logo

          สวัสดีคุณผู้อ่าน CondoNewb ครับ NewbTalk บทความนี้ เราจะมาเขียนเกี่ยวกับ แบรนด์คอนโด ของ Developer เจ้าดัง ไม่ว่าจะเป็น Origin, SENA, SUPALAI, Ananda และ แสนสิริ เหตุผลที่หยิบยกเรื่องนี้มาเขียนเป็นบทความกัน เพราะเห็นว่า แบรนด์คอนโด บอกอะไรเราได้มากเลยทีเดียวเกี่ยวกับตัวโครงการ สำหรับคนที่อยู่ในวงการอสังหาฯ มาสักพัก บางครั้งแค่ได้ยินชื่อแบรนด์ก็รู้ว่าแล้วว่าราคาจะประมาณไหน สไตล์จะออกมายังไง หรือ ทำเลที่ตัว Developer จะปักหมุด เพื่อนำคอนโดแบรนด์นั้น ๆ ไปลง องค์ประกอบ จะเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็นับว่าถ้าหากเราได้รู้จัก แบรนด์คอนโด แต่ละแบรนด์ของ Developer แต่ละเจ้าเเล้ว ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสและตัวเลือกในการซื้อ หรือ ลงทุนคอนโดของเราให้มากขึ้นครับ

          โดยในบทความด้านล่างนี้ เราจะขอหยิบยกแบรนด์เด่นดังจาก Developer ที่กล่าวมาข้างต้น Developer ละ 1 แบรนด์ ที่ทีมงาน CondoNewb ลงความเห็นแล้วว่าเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามอง ทั้งในแง่จองความมีชื่อเสียง จุดเด่นของแบรนด์ที่แตกต่างกัน รวมถึงโอกาสในการลงทุนของคอนโดแต่ละแบรนด์ด้วย ไปอ่านกันได้เลยครับ

. . . . . . . . .

Origin Propperty

เริ่มกันที่เจ้าแรกเลยครับทุกคนก็คือ Origin Propperty เจ้าพ่อแห่งคอนโดย่านบางนาแบริ่งครับ ที่กล้าพูดคำนี้ออกมาเพราะเคยได้ยินว่า คุณโด่ง พีระพงศ์ จรูญเอก CEO แห่งออริจิ้น ถึงกับทำห้องทำงานที่อาคารภิรัชทาวเวอร์ ให้มองเห็นคอนโดโครงการแรกของออริจิ้น ที่ย่านแบริ่งเลยด้วยครับ

ซึ่งแบรนด์ที่ CondoNewb คิดว่าน่าจับตามองคือ The ORIGIN ซึ่ง The ORIGIN เป็น แบรนด์คอนโด ที่เปิดตัวครั้งแรกปี 2562 ทาง Origin Property วาง Position แบรนด์ The ORIGIN เอาไว้ ให้เป็นแบรนด์ที่เจาะตลาดกลุ่มคน Gen Z (คนที่เกิดหลังจากปี ค.ศ. 1995 หรือปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา อายุประมาณ 23-28 ปี) ซึ่ง ORIGIN ค่อนข้างมั่นใจมาก ๆ ว่าแบรนด์ The ORIGIN จะตอบโจทย์กลุ่มคน Gen Z หรือ กลุ่มคนที่เพิ่งจะซื้อคอนโดมิเนียมหลังแรก (First Condo Buyer) เนื่องจากทาง ORIGIN คัดเลือกพนักงานที่เป็นกลุ่ม Gen Z มาร่วมออกแบบและพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ The ORIGIN ทำให้การพัฒนาแบรนด์นั้น ได้ข้อมูล Insigh จากคนกลุ่มนี้ไปจริง ๆ ครับ

จุดเด่นแรกของแบรนด์นี้อยู่ที่ราคาที่ทำไว้ตั้งแต่ล้านต้น – 3 ลบ. ตามแต่ละทำเล

The Origin รามอินทรา 83 สเตชั่น ใกล้รถไฟฟ้าเพียง 70 ม.

The Origin E22 Station ใกล้ BTS สายลวด 222 ม.

The Origin รัชดา-ลาดพร้าว

แต่ตัวที่เปิดมาแล้วปังสุด ๆ คือ The Origin อ่อนนุช ส่วนตัวคิดว่าทำราคาไว้ดีมาก เปิดตัวอยู่ที่ 1.6x ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี เพราะคอนโดราคานี้ในอ่อนนุช เหลือน้อยเต็มที จบแทบจะหาไม่ได้อีกแล้ว นอกจากนี้ยังเปิดขายแบบออนไลน์ 100% แบบไม่มี Sale Gallery ด้วยครับ

จุดเด่นที่ 2 คือ แปลนห้องที่มี Smart Closet

ห้องสำหรับแต่งตัว ที่เป็น Walk-in Closet ขนาดใหญ่

แปลน 1 Bedroom Smart Closet ขนาด 22 ตารางเมตร

โครงการ The Origin E22 Station

ซึ่งถือเป็นแปลนที่สร้างชื่อให้กับแบรนด์ The Origin มาก ๆ เนื่องจากในห้องขนาดเริ่มต้น ไม่ค่อยมี Developer เจ้าไหน ทำ Walk - in Closet ครับ

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ The Origin เพื่ออยู่เอง

ขนาดแปลนห้องเหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียว ต้องการพื้นที่ส่วนตัว เดินทางสะดวก แม้จะไม่ได้ทำเลจะอยู่ใจกลางเมือง ใครที่ทำงานในย่านใจกลางเมืองแต่ยังรายได้ยังไม่มากนัก ก็เป็นราคาที่ซื้อได้ หากจะต้องเดินทางเข้าเมืองก็ใช้รถไฟฟ้าเอา อาจจะเดินทางไกลหน่อย แต่หากอายุงานเพิ่มขึ้น เงินเดือนมากขึ้นก็สามารถขยับขยายเข้าใกล้เมืองมากขึ้น ส่วนห้องที่เราซื้อไว้ก็สามารถปล่อยเช่าต่อได้

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ The Originเพื่อลงทุน

 แม้แบรนด์นี้จะเน้นกลุ่ม Gen Z แต่หากจะซื้อลงทุนอาจจะต้องดูทำเลให้ดี ๆ อาจจะต้องลงไปดูทำเลจริง ๆ ก่อนซื้อเพื่อลงทุน เพราะบางทำเลของโครงการนี้ อยู่ในทำเลที่เป็นชุมชนเดิมอยู่แล้ว และบางทำเลไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งงาน หากจะซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่าให้กลุ่ม Gen Z ก็อาจจะต้องวิเคราะห์เป็นทำเล ๆ ไป

. . . . . . . . . .

SENA Development

 สำหรับ SENA Development ก็เป็นอีกหนึ่ง Developer ที่ CondoNewb เข้าไปรีวิวมาหลายโครงการมาก ๆ เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือคอนโด โดยแบรนด์ที่เราจะเลือกมาแนะนำในวันนี้ ก็เป็นแบรนด์ที่เราเคยไปรีวิวมาแล้วในหลากหลายทำเล นั่นก็คือแบรนด์ NICHE ครับ

ซึ่งสำหรับแบรนด์ NICHE นั้น ก็เป็นอีก แบรนด์คอนโด ที่เปิดตัวมานานมาก ๆ และมีโครงการภายใต้แบรนด์ NICHE นี้เปิดตัวใหม่อยู่ตลอด โดยในแบรนด์ NICHE นี้มีโครงการหลากหลายทำเล ไม่ว่าจะเป็น บางนา, เพชรบุรี, พระราม 2, สุขุมวิท, แจ้งวัฒนะ, อิสรภาพ, รามคำแหง, พระราม 2, เจริญนคร และที่กำลังเปิดตัวใหม่อย่าง NICHE Pride เอกมัย

โดยทาง SENA Development ก็ตั้งใจออกแบบ แบรนด์คอนโด NICHE ด้วยคอนเซปต์ แบบเดียวกันกับโครงการคอนโดและบ้านเดี่ยวของบริษัทคือ MADE FROM HER ที่เน้นการออกแบบฟังก์ชันการอยู่อาศัย จากความละเอียดลออของผู้หญิง ที่ทำให้ทุกชีวิตอยู่สบาย และยังได้บริษัท ฮันคิว มาร่วมออกแบบเฟอร์นิเจอร์ Buit - in ให้ในแต่ละโครงการ เป็นเฟอร์นิเจอร์ Buit - in ให้มีฟังก์ชันแบบญี่ปุ่นด้วยครับ

จุดเด่นของ NICHE คือราคา และการออกแบบ

แน่นอนว่าจุดเด่นของแบรนด์ NICHE อยู่ที่ราคา ที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ แม้จะอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและการเติบโต โดยราคาเริ่มต้นตั้งแต่ ล้านต้น ๆ ไปจนถึง 4 ล้านปลาย

เน้นลูกค้ากลุ่มที่ต้องการเริ่มต้นใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ไปจนถึงกลุ่มที่กำลังสร้างครอบครัว และต้องการที่อยู่อาศัยที่เดินทางสะดวก และมีพื้นที่กว้าง ๆ พื้นที่เริ่มต้นยังกว้างกว่าคอนโดมิเนียมเจ้าอื่น ๆ (ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายของเสนามาโดยตลอด)

โดยห้องแบบ 1 Bedroom ของที่นี่เริ่มต้นที่ 28 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเพียงพอ อยู่คนเดียวได้แบบไม่อึดอัด แถมยังมี Built-in ที่ออกแบบโดย GEO Fit+ ให้ในยูนิตมาด้วย ซึ่งข้อดีคือเราจะได้เฟอร์ที่ฟิตกับห้องและฟังก์ชันพอดี

นอกจากนี้คอนโดแบรนด์ NICHE แต่ละโครงการก็จะมียูนิตที่ออกแบบมาแตกต่างกันไปตามคนอยู่ ยกตัวอย่างเช่น NICHE โมโน แจ้งวัฒนะ ที่มีทั้งยูนิตที่ขนาดห้องนอนใหญ่เป็นพิเศษ และยูนิตที่ห้องนั่งเล่นใหญ่เป็นพิเศษ

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ NICHE เพื่ออยู่เอง

ด้วยความที่ NICHE มีอยู่แทบจะทุกทิศของกรุงเทพ และมีหลายทำเลที่อยู่ติดรถไฟฟ้าในย่านรอบนอกเมือง แต่ยังเดินทางสะดวกอยู่ สามารถ Interchange เข้าเมืองด้วยรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทได้ และขนาดเริ่มที่ค่อนข้างใหญ่ พร้อมฟังก์ชันภายในห้องที่ออกแบบเพื่อการใช้งาน เพื่อการอยู่จริง ๆ

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ NICHE เพื่อลงทุน

ทำเลที่ NICHE เลือกปักหมุด ส่วนใหญ่จะอยู่ในทำเลที่รถไฟฟ้าสายเชื่อมต่อ ซึ่งในอนาคตหากรถไฟฟ้าสร้างเสร็จหลายสาย มีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นตาม ดังนั้นจะซื้อไว้เพื่ออยู่เอง แล้วขายเมื่อได้ Capital Gain ก็ถือว่าน่าสนใจ นอกจากนี้ด้วยขนาดห้องที่ใหญ่ก็อาจจะเป็นข้อได้เปรียบ ทำให้ในอนาคตอาจจะเป็นคอนโดมิเนียมที่หาได้ยากและคนต้องการ เพราะในปัจจุบันพื้นที่เริ่มต้นของยูนิตอยู่อาศัยของคอนโดในเมืองเริ่มเล็กลงเรื่อย ๆ

. . . . . . . . . .

SUPALAI

มาถึง Developer เจ้าที่ 3 กันครับ เชื่อว่าต้องเป็น Developer ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่นอน เพราะเป็น Developer ที่อยู่คู่กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยมานานแสนนานเลยครับกับ SUPALAI และจากการที่เดินทางไปรีวิวโครงการของศุภาลัยมามากมาย ก็ค้นพบจุดเด่นมากมาย ที่ทำให้ครองใจกลุ่มลูกค้าได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา ที่ทำได้ถูกกว่าคู่แข่ง หรือขนาดห้องเริ่มต้นที่ใหญ่กว่าครับ

ซึ่งแบรนด์ที่เราเลือกมาพูดถึงกันในวันนี้คือแบรนด์ SUPALAI LOFT ครับ ซึ่งก็เป็นอีกแบรนด์ที่เปิดตัวมายาวนาน เหมือนบริษัทเลย แบรนด์ SUPALAI LOFT ราคาจะเริ่มต้นอยู่ประมาณตั้งแต่ 1 ล้านบาทปลาย ๆ ไปจนถึง 3 ล้านบาท ซึ่งถ้าเราดูจากตัวทำเลที่เลือกปักหมุด ไม่ว่าจะเป็น สาทร - ราชพฤกษ์, แจ้งวัฒนะ, ติวานนท์, แยกไฟฉาย ก็ล้วนเเล้วแต่เป็นทำเลที่มีแนวโน้มในอนาคตที่ดีทั้งนั้นครับ แต่ที่ทางศุภาลัยยังทำราคาขายได้ค่อนข้างดี เป็นเพราะ Developer เจ้านี้ เน้นกว้านซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นที่ดินที่ซื้อเก็บเอาไว้เป็นเวลานาน พอเวลาผ่านไป มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น พอสร้างคอนโด ก็กลายเป็นว่าต้นทุนที่ดินที่ซื้อมานานนั้นถูกลง และทำให้สามารถทำราคาขายที่ดีได้ครับ

จุดเด่นของ SUPALAI LOFT

ความพิเศษของ SUPALAI LOFT เริ่มจากเรื่องของทำเลก่อนเลยครับ โดยทำเลของแต่ละโครงการภายใต้แบรนด์ SUPALAI LOFT ก็จะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าไม่เกิน 1 กิโลเมตร อีกทั้งในแง่อื่น ๆ อย่างเช่นเรื่องของการออกแบบเพดานห้องที่สูงกว่า สมชื่อ SUPALAI LOFT และกลุ่มลูกค้า Real Demand ที่เหนียวแน่นของแบรนด์ SUPALAI LOFT ครับ

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ SUPALAI LOFT เพื่ออยู่เอง

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า SUPALAI LOFT เหมาะมากกับการอยู่เอง ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มสาวออฟฟิศที่เพิ่งซื้อคอนโดหลังแรก เพราะราคาเริ่มต้นแค่ล้านปลาย ๆ ถือว่าทำเรื่องกู้ผ่านได้สบายมาก หรือจะเป็นการอยู่อาศัยแบบคู่รัก หรือ การอยู่อาศัยแบบครอบครัว ก็สามารถทำได้ เนื่องจากห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการนี้ก็ใหญ่ วน ๆ อยู่เกือบ ๆ จะ 30 ตารางเมตรเลยทีเดียว แถมทำเลก็เอื้อต่อการเดินทางด้วยครับ มีหลายทำเลที่อยู่ใกล้ทั้งแหล่งงาน เเละก็เดินทางไปสถานศึกษาสะดวกในทำเลเดียวกันด้วย

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ SUPALAI LOFT เพื่อลงทุน

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า SUPALAI มักจะเลือกปักหมุดบนพื้นที่ที่มี Real Demand พร้อมซื้อ อันนี้พูดจากประสบการณ์ตรงที่เบนไปเคยไปเยี่ยม Sales Gallery ของศุภาลัย แม้ตัวโครงการจะไม่ได้มีกระแสหวือหวาในสื่อ แต่เข้าไปถามทีไรก็ขายใกล้หมดในช่วงพรีเซลอยู่เสมอ ๆ และการที่มี Real Demand นั่นหมายความว่าความต้องการที่จะอยู่อาศัยก็มีไม่น้อยเช่นกัน และแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากซื้อคอนโด บางคนต้องการที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน ต้องการที่อยู่ที่เดินทางสะดวก ความต้องการที่เช่าก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

. . . . . . . . .

ANANDA Development

อนันดาถือว่าเป็น Developer ที่มี แบรนด์คอนโด หลากหลายและเรียงง่ายที่สุด ความหมายคือ Developer เจ้านี้จะเรียง แบรนด์คอนโด ด้วยความใกล้ - ไกล จากสถานีรถไฟฟ้า BTS เป็นหลัก เช่นแบรนด์ทอปสุด Ashton ก็จะอยู่ 0 เมตรจากรถไฟฟ้า หรือในโลเคชั่นที่ไพร์มมาก ๆ รองลงมาเป็น Ideo Q ก็จะห่างออกไปจากสถานีรถไฟฟ้า ในระยะประมาณ 50 - 100 เมตร ส่วน Ideo Mobi ก็จะห่างขึ้นไปถึงประมาณ 150 เมตร หรือหากเป็น Ideo เฉย ๆ ก็จะอยู่ที่ราว ๆ 250 เมตร (ตัวเลขคร่าว ๆ)

และแน่นอน แบรนด์ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ จะเป็นแบรนด์อะไรไปไม่ได้เลยนอกจากแบรนด์ Ideo ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากของอนันดา สมัยเด็ก ๆ ตัวผมเองก็มักจะได้ยินโฆษณา ตามวิทยุ หรือโทรทัศน์อยู่เสมอ ถึง แบรนด์คอนโด ที่ชื่อว่า Ideo ซึ่งภาพลักษณ์ของแบรนด์นี้คือ แบรนด์คอนโด ที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น คน Generation ใหม่ ๆ ที่มีความทันสมัย และดูไฮเทค และแน่นอนว่าในปัจจุบัน ภาพจำเหล่านั้นก็ยังคงอยู่

จุดเด่นของ Ideo คือเรนจ์ราคาที่กว้าง และการออกแบบที่โดดเด่น

อีกเรื่องหนึ่งที่อนันดาเด่นมาก คือ การออกแบบตัวอาคาร แบรนด์ Ideo มักจะมีตึกที่เป็น Iconic เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตัวที่เราเคยไปรีวิวอย่าง Ideo Mobi สุขุมวิท Eastpoint หรือ Ideo Mobi สุขุมวิท 66 ที่เคยได้รับรางวัล ASIA PACIFIC PROPERTY AWARDS ปี 2017 ด้วย รวมถึงการออกแบบส่วนกลางต่าง ๆ ก็มีความสวยไม่เหมือนใคร Marketing ของอนันดา เคยเล่าให้ผมฟังขำ ๆ ว่า เขาต้องทะเลาะกับผู้รับเหมาหลายครั้งมาก ในการสร้างคอนโดแต่ละโครงการ

อีกทั้งในเรื่องของราคา ของแบรนด์นี้ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2 ล้านต้น ๆ ไปจนถึงเกือบ 7 ล้านเลยทีเดียวแน่นอนแหละ ราคาขึ้นอยู่กับทำเล

ความแตกต่างของ Ideo แต่ละแบรนด์

Ideo Q

ตัวท็อปของ IDEO ราคาจะสูงที่สุด อยู่ประมาณ 6-7 ลบ. ทำเลจะอยู่ใจกลางเมืองมาก ๆ เป็นแหล่งที่ Traffic สูง สิ่งอำนวยความสะดวกครบ อย่าง ประสานมิตร, ทองหล่อ, อนุสาวรีย์

Ideo Mobi

ราคาจะลดลงมาอยู่ในช่วง 2 – 5 ลบ. ทำเลจะขยับออกมาจากใจกลางเมืองเล็กน้อย แต่ยังใกล้รถไฟฟ้า และเดินทางสะดวกอยู่อย่างเช่นทำเล วงศ์สว่าง, เอกมัย, บางนา, อุดมสุข, เตาปูน, อโศก,

Ideo

แต่ละโครงการจะมีความพิเศษที่แตกต่างออกไป โดยทำเลที่แบรนด์นี้เลือกไปปักหมุดก็จะมี สามย่าน, พระโขนง, บางพลัด, สุทธิสาร, พระราม 9, วงเวียนใหญ่, รามคำแหง และที่เพิ่งเปิดตัวไปอย่าง รามคำแหง-ลำสาลี สเตชัน ที่อยู่ห่างจาก MRT ลำสาลีเพียง 50 เมตร ในราคาเริ่มต้น 2.19 ลบ.

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ Ideo เพื่ออยู่เอง

ด้วยจุดเด่นของ IDEO ที่เน้นความทันสมัย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ชอบความคล่องตัว ต้องเดินทางในย่านใจกลางเมืองอยู่เสมอ นี่คือแบรนด์ที่น่าจะตอบโจทย์เพื่อน ๆ ได้เลยทีเดียว

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ Ideo เพื่อลงทุน

จุดเด่นสำหรับการซื้อลงทุนคือ IDEO ส่วนตัวเบนมองว่าเรื่องทำเลหลาย ๆ คนคงเห็นตรงกันว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นทำเลที่มี Demand ในการเช่าอยู่เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน และสิ่งที่โค่นยากสำหรับ IDEO คือเรื่องของความสวยงามที่ทำให้มูลค่าของโครงการไม่ตกลงไป แม้โครงการจะสร้างเสร็จมาหลายปี

. . . . . . . . .

SANSIRI

Developer เจ้าสุดท้าย เป็น Developer เข้าดังอีกเจ้าที่ CondoNewb ก็ถือเป็นลูกบ้านอยู่ถึง 2 โครงการด้วยกัน ทั้ง The Line สุขุมวิท 101 และ Kawa Haus แต่สำหรับแสนสิริ แบรนด์คอนโด ทั้งสองแบรนด์ที่กล่าวมานี้ แบรนด์หนึ่งก็เป็นแบรนด์สร้างชื่อเสียงให้ในหลากหลายทำเล อีกแบรนด์ก็เป็นแบรนด์ที่วาง Position ออกมาอย่างโดดเด่นด้วยส่วนกลางและตัวโครงการสไตล์รีสอร์ต ฉะนั้นในเมื่อเรามาพูดถึง Developer ที่คนไทยรู้จัก และได้ใจคนไทยมาอย่างยาวนานอย่างแสนสิริ ก็จะขออนุญาตหยิบยกเอาแบรนด์ใหม่ที่กระแสยังคงปัง มาพูดถึงกันในวันนี้ นั่นก็คือแบรนด์ The MUVE ครับ

มั่นใจว่าหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นชื่อกับ แบรนด์คอนโด The MUVE เท่าไหร่นัก เพราะยังใหม่มาก ๆ เพิ่งเปิดตัวในปี 2021 นี่เอง แต่ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ Sold Out อย่างรวดเร็วไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย โดยแสนสิริเลือกวาง Position ของ แบรนด์คอนโด The Muve เอาไว้ให้เป็นคอนโดราคาจับต้องได้ ตามคอนเซ็ปต์ “MOVE YOUR LIFE FORWARD” ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก เน้นฟังก์ชันพื้นที่การใช้งานที่ปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์ของคนอยู่ โดยทำเลแรกที่ปล่อยออกมาและกระแสฮือฮา ที่บอกว่าขายหมดไปแล้วก็คือ The MUVE เกษตร คอนโด Low-Rise ทำเลใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพียง 5 นาที เปิดตัวด้วยราคา 1.69 ลบ. และพื้นที่ส่วนกลางไม่มีสระว่ายน้ำ!! ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 21.50 – 28 ตร.ม. โดยจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด

จุดเด่นของแบรนด์ The MUVE คือความสดใหม่ และราคาที่ดึงดูด

ราคาของ แบรนด์คอนโด The MUVE จะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต้น ๆ นั่นทำให้กลุ่มลูกค้าที่แสนสิริวางไว้อย่างกลุ่ม First Jobber ซึ่งเงินเดือนประมาณ 20,000 บาทก็สามารถเอื้อมถึง อีกทั้งทำเลก็ยังอยู่ย่านที่มีความต้องการการอยู่อาศัยสูงมากก็คือ 4 ทำเลนี้ครับ เกษตร, รัชดาฯ, รามคำแหง 22 และบางนา

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ The MUVE เพื่ออยู่เอง

ด้วยตัวแบรนด์ที่เปิดกลุ่มเป้าหมายแบบชัดเจน และตัวโครงการที่เฉพาะกลุ่มลงมา แน่นอนว่า MUVE นั้นเหมาะกับนักเรียนนักศึกษา หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงานแต่อยากมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตัวเอง หลาย ๆ คนอาจจะทราบกันดีกว่าในตลาดยังมีกลุ่มวัยรุ่นสร้างตัว ที่หาเงินเองได้ตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีรายได้ แต่ยังไม่มีความมั่นคง ดังนั้นการจะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ซื้อคอนโดราคา 2-3 ล้าน อาจจะเป็นเรื่องยาก MUVE จึงจะมาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้

หากจะซื้อโครงการแบรนด์ The MUVE เพื่อลงทุน

4 ทำเล ที่ Sansiri เปิดเผยออกมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นย่านที่มี Traffic และความต้องการในการอยู่อาศัยมากแค่ไหน ด้วยราคาที่ไม่ได้สูงมากการจะลงทุนซื้อเพื่ออยู่เองในช่วงเรียนหนังสือ แล้วปล่อยเช่าต่อเพื่อสร้างรายได้หลังเรียนจบก็ถือว่าไม่แย่เลยทีเดียว อย่าง MUVE เกษตรเอง อยู่ในระยะเดินจากโครงการไปมหาลัยได้ สามารถปล่อยเช่านักศึกษาได้

. . . . . . . . . .

และนี่ก็เป็น แบรนด์คอนโด ทั้ง 5 เเบรนด์ จาก 5 Developer ชั้นนำของไทย ที่เราเลือกมาแนะนำกันในวันนี้ครับ ซึ่งเช่นเคยนะครับ ผมบอกเสมอว่าถึงเเม้เเบรนด์คอนโดอื่น จาก Developer เจ้าอื่น ๆ ที่เราไม่ได้นำมาเขียนในบทความนี้ ต่างก็มีจุดเด่นของตัวเองอยู่ ซึ่งถ้าหากใครอยากให้ทำ แบรนด์คอนโด จาก Developer เจ้าอื่น ๆ ก็สามารถ Inbox มาพูดคุยกันได้ในเพจ Facebook CondoNewb ครับ