logo

          หลายคนคงมีความคิดอยากที่จะมีห้องคอนโดเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อคอนโดใหม่ หรือจะด้วยเหตุผลอื่น ๆ เช่น ทำเลที่นี้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ หรือขนาดห้องตรงกับที่ต้องการ ทำให้ต้องมาซื้อคอนโดเก่าแทนคอนโดโครงการใหม่ ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ดีจริงไหม และก่อนที่จะซื้อคอนโดเก่าควรต้องตรวจเช็คอะไรบ้างถึงจะแน่ใจว่าอาคารมีความปลอดภัยเหมาะกับการอยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทคอนโดเก่าจะประมาณเท่าไร และเอกสารที่ต้องใช้ในการซื้อคอนโดเก่ามีอะไรบ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้

          อาคารต่าง ๆ นั้นมีอายุการใช้งานของมัน อาคารคอนโดก็เช่นกัน ซึ่งอาคารคอนโดโดยทั่วไปจะเป็นอาคารที่มีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หากสร้างได้ตามมาตรฐานอาคารจะมีอายุได้นานเป็น 100 ปี แต่การใช้งานอาคารได้นานหรือไม่นั้น จะอาศัยเฉพาะแค่จากการก่อสร้างอย่างเดียวคงไม่พอ จะต้องมีทั้งการดูแลรักษาอาคาร ตรวจเช็คและซ่อมบำรุงเมื่อมีการชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในอาคาร รวมไปถึงการดูแลรักษางานระบบอาคารต่าง ๆ ด้วย โดยถ้าหากอาคารมีการดูแลรักษาที่ดีและมีความสม่ำเสมอในการตรวจสอบอาคาร คอนโดอาจอยู่ได้นานเกิน 100 ปีเลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

กฎหมายการตรวจสอบอาคาร

          อาคารเมื่อสร้างเสร็จแล้วและมีการใช้งานไปสักพักจะต้องมีการตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี โดยเหตุผลหลักในการบังคับให้มีการตรวจสอบอาคารก็เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยของผู้ใช้อาคาร โดยเฉพาะอาคารสาธารณะที่มีผู้ใช้อาคารจำนวนมาก โดยอาคารคอนโดเป็นอาคารประเภทอยู่อาศัยรวม หรือคอนโดที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไปซึ่งเรียกว่าเป็นอาคารสูง จัดเป็นประเภทอาคารที่ต้องมีการตรวจสอบอาคารตามกฎหมาย

          การตรวจสอบอาคารต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีการสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบอาคารในการตรวจ ทำการตรวจสอบโดยใช้สายตาและประสาทสัมผัสอื่น ๆ หรือใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อตรวจสภาพของอาคารในด้านความปลอดภัยในการใช้อาคาร แล้วจัดทำรายงานการตรวจสอบ พร้อมเสนอข้อแนะนำและข้อควรปรับปรุงในเรื่องความปลอดภัยอาคาร เพื่อให้เจ้าของอาคารรับทราบและดำเนินการแก้ไข โดยการตรวจสอบอาคารต้องมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปีโดยผู้ตรวจสอบอาคาร และต้องมีการตรวจสอบย่อยทุก 1 ปีโดยเจ้าของอาคารทำการตรวจสอบตามแนวทางที่ผู้ตรวจสอบอาคารได้จัดไว้ให้

          การตรวจสอบอาคารจะต้องมีรายละเอียดในการตรวจสอบครอบคลุมทั้งในด้านความมั่นคงแข็งแรงของอาคารและด้านงานระบบต่าง ๆ ของอาคาร ดังนี้

1. ด้านความมั่นคงแข็งแรง

          ต้องตรวจสอบในเรื่องการต่อเติมดัดแปลงอาคาร การเปลี่ยนน้ำหนักบรรทุกบนพื้นอาคาร การเปลี่ยนสภาพการใช้อาคาร การเปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุตกแต่งอาคาร การชำรุดสึกหรอของอาคาร ไปจนถึงการวิบัติของโครงสร้าง และการทรุดตัวของฐานรากอาคาร

2. ด้านงานระบบและอุปกรณ์ประกอบอาคาร

          ต้องตรวจสอบในเรื่องงานระบบบริการและอำนวยความสะดวก เช่น ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน ระบบไฟฟ้า และระบบปรับอากาศ งานระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม เช่น ระบบประปา ระบายน้ำเสีย ระบายน้ำฝน ระบายอากาศ การจัดการขยะมูลฝอย การควบคุมมลพิษ และงานระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย เช่น บันไดหนีไฟและทางหนีไฟ เครื่องหมายทางออกฉุกเฉิน การระบายและควบคุมการแพร่กระจายควัน ระบบไฟสำรองฉุกเฉิน สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ การจ่ายน้ำดับเพลิง และระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เป็นต้น

3. ด้านสมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของอาคาร

          เพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร เช่น สมรรถนะของบันไดหนีไฟและทางหนีไฟ เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน และระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้

4. ด้านระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร

          เช่น แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย แผนการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร แผนการบริหารจัดการความปลอดภัยอาคาร และแผนการบริหารจัดการของผู้ตรวจสอบอาคาร

          จะเห็นได้ว่าการตรวจสอบอาคารที่กฎหมายกำหนดให้ทำนั้นมีหลักเกณฑ์ที่มีความครอบคลุมด้านความปลอดภัยในการใช้งานอาคารอย่างครบถ้วน ซึ่งถ้าหากอาคารคอนโดเก่ามีการตรวจสอบอาคารตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจัดการซ่อมบำรุงอาคารอย่างสม่ำเสมอแล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็นคอนโดเก่า 20 ปี ก็ย่อมมั่นใจได้ว่าคอนโดเก่าเหล่านั้นมีความปลอดภัยเพียงพอให้อยู่อาศัยได้อย่างแน่นอน

. . . . . . . . . .

อายุการใช้งานของวัสดุ

          คอนโดเก่าที่เราซื้อต่อมาอยู่อาศัยนั้น เราอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่าจำเป็นที่จะต้องรื้อเปลี่ยนวัสดุภายในห้องใหม่ทั้งหมดหรือไม่ คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของวัสดุนั้น ๆ หลายวัสดุมีอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี ทำให้ไม่จำเป็นที่จะต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ซึ่งก่อนที่จะซื้อคอนโดเก่าก็ควรทราบอายุของคอนโดที่เราจะซื้อเสียก่อนว่าใช้งานไปแล้วกี่ปี และควรทราบอายุการใช้งานของวัสดุอาคารต่าง ๆ เพื่อประเมินได้ว่าวัสดุใดบ้างที่ยังมีอายุการใช้งานที่อยู่ในเกณฑ์ดีอยู่ หรือวัสดุใดที่ควรรื้ออกและเปลี่ยนใหม่

ตัวอย่างอายุการใช้งานของวัสดุอาคาร เช่น

สีทาอาคาร มีอายุการใช้งาน 5-8 ปี

          หากสีทาอาคารซีด หรือมีการเสื่อมสภาพ หลุดร่อนเป็นแผ่น ก็ควรจัดการทาสีใหม่ ซึ่งการทาสีผนังใหม่นั้นก็เป็นวิธีการง่าย ๆ วิธีการหนึ่งในการแปลงโฉมให้คอนโดเก่าของเราดูกลายเป็นคอนโดใหม่ได้ในพริบตา

วอลเปเปอร์ติดผนัง มีอายุการใช้งาน 6-8 ปี

          หากดูแลดี ไม่โดนแดดจัดสามารถมีอายุการใช้งานถึง 12 ปี เมื่อวอลเปเปอร์เสื่อมสภาพให้ลอกออกโดยใช้น้ำพรมให้ชุ่มบนวอลเปเปอร์ที่ติดอยู่แล้วทิ้งไว้สักพักวอลเปเปอร์จะหลุดออกเอง หรือหากไม่ออกก็ใช้มือดึงลอกออกได้ แล้วหาซื้อวอลเปเปอร์ใหม่มาติด

พื้นไม้ปาร์เก้ มีอายุการใช้งาน 10-15 ปี

          คอนโดหลายแห่งปูพื้นด้วยไม้ปาร์เก้ซึ่งก็คือไม้จริงแผ่นเล็กเรียงต่อกัน เนื่องจากมีความสวยงามและทนทาน ไม้ปาร์เก้เมื่อเสื่อมสภาพจะมีการพองตัวและพื้นแตกได้ เนื่องจากกาวที่ใช้เกิดการเสื่อมสภาพ หรือเกิดจากปลวกมากินเนื้อไม้ หากไม้ปาร์เก้ที่หลุดร่อนยังอยู่ในสภาพดีอยู่ก็สามารถทากาวเพื่อแปะไม้ลงไปใหม่ได้ หรือหากไม้ปาร์เก้มีอาการบวมพองจากความชื้นนั้นสามารถให้ช่างมาขัดเนื้อไม้และทาสีพื้นไม้ใหม่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพื้นไม้ใหม่ แต่หากเนื้อไม้มีความเสียหายมากก็ต้องรื้อออกและเปลี่ยนพื้นไม้ใหม่

พื้นไม้ลามิเนต มีอายุการใช้งาน 10-15 ปี

          พื้นไม้ลามิเนตก็เป็นวัสดุปูพื้นชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในคอนโดรุ่นหลัง ๆ มีข้อเสียตรงที่ไม่ถูกกับความชื้น อาจเกิดอาการบวมน้ำและเป็นเชื้อราจากความชื้นได้ หรือเนื้อไม้ผุพัง และถูกปลวกกิน เมื่อพื้นไม้ลามิเนตเสื่อมสภาพการใช้งานอาจสังเกตได้จากผิวหน้าพื้นไม้จะย่น หรือเดินเหยียบแล้วยุบตัว ควรทำการรื้อออกและเปลี่ยนใหม่ ก่อนปูพื้นควรปรับหน้าพื้นคอนกรีตให้เรียบเสมอกันทั้งหมดเพื่อป้องกันการยุบตัวของพื้นไม้ลามิเนต

กระเบื้องยาง มีอายุการใช้งาน 10-15 ปี

          คอนโดบางที่มีการปูพื้นด้วยกระเบื้องยาง เนื่องจากมีราคาไม่แพงและมีความคงทน ทนทานต่อความชื้นและปลวก เมื่อหมดสภาพกระเบื้องยางจะเกิดการหดตัว ทำให้เห็นขอบร่องระหว่างกระเบื้องได้ หรือหากกระเบื้องยางในคอนโดเก่ามีรอยขีดข่วนมากจนไม่สวยอีกต่อไป ก็ควรรื้อออกและนำกระเบื้องใหม่มาปู

ฟิล์มติดกระจก มีอายุการใช้งาน 5-10 ปี

          คอนโดเก่าอาจมีการออกแบบด้วยกระจกที่ไม่กันความร้อนผู้อยู่อาศัยจึงอาจต้องติดฟิล์มกระจกกันความร้อนเอง เมื่อใช้ไปนาน ๆ ฟิล์มที่โดนรังสียูวีและความร้อนอยู่ตลอดก็จะหมดอายุและเสื่อมสภาพได้ โดยฟิล์มอาจเปลี่ยนสี พองเป็นจุด ๆ หรือพองเป็นเส้น ๆ เกิดรอยยับย่นบนเนื้อฟิล์ม ควรลอกออกและติดฟิล์มใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดีเหมือนเดิม

วัสดุอื่น ๆ

          วัสดุบางอย่างมีอายุการใช้งานนานหลายสิบปี หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรจะต้องเปลืองงบประมาณในการรื้อออกและเปลี่ยนใหม่ สามารถใช้วัสดุเดิมต่อไปได้ เช่น ไม้เชิงชาย มีอายุ 50 ปีขึ้นไป วงกบไม้ 50 ปีขึ้นไป ลูกบิดประตู 30 ปีขึ้นไป เพดานยิบซั่มบอร์ด 40 ปีขึ้นไป และสายไฟ 40 ปีขึ้นไป เป็นต้น

. . . . . . . . . .

ลักษณะคอนโดเก่าที่ควรหลีกเลี่ยง และสิ่งที่ต้องคำนึงในการเลือกคอนโดเก่า

1. ตรวจเช็คสภาพอาคารเพื่อดูรอยร้าว

          ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดเก่าเราควรตรวจสอบภายในห้องและตัวอาคารดูก่อนเพื่อตรวจเช็คสภาพของอาคารอย่างคร่าว ๆ ว่ามีความแข็งแรงและปลอดภัยดีพอไหม โดยลักษณะของคอนโดเก่าที่สามารถมองเห็นได้จากการสังเกตภายนอกนั่นก็คือ รอยร้าว ซึ่งรอยร้าวบนอาคารพบเห็นได้ทั่วไป มีทั้งแบบที่แสดงถึงอันตราย และไม่เป็นอันตราย

 รอยร้าวที่ไม่เป็นอันตราย

          จะมีลักษณะเป็นเส้นแตกลายอยู่บนผนัง เป็นการแตกร้าวในส่วนของผิวปูนฉาบผนังเท่านั้น ซึ่งมีผลต่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว ไม่มีผลเสียทางด้านโครงสร้างอาคาร

 รอยร้าวที่เป็นอันตราย

          รอยร้าวบนตัวอาคารที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาทางโครงสร้างที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เมื่อพบเห็นควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรซื้อคอนโดที่มีลักษณะดังนี้ คือ

  • มีรอยร้าวระหว่างคานและเสา เป็นรอยแตกร้าวแบบรอยเฉียงบนคานตรงมุมรอยต่อระหว่างคานกับเสา
  • มีรอยแตกร้าวเป็นเส้นบนตัวคาน หรือรอยแตกร้าวบนตัวเสา จนปูนกะเทาะออกเป็นร่อง
  • คานมีรอยแตกร้าวแบบแอ่นกลางคาน
  • มีรอยแตกเป็นเส้นแนวดิ่งบนผนังเริ่มตั้งแต่บริเวณกลางคานยาวลงมา

          รอยแตกร้าวเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการรับน้ำหนักที่มากเกินไปของโครงสร้าง ควรหลีกเลี่ยงคอนโดเก่าที่มีรอยร้าวลักษณะเหล่านี้ และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ

2. เช็คประวัติของคอนโดเก่า

          ตรวจสอบข้อมูลจากในอินเทอร์เน็ตเพื่อดูข่าวที่เกี่ยวข้องกับคอนโดที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นข่าวอาชญากรรม หรือเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ของลูกบ้าน รวมทั้งตรวจสอบประวัติของบริษัทผู้พัฒนาโครงการว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ และดูตัวอย่างโครงการอื่น ๆ ของบริษัทเดียวกันด้วยว่ามีการบริหารจัดการปัญหาอย่างไร

3. สำรวจความน่าอยู่ของสังคมในโครงการ

          สังเกตว่าสังคมภายในคอนโดและสังคมโดยรอบมีความปลอดภัยหรือไม่ ลูกบ้านมีความเป็นระเบียบ เคารพกฎเกณฑ์ มีการจัดการขยะและใส่ใจพื้นที่ส่วนรวมได้ดีหรือเปล่า หากเห็นลูกบ้านวางขยะหรือสิ่งของเกะกะหน้าห้อง หรือมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน อาจทำให้เป็นสังคมที่ไม่น่าอยู่ร่วมด้วย เป็นต้น

4. ดูเรื่องการบริหารจัดการคอนโด

          ดูว่าคอนโดเก่านั้นนิติบุคคลดูแลได้ดีหรือไม่ ทั้งด้านการจัดการดูแลตัวอาคาร และด้านการบริหารจัดการเงิน ซึ่งเป็นค่าส่วนกลางและค่ากองทุนของลูกบ้านที่จ่ายกันไป หากผลประกอบการของโครงการได้กำไรดีก็จะทำให้มั่นใจได้ว่านิติบุคคลจะมีเงินมาดูแลและซ่อมแซมอาคาร หากคอนโดเก่าไม่มีนิติบุคคล อาจต้องดูว่าจะสามารถเรียกประชุมลูกบ้านเพื่อจัดตั้งผู้จัดการและคณะกรรมการนิติบุคคลขึ้นมาใหม่ได้ไหม เนื่องจากคอนโดที่ไม่มีนิติบุคคลดูแลจะเกิดความเสื่อมโทรมได้อย่างรวดเร็ว

. . . . . . . . . .

ค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทคอนโดเก่า

          เมื่อซื้อคอนโดเก่ามาก็คงต้องให้มีการรีโนเวทก่อนการเข้าอยู่อาศัย นอกจากจะเป็นการทำให้คอนโดเก่ากลายเป็นคอนโดใหม่น่าอยู่ และซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุดทรุดโทรมแล้ว การรีโนเวทยังทำให้จัดพื้นที่ใช้สอยของคอนโดให้ใช้งานได้ตรงตามความต้องการของเจ้าของปัจจุบัน หลายคนคงมีคำถามว่าคอนโดเก่าทำไงให้สวย และอยากรีโนเวทคอนโดเก่าราคาเท่าไร ซึ่งต้องบอกว่าค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทคอนโดนั้นจะขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคนว่าต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงส่วนใดบ้าง และขนาดพื้นที่คอนโดที่จะรีโนเวทเป็นเท่าไร หากคอนโดเก่าห้องใหญ่ก็แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการรีโนเวทมากกว่าห้องเล็ก และอายุคอนโดก็มีส่วน เช่น คอนโดเก่า 20 ปีวัสดุอาคารหลายอย่างก็อาจมีการเสื่อมสภาพและต้องเปลี่ยนใหม่มากกว่าคอนโดอายุ 10 ปี เป็นต้น

          นอกจากนี้ราคาของการรีโนเวทก็ยังขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้ เช่น พื้นไม้เอ็นจิเนียร์มีราคาสูงกว่าพื้นไม้ลามิเนต พื้นไม้จริงต่างชนิดก็ราคาต่างกัน หรือวัสดุชนิดเดียวกันแต่คนละเกรดก็ราคาต่างกันไปอีก โดยการคิดคำนวณราคาการรีโนเวทตกแต่งภายในสำหรับการปูพื้นหรือผนังจะคิดเป็นราคาต่อตารางเมตร และการทำเฟอร์นิเจอร์ Built-in จะคิดราคาตามความยาวของเฟอร์นิเจอร์

ตัวอย่างราคาสำหรับการติดตั้งวัสดุต่าง ๆ

1. พื้น

  • พื้นไม้ลามิเนต ราคา 300-2,000 บาท/ตร.ม.
  • พื้นไม้ปาร์เก้แดง ราคา 600 บาท/ตร.ม.
  • พื้นกระเบื้องยางไวนิล ราคา 490-1,500 บาท/ตร.ม.
  • พื้นกระเบื้อง ราคา 290-3,500 บาท/ตร.ม
  • พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ ราคา 1,350-8,000 บาท/ตร.ม.

2. ผนัง

  • ทาสี ราคาประมาณ 160 บาท/ตร.ม.
  • ติดวอลเปเปอร์ ราคาเริ่มต้น 1,000 บาท แบบเหมาทั้งห้อง

3. เฟอร์นิเจอร์ Built-In

  • ตู้สูง ไม่มีหน้าบาน เช่น ตู้โชว์ ราคา 13,000-18,000 บาท/เมตร
  • ตู้สูง มีหน้าบาน เช่น ตู้เสื้อผ้า ราคา 18,000-24,000 บาท/เมตร
  • ตู้เตี้ยและตู้แขวนติดผนัง ไม่มีหน้าบาน เช่น ชั้นวางโทรทัศน์ ราคา 9,000-12,000 บาท/เมตร
  • ตู้เตี้ยและตู้แขวนติดผนัง มีหน้าบาน เช่น เคาน์เตอร์ครัว ราคา 20,000-25,000 บาท/เมตร
  • เคาน์เตอร์และโต๊ะ เช่น โต๊ะทำงาน โต๊ะเครื่องแป้ง ราคา 10,000-16,000 บาท/เมตร
  • ตกแต่งกรุผนัง เช่น ผนังหัวเตียง ราคา 2,500-3,500 บาท/เมตร

4. ค่าแรงช่าง

  • ช่างปูกระเบื้องพื้นและผนัง ราคา 120-150 บาท/ตร.ม.
  • ช่างทาสี ราคา 60-100 บาท/ตร.ม.

          ในการรีโนเวทคอนโดแบบปรับปรุงทั้งห้อง จะมีการรับจ้างเหมาตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ใช้สอยใหม่ ไปจนถึงเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่พื้นถึงเพดาน รวมทั้งครัวและห้องน้ำ ราคาจะคิดตามตารางเมตร หรือหากเป็นห้องคอนโดยูนิตเล็กไม่เกิน 60 ตร.ม. ราคารีโนเวทมักจะคิดแบบเหมาทั้งยูนิต โดยมีราคาตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมเฟอร์นิเจอร์หรือของประดับตกแต่งอื่น ๆ หากรีโนเวทคอนโดทั้งหมดพร้อมอยู่รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์และทุกอย่างแล้วนั้น ราคาทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาทขึ้นไป

. . . . . . . . . .

เอกสารที่เกี่ยวข้องในการซื้อคอนโดเก่า

          เมื่อเราตัดสินใจเลือกคอนโดเก่าที่ต้องการจะซื้อได้แล้ว ในขั้นตอนการซื้อนั้นต้องมีการเตรียมเอกสารต่าง ๆ เพื่อใช้ในการซื้อ เอกสารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง ลองมาเตรียมความพร้อมกันก่อน

1. เอกสารกู้ซื้อคอนโดมือสอง หรือเอกสารการขอสินเชื่อ

  • เอกสารส่วนบุคคล ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบแจ้งเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรม ทะเบียนหย่า (ถ้ามี)
  • เอกสารทางการเงิน เพื่อแสดงข้อมูลด้านรายได้และศักยภาพในการผ่อนชำระ
    • กรณีเป็นพนักงานประจำ ได้แก่ หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน สมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
    • กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว ได้แก่ สำเนาทะเบียนการค้า ทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล สมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน บัญชีเงินฝากกระแสรายวันย้อนหลัง 6 เดือน และหลักฐานอื่น ๆ เช่น ภาพถ่ายกิจการ หลักฐานแสดงการเสียภาษี เป็นต้น
    • กรณีประกอบอาชีพอิสระ ได้แก่ สมุดบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร ทนาย วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี เป็นต้น
  • เอกสารหลักทรัพย์ หรือหลักประกัน ได้แก่ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย กรณีที่เป็นคอนโดมือสองแบบนี้ต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านของผู้จะขายด้วย

2. เอกสารการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมือสอง

          เมื่อได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารก็จะสามารถนัดวันโอนกรรมสิทธิ์คอนโดได้ที่สำนักงานที่ดิน เอกสารที่ต้องใช้ในการรับโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมีดังนี้

  • กรณีโสด ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านทุกหน้า
  • กรณีสมรส ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของตนเองและคู่สมรส สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านทุกหน้าของตนเองและคู่สมรส สำเนาทะเบียนสมรส หากหย่าร้างต้องเตรียมสำเนาทะเบียนหย่า และหากคู่สมรสเสียชีวิตต้องเตรียมสำเนาใบมรณะบัตรด้วย

3. เอกสารหลักฐานหลังโอนกรรมสิทธิ์ที่ต้องได้รับ

          เมื่อผู้ซื้อคอนโดโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วจะได้รับเอกสารสำคัญหลังโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงิน ได้แก่ สัญญาซื้อขาย หากขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารจะได้รับโฉนดห้องเป็นฉบับสำเนา ธนาคารจะเก็บโฉนดฉบับจริงไปเป็นหลักประกัน หนังสือสัญญาจำนองเป็นประกัน ใบเสร็จค่าจดจำนอง ใบเสร็จค่าธรรมเนียมการโอน นอกจากเอกสารเหล่านี้ก็จะได้รับกุญแจห้อง หรือคีย์การ์ด บัตรผ่านข้าออกโครงการ และเล่มทะเบียนบ้านของคอนโดห้องที่ซื้อ

4. เอกสารการแจ้งย้ายเข้ากับนิติบุคคลคอนโด

          เมื่อซื้อคอนโดมือสองเราต้องแจ้งย้ายกับนิติบุคคลที่ดูแลคอนโดอยู่ด้วยเพื่อแสดงตนเป็นลูกบ้านใหม่และเปลี่ยนข้อมูลจากเจ้าของเดิมเป็นข้อมูลของเรา เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านคอนโด และสำเนาโฉนด (อ.ช.2)

. . . . . . . . . .

          คอนโดเก่าก็เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการหาที่อยู่ที่ตอบโจทย์ของเรามากที่สุด การเลือกซื้อคอนโดเก่ามีสิ่งที่ต้องคำนึง ตรวจเช็คและพิจารณาก่อนเลือกซื้ออยู่หลายประการ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้โครงการที่ดีที่สุดและมีความปลอดภัยเหมาะสมในการอยู่อาศัย การรีโนเวทคอนโดเก่าก็สามารถทำได้ในหลายงบประมาณราคาตามที่เราต้องการ สามารถทำได้เองหรือจ้างแบบเหมา อีกทั้งการเตรียมเอกสารในการซื้อคอนโดเก่าก็ไม่ได้ยากเกินไป ซึ่งทั้งหมดนี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการเลือกซื้อคอนโดเก่าอยู่ในตอนนี้ สำหรับในครั้งหน้าเราจะนำสาระน่ารู้เรื่องที่อยู่อาศัยอะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตาม ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราทาง CondoNewb ได้เลย