logo

          หากจะนับระยะ 2 - 3 ปีหลังมานี่ ต้องบอกเลยว่าเทรนด์ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบที่อยู่อาศัยได้เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก เมื่อรวมกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในโลกของเรา เช่น โควิด-19 ก็ยิ่งมีผลให้แนวคิดของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านการใช้จ่ายและการลงทุน เมื่อราคาและทำเลของที่อยู่อาศัยไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจอีกต่อไปแล้ว การแข่งขันจึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไป เป็นที่มาของ Wellness Residence ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ เป็นการ Co-Branding ดึงเอกลักษณ์และความน่าสนใจ เพื่อยกระดับ Lifestyle การใช้ชีวิต สร้าง Value ใหม่ ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นมานั่นเอง ซึ่งรวมถึงในรูปแบบของ Wellness Residence ด้วย แม้ว่า Branded Residence จะมีมานานแล้ว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันก็บูมขึ้นมาอีกครั้ง ใครที่อยากรู้ว่าที่พักอาศัยประเภทนี้แตกต่าง และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร วันนี้เราจะพามารู้จัก Wellness Residence ที่อยู่อาศัยสำหรับวัยเก๋า

. . . . . . . . . .

Wellness Residence คืออะไร?

          หากจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ Wellness Residence คือ Branded Residences อีกรูปแบบหนึ่ง เรียกว่าเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ เป็นการสร้างธุรกิจบ้านพักอาศัยที่มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมาเป็นอันดับแรก เป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์กับมืออาชีพด้านการดูและสุขภาพ เช่น โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง หรือสถาบันด้านสุขภาพอนามัยชั้นนำของโลก โดยวาง Concept หลัก ๆ ในการพัฒนาพื้นที่ภายในโครงการ และสภาพแวดล้อมที่ใส่ใจต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เช่น ออกแบบให้มีพื้นที่ใช้งานแบบ Universal Design ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ออกแบบห้องพักอาศัยให้เป็นพื้นที่แนวราบ ออกแบบให้มีพื้นที่ลาดเอียงสำหรับการใช้งาน Wheelchair มีพื้นที่ราวจับตลอดทั่วบริเวณสำหรับผู้สูงอายุ มีระบบ Nursecall และการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีพื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย รวมการพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ มีการตรวจและดูแลสุขภาพผู้อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการสร้างพื้นที่สีเขียว สร้างสภาพที่พักอาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็น Wellness Residence ที่ดีต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจ

          โดย Wellness Residence ส่วนใหญ่แล้วมุ่งตอบโจทย์การดูแลสุขภาพผู้พักอาศัยในระยะยาว เพราะการ Co-Branding กับสถาบันทางการแพทย์ หรือโรงพยาบาลชั้นนำต่าง ๆ นั้น สามารถเพิ่มบริการด้านสุขภาพและสิทธิพิเศษในการเข้าถึงการรักษาของผู้อยู่อาศัยในโครงการ โดยการร่วมมือกับโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพให้ครบทุกมิติ ของการใช้ชีวิตในยุคใหม่ เพื่อสร้างความแตกต่างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อโครงการ ให้ได้สิ่งที่มากกว่าการอยู่อาศัยแบบเดิม ๆ เช่น Wellness Residence ที่อยู่อาศัยสำหรับดูแลผู้สูงอายุ Branded Residence ที่เป็นที่นิยมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1. Hotel Branded Residence

          เป็นที่พักอาศัยที่อาจจะอยู่ที่เดียวกับโรงแรม แยกอยู่คนละที่กัน เราสามารถปล่อยห้องสำหรับเช่าแบบรายวันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

2. Non-Hotel Branded Residence

          เป็นการจับมือกันระหว่างที่พักอาศัยกับแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจทำโรงแรม เช่น แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังในต่างประเทศ Residence by Armani Casa โดยดีไซเนอร์ระดับโลก Giorgio Armani หรือแบรนด์รถสปอร์ตแบบมอเตอร์คาร์สุดหรู Aston Martin Residence หรือ Wellness Residence ที่ดูแลด้านสุขภาพ ดูแลผู้สูงวัย และสิ่งแวดล้อม โครงการคอนโดมิเนียมชั้นนำ เหล่านี้จะใช้บริการ Hospitality Management ที่เป็นมืออาชีพด้านการบริการเข้ามาดูแล

. . . . . . . . . .

Branded Residence กับคอนโดมิเนียมทั่วไป ต่างกันอย่างไร

1. หาก Branded Residence ร่วมกันกับโรงแรมชั้นนำ ก็จะทำให้ผู้พักอาศัยได้รับการบริการที่ดีมากขึ้น ชีวิตสะดวกสบายขึ้น เหมือนได้ยกระดับไลฟ์สไตล์ไปอีกขั้น โดยเฉพาะหากเป็น Hotel Chain ที่มีสาขาให้บริการ ก็จะยิ่งทำให้เรามีสิทธิต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมากมายไปด้วย ซึ่งจะต่างจากคอนโดมิเนียมที่เราคุ้นเคย เพราะจะได้รับบริการแบบ Full Hotel Service ตั้งแต่ทางเข้าเลย หรือหากเป็น Wellness Residence ก็มีบริการด้านสุขภาพเพิ่มเข้ามา

2. ได้มูลค่าเพิ่มขึ้นมาเมื่อเทียบกับการพักอาศัยคอนโดมิเนียมแบบเดิม ๆ กับ Branded Residence ที่บริการแบบโรงแรมดูแลแบบทั่วถึง ย่อมทำให้สินทรัพย์ของเรามีมูลค่าสูงขึ้น แน่นอนว่าเมื่อส่วนกลางดีกว่า Facilities ดีกว่า ก็ทำให้สภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่า มูลค่าราคาในอนาคตก็ย่อมดีกว่าแน่นอน โดยมีสถิติบ่งชี้ชัดเจนว่า การบริหารที่พักอาศัยโดย Hotel Brand นั้นช่วยเพิ่มมูลค่ามากกว่า การบริหารด้วยระบบนิติบุคคล

3. สิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่เราจะได้จากแบรนด์สินค้า ส่วนลด โปรโมชั่นต่าง ๆ เมื่อเราไปใช้บริการในเครือของแบรนด์นั้น ๆ หรือธุรกิจที่เชื่อมโยงกัน เช่น หากพักอาศัยใน Wellness Residence ก็ได้สิทธิพิเศษการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ ได้เข้าร่วมคลาสออกกำลังการ หรือร่วมกิจกรรมทางสังคม

4. หากเป็นการลงทุน จะทำให้เราได้รายได้จากค่าเช่าจะสูงกว่าคอนโดมิเนียมแบบทั่วไป เพราะคอนโดมีการบริหารจากมืออาชีพ มี Brand loyalty ที่น่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับทั้งที่เป็นโรงแรมชั้นนำ หรือแบรนด์สินค้า ลดความยุ่งยากเรื่องการหาผู้เช่า นอกจากค่าเช่าดีแล้ว เราก็จะได้ผู้เช่าที่มีคุณภาพ รวมทั้งการบริการงานซ่อมบำรุงที่ได้รับการดูแลอย่างดี ทำให้มีราคาซื้อขายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

. . . . . . . . . .

ทำไม Wellness Residence คือ Trend ที่ตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยในอนาคต

          จากรายงานผลการศึกษาของสถาบันสุขภาพโลก (Global Wellness Institute) พบว่าการพัฒนาศักยภาพที่อยู่อาศัยในกลุ่ม Wellness Residence ทั่วโลก มีมูลค่าตลาดสูงถึง 141.6 ล้านล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวเติบโตมากถึง 6.4 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อเทียบกับการเติบโตของที่อยู่อาศัยแบบทั่วไป นับว่ามีอัตราการขยายตัวที่สูงมากเลยทีเดียว เป็นอัตราการขยายตัวที่สูงกว่า GDP โลกถึงเกือบ 2เท่า เป็นการสะท้อนที่สอดคล้องกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของโลก และรายงานยังบอกด้วยโดยเฉลี่ย 38 % ของผู้บริโภคจากทั่วโลก ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อได้อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมและมีสุขภาวะที่ดี โดยเฉพาะ Wellness Residence ที่สามารถเข้าถึงกิจกรรมด้านสุขภาพ และกิจกรรมในด้านสังคมอื่น ๆ และหากนับเฉพาะประเทศไทยของเราที่กำลังเดินหน้าเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มตัวในปี 2564 และมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2578 ประเทศไทยของเราจะมีกลุ่มผู้สูงอายุ หรือที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนประชากรไทยทั้งหมด ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดอีกด้วย

          และปัจจุบันต้องยอมรับว่าวิถีการใช้ชีวิตของคนทั่วไปนั้น แตกต่างออกไปจากการใช้ชีวิตแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะพฤติกรรมการดูแลตัวเองอย่างมีคุณภาพ การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เน้นคุณภาพชีวิตที่สมดุล พร้อม ๆ กับสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ ยิ่งเมื่อโลกของเรามีสถานการณ์เกี่ยวกับโรคติดต่อต่าง ๆ เกิดขึ้นมากด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้กระแสการใส่ใจดูแลสุขภาพความแข็งแรงก็ยิ่งมาแรงมากยิ่งขึ้น แม้ว่าในความเป็นจริงเทรนด์สุขภาพนั้นได้มีกระแสอย่างต่อเนื่องใน 2 - 3 ปีหลังมาโดยตลอด แต่ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ที่พักอาศัยที่ตอบรับกระแสใส่ใจสุขภาพที่เรียกกันว่า Wellness Residence ได้รับความสนใจขึ้นมาอย่างมากมาย เพราะเราสามารถเข้าถึงคุณภาพที่ดีกว่าเดิมในทุก ๆ ด้าน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยระดับค่าใช้จ่ายของ Wellness Residence ที่สูงกว่าที่พักอาศัยทั่วไปมากด้วยเช่นกัน เพราะค่าส่วนกลางอยู่ในช่วงส่วนต่างที่ค่อนข้างสูงมากในระดับ 120-150 ต่อตารางเมตรกันเลยทีเดียว

. . . . . . . . . .

แนะนำ 4 Wellness Residence ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

          อย่างที่บอกไปแล้วว่า สังคมปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบและพฤติกรรมการใช้ชีวิตไปกว่าแบบเดิม ๆ มาก กลายเป็นสังคมที่ให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น สนใจในเรื่องความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) มากขึ้น ที่อยู่อาศัยประเภท Wellness Residence จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างสูง เรียกว่าสอดรับกับยุค New Normal ได้อย่างลงตัว เราจะมาแนะนำโครงการ Wellness Residence เด่น ๆ กันว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

Jin Wellbeing County

ภาพบรรยากาศโครงการ Jin Wellbeing County

          โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 7 ชั้น 5 อาคาร 494 ยูนิต Wellness Residence ระดับ Main-Upper Class เนื้อที่กว่า 140 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี ภายใต้การดูแลและบริหารงานโดยบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุป เป็นคอนโดแนวคิดใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ที่ตั้งเป้าหมายว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปอย่างน้อย 30 ปีหลังเกษียณ โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร เป็นโปรเจ็ค Mixed Use ที่มีทั้งคอนโดมิเนียม Wellness Residence Wellness Center โรงพยาบาล Retreat Hospital หรือโรงพยาบาลฟื้นฟูสุขภาพ และ Community Mall ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยมุ่งหวังให้เป็นศูนย์รวมการดูแลรักษาสุขภาพแบบครบวงจรมากที่สุด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อยู่ในย่านการศึกษาที่มีมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยพื้นที่ในโครงการมีการออกแบบคล้ายกับชั้นดินที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ มีสวนตั้งอยู่กลางโครงการ ที่มีทางเดินกว้างประมาณ 1.5 – 2 เมตร ที่เป็นทางลาดทั้งหมด ไม่มีขั้นบันไดหรือพื้นยกระดับ เพื่อสะดวกต่อการใช้ Wheelchair และการใช้งานในเวลาเร่งด่วนฉุกเฉิน

          ห้องพักอาศัยทั้งหมดจะเป็นแบบ Fully Fitted มีทั้งห้องแบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus มีขนาดพื้นที่ให้เลือกตั้งแต่ 43 - 66 ตารางเมตร แบ่งพื้นที่ Common area และห้องนอนออกจากกันด้วยประตูบานเลื่อน โดยทุกห้องออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายของผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้รถเข็น Wheelchair สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในโครงการนิติบุคคลแบบแยกโซน เพื่อการดูแลที่ทั่วถึงมากขึ้น มีห้องปฐมพยาบาล ห้องคาราโอเกะ ห้องทำสมาธิสวดมนต์ ห้องออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ สระว่ายน้ำออกกำลังกายระบบเกลือ และควบคุมอุณหภูมิ ระบบ Tracking System ผู้อยู่อาศัยทุกคน เพื่อเช็กสุขภาพตรวจวัดชีพจร และอัตราการเต้นของหัวใจในขณะสวมใส่ ซึ่งหากเกิดความผิดปกติระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ เพื่อมาช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งยังมีระบบ GPS ติดตาม รวมทั้งระบบ Master Key Card เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในห้อง กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน Jin Wellbeing County Wellness Residence

  • Jin Wellbeing County ราคาเริ่มต้น 4.2 ล้านบาท

. . . . . . . . . .

AYDIN Rama 9 – Krungthep Kreetha

ภาพจำลองบรรยากาศโครงการ AYDIN Rama 9 – Krungthep Kreetha

          Segment ใหม่ในโครงการที่พักอาศัยแนวคิดใหม่แบบ Wellness Residence ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพกรีฑา โดยแบรนด์แสนสิริ ได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการยกระดับการดูแลสุขภาพ และเครือ Tokyu Corporation บริษัทนักพัฒนาจากญี่ปุ่น ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการเพื่อการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตที่ดี โดยคำนึงถึงการออกแบบที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสวยงาม (Aesthetic Universal Design) แต่ต้องดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย และสามารถตอบโจทย์การใช้ใน Style Living ได้เป็นอย่างดี มุ่งหวังให้เป็น Wellness Residences Community แห่งแรกของประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นภายใต้ Concept Make the Sustainable Growth เพื่อดูแลสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหัวใจสำคัญ

          จุดเด่นของโครงการ AYDIN Rama 9 – Krungthep Kreetha Wellness Residence แสนสิริ คือ มีการใช้เทคโนโลยี Tele-health และ Plus+ Service ที่นำนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพมายกระดับคุณภาพของผู้อยู่อาศัย ภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น 24-Hour Concierge Holistic Concept (Operate by Plus Property) นิติบุคคลพิเศษ สามารถดูแลสุขภาพเบื้องต้น พร้อมรับมือในเหตุฉุกเฉิน พร้อมบริการด้าน Hospitality Lobby & Multifunctional area พื้นที่ส่วนกลางที่ปรับเปลี่ยนได้ เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ Air & Light Quality Control การควบคุมคุณภาพอากาศภายในห้องพักด้วยระบบ Smart Control ระบบ Water Treatment กรองและปรับความสมดุลน้ำประปาก่อนเข้าโครงการ Teleconsultation by Samitivej Hospital ห้องพิเศษที่ติดต่อกับโรงพยาบาลได้ 24 ชั่วโมง สามารถรักษาโรคทั่วไป ติดตามอาการ รวมไปถึงส่งบุคลากรทางการแพทย์มาดูแลที่โครงการ

  • AYDIN Rama 9 – Krungthep Kreetha ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท

. . . . . . . . . .

Thonburi Health Village ประชาอุทิศ

ภาพจำลองบรรยากาศโครงการ Thonburi Health Village ประชาอุทิศ

          คอนโดมิเนียม Thonburi Health Village เป็นคอนโด Mid-Rise สูง 11 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 412 ยูนิต ภายใต้การดูแลของบริษัท พรีเมียร์ โฮมเฮลท์แคร์ จำกัด ในเครือ ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุป เป็น Wellness Residence สำหรับผู้รักสุขภาพและผู้สูงอายุที่ออกแบบมาภายใต้แนวคิด อยู่อย่างสุขภาพดีและมีความสุข ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ใกล้ ๆ กับอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศูนย์ฝึกกีฬาเฉลิมพระเกียรติ และสวนสาธารณะสวนธนบุรีรมย์ นอกจากอาคารพักอาศัย 2 อาคารแล้ว ยังมีศูนย์ Wellness Center ที่มีการดูแลทางการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ เพื่อส่งเสริมให้เป็นที่อยู่อาศัย Wellness Residence ที่ตอบโจทย์ได้ครบวงจร ในเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิตในอีกระดับ

          Thonburi Health Village มีห้องพักอาศัยแบบ Fully Furnished ภายใต้ Universal Design Concept เพื่อรองรับความต้องการในทุก ๆ ด้านที่หลากหลายของผู้สูงวัย มีทั้งห้องขนาด Studio และห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่มีให้เลือกตั้งแต่ 32 - 64 ตารางเมตร และมีจุดเด่นที่ฝ้าเพดานที่สูงโปร่งสบายถึง 2.4 เมตร Facilities ภายในโครงการ มีทั้งสระว่ายน้ำระบบเกลือ Fitness Class พร้อม Personal Trainer บริการ Medical Spa เพื่อสุขภาพ คลินิกฟื้นฟูสุขภาพ ลานกิจกรรมกลางแจ้ง สวนแนวตั้ง Vertical Garden ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ Lift โดยสาร 4 ตัว Service Lift 1 ตัว พร้อมระบบกล้อง CCTV ระบบ Access Card และการดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เป็น Wellness Residence ที่ครบวงจรมากจริง ๆ

  • Thonburi Health Village ประชาอุทิศ ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาท

. . . . . . . . . .

Bergh Apton Khao Yai

ภาพจำลองบรรยากาศโครงการ Bergh Apton Khao Yai

          โครงการเบิร์ช แอ็ฟตัน เขาใหญ่ คอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 3 ชั้น 3 อาคาร 86 ยูนิต ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 9 ไร่ ในโครงการ ณุศามายโอโซน ที่มีพื้นที่โอโซนที่ดีที่สุดในประเทศไทย ขนาดใหญ่ถึง 1300 ไร่ บริหารโดยเครือ Nusasiri บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เป็นคอนโดสำหรับผู้รักสุขภาพสไตล์หมู่บ้านชนบทอังกฤษ English Cottage ผสม Modern คอนโด เบิร์ช แอ็ฟตัน เขาใหญ่ ได้ออกแบบอาคารให้มีเอกลักษณ์ของบ้านแบบอังกฤษ ที่มีปล่องไฟและรูปทรงทางสถาปัตยกรรมของตัวอาคารที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ท่ามกลางสวนสวยบรรยากาศที่สดชื่นบริสุทธิ์ของเขาใหญ่ และวิวสุดสายตาแบบพาโนรามา และเรียบง่ายในแบบฉบับ Minimal Style ภายใต้แนวคิด Modern Country Living Life In An English Village

          ในโครงการ Bergh Apton Khao Yai มีห้องพักอาศัยทั้งแบบห้อง 1 Bedroom Type A1 Type A2 และ Type B โดยมีขนาดพื้นที่ให้เลือกตั้งแต่ 35-70 ตารางเมตร Facilities ภายในโครงการตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยที่รักสุขภาพอย่างแท้จริง เพราะมีศูนย์การแพทย์ระดับโลกของ Panacee Medical Center เป็นศูนย์การแพทย์แบบองค์รวมที่ผสานความหลากหลายทางการรักษา รวมทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติดูแลตลอด 24 ชั่วโมง Panacee Wellness Khaoyai ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ไร่เกษตรอินทรีย์ Organic Farm & Clean Farm ขนาด 5 ไร่ ClubHouse หรูระดับ Exclusive พร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และพื้นที่ สนามกอล์ฟขนาด 18 หลุมกล้องวงจรปิด CCTV และระบบรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่ารวมทุกความสะดวกสบายไว้ในที่เดียวกัน

  • Bergh Apton Khao Yai ราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาท

. . . . . . . . . .

ทิศทาง Wellness Residence ในอนาคต จะเป็นอย่างไร

          แม้ในอดีตที่ผ่านมา Branded Residences จะเน้นเจาะกลุ่มผู้อยู่อาศัยแบบ Luxury เป็นหลัก เพราะมีจุดแข็งตรงที่มีความเป็นสากล มี Brand Awareness ที่ช่วยสร้างความรู้สึกมั่นใจ ภูมิใจในภาพลักษณ์ และวางใจในความน่าเชื่อถือ แต่ตลาดสำคัญของของโลกที่มาแรงกลายเป็นโครงการที่จับกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพ และกลุ่มผู้สูงอายุอย่าง Wellness Residence ซึ่งเรียกได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ยังเปิดกว้างมากจริง ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันของทั่วโลก ก็ยิ่งเป็นการเอื้ออำนวยต่อธุรกิจประเภทนี้มากยิ่งขึ้นทุกขณะ

          อุตสาหกรรม Wellness ที่มีอัตราการเติบโตในตลาดโลกนั้น ส่วนแบ่งตลาดที่สูงที่สุดอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและด้านความงามมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านบาท ขณะที่ Wellness Tourism 20.1 ล้านล้านบาท Wellness Residence 4.2 ล้านล้านบาท สำหรับประเทศไทยตลาด Wellness ถือเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงและเติบโตต่อเนื่อง โดยข้อมูลของ Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวในตลาดสายสุขภาพนี้สูงถึง 12.5 ล้านคน สร้างรายได้มากกว่า 4 แสนล้านบาท รวมทั้งการที่ภาครัฐมีนโยบายผลักดันให้เกิด Medical Tourism ในประเทศไทย เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของโลกหรือ World’s Medical Hub ก็ยิ่งทำให้ตลาด Wellness เปิดกว้างมากขึ้น

. . . . . . . . . .

          ปัจจุบันชื่อเสียงของประเทศไทยติดอยู่ในอันดับ 6 ของโลก เป็นประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากการจัดอันดับของ International Healthcare Research Center และมีคะแนนดัชนีความมั่นคงทางสาธารณสุข Global Health Security Index สูงเป็นอันดับ 6 ของโลกด้วย ก็เท่ากับว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้านสุขภาพอย่าง Wellness Residence ยังสร้างมูลค่าและคุณค่าได้อย่างอีกอย่างมากมาย การได้ใช้ชีวิตที่ดี มี Lifestyle ที่ดี มีสุขภาพที่ดี ในสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ดีแบบครบวงจรในที่เดียวกันนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ เมื่อรวมกันเข้ากับการได้สิทธิพิเศษในการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพ และการดูแลการใช้ชีวิตตอนสูงวัยแบบ Exclusive ก็ยิ่งเท่ากับว่า Wellness Residence ตอบโจทย์เทรนด์ที่พักอาศัยได้อย่างตรงประเด็นมากที่สุดแล้วในยุคนี้ สำหรับในครั้งหน้าเราจะนำสาระน่ารู้เรื่องที่อยู่อาศัยอะไรมาฝากกันอีกอย่าลืมติดตาม ได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราทาง CondoNewb ได้เลย