logo

          การเกิดขึ้นของ Sound Bar ส่วนหนึ่งก็คงมาจากปัจจุบันด้วยขนาดที่บางเฉียบของทีวีจอแบนทั้งหลาย มาด้วยภาพที่คมชัด ทำให้ทีวีจอแบนเป็นที่นิยมที่สร้างความบันเทิงในบ้านได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ทีวีจอแบนจะให้ภาพที่คมชัดเท่าไหร่ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ทีวีจอแบนขาดไป ก็คือ ระบบเสียงที่สมบูรณ์แบบ เนื่องด้วยขนาดที่บางเฉียบของทีวีจอแบน ทำให้ผู้ผลิตทีวีจอแบนทั้งหลายไม่สามารถใส่ลำโพงที่มีขนาดใหญ่เข้าไปในตัวทีวีได้ รวมทั้งการวางตำแหน่งของลำโพงก็หันไปด้านหลังของทีวีบ้างหรือไม่ก็หันลงด้านล่างบ้าง ผิดทิศผิดทาง ทำให้พลังเสียงที่ออกมาไม่สะใจสายบันเทิงสักเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ช่วยให้ระบบเสียงของทีวีจอแบนของเพื่อน ๆ สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น คอนโดนิวบ์พูดคุย Gadget จะพาไปทำความรู้จักกับ Sound Bar กัน

. . . . . . . . . .

Sound Bar คืออะไร

          สำหรับ Sound Bar คือระบบลำโพงแบบออลอินวันที่ให้เสียงทีวีคุณภาพสูง โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มากมายและเสียค่าใช้จ่ายสูงอย่างเครื่องรับโฮมเธียเตอร์ และยังต้องมาตั้งค่าลำโพงเสียงรอบทิศทางให้ยุ่งยาก ลักษณะที่เรียวและเป็นแท่งยาวของ Sound Bar จะมีลำโพงตั้งแต่สองตัวขึ้นไปและในรุ่นสูง ๆ ก็อาจให้เสียงสเตอริโอหรือเสียงเซอร์ราวด์อีกด้วย Sound Bar บางรุ่นก็จะมาพร้อมกับซับวูฟเฟอร์แยกต่างหาก สำหรับการสร้างเสียงเบสที่หนักแน่นขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่ม effect ให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์และดนตรีให้สมจริงมากขึ้น

เปรียบเทียบ Sound Bar กับลำโพงทั่วไป

          ด้วยรูปทรงที่เรียวเป็นแท่งยาวของ Sound Bar อันสวยงามและให้เสียงที่ดีกว่าลำโพงจากทีวีจอแบน เราจะมาดูกันว่า Sound Bar มีข้อดีและน่าสนใจอย่างไรเมื่อเทียบกับลำโพงโดยทั่วไป

Sound Bar

  • ราคาไม่แพง
  • ติดตั้งง่าย เพียงวางไว้ด้านหน้าทีวี หรือแขวนอยู่ใต้ทีวี
  • ให้เสียงที่ดีกว่าลำโพงของทีวีมาก
  • ใช้พื้นที่น้อยกว่าการใช้ลำโพงทั่วไป
  • Sound Bar รวมลำโพงทุกตัวอยู่ในแท่งเรียวยาวเพียงชิ้นเดียว ยกเว้นบางรุ่นที่ต้องการเสียงเบสที่แน่น ก็จะมีตัว ซับวูฟเฟอร์แยกมาต่างหาก
  • บางรุ่นที่ Advance จะมาพร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์
  • การเชื่อมต่อมีทั้งแบบ Bluetooth หรือ Optical และ HDMI

ลำโพงทั่วไป

  • ต้องติดตั้งลำโพงตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป
  • ใช้พื้นที่มากในการวางลำโพงหลายตัว
  • บางครั้งต้องใช้สายเคเบิ้ลเดินข้ามห้องไปมา
  • ราคาแพง เพราะต้องซื้อทั้งตัว Receiver AV และลำโพง ถ้าต้องการระบบเสียงที่ดี ก็ต้องใช้ลำโพงหลายตัว

. . . . . . . . . .

แนะนำ Sound Bar ที่น่าใช้

          สำหรับ Sound bar ยี่ห้อไหนดี วันนี้เราจะมาแนะนำยี่ห้อที่น่าสนใจและน่าใช้ของแต่ละยี่ห้อดัง ๆ เพื่อเป็นไอเดียในการเลือกซื้อที่เหมาะสมและคุ้มค่าคุ้มราคากัน

1. Sonos Arc Soundbar Speaker 

  • ราคา 42,900 บาท

          รุ่นนี้จัดได้ว่าเป็นซาวด์บาร์ระดับ Hi-End ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานแบบจัดเต็มให้ระบบเสียงแบบ 5.0.2 ด้วย Dolby Atmos และเป็นระบบเสียง 5.0 เมื่อไม่ได้ใช้ มีวูฟเฟอร์แปดตัวและทวีตเตอร์สามตัวในแต่ละตัวมีแอมพลิไฟเออร์ระบบดิจิตอล Class-D ในตัว มาพร้อมไฟแสดงผล LED และรองรับการควบคุมด้วยระบบสัมผัส รองรับ Lan และ Wifi มีสายรองรับทั้ง HDMI ARC และ Optical รวมถึงยังรองรับการสั่งการด้วยเสียงอีกด้วย รองรับการ Streaming จากบริการต่างๆอย่างครบครัน และภายในยังมาพร้อม CPU Quad Core 1.4 GHz A-53 และ Memory 1GB SDRAM 4GB NV อีกด้วย การออกแบบมีการจัดวางไดรเวอร์มาเป็นอย่างดีเพื่อการขับเสียงในระบบรอบทิศทางสมจริงในสไตล์ Dolby Atmos

Sonos Arc Soundbar Speaker

จุดเด่น

  • มีไฟแสดงผล และควบคุมด้วยระบบสัมผัส
  • ระบบเสียงแบบ Dolby Atmos (ผ่าน HDMI eARC / ARC)
  • เป็นลำโพง Soundbar อัจฉริยะระดับ Hi-End
  • รองรับบริการ Streaming ผ่าน Apple AirPlay 2
  • รันบนแอป Sonos S2 ตัวใหม่
  • รองรับ Google Assistant และ Amazon Alexa
  • รองรับ Sonos multiroom

ข้อมูลจำเพาะ

  • ขนาด W x H x D (mm) 87 x 1141.7 x 115.7
  • น้ำหนัก 6.25 กิโลกรัม
  • ระบบเสียง 5.0.2
  • การเชื่อมต่อลำโพง (Input) Ethernet, Airplay, HDMI, Optical TOSLINK, WIFI

. . . . . . . . . .

2. Klipsch Cinema 600 + Surround 3 Soundbar 

  • ราคา 33,900 บาท

          รุ่นนี้มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สาย 10 นิ้ว และลำโพง Surround 3 สำหรับตั้งด้านหลังอีก 2 ตัว เพื่อให้เป็นระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1Ch มีชาแนลกลาง เสียงพูดฟังชัด ไม่ถูกเสียงอื่นกลบ ลำโพง Surround 3 wireless speakers ทำให้จากระบบเสียง 3.1 ชาแนล เป็น 5.1 ชาแนล คือจะมีทิศทางเสียงจากด้านหลังเพิ่มเข้ามา สำหรับลำโพงแบรนด์ Klipsch นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบที่มีความคลาสสิค หรูหราและด้วยไดรเวอร์แบบพิเศษ ทำให้มีคุณภาพเสียงที่ดี มีการเชื่อมต่อทั้งแบบสายและแบบไร้สาย มีระบบเสียง Dolby Digital Audio ทำให้มีทิศทางเสียงที่สมจริง แยกกันชัดเจน ทั้งส่วนของรายละเอียดเสียงและเอฟเฟ็กต์ ให้ความรู้สึกเหมือนชมอยู่ในโรงภาพยนต์

Klipsch Cinema 600 + Surround 3 Soundbar

จุดเด่น

  • ซาวด์บาร์เชื่อมต่อกับซับวูฟเฟอร์ไร้สายด้วย Wireless 2.4 GHz ทำให้วางตำแหน่ง Subwoofer ได้อย่างอิสระ
  • Subwoofer ไร้สายขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้ว
  • Cinema 600 รองรับระบบเสียง Dolby Audio ด้วยการประมวลผลแบบแยกสำหรับบทสนทนา
  • Cinema 600 ระบบเสียงแบบ True 3.1 System
  • Surround 3 ประมวลผล Dolby 5.1 โดยอัตโนมัติ
  • รีโมทระดับพรีเมี่ยมที่มีปุ่ม LED ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อให้คุณควบคุมได้เต็มที่แม้ไฟจะสว่างน้อย
  • แอพ KLIPSCH ช่วยการอัพเดตเฟิร์มแวร์ของผลิตภัณฑ์ได้

ข้อมูลจำเพาะ

Sound bar
  • ขนาด W x H x D (mm) 114.3 x 730 x 860
Subwoofer
  • ขนาด W x H x D (mm) 3600 x 4700 x 3700
  • น้ำหนักรวม 13.97 กิโลกรัม
  • Input เชื่อมต่อลำโพง HDMI-ARC • Bluetooth • 3.5mm Analog • Optical Digital
  • การตอบสนองความถี่ 28-20000 Hz
  • กำลังขับสูงสุด 600W

. . . . . . . . . .

3. SAMSUNG HW-Q950T 9.1.4 CH SOUNDBAR DOLBY ATMOS / DTS-X 

  • ราคา 24,990 บาท

           มาถึง Sound Bar Samsung รุ่นนี้เหมาะมากกับการชมภาพยนตร์ที่สมจริง ออกแบบให้มีดีไซน์ที่พรีเมียมสวยหรูเข้าคู่กับ QLED ของ Samsung ตัวซาวด์บาร์ทำด้วยเนื้อผ้าจาก KVADRAT ที่ประณีตและสวยหรู ให้คุณภาพเสียงที่สมจริงในระบบเสียง 9.1.4 Channel ประกอบด้วยลำโพงยิงเสียงขึ้นด้านบนและด้านข้างในตัว Sound Bar และยังมีลำโพงหลังที่แยกออกไปอิสระอีก 1 คู่ที่ยังสามารถยิงเสียงขึ้นด้านบนอีกด้วย รองรับระบบเสียงเซอร์ราวด์ Dolby Atmos, DTS:X และขั้วต่อ HDMI eARC ที่รองรับการส่งผ่านสัญญาณวิดีโอ 4K HDR10+ passthrough และอีกหนึ่งคุณสมบัติคือ ‘Q-Symphony’ ทำให้ทีวีรุ่นใหม่ปี 2020 ของ Samsung ใช้งาน Sound Bar โดยให้ทำงานผสานกับลำโพงในตัวทีวีได้ และยังรองรับ SmartThings และ Amazon Alexa ที่ built-in มาในตัว

SAMSUNG HW-Q950T

จุดเด่น

  • One Remote Control ควบคุมซาวด์บาร์ ได้ด้วยรีโมทของทีวี Samsung
  • HDMI eARC รับฟังเสียงคุณภาพแบบ Lossless แม้จะต่ออุปกรณ์เครื่องเล่น UBD หรือเกมคอนโซลกับทีวีอยู่
  • Game Mode Pro จะเปลี่ยนเป็น Game Mode ให้อัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อเข้ากับทีวี Samsung ให้เสียงรอบทิศทาง
  • Adaptive sound ช่วยให้ได้ยินเสียงได้อย่างชัดเจนที่แม้ระดับเสียงต่ำ ๆ เช่นเสียงบทสนทนาเงียบ ๆ
  • Dolby Atmos และ DTS:X ช่วยให้รับฟังเสียงที่มีเอกลักษณ์แบบต่าง ๆ ได้ทั้งรอบ ๆ และเหนือตัวราวกับได้เข้าไปอยู่ในหนังเอง
  • HDR 10+ สัมผัสเสียงอันน่าประทับใจของคอนเทนต์ HDR 10+ ได้อย่างเต็มที่ เป็นเสียงแบบ Lossless ที่แตกต่างออกไป ซึ่งเข้ากับภาพที่อัดแน่นไปด้วยรายละเอียด

ข้อมูลจำเพาะ

Sound bar
  • ขนาด W x H x D (mm) 1232 x 69.5 x 138
  • น้ำหนัก 7.1 กิโลกรัม
Subwoofer  
  • ขนาด W x H x D (mm) 210 x 403 x 403
  • น้ำหนัก 9.8 กิโลกรัม
ลำโพงคู่หลัง  
  • ขนาด W x H x D (mm) 120 x 210 x141
  • น้ำหนัก 2.1 กิโลกรัม
  • จำนวนของลำโพง 0 ตัว
  • Input เชื่อมต่อลำโพง Optical TOSLINK/ Bluetooth
  • กำลังขับสูงสุด 546 Watt

. . . . . . . . . .

4. Bose Smart Soundbar 300 

  • ราคา 15,290 บาท

          Bose Smart Soundbar 300 เป็นระบบเสียง 3.0Ch โดยมีทวีตเตอร์วางอยู่ตรงกลางทำให้เสียงสนทนามีความชัดเจน มีไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ 4 ตัว โดย 2 ตัวจะวางอยู่ข้างทวีตเตอร์ และอีก 2 ตัววางอยู่ด้านข้างโดยทำมุมเล็กน้อยไปทางด้านหน้า ซึ่งช่วยแยกและกำหนดทิศทางของเสียงให้ไปทางซ้ายและทางขวา ทำให้ได้เสียงที่กว้างและครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วถึง นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับซับวูฟเฟอร์หรือลำโพงเซอร์ราวด์ที่เป็นอุปกรณ์ เสริมได้ด้วย มีการเชื่อมต่อได้ทั้ง WiFi และ บลูทูธ การควบคุมด้วยเสียงในตัว การเชื่อมต่อกับทีวีผ่านสายสัญญาณเสียงออปติคอล หรือผ่านสาย HDMI (แยกจำหน่าย) โดยทั่วไป Bose มักเก็บข้อมูลของไดรเวอร์และตัวขยายเสียงเป็นความลับ และมักไม่เคยพูดถึงประเภทของไดรเวอร์ที่ใช้ กำลังขับหรือการตอบสนองความถี่เลย Sound Bar Bose รุ่นนี้ไม่รองรับระบบ DTS

Bose Smart Soundbar 300

จุดเด่น

  • Voice4Video ช่วยเพิ่มเสริมการใช้งานเสียงของ Alexa ให้ดีขึ้น
  • Voice Assistants Amazon ทำงานได้กับ Alexa และ Google Assistant ทำให้ควบคุมความบันเทิง, จัดการงานประจำวัน, รับข่าวสาร โทรออกหรือรับสายแบบแฮนด์ฟรีได้
  • QuietPort มีไมโครสกรีนที่ลดความผิดเพี้ยนของเสียง เพื่อให้เสียงเบสชัดเจนและนุ่มนวลขึ้น
  • SimpleSync ซาวด์บาร์จับคู่กับหูฟัง Bose สำหรับการฟังเพลงแบบส่วนตัว หรือ จับคู่ลำโพง Bose เพื่อการฟังเพลงแบบลำโพงคู่
  • ไมค์ที่ตัดเสียงรบกวน รับคำสั่งได้ดีในทุกๆ ทิศทาง แม้เสียงดัง
  • การฟังเพลงโดยเชื่อมผ่าน Wi-Fi, Bluetooth, Apple AirPlay 2, และ Spotify
  • มีซอฟต์แวร์ปรับแต่งแบบเรียลไทม์ อัตโนมัติ ในขณะเล่นภาพยนตร์, เพลง, หรือ เกม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับฟังให้ดีขึ้น

ข้อมูลจำเพาะ

Sound bar
  • ขนาด W x H x D (mm) 698. x 57.15 x 101.6
  • น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม
  • Input เชื่อมต่อลำโพง HDMI, Optical TOSLINK/ Bluetooth

. . . . . . . . . .

5. Sony HT-S700RF Soundbar 

  • ราคา 13,990 บาท

          Sony HT-S700RF ให้ระบบเสียงแบบ True Surround 5.1 เติมเต็มเสียงกระหึ่มจากภาพยนตร์ผ่านทาง Sound Bar 3 แชนแนล ซับวูฟเฟอร์ และลำโพงด้านหลัง Tall-boy อันทรงพลัง รุนนี้ให้กำลังขับรวม 1000W สร้างความมหัศจรรย์แห่งเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางได้อย่างเต็มพิกัด จุดเด่นคือเบสที่ลึกและแน่น ส่วนของเสียงกลางมีเนื้อเสียงที่โปร่งใส ฟังสบายหู ส่วนของเสียงสูง เนื้อเสียงคมชัด แจกแจงรายละเอียดได้ดี ปลายเสียงไม่มีเสียงแตกพร่า ให้เวทีเสียงที่กว้างและมีรายละเอียดครบถ้วน ลำโพง Tallboy ช่วยสร้างเสียงจากด้านหลังให้เสมือนจริงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสตรีมเพลงจากสมาร์ทโฟนผ่านการเชื่อมต่อ Bluetooth ได้ด้วย

Sony HT-S700RF Soundbar

จุดเด่น

  • Surround Tallboy ตั้งวางได้ยืดหยุ่น
  • ระบบเสียง True Surround 5.1
  • ระบบเสียง Dolby Digital และ DTS
  • แอมป์ภายในตัวที่มีแรงขับสูงถึง 1000W
  • ควบคุมผ่านรีโมท
  • เรียกดูและควบคุมผ่าน App Sony | Music Center2

ข้อมูลจำเพาะ

Sound bar
  • ขนาด W x H x D (mm) 900 x 64 x 90
  • น้ำหนัก 3.0 กิโลกรัม
Subwoofer
  • ขนาด W x H x D (mm) 231 x 438 x 378
  • น้ำหนัก 10.2 กิโลกรัม
ลำโพงหลัง

ขนาด W x H x D (mm) 78 x 1200 x 78

น้ำหนัก 3.6 กิโลกรัม

ระบบเสียง 5.1Ch

การเชื่อมต่อลำโพง (Input) HDMI, Optical TOSLINK, AUX (3.5mm)

การเชื่อมต่อลำโพง (Output) บลูทูธ

. . . . . . . . . .

6. Sound bar Harman Kardon SB20 

  • ราคา 11,50 บาท

          รุ่นนี้ออกแบบให้มีรูปทรงโมเดิร์นสวยงามช่วยเสริมรูปลักษณ์ของทีวีจอแบนที่บางเฉียบ โดยผสานรวมเข้ากับทีวีที่มีสไตล์และมีรูปทรงเพรียวบางที่สุดอย่างลงตัว ในขณะที่ Subwoofer ให้เสียงที่นุ่มลึกและทรงพลังสมบูรณ์แบบในระดับโรงภาพยนต์ พร้อมสัมผัสประสบการณ์เสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริงด้วย Harman Display Surround ทำให้ความบันเทิงภายในบ้านมีชีวิตชีวา เพลิดเพลินกับภาพยนตร์เพลงกีฬาและเกมที่ชื่นชอบได้อย่างสนุกสนาน การเชื่อมต่อด้วยสายใช้เพียงสายเดียวที่มาครบทั้ง HDMI ARC, อนาล็อก Audio และ Optical หรือการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth ผ่านทาง Smart Phones หรือ Tablet เพื่อสร้างเสียงเพลงภายในบ้านให้มีชีวิตชีวา และด้วยคุณสมบัติพิเศษ Harman Volume เราจะไม่ต้องตกใจกับเสียงโฆษณาแทรกที่จู่ ๆก็ดังขึ้นมาอย่างกระทันหัน Harman Volume จะรักษาระดับการเปลี่ยนเสียงให้เป็นไปอย่างราบรื่นและสม่ำเสมอ เพื่อให้ความบันเทิงเป็นไปอย่างไม่สะดุด

Sound bar Harman Kardon SB20

จุดเด่น

  • ระบบเสียง Stereo 2.1
  • Sound bar มีไดร์เวอร์ถึง 6 ตัว แบ่งเป็น
  • ไดร์เวอร์แบบ Full Range ขนาด 2.25” (2.25นิ้ว) 4 ตัว Dome Tweeter ขนาด 1.25” (1.25นิ้ว) 2 ตัว
  • Subwoofer เชื่อมต่อแบบไร้สาย ภายในมีไดร์เวอร์ขนาด 6.5นิ้ว
  • รองรับ Dolby Digital Decoding
  • Harman Display Surround mode สร้างเสียงเซอร์ราวด์เสมือนจริง

ข้อมูลจำเพาะ

Sound bar
  • ขนาด W x H x D (mm) 54 x 97 x 1008
  • น้ำหนัก 2.3 กิโลกรัม
Subwoofer 
  • ขนาด W x H x D (mm) 240 x 240 x 318
  • น้ำหนัก 5.1 กิโลกรัม
  • Input เชื่อมต่อลำโพง Optical TOSLINK/ Bluetooth
  • การตอบสนองความถี่ 45-20,000 Hz
  • กำลังขับสูงสุด 300 Watt

. . . . . . . . . .

7. Polk Signa S2 Sound Bar 

  • ราคา 9,900 บาท

          Polk Signa S2 รุ่นนี้สร้างสียงเซอร์ราวด์ที่ปรับแต่งประสิทธิภาพผ่านอาร์เรย์ไดรเวอร์ และการถอดรหัส Dolby Digital 5.1 เพื่อสร้างเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางที่ยอดเยี่ยมจากซาวด์บาร์ขนาดเล็กและซับวูฟเฟอร์ไร้สาย

          ด้วยเทคโนโลยี POLK VOICEADJUST ปรับแต่งระดับเสียงเพื่อสร้างบทสนทนาที่คมชัดและไม่พลาดแม้แต่คำเดียวของภาพยนตร์รายการทีวีหรือการแข่งขันกีฬา มีโหมดกลางคืน เพื่อการฟังที่ไม่รบกวนคนอื่นในและรอบ ๆ บ้านของคุณ และการเข้าถึงโหมดกลางคืนเพียงกดปุ่มเพื่อลดเสียงเบส และเพิ่ม VoiceAdjust เพื่อการสนทนาที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ต้องเพิ่มระดับของเสียงหลักเลย

Polk Signa S2 Sound Bar

จุดเด่น

  • Polk Audio สร้างเสียงสนทนาที่ชัดเจน
  • รองรับ Dolby Digital
  • สามารถควบคุม Signa S2 จากรีโมททีวีได้ด้วย
  • เข้าถึง EQ ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าเพียงปุ่มเดียวสำหรับภาพยนตร์และเพลง

ข้อมูลจำเพาะ

ซาวด์บาร์
  • ขนาด W x H x D (mm) 899 x 54 x 81
  • น้ำหนัก 1.9 กิโลกรัม
Subwoofer
  • ขนาด W x H x D (mm) 171 x 349 x 313
  • น้ำหนัก 2.1 กิโลกรัม
ลำโพงหลัง
  • ขนาด W x H x D (mm) 171 x 340 x 310
  • น้ำหนัก 3.6 กิโลกรัม
  • ระบบเสียง 2.1Ch
  • การเชื่อมต่อลำโพง (Input) HDMI, Optical TOSLINK, AUX (3.5mm)
  • การเชื่อมต่อลำโพง (Output) บลูทูธ

. . . . . . . . . .

8. Pioneer SBX101 Sound Bar 

  • ราคา 8,900 บาท

          Pioneer SBX-101 รุ่นนี้ให้เสียงที่สมจริงในราคาที่ไม่แพง ไม่ว่าจะรับชมภาพยนตร์แอ็คชั่นที่น่าตื่นเต้นหรือผ่อนคลายไปกับดนตรี SBX-101 ก็มีเบสที่นุ่มลึกและเสียงสูงชัดเจน แม้ว่า SBX-101 จะมีดีไซน์ที่บางและน้ำหนักเบา แต่ก็ให้เสียงที่น่าทึ่ง ซับวูฟเฟอร์ที่เชื่อมต่อแบบไร้สายทำให้การวางของลำโพงมีความยืดหยุ่น ซาวด์บาร์ออกแบบมาเพื่อสร้างความถี่สูงและกลาง ในขณะที่ซับวูฟเฟอร์ให้เสียงความถี่ต่ำ กำลังขับสูงสุด 108 วัตต์เอาต์พุตของ SBX-101 จึงเพียงพอสำหรับบ้านขนาดเล็ก ความสูงของ SBX-101 มีเพียง 60 มม. สามารถวางไว้ด้านหน้าทีวีทั่วไปโดยไม่บังหน้าจอ และยังสามารถเล่นไฟล์เพลงผ่านอินเทอร์เฟซ USB ได้

Pioneer SBX101 Sound Bar

จุดเด่น

  • ลำโพงซาวน์บาร์ใช้งานง่ายไม่บังหน้าจอ
  • มาพร้อมกับ Subwoofer แยกในตัวเสียงเบสแน่น
  • เชื่อมต่อ Bluetooth ได้ใช้งานง่าย
  • Subwoofer เชื่อมต่อกับ Bluetooth ยืดหยุ่นในการวาง

ข้อมูลจำเพาะ

ซาวด์บาร์
  • ขนาด W x H x D (mm) 880 x 55 x 80
  • น้ำหนัก 1.59 กิโลกรัม
Subwoofer
  • ขนาด W x H x D (mm) 200 x 292 x 230
  • น้ำหนัก 3.0 กิโลกรัม
  • ระบบเสียง 5.1
  • การเชื่อมต่อลำโพง (Input) Optical TOSLINK, AUX (3.5mm), บลูทูธ, USB
  • การเชื่อมต่อลำโพง (Output) บลูทูธ

. . . . . . . . . .

 

9. Sound Bar JBL Cinema SB160 

  • ราคา 16,000 บาท

          มาถึง Sound Bar รุ่นนี้ มาในรูปทรงคลาสสิคเรียบง่าย ให้มิติของเสียงที่ชัดเจน และทิศทางเสียงถูกต้องสมจริง เสียงกลาง มีความใส ฟังได้ชัดเจน เสียงแหลมสามารถแยกรายละเอียดได้ดี ไม่บาดหู ส่วนเสียงเบสก็แน่นและนุ่มลึกสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบสายผ่าน Digital Optical และ HDMI ARC แบบสายเดียวแต่ใช้งานได้ครบ และไร้สายผ่านทาง Bluetooth ทั้ง Sound Bar และ SubWoofer มาด้วยระบบเสียง Stereo 2.1 มีตัวไดร์เวอร์ภายในที่ช่วยขับพลังเสียงได้เต็มเปี่ยม นอกจากนี้ยังมีตัวซับวูฟเฟอร์ที่ขับเสียงเบสได้กระหึ่ม แถมรองรับระบบ Dolby Digital Embedded เสมือนหนึ่งรับชมในโรงภาพยนตร์กันเลยทีเดียว

Sound Bar JBL Cinema SB160

จุดเด่น

  • ระบบเสียง Stereo 2.1
  • Sound bar มา พร้อมตัว Subwoofer ที่ให้เสียงเบสนุ่มลึก
  • สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบสายและไร้สาย
  • แรงขับสูงถึง 220 วัตต์
  • รองรับระบบ Dolby Digital Embedded
  • มี Amplifier ภายในตัว

ข้อมูลจำเพาะ

Sound bar
  • ขนาด W x H x D (mm) 900 x 67 x 63
  • น้ำหนัก 1.65 กิโลกรัม
Subwoofer  
  • ขนาด W x H x D (mm) 170 x 345 x 313
  • น้ำหนัก 5 กิโลกรัม
  • Input เชื่อมต่อลำโพง Optical TOSLINK/ Bluetooth
  • การตอบสนองความถี่ 40-20,000 Hz
  • กำลังขับสูงสุด 220 Watt

. . . . . . . . . .

10. Creative Stage Sound Bar 

  • ราคา 2,990 บาท

          รุ่นนี้ออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่คงความทันสมัยตามสไตล์ Creative ซาว์บาร์นี้มาพร้อมกับชุดติดตั้งบนผนังเพื่อให้ติดเข้ากับผนังได้อย่างสะดวก และคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมใช้กำลังขับ 160W Peak ระบบเสียง 2.1Ch ประสิทธิภาพสูงมีไดร์เวอร์ระดับกลางที่ปรับแต่งเองได้สองตัว เพื่อความชัดเจนของบทสนทนาและประสิทธิ ภาพเสียงที่น่าทึ่ง Creative Stage มาคู่กับซับวูฟเฟอร์ ให้เสียงเบสที่หนักแน่นเพื่ออรรถรสที่น่าหลงใหลและความดื่มด่ำของภาพยนตร์และดนตรีในทุกขนาดห้อง สามารถเลือก EQ ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าสำหรับภาพยนตร์เพลงคอนเสิร์ต และแม้แต่โหมดการเล่นเกม เพิ่มและลดการตั้งค่าเสียงแหลมและเสียงเบสได้จากรีโมทคอนโทรล Creative Stage ยังรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, AUX-in, Optical-in, TV (ARC) และ USB MP3 เพลิดเพลินกับเสียงดิจิตอลคุณภาพสูงเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยสายเคเบิลเส้นเดียว และยังเล่นเพลงผ่าน USB port ได้เลย

Creative Stage Sound Bar

จุดเด่น

  • ลำโพง Soundbar ขนาดกะทัดรัด ไม่กินพื้นที่
  • มี Subwoofer เพื่อแยกให้เสียงเบสลึกแน่น
  • เชื่อมต่อมีสายและไร้สาย
  • เสียงดังกระหึ่มด้วยแรงขับสูง 160W
  • ใช้งานได้กับ TV คอมพิวเตอร์ Smartphone

ข้อมูลจำเพาะ

ซาวด์บาร์
  • ขนาด W x H x D (mm) 70 x 550 x 78
  • น้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม
Subwoofer
  • ขนาด W x H x D (mm) 420 x 115 x 250
  • น้ำหนัก 3.07 กิโลกรัม
  • กำลังขับของลำโพง 160W
  • การเชื่อมต่อลำโพง (Input) AUX (3.5mm), USB
  • การเชื่อมต่อลำโพง (Output) Optical TOSLINK, บลูทูธ

 

. . . . . . . . . .

         ถ้าใครยังไม่ได้อัพเกรดระบบเสียงที่บ้านกัน ลองมองหา Sound Bar ที่ถูกใจเพื่อช่วยเติมเต็มอรรถรสความบันเทิงในบ้าน ให้สมกับการเป็นสังคมนิวนอร์มอลที่เราต้องอยู่ติดบ้านกันในยุคนี้ เป็นอย่างไรกันบ้างกับอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความอรรถรสในการรับชมสิ่งที่น่าสนใจ หากใครเป็นสายติดบ้านดูหนังตัวจริง ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งกับ Sound bar ครั้งต่อไปคอนโดนิวบ์จะไปส่อง Gadget ของใช้ในบ้านอันไหนอีกติดตามกันนะ