปัญหาชนิดที่แก้ไขไม่ได้ การตั้งค่าข้อมูลจากโรงงานอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เรานำมาแก้ไขปัญหา แต่การลบการตั้งค่าข้อมูลใหม่ทั้งหมด เท่ากับเป็นการไปเริ่มใหม่ ควรสำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมดของคุณก่อน Reset ค่าเริ่มต้น โดยไปที่การตั้งค่า >เลือก การจัดการทั่วไป (General Management ) > เลือก Reset > เลือกตั้งค่าข้อมูลโรงงาน

Android TV

. . . . . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลดี ๆ จาก Android TV ที่เรานำมาฝากกัน ต้องบอกว่าเป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุมมากจริง ๆ ด้วยระบบของ Google Home ที่นอกจากเราจะได้ดู TV และท่องโลกอินเทอร์เน็ตอย่างเพลิดเพลินแล้ว เรายังสามารถสั่งงานอุปกรณ์ทุกอย่างภายในบ้านได้ด้วย Google Assistants จะสั่งงานผ่านปุ่มคำสั่ง หรือส่งงานผ่านเสียง โดยพูดผ่านรีโมทก็สะดวกอย่างแน่นอน ลองคิดดูว่าเราสามารถถามสภาพดินฟ้าอากาศ ดูความเคลื่อนไหวของหุ้น ดูรายงานผลบอล หรือค้นหาร้านอาหาร ด้วยการสั่งงานผ่าน TV มันจะดีมากแค่ไหน หรือแม้แต่สั่งควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ภายในบ้านเปิดปิดไฟ เปิดเพลงโปรด ตั้งนาฬิกาปลุก ฯลฯ เรียกว่าย่อโลกมาไว้ในแอนดรอยทีวี เพียงเครื่องเดียว ปัจจุบันแม้ราคา Android TV จะถูกลงมากก็ตาม แต่เราก็ควรเลือกจากแบรนด์ที่ได้รับการรับรอง หรือมีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้รอบด้าน เพื่อจะได้ซื้อมาใช้งานอย่างคุ้มค่าและมีประโยชน์มากที่สุดกับ Android TV ไอเท็มยอดนิยมในยุค 5G ที่ทุกบ้านควรมีไว้ใช้งาน ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ รวบรวมทุกฟีเจอร์ความรู้ ความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม บนจอขนาดใหญ่ในยุค Internet of things