logo

         สำหรับระเบียบค่าเช่าบ้านคืออะไร? มีรูปแบบไหนบ้าง? ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่รู้จักแต่ประโยคพูดที่ว่า “ เดือนนี้ฉันต้องจ่ายค่าเช่าบ้านอีกแล้ว เธอจ๋า? “ซึ่งโดยปกติแล้ว ที่อยู่อาศัยดังกล่าวข้างต้นมักเป็นของบริษัทเอกชนเสียมากกว่าจนบางครั้งลืมนึกถึงผู้ที่มีอาชีพรับราชการและต้องเช่าอาศัยบ้านที่ทางการได้จัดเอาไว้เวลามีการโยกย้ายเปลี่ยนถ่ายงานมายังต่างท้องที่ขึ้นมา เป็นต้น ดังนั้น ในบทความจะขออาสาพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักถึงระเบียบค่าเช่าบ้านในอีก 1 รูปแบบ นั่นก็คือการเช่าบ้านของข้าราชการกันว่า มีความเหมือนหรือแตกต่างจากบริษัทเอกชนอย่างไร? หลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายของข้าราชการมีข้อกำหนดอะไรบ้าง? รวมถึงข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ผู้อาศัยต้องปฏิบัติตาม ใครสนใจ สิ่งไหนคือความเหมือนหรือแตกต่าง? คำตอบที่อยากรู้ มีอยู่ในบทความแล้วค่า

. . . . . . . . . . . . .

 

ระเบียบค่าเช่าบ้านคืออะไรในเรื่องของการตั้งค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้าน?

01

         สำหรับระเบียบค่าเช่าบ้าน เป็นอีก 1 ข้อสัญญาที่ถูกทำขึ้นระหว่าง “ผู้เช่า” และ “ผู้ให้เช่า” ถึงข้อตกลงที่มีร่วมกันระหว่างเช่าอาศัยทั้งนี้เป็นไปเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการเช่าอาศัยโดยที่ “ผู้ให้เช่า” และ “ผู้เช่า” ต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกันผ่านค่าเช่ารายเดือนที่ได้ตกลงกันไว้ รวมถึงเงินมัดจำที่จะต้องจ่ายให้กับ “ผู้ให้เช่า” เอาไว้เป็นหลักประกันในส่วนของสินทรัพย์ที่ทางผู้ให้เช่าได้จัดหาไว้ในบ้านก่อนผู้เช่าจะทำสัญญาและขนข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวเข้ามาอาศัย โดยราคาค่าเช่ารวมถึงค่ามัดจำ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับทำเล ขนาดที่อยู่อาศัย, สินทรัพย์ภายในบ้านที่เป็นของผู้ให้เช่า เป็นต้น ในส่วนของเงินมัดจำ ทางกฎหมายได้บัญญัติเอาไว้ว่า เงินดังกล่าวสามารถเก็บได้ไม่เกิน 1 เดือน หากเก็บมากกว่านั้น ถือว่าผิดกฎหมายจนหน่วยงานราชการสามารถเอาผิดได้ในกรณีที่ผู้เช่านำเรื่องไปฟ้องร้องต่อหน่วยงานดังกล่าวเป็นต้น กล่าวมาถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วใช่ไหมคะ ในปัจจุบันดูเหมือนทางหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมุ่งออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เช่ามากขึ้นเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนจนมีการเพิ่มกฎระเบียบค่าเช่าบ้านทั้งนี้เป็นไปเพื่อคุ้มครองสิทธิในการอาศัยของผู้ขอเช่าค่ะ

 

1. ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระเบียบค่าเช่าบ้านมีอะไรบ้าง?

1.1 ขนาดตัวอักษรที่เป็นภาษาไทยที่อยู่ในสัญญาเช่าต้องไม่เล็กกว่า 2 มิลลิเมตร หรือถ้าใช้ตัวอักษรขนาด 1 นิ้ว ต้องไม่เกิน 11 ตัวอักษรค่ะ

1.2 ในระเบียบค่าเช่าบ้าน ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เช่าและผู้ให้เช่า เช่น ที่อยู่อาศัยของทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า, ค่าเช่า, เงินประกัน, ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งนี้ต้องแสดงวิธีและระยะเวลาการชำระเงินเอาไว้ในเอกสารด้วยค่ะ

 1.3 ในกรณีที่ต้องจ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่าต้องส่งใบแจ้งหนี้ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันมาถึงตัวผู้เช่าเพื่อที่ว่าผู้เช่าได้มีเวลาเตรียมเงินมาชำระหนี้ให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา

1.4 ผู้ให้เช่าต้องคืนเงินประกันที่ได้รับมาจากผู้เช่าทันทีที่สัญญาสิ้นสุดและมีการย้ายออกจากสถานที่แห่งนั้นตามกฎระเบียบค่าเช่าบ้าน

1.5 ในกรณีที่ผู้เช่ามีเหตุจำเป็นต้องย้ายออกจากสถานที่ให้เช่า ควรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันให้กับผู้ให้เช่า โดยมีข้อแม้ว่าต้องไม่ค้างเงินค่าเช่าแต่อย่างใด

1.6 เมื่อมีการยกเลิกสัญญาระเบียบค่าเช่าบ้าน ปี 2564 หรือปีไหนก็ดีจากผู้ให้เช่าอันเนื่องมาจากตัวผู้เช่าเป็นฝ่ายกระทำผิดสัญญาเสียเอง ในหนังสือยกเลิกสัญญา ผู้ให้เช่าต้องระบุข้อความในสัญญาด้วยตัวอักษรที่เด่นชัดกว่าข้อความอื่น อีกทั้ง ก่อนยกเลิกสัญญาให้กับผู้เช่า ผู้ให้เช่าต้องแจ้งผู้เช่าเป็นหนังสือสัญญายกเลิกการเช่าล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันตามกฎระเบียบค่าเช่าบ้าน เพื่อให้เวลาผู้เช่าได้ปฏิบัติตามข้อความที่อยู่ในสัญญา

1.7 ระเบียบค่าเช่าบ้าน ทางผู้ให้เช่าและผู้เช่าต้องเก็บหนังสือสัญญาลักษณะนี้ไว้คนละ 1 ฉบับ ห้ามสูญหาย

1.8 ในสัญญาให้เช่า ห้ามยกเว้นความรับผิดชอบของผู้ให้เช่าไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม

1.9 ในส่วนของเงินประกัน ระเบียบค่าเช่าบ้าน ห้ามเก็บล่วงหน้าเกิน 1 เดือนขึ้นไป

1.10 ตราบใดที่สัญญาเช่ายังไม่สิ้นสุด ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภคและอื่น ๆ ก่อนสัญญาสิ้นสุดลง

1.11 ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบทรัพย์สินอันเป็นของใช้ส่วนตัวของผู้เช่ายกเว้นได้รับอนุญาติจากผู้เช่าเสียก่อนถึงจะกระทำได้

1.12 ผู้ให้เช่าต้องไม่เก็บค่าสาธารณูปโภคเกินกว่าอัตราที่ทางกฎหมายได้บัญญัติไว้

1.13 เมื่อมีเหตุสุดวิสัยหรือจากการใช้งานตามปกติเกิดขึ้นกับทรัพย์สินนั้น ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิ์บังคับให้ผู้เช่ารับผิดชอบในความเสียหายนั้น

1.14 ในกรณีที่ผู้เช่าไม่ได้ทำผิดสัญญาหรือเงื่อนไขอื่น ๆ ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญานั้น ๆ ซึ่งมีอยู่ในระเบียบค่าเช่าบ้านอยู่แล้ว

1.15 ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิเรียกค่าต่อสัญญาทันทีที่สัญญาหมดอายุจากตัวผู้เช่า

1.16 ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิยึดทรัพย์สินของผู้เช่า

 

          ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เป็นข้อปฏิบัติที่ทาง สคบ. หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคบัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้เช่า หากผู้เช่าคนไหนพบปัญหาการเช่า ระเบียบค่าเช่าบ้าน ปี 2564 หรือปีอื่น ๆ สามารถแจ้งปัญหาดังกล่าวกับหน่วยงานข้างต้นได้เลยค่ะ

 

2. ระเบียบค่าเช่าบ้านระหว่างของข้าราชการ และของเอกชนมีจุดที่เหมือนกัน / ต่างกันอย่างไรบ้าง?

01

ความแตกต่างของกฎระเบียบค่าเช่าระหว่างข้าราชการและเอกชน

         โดยหลักการแล้ว ข้อกำหนดต่าง ๆ สำหรับข้าราชการที่จะใช้บริการผ่อนชำระค่าเช่าบ้านกับทางการ กฎระเบียบต่าง ๆ ถูกกำหนดโดยหน่วยงานของภาครัฐซึ่งผู้ที่มีอาชีพรับราชการต้องทำตามกฎระเบียบนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด เหตุผลนั่นเป็นเพราะ มีการโยกย้ายงานไปยังต่างถิ่นกันเป็นวาระ ทำให้ที่อยู่อาศัยมีการเปลี่ยนถ่ายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ในส่วนของระเบียบค่าเช่าบ้าน การจะเบิกจ่ายใด ๆ ถึงขึ้นอยู่กับกฎที่ออกโดยหน่วยงานราชการเท่านั้น ผู้อาศัยที่เป็นข้าราชการจะย้ายออกล่วงหน้าตามอำเภอใจเหมือนผู้อาศัยที่ใช้บริการเช่าบ้านกับบริษัทเอกชนไม่ได้ ซึ่งผู้ที่เช่าบ้านกับบริษัทเอกชนจะมีอิสระในการตัดสินใจได้มากกว่า สามารถแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันกับผู้ให้เช่าได้ หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกเบื่อ ย้ายงานใหม่ก็สามารถทำได้ทันทีและบางครั้งต้องการย้ายกลับยังที่อาศัยเดิมถ้าหากบ้านหลังนั้นยังว่างก็ยังทำได้ แตกต่างจากการเช่าบ้านในรูปแบบข้าราชการที่ต้องรอตามวาระ ยกเว้นมีคำสั่งโยกย้ายในปัจจุบันทันด่วนให้ไปรับราชการยังต่างท้องที่เป็นต้นแต่ก็ยังคงต้องเป็นไปตามที่ทางหน่วยงานได้เลือกถิ่นฐานที่อยู่อาศัยไว้ให้แล้ว ไม่สามารถเลือกเองได้ตามชอบเหมือนอย่างการเช่าบ้านเอกชน ในขณะเดียวกัน มาถึงค่าเช่า ค่าบริการค่าเช่าสามารถทำเรื่องเบิกจ่ายได้ตามสัดส่วนที่กำหนดโดยหน่วยงานภาครัฐ ตามอายุงานและคุณวุฒิ แตกต่างจากการเช่าบ้านกับบริษัทเอกชนที่อายุงานไม่มีผล จ่ายค่าเช่าไปแล้ว ไม่มีสิทธิเบิกคืนเงินใด ๆ กลับมา ดังนั้น ถ้าจะถามว่า รูปแบบไหนดีกว่ากัน? ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์อาชีพที่ทำค่ะ

 

3.หลักเกณฑ์ในการตั้งระเบียบค่าเช่าบ้านและการเบิกจ่ายบ้านข้าราชการ มีอะไรบ้าง?

3.1 เป็นข้าราชการที่ได้รับคำสั่งจากทางการให้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานไปปฏิบัติงาน ณ ต่างท้องที่ และต้องไม่เข้าข่ายข้อห้ามดังนี้ค่ะ

- ได้รับคำสั่งให้โยกย้ายไปประจำสำนักงานใหม่ในเขตท้องที่ที่ตัวเองเป็นผู้ร้องขอ

- เป็นการโยกย้ายไปประจำยังต่างถิ่นที่รับราชการครั้งแรกหรือท้องที่ ๆ กลับเข้าไปรับราชการครั้งใหม่

- ทางหน่วยงานราชการได้จัดที่พักให้อยู่แล้ว

 

3.2 เมื่อไหร่ก็ตามที่สำนักงานเดิมย้ายไปตั้งยังท้องที่ใหม่จนทำให้ข้าราชการต้องถูกโยกย้ายไปทำงานยังต่างท้องที่ สามารถทำเรื่องเบิกจ่ายค่าเช่าบ้านได้

 

3.3 มีที่อยู่อาศัยอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสในท้องที่ ๆ ไปประจำโดยไม่มีหนี้กับทางธนาคารผู้ปล่อยกู้แม้จะทำเรื่องโอนไปแล้ว ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่า ยกเว้น เคหะสถานดังกล่าวถูกทำลายด้วยภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุถล่ม เป็นต้น

 

3.4 เมื่อมีการเช่าซื้อหรือทำเรื่องผ่อนชำระบ้านในท้องที่ประจำสำนักงานใหม่เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย สามารถนำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้มาเบิกค่าเช่าบ้านได้ไม่เกินอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการตามที่กำหนดไว้ โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยดังนี้

- ต้องเป็นบ้านหลังแรกเท่านั้น ถึงจะเบิกได้ รวมถึงได้รับเหตุจากภัยธรรมชาติจนบ้านหลังแรกเสียหาย อาศัยอยู่ไม่ได้

- เมื่อมีการกู้เงินสูงกว่าราคาบ้าน ให้นำค่าผ่อนมาเบิกค่าเช่าบ้านได้ทว่าต้องเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังได้กำหนดไว้

- ต้องไม่เคยใช้สิทธินำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้หลังใดหลังหนึ่งในท้องที่นั้นมาแล้ว ยกเว้นมีคำสั่งให้กลับเข้าไปทำงานยังท้องที่ ๆ ใช้สิทธินั้นอีกทั้งยังเป็นการนำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้ในท้องที่ ๆ เคยใช้สิทธิหรือย้ายมารับราชการยังท้องที่นั้นเช่นกันค่ะ

- ต้องเป็นการผ่อนชำระเงินกู้กับทางสถาบันทางการเงินเท่านั้น ไม่เป็นหนี้นอกระบบและในส่วนของสัญญาเช่าซื้อต้องเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังได้กำหนดเอาไว้

- ในกรณีกู้ร่วมกับผู้อื่นที่ไม่ใช่คู่สมรส สิทธิในการผ่อนชำระเงินกู้ ได้ตามสัดส่วนแห่งกรรมสิทธิ์สำหรับบ้านหลังนั้นค่ะ

 

4. ใจความสำคัญของระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ ในส่วนของเงื่อนไข การเบิกจ่ายต่าง ๆ เพราะอะไรบ้าง?

        ความสำคัญในการตั้งกฎระเบียบค่าเช่าบ้านในส่วนของข้าราชการ รวมถึงเงื่อนไขและการเบิกจ่ายต่าง ๆ มีหลายเหตุผลด้วยกันดังจะขอกล่าวเป็นแนวทางคร่าว ๆ เอาไว้ดังนี้ค่ะ

 

        เป็นที่ทราบกันดีว่า งานราชการมักมีการโยกย้ายถิ่นฐานอยู่บ่อย ๆ ดังนั้น การกำหนดกฎเกณฑ์และสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเป็นไปเพื่อสร้างความเป็นระเบียบโดยเฉพาะในเรื่องของการเบิกจ่ายเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกันในรายบุคคล อย่าลืมว่า จำนวนผู้ที่อาสาเข้ามารับราชการในเมืองไทยนั้นมีปริมาณค่อนข้างมากและที่พักอาศัยที่จัดโดยภาครัฐหรืออื่น ๆ ที่อยู่ในท้องที่ตอนย้ายเข้ามาทำงาน มักมีการเปลี่ยนมือเข้ามาเช่าอาศัยกันไม่ซ้ำหน้า หรือบางครั้งอาจเป็นข้าราชการคนเดิมที่โดนโยกย้ายกลับมายังถิ่นฐานเดิมที่เคยรับราชการ ดังนั้น การสร้างเงื่อนไขถึงต้องมีค่ะ

 

          คุณวุฒิของข้าราชการมีผลต่อการเบิกจ่ายค่ะ ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายขั้น เช่น ข้าราชการชั้นผู้น้อยย่อมขอทำเรื่องเบิกจ่ายได้น้อยกว่าข้าราชการระดับชำนาญการ เป็นต้น เช่น

- ข้าราชการขั้นที่ 1-4.5 ค่าเช่าบ้านเบิกได้ไม่เกินเดือนละ 800 บาท

- ข้าราชการขั้นที่ 11 ขึ้นไป ค่าเช่าบ้านเบิกได้ไม่เกินเดือนละ 1,250 บาท

        ความที่จำนวนขั้นของข้าราชการมีหลายระดับ ดังนั้น ถึงไม่สามารถใช้อัตราเดียวกันได้ค่ะ

. . . . . . . . . . .

 

           สำหรับระเบียบค่าเช่าบ้าน ความแตกต่างระหว่างเช่าบ้านกับบริษัทเอกชนและผ่านหน่วยงานของรัฐ เพื่อน ๆ คงเห็นข้อเปรียบเทียบกันแล้วนะคะว่ารูปแบบนั้นค่อนข้างมีความไม่เหมือนกันอยู่พอสมควรทั้งที่เป็นเรื่องของ “การเช่า” เหมือน ๆ กัน ดังนั้น จะเป็นระเบียบค่าเช่าบ้านแบบเอกชนหรือโดยหน่วยงานของรัฐเวลามีการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานไปยังต่างท้องที่ สิ่งที่เหมือนกันสำหรับผู้อาศัยมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นก็คือการปฏิบัติตัวระหว่างเช่าอาศัยต่างหากที่สำคัญ อยู่อย่างไรให้เป็นไปตามกฎและเป็นที่รักของผู้อาศัยคนอื่น ๆ จะเป็นการเช่าในรูปแบบเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐก็ดี เมื่อสามารถทำตัวเป็นผู้เช่าที่น่ารักได้แล้ว รูปแบบการเช่า จะเป็นแบบไหน? เราที่เป็นผู้อยู่ก็สามารถอาศัยได้ค่ะ ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ