logo

           สำหรับอิฐเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้างบ้านพักอาศัย หรืออาคารต่าง ๆ ที่เราทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างรากฐานให้มั่นคงแข็งแรงไม่แพ้วัสดุ หิน ปูน หรือทราย ส่วนใหญ่จะใช้ในงานก่อผนังบ้าน แล้วโบกปูนทับ แต่รู้กันหรือไม่ว่าวัสดุชนิดนี้นั้นมีด้วยกันหลายประเภท หลายแบบ และหลายขนาด มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไปตามการใช้งาน รวมถึงความแข็งแรงทนทาน ช่วยกันความร้อน กันน้ำ และช่วยแบกรับน้ำหนักตัวบ้าน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่รูปแบบดีไซน์การตกแต่งบ้านได้ปรับเปลี่ยนโฉมหน้ามานิยมงานแบบดิบ ๆ หรืองานสไตล์ Loft ที่เน้นโชว์ลวดลายวัสดุพื้นผิวเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งกลับมาได้รับความนิยมใช้งาน แต่อิฐที่เราจะเลือกใช้งานก่อสร้างนั้นก็มีให้เลือกใช้งานมากมาย เราจะเลือกใช้งานแบบไหน แต่ละประเภทมีคุณสมบัติ ข้อดี และข้อเสีย ที่แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ อิฐหัวใจหลักของงานก่อสร้าง ควรเลือกแบบไหนดี เลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อให้บ้านของเราแข็งแรง ทนทาน และตกแต่งตามไลฟ์สไตล์ได้อย่างสวยงาม

. . . . . . . . . . . .

ประเภทของอิฐที่ได้รับความนิยมใช้งาน

         ในปัจจุบันวัสดุก่อสร้างชนิดนี้มีด้วยกันหลายแบบหลายประเภท มีการพัฒนาการผลิตรูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบบไหนชนิดไหน เหมาะกับการใช้งานประเภทไหนดี เราจะมาแนะนำถึงชนิดและข้อแตกต่าง เพื่อที่จะเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

1. อิฐมอญ (Brick)

01

ขอบคุณภาพจาก : www.sorexpress.com

เรียกได้ว่าเป็นวัสดุก่อสร้างยอดนิยมเลยทีเดียว ผลิตจาก ดินเหนียว แกลบ ทราย และน้ำ เป็นส่วนประกอบสำคัญ โดยการผสมแล้วนำไปใส่ในบล็อก จากนั้นปล่อยทิ้งให้แห้งก่อนแล้วจึงนำไปเผา ขั้นตอนดังกล่าวนี้เองทำให้มีคุณสมบัติเรื่องความแข็งแรง ทนทาน สวยงาม คนส่วนใหญ่ชอบใช้เพราะได้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ โดยเฉพาะการตกแต่งร่วมกันกับผนังปูนเปลือย ก็จะยิ่งเพิ่มเสน่ห์และความสวยงาม หรือฉาบปูนก็สวยไปอีกแบบเหมือนกัน การใช้งานทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การทำผนังก็ใช้แบบตัน หลังจากก่อ หรือติดตั้งแล้วสามารถตอกหรือเจาะสำหรับเป็นที่แขวนสิ่งของต่าง ๆ ได้ หรือหากเราต้องการช่องสำหรับให้มีที่ระบายอากาศ เราก็สามารถเลือกใช้ชนิดที่มีรู ซึ่งก็ใช้งานได้ดี มีคุณภาพดีเช่นกัน จะมีขนาดมาตรฐาน 7 x 14.5 x 3 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่ใช้งานกันโดยทั่วไป และมี 2 แบบ คือ

อิฐมอญต้นมือ

        เป็นการผลิตขึ้นตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น โดยวิธีการผลิตนั้น จะทำให้ได้ขนาด สัดส่วน ที่อาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งจะเป็นไปตามแหล่งผลิต และการกำหนดนั่นเอง

อิฐมอญเครื่อง

       เป็นการผลิตโดยใช้การรีดขึ้นรูป แล้วนำเข้าเครื่องตัดก้อน ตัดออกเป็นท่อน ๆ จากนั้นจึงจะนำไปอบ ในกระบวนการไล่ความชื้น แล้วจึงนำไปเผาเพื่อช่วยให้คงรูป และแข็งแรงทนทานมากยิ่งขึ้น การผลิตโดยวิธีนี้จะมีขนาดที่ได้มาตรฐานเท่ากันทุกก้อน

การใช้งาน : 120-135 ก้อนต่อตารางเมตร 

การรับน้ำหนัก : 30 กิโลกรัมต่อ 1 ตารางเซนติเมตร

ราคา : 80-90 บาทต่อตารางเมตร

ข้อดี

- มีความแข็งแรง ทนทาน ทนทุกสภาพอากาศ

- มีความหนาแน่นสูง คุณสมบัติในการยึดเกาะดี

- สวยแบบธรรมชาติ มีความคลาสสิก เรียบง่าย มีเสน่ห์

- ราคาถูก หาซื้อได้ตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป

ข้อเสีย

- น้ำหนักค่อนข้างมาก ใช้งานได้ยาก เพราะขนาดไม่ตายตัว ขาดมาตรฐาน

- ขนาดเล็กทำให้ใช้เวลาในการก่อสร้างมากขึ้น เปลืองค่าแรงมากขึ้น ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ ค่าใช้จ่ายสูง

- สะสมความร้อน ทำให้บ้านร้อน แต่หากก่อแบบ 2 ชั้น จะช่วยลดความร้อนให้เข้าในบ้านได้น้อยลง 

ดูดความชื้นได้ดี

- เก็บเสียงได้พอสมควร สามารถกันเสียงได้ 43 เดซิเบล

2. อิฐแดง มอก. หรืออิฐแดงสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

01

ขอบคุณภาพจาก : www.brickdd.com

         ได้มีการผลิตและพัฒนาให้มีมาตรฐานเพิ่มมากขึ้น เป็นไปตามที่ มอก. กำหนด ทั้งด้านคุณภาพคือมีความแข็งแกร่ง ใช้งานได้ดี และปลอดภัย และจะต้องมีฉลากระบุถึงระดับคุณภาพ โรงงาน 

เครื่องหมายการค้า อย่างน้อย 1 ก้อน จากในกอง มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ

อิฐ มอก. 77-2545

         หรือเรียกอีกอย่างว่าอิฐก่อสร้างสามัญ ลักษณะเหมือนกับแบบทั่ว ๆ ไปที่เป็นก้อนสี่เหลี่ยมตัน ใช้สำหรับก่อทำผนังหรือกำแพง ลักษณะภายนอกจะไม่มีรอยแตก มีผิวร่อง ผิวหยาบสำหรับด้านก่อฉาบปูน โดยจะมีขนาดเป็นไปตามที่ มอก. กำหนดไว้ และมีค่าความคลาดเคลื่อนที่วัดด้วยความละเอียดได้ 0.5 มิลลิเมตร โดยมีขนาดมาตรฐาน 40 x 65-90 x 140-190 เซนติเมตร นอกจากนั้น ยังมีการทดสอบคุณภาพทั้งการต้านแรงอัด การดูดกลืนน้ำ จากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ มอก. กำหนด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อิฐ มอก. 153-2540

         สำหรับอิฐกลวงก่อแผงไม่รับน้ำหนัก มีคุณลักษณะเหมือนก้อนดินเผาทั่วไป ที่ทำจากดินเหนียวปนทราย มีรู นิยมใช้สำหรับงานก่อสร้างที่ไม่รับน้ำหนักมาก ก่อได้ทั้งผนังและกำแพง มีขนาดมาตรฐาน 40-90 x 110-120 x 160-250 เซนติเมตร ซึ่งยังแบ่งระดับความคงทน ตามชั้นคุณภาพดังนี้

- ชั้นคุณภาพ ก มีความทนทานสูง ทนต่อการผุกร่อนจากสภาพดิน ฟ้า อากาศ และอุณหภูมิความร้อน

- ชั้นคุณภาพ ข มีความทนทานปานกลาง ทนต่อการผุกร่อนจากสภาพดิน ฟ้า อากาศ

- ชั้นคุณภาพ ค เหมาะสำหรับใช้สำหรับงานภายในเท่านั้น

3. อิฐมวลเบา (Lightweight Concrete)

01

ขอบคุณภาพจาก : www.tpipolene.co.th

         เป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมาภายหลัง ด้านในจะกลวง ผลิตขึ้นจากการผสมกันระหว่างปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์กับวัสดุอื่น ๆ เช่น ทราย ยิปซัม ปูนขาว ผงอะลูมิเนียม รวมทั้งสารที่ทำหน้าที่กระจายฟองอากาศ มีรูพรุนอยู่ในเนื้อวัสดุแบบไม่ต่อเนื่องประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ทำให้น้ำหนักเบา ส่วนฟองอากาศนั้นก็ทำหน้าที่เป็นเหมือนฉนวนป้องกันความร้อนได้ และยังมีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือสามารถลอยน้ำได้ มีขั้นตอนและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีความทันสมัย เหมาะสำหรับใช้ทำผนังบ้าน ผนังลอย มีขนาด 20 x 60 x 7.5 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานทั่วไป

การใช้งาน : 8.33 ก้อนต่อตารางเมตร

การรับน้ำหนัก : 30 กิโลกรัมต่อ 1 ตารางเซนติเมตร

ราคา : 115-125 บาทต่อตารางเมตร โดยยังไม่รวมกับค่าอุปกรณ์ที่ใช้กับวัสดุประเภทนี้โดยเฉพาะ

ข้อดี

- ผลิตตามขั้นตอนทันสมัย มีมาตรฐานที่ดี ทำให้ได้คุณภาพ และขนาดเท่ากันทุกก้อน

- น้ำหนักเบา ไม่ทำให้โครงสร้างบ้านหนักจนเกินไป เคลื่อนย้ายได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว 

- สามารถทนความร้อนได้มากถึง 1,100 องศาเซลเซียส และทนได้นาน 4 ชั่วโมง

- ขนาดก้อนใหญ่ ใช้แรงงานในการก่อสร้างน้อย ประหยัดพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย

- ช่วยสะท้อนเสียงได้ดี ป้องกันเสียง เก็บเสียงได้ประมาณ 38 เดซิเบล

- มีความสามารถในการดูดซึมน้ำได้ในระดับปานกลาง แต่จะน้อยกว่าอิฐมอญประมาณ 4 เท่า

ข้อเสีย

- ความแข็งแรงทนทานไม่มาก

- ต้องใช้ปูนในการก่อและฉาบโดยเฉพาะเท่านั้น

- ยังมีราคาค่อนข้างแพง

- การตอกหรือเจาะสำหรับแขวนสิ่งของต่าง ๆ ต้องใช้พุกโลหะที่ใช้เฉพาะเท่านั้น

4. อิฐบล็อก

01

ขอบคุณภาพจาก : www.sapsiammaterial.com

         เป็นวัสดุก่อสร้างที่เหมาะสำหรับงานก่อสร้างอาคารโรงงานหรือโกดังมากกว่าสร้างบ้านพักอาศัย มีสีเทา และมีรูกลวงค่อนข้างมากทำให้มีน้ำหนักเบา ผลิตขึ้นจากปูนซีเมนต์กับทรายผสมกัน ป้องกันการรั่วซึมได้ไม่ดีมากนัก มีขนาดใหญ่ทำให้สามารถใช้เวลาในการสร้างน้อยลง ประหยัดพลังงานและค่าแรงในการก่อสร้าง แต่หากจะต้องเจาะหรือมีการซ่อมแซมขึ้นมาภายหลัง จะทำได้ไม่ดี เพราะจะทำให้เกิดการแตกร้าวลุกลามได้ง่าย และไม่เหมาะกับการทำผนังห้องน้ำเพราะจะเกิดการรั่วซึม นิยมใช้สร้างเป็นรั้วหรือกำแพงกั้นภายนอกบ้าน

การใช้งาน : 12.5 ก้อนต่อตารางเมตร

การรับน้ำหนัก : 10.5 กิโลกรัม ต่อ 1 ตารางเซนติเมตร

ราคา : 50-55 บาทต่อตารางเมตร

ข้อดี

- มีความแข็งแรงทนทานเท่า ๆ กับอิฐมอญ

- สามารถเก็บความเย็นได้ดี เพราะมีรูพรุนมาก

- ขนาดใหญ่ ช่วยให้ประหยัดเวลาก่อสร้างไม่นาน ทำให้งานเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว

- ได้รับความนิยม เพราะประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่ายได้มาก

ข้อเสีย

- ต้องใช้ช่างที่มีฝีมือ มีความชำนาญในการก่อสร้าง เพราะหากฉาบปูนได้ไม่ดีจะทำให้เกิดปัญหารั่วซึมได้ภายหลัง

- รับน้ำหนักได้ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับวัสดุชนิดอื่น 

- เปราะแตกหักง่าย ไม่เหมาะจะตอกหรือเจาะเพื่อแขวนสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก

- เก็บเสียงได้ไม่ดี

- ดูดซึมน้ำได้ไม่ดี 

5. อิฐประสาน

01

ขอบคุณภาพจาก : www.thaiwatsadu.com

         เป็นวัสดุก่อสร้างที่ผลิตขึ้นจากส่วนผสมของดินลูกรัง ซึ่งมีลักษณะเป็นดินปนทราย หินฝุ่นทราย เถ้าลอย (Fly ash) หรือวัสดุแบบอื่น ๆ โดยจะมีดินเป็นส่วนผสมไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ผสมเข้ากับปูนซีเมนต์และน้ำในอัตราส่วนตามมาตรฐานที่กำหนด แล้วจึงนำไปอัดในเครื่องอัดก้อน โดยเครื่องอัดนี้จะมีทั้งชนิดที่เป็นมือโยกและชนิดไฮโดรลิก อัดเป็นก้อนแล้วบ่มแข็งประมาณ 10 วัน ซึ่งแต่ละก้อนได้มีการพัฒนาให้มีเดือยและรูเพื่อล็อกยึดกันเอง ช่วยทำให้ง่ายและสะดวกในการติดตั้ง แรงงานที่ใช้ก่อสร้างไม่จำเป็นต้องเป็นแรงงานมีฝีมือ จุดเด่นของวัสดุชนิดนี้คือสามารถทดแทนเสาและคานแบบทั่วไปได้ มี 2 ขนาดมาตรฐาน คือ ขนาด 10 x 25 x 10 เซนติเมตร และ 10 x 30 x 10 เซนติเมตร 

ข้อดี

- แข็งแรง ทนทาน 

- ทำให้บ้านเย็นสบาย เพราะปริมาณของเนื้อดินสูง และจากความหนาของขนาดก้อน

- ช่วยประหยัดงบประมาณได้มาก การก่อเพียงแค่เราใช้ปูนกับทรายผสมน้ำเทใส่ช่อง ก็จะเชื่อมประสานกันโดยไม่ต้องฉาบปูน

- สวยงาม สามารถเลือกสีได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม สีสันจะขึ้นอยู่กับสีของดินที่ใช้เป็นส่วนผสมหลัก

- เหมาะสำหรับงานก่อโชว์และตกแต่ง

ข้อเสีย

- มีน้ำหนักค่อนข้างมาก การออกแบบคาน เสา หรือฐานราก ต้องออกแบบมารองรับโดยเฉพาะ

- คุณภาพจะไม่ค่อยได้มาตรฐาน ขึ้นอยู่กับสภาพดินในแต่ละพื้นที่

- สีไม่คงที่ เพราะจะเปลี่ยนไปตามสภาพดินที่ใช้ผสม

- มีราคาสูงกว่าอิฐมอญ 3-4 เท่าตัว

การใช้งาน : 40 ก้อนต่อตารางเมตร

ราคา : 480 บาทต่อตารางเมตร

. . . . . . . . . . . .

การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ทดแทนการใช้อิฐ

         แม้ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างพื้นฐานยอดนิยม แต่บางครั้งการต่อเติมพื้นที่ภายใน หรือพื้นที่เพิ่มเติมที่ต้องการทางเลือกใหม่ ๆ ที่ไม่ต้องมีการรับน้ำหนัก หรือต้องการลดขั้นตอนความยุ่งยากในการทำงานแบบเดิม ๆ จึงได้มีวัสดุทางเลือกใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมา เราจะมีทางเลือกวัสดุอะไรที่ใช้แทนอิฐได้บ้าง ลองมาดูกันเลย

ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป Precast หรือส่วนใหญ่จะเรียกทับศัพท์เลยว่าพรีคาสต์ ซึ่งก็คือผนังที่สร้างขึ้นจากคอนกรีตสำเร็จรูป ในปัจจุบันเริ่มเป็นที่นิยมใช้กันมากเช่นกัน เพราะเป็นผนังที่พัฒนานวัตกรรมขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์จุดอ่อนของอิฐประเภทต่าง ๆ การผลิตจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากกว่า และยังมีการเสริมเหล็กที่มีความหนา 0.5 มิลลิเมตร เพิ่มเข้าไปภายใน เพื่อทำให้แข็งแรงทนทานมากขึ้น รับน้ำหนักได้ดีมากขึ้น รวมทั้งยังทำให้การก่อสร้างสะดวกรวดเร็ว และในการก่อสร้างจะช่วยลดทั้งเสียงและปริมาณการเกิดฝุ่นได้เป็นอย่างดี

ข้อดี

- โครงสร้างเสริมเหล็กภายใน มีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้ดีมาก

- น้ำหนักเบา ทำให้ทำงานได้สะดวกรวดเร็ว วัสดุเคลื่อนย้ายได้ง่าย ประหยัดเวลาในการก่อสร้าง

- การผลิตได้ขนาดและรูปร่างตามมาตรฐานที่กำหนด

- ประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดงบประมาณ เมื่อเทียบกับการสร้างบ้านพักอยู่อาศัยด้วยวัสดุอื่น ๆ 

ข้อเสีย

- การใช้ผนังสำเร็จรูป ต้องวางแผนงานมากกว่า และเตรียมงานล่วงหน้าอย่างรอบคอบโดยเฉพาะขั้นตอน-การติดตั้ง เพราะจะแก้ไขได้ยากกว่าวัสดุก่อสร้างแบบเดิม ๆ 

- ต่อเติมบ้านหรือพื้นที่ใหม่เพิ่มเติมทำได้ยาก เพราะได้คำนวณวัสดุผนังสำเร็จรูปเสริมเหล็กรวมไปในโครงสร้างแล้ว แต่หากจำเป็นต่อเติมปรับปรุง ก็สามารถปรึกษาวิศวกรหรือใช้ช่างที่มีความชำนาญได้

- เป็นวัสดุที่สะสมอุณหภูมิความร้อนและคายความร้อนได้ช้าอีกด้วย

          แผ่นสมาร์ตบอร์ด หรือแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์ การทำผนังจากแผ่นสมาร์ตบอร์ด นั้นก็ได้รับกระแสความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสามารถทำได้ทั้งผนังภายในและภายนอก ติดตั้งได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว และมีน้ำหนักเบากว่าผนังแบบก่ออิฐถึง 6 เท่า มีหลายคนสงสัยว่าผนังจากแผ่นสมาร์ตบอร์ด จะสามารถตอกหรือยิงผนังเพื่อยึดหรือแขวนได้ดีเหมือนวัสดุอื่น ๆ หรือไม่? ก็ต้องบอกว่าสามารถทำได้ สามารถตอกตะปูเพื่อแขวนสิ่งของน้ำหนักไม่มากเกิน 3-5 กิโลกรัมได้ แต่หากเป็นอุปกรณ์น้ำหนักมากกว่านั้น อาจจะต้องใช้อุปกรณ์เจาะแบบใช้เฉพาะสมาร์ตบอร์ด เช่น พุกพลาสติกผีเสื้อ PT-13 ใช้งานคู่กับตะปูเกลียว ก็จะสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 80 กิโลกรัมต่อจุดเลยทีเดียว ส่วนเรื่องป้องกันเสียง หากเราฉาบปูนทับแผ่นสมาร์ตบอร์ด ที่มีความหนา 8 มิลลิเมตร ทั้ง 2 ด้าน ก็จะมีค่ากันเสียง Sound Transmission Class ที่ STC 39 ซึ่งเรียกได้ว่าไม่แตกต่างกัน

ข้อดี

- ทนน้ำ ไม่เปื่อยยุ่ย ไม่บวม น้ำไม่ซึมผ่าน (แต่ไม่ควรแช่น้ำ )

- มีคุณสมบัติกันเสียงได้ดี หากฉาบปูนทับ โดยมีค่ากันเสียง Sound Transmission Class ที่ STC 39

- ทนไฟ ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่น และวัสดุที่กรุตรงกลาง

- ทนความร้อนได้ดี มีค่ากันความร้อนอยู่ที่ R 0.5

- มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ

ข้อเสีย

- รับน้ำหนักได้ไม่ดี รวมทั้งการตอกหรือเจาะเพื่อยึดวัสดุต่าง ๆ ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะ

- ไม่ทนต่อแรงกด หรือกระแทก 

- เปราะง่าย ไม่สามารถกรุกระเบื้องทับได้ ผิวไม่สวย ต้องทาสีหรือฉาบปูนปิดผิว

. . . . . . . . . . . . .

          แม้ว่าจะมีวัสดุก่อสร้างใหม่เกิดขึ้นอย่างมากมาย แต่อิฐก็ยังเป็นวัสดุก่อสร้างหลักที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะมีความแข็งแรงทนทาน รับน้ำหนักได้ดี ใช้งานและหาซื้อได้ง่ายตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่ว ๆ ไป อีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นความคุ้นเคยในการเลือกใช้งานในการสร้างบ้าน ก่อผนัง กำแพง หรือส่วนต่อเติมต่าง ๆ และยังมีให้เลือกใช้หลากหลายประเภท ให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานอีกด้วย แต่ละประเภทก็มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับเราว่าเลือกใช้ได้เหมาะกับงานแต่ละประเภทหรือไม่ หากเลือกใช้ได้ตรงกับลักษณะงานก็จะใช้ได้อย่างยาวนานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใครกำลังมีไอเดียจะต่อเติมพื้นที่ต่าง ๆ เราขอแนะนำ อิฐหัวใจหลักของงานก่อสร้าง ควรเลือกแบบไหนดี เลือกแบบไหนให้เหมาะกับการใช้งาน เพื่อให้บ้านของเราแข็งแรง ทนทาน และตกแต่งตามไลฟ์สไตล์ได้อย่างสวยงาม ครั้งหน้าเราจะนำความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อะไรมาฝากกันอีก อย่าลืมติด ตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ