logo

          ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ หรือเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ทำมาจากไม้ MDF เป็นส่วนใหญ่ นั่นก็เพราะจำนวนป่าไม้ในโลกมีน้อยลง และกระแสอนุรักษ์ธรรมชาติทำให้ไม้จริงหาได้ยากขึ้น ส่วนที่มีก็จะมีราคาแพง จึงได้มีการคิดค้นการผลิตไม้ทดแทนในแบบต่าง ๆ ขึ้นมาใช้งาน ทั้งในงานอุตสาหกรรมและในระดับครัวเรือน ไม้ MDF เป็นประเภทหนึ่งของไม้อัดที่ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะมีคุณภาพดี เหมาะจะใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เช่น โต๊ะ เตียง ตู้ ประตู ผนัง หรือเคาน์เตอร์สำนักงาน ร้านค้าก็ใช้ไม้ประเภทนี้กันอย่างแพร่หลาย ที่นิยมอีกอย่างก็คือใช้ทำเฟอร์นิเจอร์แบบ Built–In เพราะเนื้อไม้มีความหนาแน่น ละเอียด และสวยงามคงทน แต่ก็มีหลายคนที่ยังสงสัยว่าไม้ชนิดนี้คืออะไรแน่ ตกลงว่าใช้ได้ดีหรือไม่อย่างไร แล้วมีคุณสมบัติที่ดีพอจะใช้งานได้ยาวนานแค่ไหน วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับรู้จักกับไม้ MDF วัสดุทำเฟอร์นิเจอร์ออกแบบตกแต่งบ้านยอดนิยม แข็งแรง สวยงาม ทนทาน ใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่ไม่แพง

. . . . . . . . . .

ไม้ MDF คืออะไร ?

          สำหรับไม้ MDF (Medium Density Fiber Board) หรือเรียกอีกอย่างว่าแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาในวงการอุตสาหกรรมผลิตแผ่นไม้เทียม (Composite Board) เพื่อทดแทนไม้จากป่าธรรมชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1960 หลังจากนั้นได้กลายเป็น Composite Panel ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับว่าเป็นไม้ทดแทนคุณภาพดี ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์หรืออื่น ๆ สามารถเซาะร่อง ทำสี แกะสลักลายได้สวยงาม จนเริ่มเป็นที่นิยมใช้งานกันในวงกว้าง ตั้งแต่ปี 1970-1980 และได้มีการส่งออกไปยังตลาดอื่น ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย

          ไม้ชนิดนี้ผลิตขึ้นโดยจากการนำเส้นใยของไม้ เส้นใยของพืช ปลายไม้ ปีกไม้ เศษไม้ หรือไม้ชิ้นเล็ก ๆ อย่างยูคาลิปตัส ยางพารา ฯลฯ มาผสมกับกาวสังเคราะห์ แล้วอัดเป็นแผ่นด้วยกระบวนการความร้อนแบบแห้ง (Dry Process) เพื่อให้เกิดความเหนียวและการยึดเกาะระหว่างเส้นใยเป็นเนื้อเดียวกัน เนื้อไม้ MDF จะมีความหนาแน่นสูง มีความละเอียด และเรียบเสมอตลอดทั่วแผ่น ความหนาแน่นจะอยู่ที่ 400–800 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (kg/m3) ความหนาจะมีตั้งแต่ 3-25 มิลลิเมตร สำหรับในประเทศไทยนั้น จะใช้วัตถุดิบ 2 ชนิดในการผลิต นั่นก็คือไม้ยูคาลิปตัสและไม้ยางพารา หากทำจากไม้ยูคาลิปตัสจะมีความเรียบเนียนกว่า สม่ำเสมอกว่า สามารถนำมาพ่นสีได้สวยงามกว่า แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ไม้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในการผลิตกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ 

ไม้ MDF

ภาพจาก : Wazadu.com

ความเหมือนและแตกต่างระหว่างไม้ MDF กับไม้ปาติเกิล (Particle Board)

          อีก 1 คำถามยอดฮิตเลยก็คือ มีหลายคนที่แยกไม่ออกระหว่างไม้อัดที่เป็น ไม้ MDF กับไม้ปาติเกิล บอร์ด แม้ลักษณะรูปร่าง ขนาด หรือลักษณะการผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานจะใกล้เคียงกัน แต่หากดูกันแบบใกล้ชิดจริง ๆ จะเห็นได้ว่ากระบวนการผลิตโดยเครื่องจักรเฉพาะทาง ใช้เครื่องอัดแรงสูงพร้อมความร้อน ทำให้คุณภาพของ MDF จะดีกว่ากับไม้ Particle หน้าตัดของไม้จะมีเนื้อละเอียดกว่า ผิวไม้เรียบเนียนสวยงามกว่า แต่ก็จะมีราคาที่สูงกว่าด้วยนั่นเอง ส่วนเนื้อไม้ของ MDF จะมีความหนาแน่นสูง และมีโพรงอากาศน้อยกว่าไม้ปาติเกิล เวลานำไปทำสี เนื้อไม้จะไม่ดูดสีมาก เพราะหน้าไม้เนียนเรียบ จึงทำสีได้สวยงาม และหากเป็น MDF เกรดคุณภาพดี บางโรงงาน บางยี่ห้อ จะใช้เศษไม้ท่อนหรือเศษไม้ใหญ่มาบดอัดแทน เพื่อให้ได้คุณภาพไม้ที่สูงกว่าทั่วไป และยังแตกต่างจากไม้อัดอีกด้วยนะ

. . . . . . . . . .

กระบวนการผลิตไม้ MDF ทำอย่างไร

  • เตรียมวัสดุชนิดใดชนิดหนึ่งที่จะใช้ทำแผ่นไม้ เช่น เศษไม้ยูคาลิปตัส ไม้ยางพารา ไม้สน เศษไม้ หรือกากพืช 
  • นำวัตถุดิบเข้าเครื่องเครื่องจักร บดจนเป็นผงละเอียดมาก ๆ  
  • หลังจากได้เศษไม้ละเอียดแล้ว จึงนำเข้าเครื่องกวนขนาดใหญ่ กวนไม้ผสมกับกาว
  • บรรจุลงบนแท่นอัด
  • รีดด้วยเครื่องอัดความร้อนสูง จนออกมาเป็นแผ่น
  • หลังจากนั้นตัดเป็นขนาดมาตรฐานใช้งานคือ กว้าง 48 X ยาว 96 นิ้ว (1.22 × 2.44 เมตร) ซึ่งเป็นแผ่นมาตรฐานของไม้อัด

. . . . . . . . . .

รู้จักกับคุณสมบัติของ ไม้ MDF (Medium Density Fiberboard)

          สำหรับไม้ MDF เป็นไม้อัดคุณภาพ เนื้อละเอียดแน่น เรียบตลอดทั่วแผ่น จึงเป็นที่นิยมใช้งานในงานต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายประเภท แต่ก็ยังสามารถแบ่งประเภทของไม้ได้ตามลักษณะคุณสมบัติดังนี้ คือ

1. ชนิดไม้ความหนาแน่นสูง

          ส่วนใหญ่จะนิยมใช้ทำพื้นบ้าน พื้นอาคาร หรือนำไปตกแต่งปิดผิว ทำฉากผนัง มีจุดเด่นที่ความแน่นเรียบ สามารถพ่นสีทับให้สวยงามดูดียิ่งขึ้น

2. ชนิดไม้ความหนาแน่นปานกลาง

          ส่วนใหญ่แล้วจะใช้กับงานโรงงาน งานอุตสาหกรรมตกแต่ง ทำเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงงานแกะสลักเกือบทุกชนิด

3. ชนิดไม้ความหนาแน่นต่ำ

          เป็นที่นิยมใช้งานแพร่หลายทางยุโรปและอเมริกา ส่วนใหญ่ใช้เป็น Composite Panel ประกอบทำเฟอร์นิเจอร์แบบ Knock-Down 

ไม้ MDF

ลักษณะเด่นเฉพาะของไม้ MDF

ปิดผิวได้ง่ายและหลากหลาย

          พื้นผิวด้านนอกของไม้สามารถปิดผิวได้ด้วยวัสดุหลากหลายแบบ ทั้งกระดาษ ลามิเนต เมลามีน ลายไม้ แผ่นไม้วีเนียร์ หรืออาจจะปิดพื้นผิวด้านนอกด้วยพีวีซี (PVC) ก็จะทำให้มีความแข็งแกร่งทนทานมากขึ้น

เนื้อไม้มีผิวที่เรียบ

          เนื้อไม้เรียบเนียน สม่ำเสมอตลอดทั่วแผ่น ไม่มีรูพรุน ยิงตะปู หรือยิงสกรู ยึดเกาะได้ดี มีความเหนียวยึดได้แน่น การตกแต่งไม้จะออกมาสวยงามเรียบ ไม่เป็นขุย 

พ่นสีที่ชอบได้ตามใจ

          สามารถพ่นสีทับลงบนพื้นผิวด้านนอกของไม้ MDF หรือพ่นสีในเนื้อไม้ได้สวยงามได้เช่นกัน

ขนาดและความหนามาตรฐานของไม้ MDF

ขนาดมาตรฐานของ MDF

           จะเท่ากับขนาดมาตรฐานของไม้อัดทั่วไป คือกว้าง x ยาว 1.22 x 2.44 เมตร หรือ 4 x 8 ฟุต หรือ 48 X 96 นิ้วต่อแผ่น

ความหนาของไม้ MDF

          ที่นิยมใช้งาน หรือนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ มีความหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร จนถึง 25 มิลลิเมตร ให้เราเลือกได้โดยสะดวก ว่าจะนำไปใช้งานส่วนไหนของเฟอร์นิเจอร์ หรืองานประกอบอื่น ๆ เช่น ขนาดที่เหมาะจะทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งลอยตัว และบิวท์อิน คือขนาด 19 มิลลิเมตรขึ้นไป

ราคาเฉลี่ยของ ไม้ MDF

          มีด้วยกันหลายเกรด หลายคุณภาพ และหลายยี่ห้อให้เลือกใช้งาน ราคาเฉลี่ยในท้องตลาดจะอยู่ที่ราคาประมาณ 200-800 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดความหนา 

. . . . . . . . . .

เปรียบเทียบคุณสมบัติ ข้อดี - ข้อเสีย ของ ไม้ MDF

ข้อดีของไม้ MDF

  • มีความหนาแน่น (Density) ของเนื้อไม้สูงกว่า ไม้อัดปาติเกิล (Particle Board) เพราะผลิตขึ้นจากเศษไม้ที่ละเอียดกว่า
  • ผิวหน้าไม้ละเอียดสวยงาม เรียบเนียนสม่ำเสมอตลอดทั่วทั้งแผ่น เหมาะกับการใช้ตกแต่ง หรือทำเฟอร์นิเจอร์
  • มีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้มาก และรับน้ำหนักได้ดีกว่าไม้ปาติเกิล 
  • สามารถพ่นสีหรือทาสีทับได้ สีจะซึมลึกเข้าสู่เนื้อทำให้มีความสวยงาม หรือจะทาสีเฉพาะบนเนื้อไม้ก็ได้

ข้อเสียของไม้ MDF

  • ไม่ทนมอด ปลวก และแมลงกัดเซาะ
  • ไม่ทนความชื้น ต้องระวังเรื่องความชื้น และกันการโดนน้ำเป็นพิเศษ
  • มีราคาที่สูงกว่าไม้ปาติเกิล 
  • มีน้ำหนักมาก เพราะเนื้อไม้มีความหนาแน่น
  • การตัดแต่งไม้จะก่อให้เกิดฝุ่นที่ค่อนข้างมาก ควรใช้อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเราเองและคนรอบข้าง

ไม้ MDF

. . . . . . . . . .

ขั้นตอน วิธีการ การปิดผิวไม้ MDF แบบต่าง ๆ

          การนำไม้ MDF ไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบเฟอร์นิเจอร์ หรือไปตกแต่งภายใน หรือต่อเติมส่วนต่าง ๆ นั้น จะมีการปิดผิวด้วยวัสดุชนิดต่าง ๆ เพื่อความสวยงามและความทนทาน เรามาดูกันว่ามีการปิดผิวด้วยวัสดุอะไรบ้างที่ได้รับความนิยม

1. ปิดผิวด้วยแผ่นกระดาษ

          ตามความหนาต่าง ๆ ตั้งแต่ 30 40 60 80 Gram โดยใช้กาว Latex ยึดติด

2. ปิดผิวด้วย PVC

          ด้วยกาวปิดพลาสติก นำไปใช้สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ประตู หน้าต่าง หรือเคาน์เตอร์ ช่วยกันน้ำได้ดีมากขึ้น

3. ปิดผิวแบบ Membrane

          เป็นการห่อหุ้มชิ้นงาน คล้าย ๆ กับการปิดด้วยลามิเนต แต่จะสวยกว่า ไร้รอยต่อ เข้าซอก หรือตามร่องชิ้นงานได้ดีกว่า โดยจะมีการดูดอากาศออกจากชิ้นงาน ส่วนใหญ่จะใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งภายใน บิวท์อิน

4. ปิดผิวด้วยไม้วีเนียร์ (Veneer)

          เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของประตู หน้าต่าง หรือใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ จะช่วยให้สวยงามเหมือนไม้จากธรรมชาติ

5. ปิดผิวด้วย Melamine Paper

          วิธีการนี้จะสามารถป้องกันน้ำได้ดีมาก ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี เพราะวัสดุเมลามีนทนทานต่อการขูดขีด กรด และสารเคมี

6. ปิดผิวด้วย HPL (High Pressure Laminate)

          หรือฟอร์เมกา (Fomica) มีผิวมัน จะช่วยกันน้ำได้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่ใช้ประกอบเป็นเฟอร์นิเจอร์ในห้องครัว ห้องอาหาร

7. ปิดผิวด้วยการพ่นสีน้ำมัน

          สีจะติดแน่น ลบออกยาก ใช้ในการออกแบบ ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ การพ่นสีด้วยแลคเกอร์ ทำให้ได้ไม้สีโปร่งและสีทึบ สามารถพ่นทับด้วยโพลียูรีเทน Polyurethane ส่วนใหญ่นิยมใช้กับการทำเฟอร์นิเจอร์

8. ปิดผิวด้วยแลคเกอร์และพ่นทับด้วย PU (Polyurethane)

          คล้ายกับการพ่นสีน้ำมัน ถ้าเป็น MDF ที่ทำมาจากไม้ยูคาลิปตัส จะช่วยทำให้สีเข้ม ลายไม้สวยงามมากขึ้น

9. ปิดผิวด้วยโพลียูรีเทน Polyurethane โดยตรง

           ผิวจะมีความมันวาว ใช้ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ห้องครัว ห้องประกอบอาหาร ตกแต่งบิวท์อินภายในครัว วิธีนี้อาจจะมีหลายขั้นตอน แต่ท้ายสุดแล้วต้องพ่นด้วยอะคริลิก หรือแลคเกอร์เคลือบเงา

. . . . . . . . . .

ความแตกต่างระหว่างไม้ MDF กับไม้อัด​ (Plywood) และไม้จริง (Solid Wood)

          แม้ว่าวัสดุจากไม้จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าวัสดุชนิดอื่น แต่ก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งในงานตกแต่งก่อสร้าง งานเฟอร์นิเจอร์ ทั้งไม้จริงและวัสดุทดแทนอย่างไม้สังเคราะห์และไม้เทียม แต่การใช้งานนั้นอาจจะมีข้อแตกต่างในรายละเอียดอยู่บ้าง ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น เราลองมาดูกัน

ไม้จริง (Solid Wood)

          แน่นอนว่ามีความทนทานสวยงาม และมีผิวลวดลายของเนื้อไม้เฉพาะตัวเป็นคุณสมบัติเด่น ตกแต่งตัดต่อประกอบเป็นชิ้นงานใหม่ได้ เช่น ต่อโต๊ะ ตัดขาเก้าอี้ หรือเพิ่มเติมพื้นที่ใหม่ โดยใช้ข้อต่อไม้มาเข้าลิ้นด้วยกันได้ ต่างจากไม้ประเภทอื่นที่ต้องนำมาเชื่อมติดกันด้วยกาวติดไม้หรือสกรู และไม้สังเคราะห์หลาย ๆ ชนิด หากมีการเจาะ เซาะรูจะแตกหัก เกิดปัญหาได้มากกว่าไม้จริง แต่ข้อเสียที่เห็นชัด ๆ ของไม้จริงอย่างที่ได้บอกไว้คือราคาสูง ส่งผลกับงบประมาณค่าใช้จ่าย 

  • ไม้ MDF ผิวของตัวไม้เองจะไม่มีลายไม้ แต่สามารถปิดผิวในแบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มลักษณะหรือลวดลายได้ แต่ก็ต้องเป็นไม้คุณภาพที่พื้นผิวเรียบเนียนมาก ๆ ถึงจะออกมาดูสวยงาม คุณสมบัติเด่น ๆ คือจะมีความหนาแน่นทั่วแผ่น ใช้ทำรูปทรง ออกแบบชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่มีความซับซ้อนได้มากกว่าไม้แบบอื่น แต่ก็มีข้อเสียที่เทียบกับไม้จริงไม่ได้เลยคือเรื่องความแข็งแรง เพราะเป็นแผ่นไม้ที่มีความยาวและขนาดบาง    
  • ไม้ MDF มีคุณสมบัติที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิความร้อน ความชื้น ดีกว่าไม้จริง เนื่องจากไม้จริงจะมีการหดตัว ขยายตัว ตามสภาพอากาศ 
  • ไม้ MDF มีความแตกต่างเรื่องราคา บางชนิดมีราคาแพงกว่าไม้อัด (Plywood) ที่ผลิตขึ้นมาจากเศษไม้ หรือขี้เลื่อย หรือใยไม้ ไม้อัดเหมาะกับการขึ้นชิ้นงานแบบธรรมดาทั่วไปที่ไม่ต้องการสวยงาม ละเอียดซับซ้อนเท่าไม้ MDF ที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้มีระดับมากขึ้นด้วยการปิดผิวด้วยวัสดุชนิดต่าง ๆ เนื่องจากผิวไม้มีความเรียบเนียนกว่า 

. . . . . . . . . .

4 ไอเดียแต่งบ้านแบบเก๋ ๆ โดยใช้งานไม้ MDF เพิ่มความสวยงาม

          สำหรับไม้ MDF เป็นวัสดุยอดนิยมในงานเฟอร์นิเจอร์ บิ้วท์อินตกแต่งภายใน มากสุดแทบจะมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของโลกก็ว่าได้ ถึงแม้ความทนทานจะไม่เท่าไม้จริง และมีปัญหาเรื่องความชื้นได้ง่าย แต่หากเราดูแลรักษาดี ๆ ก็จะใช้งานได้อย่างยาวนานไม่แพ้กัน ไม่ว่าอย่างไร MDF ก็เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์งานต่าง ๆ ได้ดี ทั้งความสวยงาม ใช้งานได้ดี เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าราคาประหยัด สำหรับนำมาใช้งาน เราจะพาไปดูตัวอย่างไอเดียการใช้ไม้ชนิดนี้ มาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านกัน

ไอเดียแต่งบ้านแบบเก๋ ๆ โดยใช้งานไม้ MDF

บันไดไม้ MDF ปิดผิวลามิเนต

          ปัจจุบันนวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ช่วยให้การผลิตไม้สังเคราะห์แข็งแรงทนทานกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ MDF ที่ผ่านการบดอัดขึ้นรูปด้วยความร้อน จนมีความหนาแน่นสูง การทำบันไดด้วยไม้ชนิดนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้บ้านเพิ่มความสวยงาม ด้วยไม้ที่มีขนาดความหนา ตั้งแต่ 16 25 หรือ 30 มิลลิเมตร จะมีความแข็งแรง เพราะไม่ได้เป็นไม้ขนาดยาวเกินไป และมีโครงสร้างอื่นรองรับหน้าไม้ช่วยให้มั่นใจ โดยเราสามารถปิดผิวหน้าด้วยลามิเนตลายไม้ เพิ่มความสวยงาม แล้วเคลือบผิวด้วยเมลามีนป้องกันรอยขีดข่วน หรือจะใช้เทคโนโลยี Post Form ขึ้นรูปบันไดตามขนาดมาจากโรงงานเลยก็ได้เช่นกัน โดยเราสามารถสั่งผลิตขนาดความยาวและความกว้างได้สูงสุดที่ 3 เมตร ข้อดีคือราคาถูกกว่าบันไดไม้จริงและบันไดสมาร์ตบอร์ด ผิวลามิเนตมีลายไม้สวยงาม 

เคาน์เตอร์ ไม้ MDF

          ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์สำนักงาน เคาน์เตอร์บาร์ ร้านอาหาร หรือห้องครัว ก็สวยงามได้ง่าย ๆ ด้วยไม้ MDF ข้อดีของการเลือกใช้ไม้ชนิดนี้คือ เราสามารถสร้างขึ้นจากการออกแบบดีไซน์ที่ซับซ้อน กรุ เซาะร่อง หรือขัดกลึงให้เข้ารูปโค้งมนได้ง่ายกว่าวัสดุชนิดอื่น แถมยังประหยัดงบประมาณมากกว่าวัสดุชนิดอื่น ๆ ถ้าจะต้องรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนบ่อย ๆ และดูดีมีความสวยงาม ทันสมัยเข้ากับยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี หากเป็นเคาน์เตอร์ที่ต้องรับน้ำหนักมากหน่อย ควรเลือกใช้ความหนาของไม้ที่ 20 มิลลิเมตรขึ้นไป เลือกวัสดุปิดผิวเป็นลามิเนต จะมีลายและสีให้เลือกใช้งานหลากหลาย

โต๊ะทำงาน หรือโต๊ะอาหาร

           จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่วางขายในท้องตลาดนั้น ทำจากไม้ MDF แต่โต๊ะทำงานที่บ้าน หรือโต๊ะอาหาร ก็สามารถทำเองได้ง่าย ๆ เช่นกัน นั่นก็เพราะไม้ชนิดนี้ตัด ตกแต่งได้ง่าย แต่การใช้ไม้ทำโต๊ะสิ่งที่ควรต้องระวังคือ ต้องไม่มีขนาดที่ยาวและรับน้ำหนักมากเกินไป หรือหากจะยาวก็ต้องมีส่วนของโครงสร้างที่รับน้ำหมักไม้เอาไว้ การใช้ไม้ MDF ทำโต๊ะ ข้อดีคือเราสามารถออกแบบประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ หากเป็นโต๊ะอาหารควรเลือกใช้ไม้ขนาด 16 มิลลิเมตรขึ้นไป และควรปิดผิวหน้าไม้ด้วยแผ่นเมลามีน เพื่อช่วยให้หน้าไม้แข็งแรง ทนต่อการขูดขีด ทนความร้อน กรด และสารเคมี ช่วยลดขั้นตอนเพราะมีลายไม้สวยงาม ไม่ต้องยุ่งยากทำสี และพื้นผิวเมลามีนสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย 

ครัวบิวท์อิน

          ใครที่กำลังคิดจะปรับปรุงต่อเติม หรือออกแบบครัวใหม่แล้ว อยากจะแนะนำเลยว่าวัสดุไม้ MDF เหมาะจะใช้ทำเป็นชุดครัวสุดโปรดของเรามากจริง ๆ แต่ก็มีคำถามว่าแล้วครัวต้องโดนน้ำบ่อย ๆ ไม้ประเภทนี้จะทนน้ำ ทนความชื้นได้ดีอย่างไร แค่ไหน คำตอบคือถ้าเราดูแลดี ๆ ก็ทนทาน ใช้งานได้ยาวนานไม่แพ้วัสดุชนิดอื่น ๆ แน่นอน เช่น หมั่นบำรุงรักษา ตรวจตราท่อน้ำไม่ให้ซึม หรือรั่ว ทำความสะอาดครัวให้แห้งสะอาดอยู่เสมอ การติดตั้งก็ง่าย น้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก ควรเลือกใช้ขนาดความหนา 16 มิลลิเมตรขึ้นไป เรื่องความทนทานก็ให้เลือกจากวัสดุปิดผิวที่เหมาะกับการใช้งานครัว เช่น ลามิเนต เมลามีน หรือฟอร์เมกา แต่ที่ถูกใจทุกคนอย่างแน่นอนก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น เช่น ปูน สเตนเลส หรือไม้จริง หากจะเปรียบเทียบด้านราคาแล้วครัวสเตนเลส มีราคาสูงกว่าครัว MDF ถึง 5 - 6 เท่าเลยทีเดียว 

. . . . . . . . . .

คำนวณการออกแบบงานไม้ MDF เบื้องต้นด้วยตัวเอง

          หากเราต้องการออกแบบครัว หรือส่วนต่าง ๆ ของห้องเพิ่มเติมด้วยไม้ MDF ด้วยตัวเองต้องทำอย่างไรบ้าง ไม้ MDF ดีไหม ควรทำความเข้าใจกับไม้ชนิดนี้ให้ดีเสียก่อน ว่าการติดตั้งยากง่ายมากน้อยแค่ไหน อายุการใช้งานยาวนานแค่ไหน ต้นทุนวัสดุ อุปกรณ์ ต้นทุนแรงงาน รวมถึงการดูแลรักษาอย่างไร เราจะมาแนะนำวิธีกัน

ไม้ MDF

ประโยชน์ใช้สอย

          ขั้นแรกเลยให้เราเลือกแบบจากที่ชอบ ที่เคยเห็นตัวอย่าง หรือจากรูปสวย ๆ ในหนังสือแต่งบ้าน ลองจินตนาการดู และกำหนดว่าเราต้องการใช้งานแบบไหน ชีวิตประจำวันเราทำอะไรบ้าง ไล่ลำดับสิ่งไหนก่อนหลัง ยกตัวอย่างเช่น หากเราจะทำเคาน์เตอร์ครัว เราก็ต้องกำหนดว่าปลั๊กไฟอยู่ตรงนี้ จะวางอุปกรณ์เครื่องครัวไว้มุมนี้ มุมนี้อาจจะต้องการพื้นที่ว่าง ๆ ไว้จัดเตรียมอาหาร เป็นต้น ส่วนนี้เราเองที่จะเป็นผู้กำหนดพื้นที่ใช้งาน หรือหากมีงบประมาณอาจจะปรึกษาช่างหรือนักออกแบบก็ได้

รูปแบบและสไตล์

          เมื่อรู้ประโยชน์การใช้งานต่าง ๆ แล้ว ขั้นตอนต่อมาก็ต้องมาดูว่าเราชอบดีไซน์แบบไหน ไลฟ์สไตล์เราเป็นแบบไหน ดีไซน์ที่ต้องการเข้ากันกับภาพรวมของห้องหรือไม่ จะชอบแนววินเทจ คลาสสิก หรือโมเดิร์น ก็ควรจะกลมกลืนไปกับการตกแต่งห้องในส่วนอื่นด้วย

เตรียมพื้นที่หน้างาน

          การออกแบบต่อเติมหรือติดตั้งงานไม้ใหม่ ๆ นั้นจะใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก หากเป็นพื้นที่เดิมก็ต้องจัดเตรียมขนย้ายอุปกรณ์ หรือสิ่งกีดขวางออก เพื่อการทำงานจะได้สะดวกรวดเร็ว งานไม้ หรืองานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ต้องคำนวณพื้นที่ให้ลงตัวชัดเจน

งบประมาณ

          เป็นหัวใจหลักของทุกงานเลยก็ว่าได้ การกำหนดวางค่าใช้จ่ายไว้ก่อน จะช่วยให้เราตกแต่งต่อเติมได้อย่างสบายใจ เราอาจกำหนดเพดานไว้ว่าขั้นแรกไม่ให้เกินเท่านี้ สุดท้ายจะต้องไม่เกินงบเท่านี้ ซื้ออะไรก่อน-หลัง รวมถึงการเลือกใช้วัสดุ ไม้ MDF ให้เหมาะสมและได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด หากเราต้องการบิวท์อินก็ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดี เพราะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก งานบางอย่างสามารถสั่งทำจากข้างนอกเข้าไปติดตั้งก็จะประหยัดมากกว่า เช่น สั่งทำจากโรงงาน แล้วยกไปติดตั้ง การสั่งทำแบบลอยตัวแล้วจัดวางราคาจะถูกกว่างานบิวท์อิน 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียว

เลือกไม้ MDF แบบปิดผิว

          การปิดผิวไม้กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะสวยงามทนทาน ช่วยกันร้อน กันชื้น ช่วยให้ Composite Panel ของเราใช้งานได้อย่างทนทาน ไม้ MDF ที่เป็นที่นิยม จะเป็นแบบปิดผิวด้วยวัสดุลามิเนต เพราะจะช่วยกันน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง หากเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมาก หรือการต่อเติมแบบลอยตัว เมื่อรวมค่าแรงแล้วการต่อเติม ไม้ MDF ราคาจะอยู่ที่ 10,000 -12,000 ต่อเมตร หากเป็นไม้แบบปิดผิวด้วยวัสดุเมลามีน หรือไม้แบบที่เคลือบผิวสำเร็จจากโรงงาน จะประหยัดงบประมาณลงไปได้อีก เฟอร์นิเจอร์ที่ทำขายโดยทั่วไปจะใช้ไม้ชนิดนี้เป็นหลัก ราคาบิวท์อินโดยประมาณจะอยู่ที่ 6,000–8,000 ต่อเมตร 

. . . . . . . . . .

แนะนำ 10 ผลิตภัณฑ์จาก ไม้ MDF ยี่ห้อไหน แบบไหนน่าใช้งาน

1. วนชัย แผ่น MDF เปลือย ขนาด 120 x 240 เซนติเมตร หนา 12 มิลลิเมตร

          สำหรับไม้ MDF วนชัยแบบแผ่นเปลือย อัดความหนาแน่นปานกลาง ผลิตจากเส้นใยของไม้ เศษไม้ หรือพืชที่มีเส้นใย ผสมกาวและอัดเป็นแผ่นด้วยความร้อน ด้วยเครื่องอัดความร้อนสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ความหนาแน่น 600-800 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ผิวไม้มีความละเอียด เนียนเรียบ สวยงามสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น เหมาะใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ทำผนัง กั้นห้อง งานโครงสร้าง หรือใช้งานดีไซน์ออกแบบตกแต่งภายในเพื่อความสวยงาม สามารถนำไปดัดแปลงใช้งานขึ้นรูป ทำสี เซาะร่อง หรือตกแต่งผิวหน้าได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ แข็งแรงทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

  • ราคา 360 บาท / แผ่น

วนชัย แผ่น MDF

2. แม่ใหญ่ ไม้อัดยาง MDF ขนาด 120 x 240 เซนติเมตร หนา 10 มิลลิเมตร

          ไม้อัดยาง MDF ยี่ห้อแม่ใหญ่ แบรนด์ที่ได้รับความนิยมเรื่องวัสดุและผลิตภัณฑ์จากไม้มาอย่างยาวนาน ผลิตจากวัสดุคุณภาพดีจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน แข็งแรงทนทาน ทนความร้อนได้ดี เนื้อเหนียว หนาแน่น คงรูปได้ดี ไม่บิดงอง่าย ไม่แตกหักง่ายผิวหน้าสวย เรียบเนียน ทำสีพ่นทับ หรือทาทับได้เป็นอย่างดี ใช้เป็นผนังกั้นห้อง งานเฟอร์นิเจอร์ งานโครงสร้าง ตกแต่งภายใน หรือใช้เป็นวัสดุเพื่อการออกแบบดีไซน์เพื่อความสวยงาม สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลายตามความต้องการ ปลอดภัยเพราะผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทนทานตลอดอายุการใช้งาน ควรเลือกติดตั้งในพื้นที่แห้ง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีความเปียกชื้น

  • ราคา 345 บาท / แผ่น

แม่ใหญ่ ไม้อัดยาง MDF

3. CROBERN บัวพื้น MDF ขนาด 9.5 x 245 x 1 .6 เซนติเมตร สีโอ๊ค

          บัวพื้น MDF สำเร็จรูปแบรนด์ CROBERN อุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่ให้อารมณ์และความสวยงามเสมือนไม้จริง ผลิตจากโรงงานที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ออกแบบสีสันลวดลายอย่างสวยงาม ช่วยปิดรอยต่อระหว่างพื้นและผนังของบ้านเราให้ดูเรียบร้อยสวยงามมากขึ้น สร้างมิติใหม่ ๆ ให้กับบ้าน ป้องกันการเกิดรอยเปื้อน คราบสกปรกบนผนังขณะทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องทำสีเพิ่ม สะดวกรวดเร็ว ติดตั้งได้ง่าย ๆ โดยใช้กาวร้อนติดบัวพื้นเข้ากับผนัง เหมาะสำหรับใช้ตกแต่งภายใน

  • ราคา 199 บาท / แผ่น

CROBERN บัวพื้น MDF

4. W ME1 ประตูภายในเมลามีน MDF รุ่น SEMARANG TEAK ขนาด 80 X 200 เซนติเมตร สีโอ๊ค

          บานประตูบ้าน MDF สำหรับใช้ภายใน สไตล์โมเดิร์น แบรนด์ W ME1 ดีไซน์สวยงามทันสมัย ออกแบบลายไม้โดดเด่น ลวดลายแบบเซาะร่องสีดำเข้ม หรูหรา ดูดีมีระดับ ให้ความรู้สึกกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ปิดผิวด้วยเมลามีนแบบแนบสนิทกับผิวไม้ ช่วยเพิ่มความมันวาว เงางาม ช่วยปกป้องผิวไม้จากสภาวะต่าง ๆ สามารถใช้กับชุดเฟอร์นิเจอร์และห้องได้ทุกรูปแบบ โครงสร้างบานประตู SEMARANG TEAK เป็นไม้สังเคราะห์ แข็งแรง ไม่โก่งไม่บิดงอ เนื้อผิวประตู มีความหนาแน่นมาก ทนต่อแรงกระแทก ทนทานทุกสภาพการใช้งาน หมดปัญหาเรื่องมอด ปลวก และแมลงกัดเซาะต่าง ๆ บานประตูไม่เกิดเป็นคราบดำ ทำความสะอาดได้ง่าย ๆ เพียงผ้านุ่มชุบน้ำสะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง น้ำหนัก 21 กิโลกรัม

  • ราคา 1,990 บาท

W ME1 ประตูภายในเมลามีน

5. CROBERN ตัวจบระหว่างห้อง MDF ขนาด 40 x 2,450 x 12 มิลลิเมตร สี Cherry

          ตัวจบระหว่างห้อง ยี่ห้อ CROBERN ดีไซน์เรียบหรู กลมกลืนกับธรรมชาติ ด้วยลายไม้บนพื้นผิว เคลือบสี และลวดลายไม้ที่สมจริง ผลิตจากวัสดุ MDF (Medium Density Fiber Board) คุณภาพดี ได้มาตรฐานการผลิตที่ผ่านการรับรอง แข็งแรงทนทาน ทนต่อการใช้งาน ไม่ผุกร่อน หมดปัญหาเรื่องมอด ปลวก และแมลงกัดเซาะเนื้อไม้ ใช้จบงานเชื่อมพื้นไม้ที่อยู่ในระนาบเดียวกัน ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ติดตั้งได้ง่ายสะดวกรวดเร็ว เหมาะสำหรับใช้งานออกแบบตกแต่งภายใน

  • ราคา 169 บาท / แผ่น

CROBERN ตัวจบระหว่างห้อง MDF

6. FURDINI ชั้นวางของ MDF รุ่น BS-1702 ขนาด 43 x 176.5 x 40 เซนติเมตร สี Red Oak

          ชั้นวางของ MDF จากแบรนด์ FURDINI ช่วยตกแต่งบ้าน จัดเก็บสิ่งของต่าง ๆ ให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ดีไซน์สวยงามทันสมัย โครงสร้างเป็นเหล็กชุบโครเมียม แข็งแรงทนทาน แผ่นชั้นไม้ทำจาก MDF (Medium-Density Fiber Board) คุณภาพดี แน่นหนาเนื้อละเอียด เรียบเนียนทั่วแผ่น ดูเป็นธรรมชาติ ปิดผิวด้วยวัสดุ PVC ช่วยเคลือบพื้นผิวป้องกันรอยขีดข่วน ความร้อนและความชื้น FURDINI BS-1702 เป็นชั้นวางของแบบ 5 ชั้น เปิดโล่ง ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย สามารถใช้สำหรับวางหนังสือ อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ หรือสิ่งของได้ตามต้องการ รองรับน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม สามารถประกอบติดตั้งเองได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง 

  • ราคา 290 บาท

FURDINI ชั้นวางของ MDF

7. METRO ไม้อัด MDF เปลือย ขนาด 120 x 240 เซนติเมตร หนา 15 มิลลิเมตร

          ไม้อัด MDF แบรนด์ METRO ผลิตจากเศษไม้สับละเอียด บดจนเป็นเนื้อ Fiber อบด้วยความร้อนและอัดเป็นแผ่นด้วยแท่นอัดร้อนแรงดันสูง ขัดผิวตัดขนาดด้วยมาตรฐานการผลิตที่มีคุณภาพ แข็งแรงทนทาน เนื้อไม้แน่น เรียบสม่ำเสมอทั่วแผ่น ขึ้นรูปง่าย เหมาะสำหรับงานหน้าบานเฟอร์นิเจอร์ ทำบานประตู สามารถนำไปปิดผิวด้วยวัสดุตกแต่งผิวหน้าหลากหลาย เช่น กระดาษ PVC HPL หรือ Melamine ได้รับมาตรฐานการจัดการ ISO 9001 – 2008 มาตรฐานสินค้า European Standard BS EN 622-5 : E2 / E1 / E0 / SE0

  • ราคา 215 บาท

METRO ไม้อัด MDF

8. Woodland ไม้ MDF เคลือบขาว ขนาด 120 x 240 เซนติเมตร หนา 10 มิลลิเมตร

          MDF เคลือบขาวจากแบรนด์ Woodland ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เคลือบผิวหน้าด้วยโพลีเอสเตอร์เรซิน (Polyester Resin) เพื่อให้เนื้อไม้เงามัน ช่วยให้ทนความร้อนทนชื้นได้เป็นอย่างดี แข็งแรงทนทาน เรียบเสมอตลอดทั่วแผ่น ตัดแต่ง เจาะ เซาะร่องได้สวย เหมาะสำหรับใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ หรือออกแบบดีไซน์ ตกแต่งภายในทั่วไป เพื่อความสวยงาม อายุการใช้งานยาวนาน

  • ราคา 545 บาท / แผ่น

Woodland ไม้ MDF เคลือบขาว

9. CROBERN ตัวจบขอบประตู MDF ขนาด 40 x 2450 x 12 มิลลิเมตร สี CHERRY

           ตัวจบขอบประตูสำเร็จรูป CROBERN MDF ดีไซน์สวยงามเรียบหรู เป็นธรรมชาติด้วยลายไม้บนพื้นผิว ลวดลายไม้สมจริงเหมือนไม้แท้ ช่วยให้การตกแต่งพื้นบ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะสำหรับใช้จบงานเชื่อมพื้นไม้ที่อยู่ระนาบต่างกัน หรือใช้จบงานขอบพื้นแบบยกระดับขึ้น เช่น ธรณีประตู ผลิตจากไม้ MDF คุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ทนต่อการใช้งาน ปราศจากมอด ปลวก และแมลงกัดเซาะ ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ติดตั้งได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว เหมาะสำหรับงานออกแบบตกแต่งภายใน

  • ราคา 169 บาท / ชิ้น

CROBERN ตัวจบขอบประตู MDF

10. FURDINI ฉากกั้น MDF 24808 ขนาด 130.5 x 178.5 x 2.1 เซนติเมตร สีวอลนัท Walnut

          ฉากกั้น MDF 3 บาน แบบพับเก็บได้จากแบรนด์ FURDINI ดีไซน์เรียบหรูสวยงาม โดดเด่นมีเอกลักษณ์ ผลิตจาก MDF (Medium-Density Fiber Board) คุณภาพดี พื้นผิวละเอียด เรียบเนียน ปิดผิวด้วยวีเนียร์ (Veneer) ให้ความสวยงาม และผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติเหมือนไม้จริง หน้าบานฉลุลาย ช่วยในการระบายอากาศได้ดี เคลื่อนย้ายได้ง่ายสะดวกรวดเร็ว ใช้กั้นพื้นที่ห้องทำงาน ห้องแต่งตัว หรือพื้นที่ส่วนต่าง ๆ แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน สร้างพื้นที่ความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับใช้งานภายในอาคาร

  • ราคา 3290 บาท

FURDINI ฉากกั้น MDF

. . . . . . . . . .

วิธีการดูแลรักษา ไม้ MDF เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่ายาวนาน

          วัสดุต่าง ๆ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้นั้นมีเสน่ห์ มีความสวยงาม แต่ก็ค่อนข้างมีราคาที่สูงกว่าวัสดุประเภทอื่น แต่ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบที่จะนำมาใช้งาน เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่น และรู้สึกเข้าถึงความเป็นธรรมชาติได้มากกว่าวัสดุอื่น ๆ นอกจากนั้น ไม้ยังมีลวดลายเฉพาะตัวที่สวยงาม แม้ว่าไม้จะมีความแข็งแรงทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนานก็ตาม แต่ก็ต้องได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี รวมถึงไม้อัดและไม้ MDF ด้วยก็เช่นเดียวกัน เราจะมาแนะนำวิธีการถนอมไม้ MDF ว่ามีวิธีอะไรบ้าง

1. ไม่ควรวางไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่ทำด้วยไม้ MDF ใกล้แหล่งความร้อน หรือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ใกล้แหล่งกำเนิดไฟ หรือแสงแดดจัดมากเกินไป นอกจากจะทำให้เกิดการบิดงอได้แล้ว ก็ยังอาจจะทำให้สีและลายไม้ซีดจางลงได้อีกด้วย

2. ไม่ควรวางบนพื้นที่มีความเปียกชื้น ใกล้ประตูหน้าต่างหรือใกล้บริเวณที่มีละอองน้ำกระเซ็นถึง  

3. ระมัดระวังไม่ให้ของแข็งหรือของแหลมมีคม ขีดข่วน หรือกระแทกลงบนเนื้อไม้โดยตรง 

4. ระวังไม่ให้มีน้ำหยดลงบนเนื้อไม้ ไม่ควรวางใต้เครื่องปรับอากาศ ใกล้ห้องน้ำ เพราะจะทำให้เนื้อไม้เป็นรอยด่าง หรือเกิดเชื้อรา

5. ต้องคอยตรวจตรา มอด ปลวก และแมลงกัดเซาะอยู่เสมอ ไม่ควรวางไว้ในที่อับที่ดูแลรักษายาก 

. . . . . . . . . .

           ต้องบอกว่าไม้ MDF ในปัจจุบันนั้นได้รับความนิยมสูงมาก เราจะสังเกตได้ว่าทั้งเฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศ หรือเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน จากแบรนด์ดัง ๆ ที่วางขายอยู่ในห้างทั่ว ๆ ไปนั้น ส่วนใหญ่ล้วนทำมาจาก MDF แทบทั้งสิ้น ปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ส่งผลให้ไม้ชนิดนี้ได้รับความนิยมมาก ๆ ก็อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นแล้ว ทั้งความสวยงามของเนื้อไม้ที่ให้ความรู้สึกสัมผัสกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ให้ผิวไม้ที่ใกล้เคียงกับเนื้อไม้จริง รวมถึงประโยชน์ใช้สอยและการออกแบบตกแต่งเนื้อไม้ ที่สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ และที่สำคัญที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องงบประมาณ เพราะเมื่อเทียบกับคุณภาพการใช้งานที่มีความหลากหลายแล้ว ต้องถือว่าไม้ MDF ตอบโจทย์เราได้ครอบคลุมจริง ๆ ไม่ว่าจะใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงชิ้นใหญ่ ๆ หรืองานประกอบแบบบิวท์อิน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าวัสดุชนิดต่าง ๆ นั้น นอกจากการใช้งานแล้ว การดูแลที่ดีก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน ใครที่กำลังมองหาวัสดุทดแทนไม้จริงเพื่อต่อเติมภายในบ้าน หรือออฟฟิศสำนักงาน ที่ให้ทั้งความสวยงาม คุณภาพ และความคุ้มค่า เราขอแนะนำให้ลองพิจารณาไม้ MDF วัสดุทำเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านยอดนิยม แข็งแรง สวยงาม ทนทาน ใช้งานได้หลากหลาย ในราคาที่ไม่แพง