logo

          สวัสดีคุณผู้อ่าน CondoNewb อีกครั้งครับ บทความในหัว Talk บทความนี้ เรามาว่ากันด้วยเรื่องโปรเจ็คยักษ์ใหญ่ที่หลาย ๆ คนจับตามอง โปรเจ็คที่มีความเป็นมาอย่างยาวนานในเรื่องของการประมูลที่ดิน รวมถึงเป็นโปรเจ็คที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย กับโครงการ “ ONE BANGKOK ” Mixed - Use มูลค่ากว่าแสนล้านบาท จากบริษัท TCC โดย คุณเจริญ สิริวัฒนภัคดี ที่แฟนเพจของ CondoNewb พูดถึงกันมากเหลือเกินว่า โครงการ ONE BANGKOK เนี่ย มันเป็นอย่างไร ก่อสร้างอยู่ตรงไหน ถ้าสร้างเสร็จด้านในจะมีอะไร และจะสร้างแรงกระเพื่อมอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง มาหาคำตอบในบทความนี้ไปพร้อม ๆ กันเลยครับ

. . . . . . . . . .

. . . . . . . . . .

ONE BANGKOK คืออะไร

          โครงการ ONE BANGKOK ถือได้ว่าเป็น MIXED - USE ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ บริหารงานโดย บริษัท เกษมทรัพย์วัฒน จำกัด ในเครือ ทีซีซี และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ และแน่นอนครับว่า พอตัวโครงการเป็น MIXED - USE ด้านในก็เลยจะประกอบไปด้วยพื้นที่หลากหลายรูปแบบ 

          ไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงานเกรด A กว่า 5 อาคาร พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 500,000 ตารางเมตร รองรับพนักงานได้ 50,000 คน พร้อมเทคโลโลยีต่าง ๆ มากมาย ในนี้จะมี Signature Tower ว่าที่ตึกสูงที่สุดในไทยกว่า 437.03 เมตรอยู่ด้วย 

          พื้นที่รีเทล หรือกลุ่มห้างสรรพสินค้า แหล่งชอปปิ้ง ร้านอาหารต่าง ๆ โดยทาง ONE BANGKOK ตั้งใจจะทำเป็นเหมือนแหล่งท่องเที่ยว เป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ ด้านในจะมีทั้งหมด 4 โซน ซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ รวมถึงมีร้านค้าและร้านอาหารกว่า 450 ร้าน บนพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร

          และถ้าคุณคิดว่าสองย่อหน้าในด้านบนนั้น ใช้พื้นที่ได้เยอะอย่างอลังการเเล้ว อย่าเพิ่งตกตะลึงครับ เนื่องจากด้านใน ONE BANGKOK ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะมีโรงแรมด้วย ทั้งหมด 5 โรงแรม ตั้งแต่ระดับ Boutique ไปจนถึงถึง Super Luxury รวมเบ็ดเสร็จกว่า 1,100 ห้อง โดยอันนี้พิเศษหน่อย เพราะตัวโรงแรมของ ONE BANGKOK จะเปิดให้บริการก่อน ในปี 2566 เป็นโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok ครับ

           นอกจากนี้ก็ ภายใน ONE BANGKOK ยังมีส่วนที่เป็นโซนพักอาศัย โดยจะเป็นคอนโดมิเนียมระดับ Luxury Segment จำนวน 3 อาคาร โดยจุดเด่นของโซนพักอาศัยตรงนี้ ทาง ONE BANGKOK บอกว่า คอนโดมิเนียมของเขาจะรับกับ City View ของกรุงเทพฯ พร้อมด้วยวิวพื้นที่สีเขียวของสวนลุมฯ เป็นการรับวิวแบบพาโนรามา 180 องศา ซึ่งโครงการที่ทำแบบนี้ได้มีไม่มากนัก แน่นอนว่า เฟสแรกในพาร์ทของคอนโด ก็จะเป็นยูนิตพักอาศัยที่อยู่บนโรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok ครับ

           และส่วนสุดท้าย เป็น Public Space ขนาดใหญ่ ที่ทาง ONE BANGKOK จำกัดความว่า จะเป็นพื้นที่ศิลปะและพื้นที่สีเขียว โดยจะประกอบไปด้วย ฮอลล์อเนกประสงค์เนื้อที่ 10,000 ตารางเมตรชื่อว่า Civic Plaza, พิพิธภัณฑ์, หอศิลป์ และก็งานศิลปะต่าง ๆ หลากหลายรูปแบบ ที่จัดแสดงกระจัดกระจายอยู่ใน Public Space นี้ รวมถึงยังมีเป็นพวกสวนต่าง ๆ เนื้อที่กว่า 50 ไร่ โดยสื่อต่าง ๆ ก็พากันคาดการณ์ว่า Public Space ตรงนี้ ด้วยเนื้อที่กว่า 50 ไร่ น่าจะเปรียบเสมือน “ส่วนต่อขยาย” ของ “สวนลุมฯ” เลยก็เป็นได้

. . . . . . . . . .

ONE BANGKOK อยู่ตรงไหน?

          คำถามนี้ก็เป็นอีกคำถามที่ CondoNewb ได้ยินมาอย่างหนาหู เพราะด้วยขนาดที่ดินของตัว ONE BANGKOK ที่ใหญ่กว่า 104 ไร่ แต่ในคำโฆษณา ดันพ่วงท้ายด้วยคำว่า “ใจกลางเมือง” ทำให้หลายคนนึกภาพไม่ออก รวมถึงยังมีบางส่วนที่ไปสับสนกับ Dusit Central Park อีกด้วย 

          ซึ่งถ้าจะให้อธิบายแบบเร็ว ๆ สำหรับคนที่พอจะรู้ถนนหนทางในกรุงเทพฯ บางแล้ว ตัว ONE BANGKOK จะตั้งอยู่บริเวณริมถนนพระรามที่ 4 มุ่งหน้าคลองเตย ในจุดที่ตัดกับถนนวิทยุ เเละถนนสาทร ในจุดที่มีสถานี MRT ลุมพินี เป๊ะ ๆ 

         มาถึงตรงนี้ ถ้าใครเริ่มงง ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวมาดูแผนที่กัน

          จากแผนที่นะครับอันนี้จะเห็นชัดเลย ว่าตัวทำเลของ ONE BANGKOK เป็นทำเลที่อยู่กลางเมืองจริง ๆ เพราะนอกจากที่บอกว่าติดกับตัว MRT ลุมพินีเเล้ว ก็ยังใกล้กับทางด่วนพระรามที่ 4 อีกด้วย อีกทั้งตัวที่ดินเองก็ยังอยู่ในจุดตัดของย่านธุรกิจสำคัญ ทั้งสาทรเเละวิทยุ รวมถึงอยู่ใกล้กับสีลม และมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินี อยู่ติดกันด้วยครับ 

          โดยถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกว่า ONE BANGKOK และที่ดินกว่า 104 ไร่ของโครงการ อยู่ ๆ ก็ขึ้นมาเป็น ONE BANGKOK เลย แล้วมันเคยเป็นอะไรมาก่อน ในย่อหน้าถัดไป เดี๋ยวจะขอมาพูดถึงตัวที่ดินของโครงการ และประวัติความเป็นมา กว่าจะเป็น ONE BANGKOK กันครับ

. . . . . . . . .

กว่าจะมาเป็น ONE BANGKOK บนที่ดินเก่าแก่ขนาด 104 ไร่ กลางกรุง

          ในหัวข้อนี้นะครับจะเป็นการเขียนเล่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติของตัวที่ดิน ของ ONE BANGKOK ซักเล็กน้อย เนื่องจากก็มีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับตัวที่ดินผืนนี้ครับ เนื่องจากขนาดค่อนข้างใหญ่ แถมยังอยู่ในใจกลางเมือง บริเวณที่ที่ดินแพงอันดับต้น ๆ ของประเทศอีกด้วย

 

  • ที่ดินผืนใหญ่ ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

          อันดับแรกมาดูจุดเริ่มต้นก่อนครับ ที่ดินเดิมของ ONE BANGKOK แรกเริ่มเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่เดิม เป็นที่ตั้งของ โรงเรียนเตรียมทหาร และ สวนลุมไนท์บาร์ซ่า ซึ่งถ้าเกิดใครที่เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศย่านนี้ที่อายุเกิน 30 น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นแน่

  • 2547/2004 การเปลี่ยนมือของเจ้าของที่ดิน

          ถ้าใครยังนึกภาพโรงเรียนเตรียมทหารไม่ออก ก็ไม่ต้องสงสัยไปครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว โรงเรียนเตรียมทหาร ได้ย้ายไปที่จังหวัดนครนายก ตั้งแต่ปี 2537/1994 หลังจากนั้นก็เหลือเพียงสวนลุมไนท์บาร์ซ่าที่คึกคัก มาจนกระทั่งที 2547/2004 ซึ่งเป็นปีที่บริษัท P.Con ที่บริหารสวนลุมไนท์บาร์ซ่า หมดสัญญากับที่ดินผืนนี้ ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงได้นำที่ดินผืนนี้มาประมูลอีกครั้ง

  • 2549/2006 เจ้าของใหม่ ชนะการประมูล 2551/2008 เกิดการฟ้องร้อง

โดยในการประมูลที่ดินในตอนนั้น มี 8 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าประมูล โดยมี Short List คือ 

  1. บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN 
  2. บริษัท แสนสิริ
  3. บริษัท TCC ของคุณเจริญ สิริวัฒนภัคดี

          ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN เป็นผู้ชนะการประมูลไปในที่สุด แต่ติดปัญหาตรงที่ว่า บริษัท P.Con ซึ่งเป็นบริษัทที่บริหารสวนลุมไนท์บาร์ซ่า ไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่ ทำให้เกิดการฟ้องร้องโดยเจ้าของที่เดิมคือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และแน่นอนว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ชนะคดีไปในปี 2008

  • 2552/2009 แปลนแรก ของอภิมหาโปรเจ็ค

          ในปีนี้ CPN หรือ เซ็นทรัลพัฒนา ได้ทำการปล่อยแบบแปลนของโครงการ Central In The Park ออกมาสู่สายตาสาธารณชน โดยด้านในก็จะเป็นโครงการ Mixed - Use มีแลนด์มาร์คเป็นตึกสูง 47 ชั้น แต่ถึงกระนั้น แบบแปลนนี้ก็ยังไม่ได้มีการเข้าไปพัฒนาที่ดิน หรือริเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นรูปร่าง

  • 2556/2013 การยกเลิกสัญญา MOU และการประมูลครั้งที่ 2

          จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมาจนถึงปี 2556/2013 ทาง CPN หรือ เซ็นทรัลพัฒนา ก็ยังไม่ได้มีการเข้าไปทำการพัฒนาที่ดินผืนนี้ ส่งผลให้ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ขอยกเลิกสัญญา MOU ที่ทำไว้กับ CPN และนำที่ดินผืนดังกล่าว ออกมาเปิดประมูลอีกครั้ง 

          ซึ่งในครั้งนี้ ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องการจัดประมูล คือบริษัท ทุนลดาวัลย์ โดยมีผู้ผ่านการเข้าร่วมประมูลทั้งหมด 18 ทีม แต่ในรอบนี้ มีข้อกำหนดเพิ่มเติมมา สำหรับผู้ที่จะเข้าประมูล ว่าขอบเขตของโครงการที่จะพัฒนาบนที่ดินผืนนี้ จะต้องแบ่งเป็นทั้งหมด 6 โซน ผสมผสานกันในพื้นที่เดียว ทั้งที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม ฯลฯ จึงทำให้จากผู้ที่ผ่านการเข้าร่วมประมูล จาก 18 ทีม เหลือเพียง 4 ทีมในที่สุด ก็คือ

  1. เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN
  2. สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง ในเครือสหพัฒนพิบูล
  3. กลุ่มไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นเเนล
  4. ยูนิเวนเจอร์

          โดยในการประมูลครั้งนี้ มีประเด็นเรื่องข้อกฎหมายเล็กน้อยคือ กฎหมายควบคุมความสูงของอาคารในระแวกนั้น ที่อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะถึงสองแห่งคือ สวนลุมพินิ และสวนเบญจกิติ จึงส่งผลให้อาคารในที่ดินผืนนี้ จะต้องถูกควบคุมความสูง ให้สูงได้ไม่เกิน 45 เมตร

          ทำให้บรรดานักลงทุนต่างเกิดข้อคัดค้านกันว่า หากข้อกำหนดของทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ระบุว่า จะต้องพัฒนาโครงการเป็น 6 โซน มีความเป็น Mega Project ฉะนั้นหากโดยข้อกฎหมายที่ว่าด้วยการจำกัดความสูงของอาคารที่ไม่สามารถสร้างเกิน 45 เมตรได้เเบบนี้ จะทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการได้อย่างเต็มที่หรือเปล่า

          แต่ในท้ายที่สุดเเเล้ว ทางกรุงเทพมหานคร ก็ได้นำเอาเรื่องนี้เข้าไปพิจารณา และมีมติให้ปลดล๊อคบัญญัติการก่อสร้างอาคารสูงในที่ดินผืนนี้ในที่สุดครับ

          โดยแน่นอนว่าการประมูลครั้งนี้ หลายคนคาดการณ์ว่า CPN หรือ เซ็นทรัลพัฒนา ที่ชนะการประมูลครั้งก่อน น่าจะเป็นผู้ชนะการประมูลในครั้งนี้เช่นกัน แต่ผลปรากฎว่า บริษัทในเครือของคุณเจริญ สิริวัฒนภัคดี ก็คือ บมจ. ยูนิเวนเจอร์ และ ทีซีซี แอสเซ็ทส์ เป็นผู้ชนะการประมูลไปในระยะเวลาเช่า 30 ปี + 30 ปี และก็ได้คลอดโปรเจ็ค ONE BANGKOK ออกมานั่นเองครับ

. . . . . . . . . .

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ ONE BANGKOK สร้างเสร็จ

        มาถึง ช่วงสุดท้ายครับทุกคน อีกคำถามหนึ่งที่คิดว่าน่าจะอยู่ในใจใครหลายคนก็คือ “มันจะเป็นยังไง” ความหมายคือ เมื่อโครงการ ONE BANGKOK สร้างเสร็จเเล้ว มันจะเป็นยังไง มันจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้าง

          ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าคำถามนี้ ค่อนข้างหาคำตอบยากพอสมควร เพราะว่าตัวผมเองก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น พร้อมกับทุกคนนั่นแหละ เลยจะขอเอาวิสัยทัศน์ของ คุณปณต สิริวัฒนภัคดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร๊อพเพอร์จี้ ลิมิเต็ด ที่มีต่อ ONE BANGKOK มาเล่าส่งต่อให้ทุกคนได้อ่านกัน

          คุณปณตบอกว่า ONE BANGKOK จะมีความ แตกต่าง อย่างโดดเด่น เพราะเป็น เมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ONE BANGKOK จะสร้างนิยามใหม่ ในฐานะโครงฃการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ที่พัฒนาและออกแบบโดยยึด “คน” เป็นศูนย์กลาง

“อยู่อาศัย ทำงาน เที่ยว และพักผ่อนได้ ในพื้นที่เดียว”

          ก็ถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจ สอดคล้องกับความยิ่งใหญ่ที่เราได้เล่าไปทั้งหมดในบทความนี้ครับ เชื่อไหมผมขับรถจากออฟฟิศกลับบ้าน ผ่านรั้วทุกวัน หาจังหวะแอบมองเข้าไปข้างในทุกวัน ก็ตื่นเต้นนะ ตื่นเต้นเลยแหละว่ามันจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่ไม่เคยได้เห็น ก็อาจจะได้เห็น ก็มารอไปพร้อม ๆ กันครับ