logo

  รังวัดที่ดินนั้นมีความสำคัญค่อนข้างมาก และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้เป็นเจ้าของที่ดินผืนดังกล่าว การทำเรื่องเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปทำเรื่องรังวัดขนาดที่ดินแล้วยืนยันขอบเขตโดยการปักหมุดหลักฐานแสดงอาณาเขตนั้นเป็นเรื่องจำเป็น อย่าปล่อยให้ที่ดินอันเป็นที่รักของเราได้ขยายอาณาเขตกระทั่งไปรุกล้ำที่ดินของคนอื่นเข้าจนมีเรื่องให้ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันในภายหลัง ดังนั้น เนื้อหาในบทความทั้งหมดจะกล่าวถึงขั้นตอนการทำเรื่องขอรังวัดขนาดที่ดินที่เราถือครอง ราคาประเมินสำหรับรังวัด อุปกรณ์ที่ใช้ในการรังวัด ระยะเวลาดำเนินการ รวมถึง แนะนำรายชื่อบริษัทเอกชนที่สามารถดำเนินเรื่องขอรังวัดที่ดินกับทางหน่วยงานของรัฐ สำหรับผู้ที่สนใจและเป็นเจ้าของที่ดินผืนดังกล่าว สามารถติดตามอ่านในบทความกันได้ค่ะ

. . . . . . . . . .

ความสำคัญของรังวัดขนาดที่ดิน

 ความสำคัญของรังวัดขนาดที่ดิน

          ขอบเขตที่ดิน การวัดขนาด วัดกันอย่างไร ? ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง ? ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจบริบทและหน้าที่ของคำว่า “รังวัดที่ดิน” กันก่อนค่ะ ความหมายที่เข้าใจง่าย ๆ คือ การหาขอบเขตของที่ดินโดยใช้วิธีรังวัดและเมื่อแน่ใจแล้วว่าตรงกับโฉนดที่ดินก็เริ่มทำการปักหลักเขตเพื่อหาแนวเขตที่ดิน ในทางกลับกัน หากไม่ขอรังวัดและแสดงอาณาเขต ที่ดินผืนนั้นโดยการปักหลักเขต แม้เราจะมีโฉนดที่ดินยืนยันการเป็นเจ้าของที่ตัวจริง ทว่า สถานะที่ดินผืนนั้นจะยังคงเลื่อนลอยเพราะไม่มีอาณาเขตที่ชัดเจนค่ะ ดังนั้น เราที่เป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงต้องทำเรื่องขอรังวัดค่ะเพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวเราเองในการทำแปลงที่ดินเพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเจ้าของที่ดินอย่างเราเอง

          มาถึง กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ที่เราเป็นเจ้าของนั้นค่อนข้างมีความสำคัญพอ ๆ กับกรรมสิทธิ์ในการครอบครองบ้าน 1 หลัง เหตุผลนั่นเป็นเพราะ เมื่อเรารู้ว่า เราเป็นเจ้าของที่ดินผืนนั้น ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวย่อมตามมา เราจะใช้ที่ดินทำประโยชน์อะไรก็ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยที่คนอื่นไม่มีสิทธิ์ในที่ดินผืนดังกล่าวที่เราเป็นเจ้าของแต่อย่างใด เช่น

  • จะปล่อยเช่าที่ดินให้กับบุคคลอื่นในการทำกิจการไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรรม ในกรณีที่ดินของเราตั้งอยู่ตรงบริเวณเขตชานเมือง หรือให้ผู้เช่ารายอื่น ได้เข้ามาปลูกสร้างอาคารเองเพื่อประกอบกิจการผ่านหนังสือสัญญาการเช่าระหว่างกัน เป็นต้น
  • เราสามารถใช้ที่ดินของเราในการปลูกสร้างอาคาร ร้านค้า บริษัท ตลาดนัด หรืออื่น ๆ ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จะเป็นไปเพื่อประกอบการเองหรือปล่อยเช่าก็ดี สิ่งที่ทำย่อมเกิดประโยชน์กับเราเป็นอย่างแน่นอน

          ในส่วนของการที่เราจะรับรู้ว่าที่ดินผืนนั้นเป็นของเราหรือไม่ อย่างไร ? นอกจากโฉนดที่ดินที่เราถือครองและมีการจ่ายภาษีที่ดินเป็นประจำทุกปีเพื่อยืนยันสิทธิ์อีกทั้งยังเป็นการทำตามข้อกำหนดทางกฎหมายแล้ว การรังวัดที่ดิน ก็เป็นอีก 1 วิธีการยืนยันสิทธิ์ในการถือครองที่ดินผืนนั้น ในส่วนของขอบเขตที่ดิน ทางเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดินจะใช้เวลาวัดขนาดพื้นที่โดยมีจำนวนวันดำเนินการตามขนาดที่ดิน ในส่วนของรายละเอียด สามารถสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่จากกรมที่ดินได้เลย ทว่า ในปัจจุบัน นอกจากการติดต่อกรมที่ดินใกล้บ้านให้เข้ามารังวัดที่ดินเพื่อขอทราบขนาดพื้นที่แล้ว เรายังสามารถวัดขนาดที่ดินได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น นั่นก็คือ การใช้บริการ Google Maps โดยมี 4 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 ให้เข้าเว็บไซต์ Google Maps เพื่อเตรียมวัดขนาดที่ดิน
  • ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นให้ใช้ลูกศรคลิกไปที่ดาวเทียม เพื่อดูขนาดที่ดินเสมือนจริง
  • ขั้นตอนที่ 3 เลือกพื้นที่ ๆ เราต้องการวัดขนาด จากนั้นคลิก “ขวา” เลือก “วัดระยะทาง”
  • ขั้นตอนที่ 4 คลิกซ้ายแล้วลากเพื่อครอบตำแหน่งที่เราต้องการโดยให้สังเกตกรอบสีแดงตรงบริเวณที่ถูกครอบไว้ จะบอกขนาดพื้นที่เสมือนจริงให้เราทราบค่ะ

          มาถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นเวลารังวัดที่ดิน อันเป็นสิ่งของที่ใช้ตรวจวัดพื้นที่เพื่อระบุขอบเขตที่ดินนั้นว่า อาณาเขตที่ดินนั้นถึงไหน ? มีพื้นที่จริงเท่าไหร่ ? เป็นปรปักษ์กับพื้นที่ข้างเคียงไหม ? รายละเอียดที่น่าสนใจมีดังนี้ค่ะ

  • กล้องธีโอโดไลท์ หรือกล้องสำรวจแบบประมวลผล รวมถึง เครื่องวัดสัญญาณดาวเทียมและเครื่องมือสำรวจอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้รังวัดที่ดินได้ ทว่าต้องตรงตามเกณฑ์มาตรฐานที่ทางกรมที่ดินได้กำหนดไว้ ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่สะดวกค่ะ
  • เครื่องมือสำหรับวัดระยะโยงยึดหลักเขตวัดง่ามมุม
  • หลักหมายเขตหรือหมุดหลักฐานหลังเสร็จสิ้นการสำรวจรังวัดที่ดิน

 

หมายเหตุ : ข้อควรระวัง

          หลักหมายเขตเป็นทรัพย์สินของราชการ ทำไว้เพื่อประโยชน์สำหรับการออกโฉนดที่ดิน แม้ว่าเราจะจ่ายเงินไปแล้วก็ตาม ทว่า เมื่อมีการปักหลักหมายเขตลงบนที่ดินของเราเพื่อแสดงอาณาเขตแล้วก็ตาม ห้ามเคลื่อนย้าย ถอนหลักหมายเขต ดัดแปลงหรือนำมาทำลายเป็นอันขาด เมื่อได้กระทำไปแล้ว ย่อมมีความผิดตามกฎหมายนั่นก็คือ ระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำคุก ตามมาตรา 109 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ 2497 ยกเว้นได้รับอนุญาติจากทางเจ้าหน้าที่เท่านั้นหรือตัวเจ้าหน้าที่เป็นผู้เคลื่อนย้ายด้วยตัวเองถึงจะไม่ผิดกฎหมายค่ะ

 

หากต้องการทราบขนาดแปลงที่ดิน ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

ทราบขนาดแปลงที่ดิน ต้องทำอย่างไร

          เมื่อเจ้าของที่ดินมีความจำเป็นต้องยื่นเรื่องขอรังวัดที่ดิน กับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไม่ว่าจะเป็น ต้องการทราบขนาดแปลงที่ดิน เขตแดนอยู่ตรงบริเวณไหน ? มีปัญหาที่ดินทับซ้อนกับที่ดินของใครหรือไม่ อย่างไร ? ราคารังวัดที่ดินต้องจ่ายกี่บาท ? รวมถึงมีหลักเกณฑ์คิดค่าบริการรังวัดอย่างไร ? ยึดจากขนาดพื้นที่หรืออื่น ๆ ? กับคำถามทั้งหมดที่อยากรู้ ผู้ร้องขอหรือเจ้าของที่ดินดังกล่าวข้างต้น สามารถทำเรื่องขอเข้าไปติดต่อหน่วยงานของรัฐนั่นก็คือ สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินจังหวัด สาขา ด้วยตัวเอง ใครสะดวกที่ไหน อย่างไร ? สามารถเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินแห่งนั้นกันได้เลยค่ะ รับรอง ทุกปัญหาคาใจที่อยากรู้ จะได้รับการแก้ไขโดยชุดปฏิบัติการของหน่วยงานจากภาครัฐ 

        ทว่าในขณะเดียวกัน ยังมีใครอีกหลายคนต่างหันมาใช้บริการบริษัทเอกชนที่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับรังวัดที่ดินแทนหน่วยงานของรัฐ นั่นก็เป็นเรื่องที่ผู้ร้องขอสามารถทำได้เช่นเดียวกัน เหตุผลนั่นเป็นเพราะ การจ้างบริษัทเอกชนให้เข้ามาทำเรื่องรังวัดขนาดที่ดิน ทำให้เราไม่ต้องคอยวิ่งเต้นเพื่อติดต่อขอดำเนินการทำเรื่องขอรังวัดขนาดที่ดินผืนที่เราเป็นเจ้าของด้วยตัวเองให้เสียเวลา เพราะภารกิจหลักของบริษัทเอกชนจะคอยทำหน้าที่ดำเนินการให้ในทุกเรื่องที่ผู้ร้องขออยากรู้เกี่ยวกับที่ดินผืนนั้นด้วยตนเองค่ะ

          มาถึงในส่วนของขั้นตอนในการดำเนินการขอรังวัดที่ดินไม่ว่าจะเป็น รังวัดแบบแบ่งแยก แบบรวมและสอบเขตที่ดินผ่านหน่วยงานของรัฐ จะมีกี่ขั้นตอนนั้น ? รายละเอียดมีดังนี้ค่ะ

  • ขั้นตอนที่ 1 ให้เจ้าของที่ดินรอรับบัตรคิวจากเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน
  • ขั้นตอนที่ 2 เตรียมชำระเงินค่าธรรมเนียม “การขอ” หลังจากแจ้งรับคำขอสอบสวน
  • ขั้นตอนที่ 3 เจ้าหน้าที่จะดำเนินการส่งฝ่ายรังวัดเข้ามาดำเนินการ จากนั้นจะแจ้งนัดวันทำการรังวัดพร้อมกำหนดตัวช่างรังวัดและเงินมัดจำสำหรับรังวัดที่ดินซึ่งทางผู้ร้องขอต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้เสมอ
  • ขั้นตอนที่ 4 ทางกรมที่ดินจะเริ่มต้นค้นหารายชื่อผู้มีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินข้างเคียงจากนั้นพิมพ์หนังสือเพื่อแจ้งให้ผู้ร้องขอรังวัดขนาดที่ดินทราบ
  • ขั้นตอนที่ 5 เจ้าของที่ดินที่เป็นผู้ดำเนินเรื่องร้องขอรังวัดที่ดินจะได้รับหนังสือแจ้งข้างเคียงจากกรมที่ดิน จากนั้นให้ผู้ร้องขอเข้าไปดำเนินการวางเงินมัดจำรังวัดพร้อมรับหลักเขตที่ดิน
  • ขั้นตอนที่ 6 เมื่อครบตามกำหนด ช่างรังวัดจะออกไปทำการรังวัดขนาดที่ดินซึ่งจะมีการคำนวณพื้นที่พร้อมเขียนรูปแผนที่ลงบนโฉนดที่ดินของผู้แจ้ง
  • ขั้นตอนที่ 7 ช่างรังวัดจะส่งเรื่องรังวัดคืนฝ่ายทะเบียนหลังเสร็จภารกิจ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ร้องขอเข้ามาจดทะเบียน
  • ขั้นตอนที่ 8 ถัดมานั่นก็คือ การสอบสวนจดทะเบียนแบ่งแยก
  • ขั้นตอนที่ 9 มีการตรวจอายัด
  • ขั้นตอนที่ 10 ผู้ร้องขอสามารถเดินทางเข้ามาชำระเงินค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนรวมถึงค่าโฉนดได้ที่สำนักงานที่ดินจังหวัด
  • ขั้นตอนที่ 11 ทางกรมที่ดินจะแก้รายการทะเบียนให้ถูกต้อง ในขณะเดียวกัน มีหน้าที่ดำเนินเรื่องจดทะเบียนแบ่งแยก
  • ขั้นตอนที่ 12 เจ้าหน้าที่ทำเรื่องสร้างโฉนดที่ดินแปลงแบ่งแยก
  • ขั้นตอนที่ 13 รอลงนามประทับตราจากเจ้าหน้าที่พนักงานระดับสูง
  • ขั้นตอนที่ 14 เมื่อครบตามขั้นตอน จะดำเนินเรื่องแจกที่ดินแปลงแบ่งแยกให้กับผู้ร้องขอ

           ในส่วนของค่าใช้จ่ายราคารังวัดที่ดิน เป็นเรื่องที่ทางเจ้าของที่ดินต้องดำเนินการชำระตามกฎหมายด้วยตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากผู้ร้องขอละเว้นไม่ปฏิบัติตาม จะโดนค่าปรับเป็นรอบ ๆ ไป ในส่วนของค่าธรรมเนียมรังวัดที่ดินมีอะไรกันบ้าง ? ไรเตอร์ได้รวบรวมแนวทางคร่าว ๆ เอาไว้ดังนี้ค่ะ

 

ค่าธรรมเนียมรังวัดที่ดิน

  • โฉนดที่ดิน ค่าบริการ 40 บาทต่อแปลงต่อวัน
  • หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ค่าบริการ 30 บาทต่อแปลงต่อวัน
  • ค่าหลักที่ดิน คิดตามจริง ค่าบริการหลักละ 15 บาท

ค่าใช้จ่ายรังวัดที่ดิน คิดในลักษณะเหมาจ่าย มีดังต่อไปนี้

2.3.1 ค่าพาหนะของเจ้าหน้าที่รังวัดรวมถึงพนักงานที่เกี่ยวข้อง คิดค่าบริการ ตกวันละไม่เกิน 1,600 บาท

2.3.2 ค่าคนงานที่เข้าไปรังวัดที่ดิน คิดค่าบริการวันละ 420 บาทต่อคนต่อวัน (ตามเขตจังหวัดที่กระทรวงการคลังได้กำหนดไว้ ค่าใช้จ่ายอาจจะไม่เท่ากันในบางพื้นที่) โดยกำหนดตามพื้นที่ดังต่อไปนี้ค่ะ

  • เนื้อที่ไม่เกิน 5 ไร่ ให้ใช้เวลาดำเนินการ 1 วัน ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 3,480 บาท
  • เนื้อที่ไม่เกิน 15 ไร่ ให้ใช้เวลาดำเนินการ 2 วัน ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 6,760 บาท
  • เนื้อที่ไม่เกิน 30 ไร่ ให้ใช้เวลาดำเนินการ 3 วัน ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 10,040 บาท
  • เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ ให้ใช้เวลาดำเนินการ 4 วัน ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 13,320 บาท

การรังวัดในส่วนของหนังสือรับรองการทำประโยชน์

  • เนื้อที่ไม่เกิน 20 ไร่ ให้ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 1 วัน ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 2,640 บาท
  • เนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ ให้ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 วัน ค่าใช้จ่ายไม่เกิน 5,080 บาท

 

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในลักษณะเหมาจ่าย

  • ค่าส่งจดหมายข้างเคียงผ่านช่องทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนตอบรับ คิดค่าบริการครั้งละ 200 บาท
  • ค่าดำเนินการเจ้าพนักงานผู้ปกครองพื้นที่ ค่าบริการไม่เกินอัตราที่ได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
  • หากพบว่ามีเนื้อที่เกินกว่า 50 ไร่ หรือมีเศษเกินกว่า 25 ไร่ ให้เพิ่มวันทำการรังวัดขึ้นมาอีก 1 วัน
  • หากพื้นที่ ๆ ขอรังวัดที่ดินอยู่ในเขตปกครองพิเศษ เช่น พัทยา กรุงเทพ ฯ เชียงใหม่ หรือเป็นพื้นที่มีไม้ผลหรือเป็นสวนสำหรับทำเกษตร เช่น สวนยางพารา สวนปาล์ม สวนผลไม้ ให้เพิ่มวันทำการสำหรับรังวัด 1 วัน
  • หากต้องมีการคำนวณการจำกัดเนื้อที่ ให้เพิ่มวันดำเนินการรังวัด 1 วัน
  • หากตรวจพบว่าต้องมีการรังวัดแบ่งแยกจัดสรร ทุก ๆ 8 แปลงหรือมีเศษเกินกว่า 4 แปลง ให้เพิ่มวันทำการรังวัด 1 วัน
  • ในส่วนของระยะเวลาดำเนินการรังวัดที่ดินขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินซี่งได้กล่าวแจ้งไปแล้วในหัวข้อย่อย 2.3.2 ค่ะ เช่น ที่ดินไม่เกิน 5 ไร่ ใช้เวลารังวัด 1 วัน เป็นต้น สามารถย้อนกลับไปอ่านทบทวนยังหัวข้อดังกล่าวข้างต้นได้เลยค่ะ

 

รังวัดที่ดินทำผ่านออนไลน์ ทำได้ไหม อย่างไรบ้าง ?

รังวัดที่ดินทำผ่านออนไลน์

          โดยปกติแล้ว ถ้าใครสนใจที่จะทำรังวัดขนาดพื้นที่ ๆ เราถือครองผ่านออนไลน์ สามารถทำได้เลยค่ะ เหตุผลนั่นเป็นเพราะ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันไปแล้วไม่เว้นแม้กระทั่งการดำเนินการรังวัดผ่านช่องทางออนไลน์ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าของที่ดินตัวจริงไม่ต้องเดินทางไปยังกรมที่ดินเพื่อรอคิวซึ่งบางครั้งอาจจะต้องใช้เวลาคอยนานนับหลายชั่วโมง ซึ่งทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นปัญหาในส่วนนี้มาตลอด

         จากการเก็บสถิติอัตราผู้ใช้บริการทำเรื่องขอรังวัดยังคงมีปริมาณที่ค่อนข้างมากเหมือนในอดีต เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวขั้นต้นอีกทั้งยังเป็นการลดขั้นตอนการทำงานของพนักงานลงมาให้มีใจรักในบริการมากขึ้น ทางกรมที่ดินถึงได้พัฒนา Application ตัวหนึ่งขึ้นมา โดยแอพดังกล่าวจะทำหน้าที่คอยรวบรวมบริการทุกเรื่องราวเกี่ยวกับที่ดินเอาไว้ ซึ่ง Application ตัวนี้ใช้ชื่อว่า “Smart Lands ” สร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานจนกระทั่งส่งผลทำให้มีผู้ที่สนใจสามารถทำรายการรังวัดที่ดินออนไลน์หรืออื่น ๆ โดยการดาวน์โหลดแอพดังกล่าวลงบน Smart Phone ด้วยตัวเอง ซึ่ง Application ที่ว่านั้น ถูกออกแบบมาให้สามารถรองรับได้ทั้งระบบ IOS และระบบ Android เราจะใช้ระบบไหนก็ได้ตามสะดวก

        ส่วนวิธีการนั้นแสนง่าย ให้คลิกเลือกรายการที่เราต้องการจะให้ทาง App ดำเนินการให้ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้น เรื่องที่เราต้องการจะรู้ผ่านที่ดินผืนดังกล่าวจะถูกประมวลผลออกมาให้เราเก็บไว้เป็นข้อมูลก่อนจะดำเนินการใด ๆ บนที่ดินผืนนั้นค่ะ ในส่วนของการขอข้อมูลผ่าน App สามารถทำได้ซึ่งทางไรเตอร์จะขอกล่าวเอาไว้เป็นแนวทางดังนี้ค่า

  • ขั้นตอนที่ 1 ให้เข้าไปที่เว็บไซต์บอกดิน 2
  • ขั้นตอนที่ 2 หากใช้บริการผ่านช่องทาง Line Official Account ให้ผู้ที่สนใจ add ID :@teedin แล้วคลิกเมนู “บอกที่ดิน”
  • ขั้นตอนที่ 3 หากเป็นทาง Smart Phone ให้คลิกเมนู “บอกที่ดิน”
  • ขั้นตอนที่ 4 ผู้ดำเนินการสามารถแสกนที่ดินเข้าระบบบน “บัตรบอกที่ดิน” ได้ที่สำนักงานที่ดินทั่วประเทศซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น 461 แห่ง
  • หลังจากทำเสร็จทุกขั้นตอนแล้ว เพื่อตรวจสอบความถูกต้องไม่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ให้เดินทางไปยังแปลงที่ดินผืนดังกล่าวที่เราได้แจ้งข้อมูลเอาไว้ จากนั้นให้เข้าสู่ระบบ “บอกดิน” แล้วกดแจ้งตำแหน่งที่ดินพร้อมกับกรอกข้อมูลส่วนตัว แนบหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงที่เราถือครอง (ถ้ามี) แล้วกดส่งข้อมูลกันได้เลยค่ะ

         ขั้นตอนถัดมา ก็จะเป็นหน้าที่ของกรมที่ดินในการตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริง หลักฐานต่าง ๆ พร้อมแจ้งกลับแก่เจ้าของที่ดินให้เข้ามาดำเนินการและบอกข้อจำกัดทางกฎหมายรวมถึงปัญหาในส่วนของเขตพื้นที่ใกล้เคียงให้เจ้าของที่รับทราบ เป็นต้น

รายชื่อบริษัทเอกชนที่ให้บริการด้านรังวัดที่ดิน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณเท่าไหร่ ?

บริษัท SCR Survey จำกัด 

         จุดเด่นของบริษัทนี้คือไม่ต้องรอคิวรังวัดแต่อย่างใดเพราะมีอำนาจเทียบเท่าช่างรังวัดจากกรมที่ดิน ดังนั้น ใครที่ไม่ชอบรอคิวนาน บริษัทนี้ตอบโจทย์ค่ะ

ค่าใช้จ่ายในส่วนของราคารังวัดที่ดิน ใช้วิธีการแบ่งแยกที่ดินและรวมโฉนดที่ดิน รายละเอียดมีดังนี้

  • เนื้อที่ 1-5 ไร่ ราคา 30,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 5-10 ไร่ ราคา 35,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 10-50 ไร่ ราคา 50,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 51-75 ไร่ ราคา 65,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 75-100 ไร่ ราคา 75,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 101-120 ไร่ ราคา 85,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 121-150 ไร่ ราคา 100,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 151-175 ไร่ ราคา 115,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 176-200 ไร่ ราคา 130,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 200-250 ไร่ ราคา 145,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 250-300 ไร่ ราคา 160,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 300-350 ไร่ ราคา 175,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท
  • เนื้อที่ 350 ไร่ขึ้นไป ราคา 190,000 บาท ครั้งต่อไปคิด 5,800 บาท

          และในกรณีที่มีเนื้อที่เกินกว่า 350 ไร่ คิดค่าบริการเพิ่ม 10,000 บาท

บริษัท B.T.C Survey Professional and Reliable Surveying World 

          ค่าใช้จ่ายในส่วนของรังวัด ใกล้เคียงกับบริษัทแรก หรือโทรสอบถามรายละเอียดโดยตรงเพื่อขอประเมินราคากับทางบริษัทก่อนเริ่มงานได้ค่ะ

บริษัท MK Surveyor Limitted Partnership 

  • จุดเด่น ราคาไม่แพง รับปรึกษาฟรี

           ค่าใช้จ่ายในส่วนของรังวัด ราคารังวัดที่ดิน ใกล้เคียงกับบริษัทแรก แต่สามารถโทรสอบถามราคาประเมินกับทางเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ

 

 

 รังวัดที่ดิน เรื่องที่ควรรู้ ห้ามพลาด อย่าปล่อยปละละเลยเป็นอันขาดโดยไม่สนใจดูแล เพราะนอกจากเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์จากการปล่อยทิ้งร้างไม่สร้างคุณค่าใด ๆ บนที่ดินผืนนั้น การไม่ดำเนินการใด ๆ บนที่ดินที่เราครอบครองอาจสร้างปัญหากระทบกระทั่งอันเนื่องมาจากที่ดินของเราไปรุกล้ำอาณาเขตของคนอื่นรวมถึงอาจเสียที่ดินไปฟรี ๆ ได้ ดังนั้น สำหรับคนที่ยังไม่ได้ทำเรื่องรังวัดขนาดและขอบเขตที่ดินของตนเอง ควรติดต่อกรมที่ดินหรือบริษัทเอกชนที่คอยให้บริการเกี่ยวกับรังวัด จากนั้นให้รอดำเนินการตามขั้นตอนซึ่งก็ได้กล่าวไว้เป็นแนวทาง รังวัดที่ดิน เรื่องที่ต้องรู้ เมื่อรับทราบถึงหลักการแล้ว จากนี้ไปคงเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ใครก็สามารถทำได้ จะติดต่อหน่วยงานของรัฐเองหรือใช้บริการบริษัทเอกชนให้เข้ามาดำเนินการ ได้ทั้งนั้นค่ะ