logo

          การเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักที่หนึ่งนั้น นอกจากเราจะต้องดูสถานที่ Segment ของคอนโด ความต้องการในแต่ละชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เราจะต้องพิจารณานั่นก็คือ “การถือกรรมสิทธิ์ของคอนโด” ซึ่งการถือกรรมสิทธิ์นั้นมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภท คือ สิทธิการเช่า Leasehold และการถือกรรมสิทธิ์แบบ Freehold ซึ่งแต่ละประเภทนั้นจะมีความแตกต่างกันและยังมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคอนโดแบบ Leasehold ที่มีรายละเอียดหลายอย่างที่น่าสนใจ เพื่อน ๆ หลายคนคงจะเริ่มสงสัยกันแล้วใช่หรือไม่คะ ว่าการถือครองกรรมสิทธิ์แบบนี้เป็นอย่างไร มีเงื่อนไขใด ๆ ที่น่าสนใจบ้าง ถ้าใครอยากรู้รายละเอียดแล้วก็ตามนิวบ์ไปศึกษารายละเอียดกันเลยค่ะ

. . . . . . . . . .

เข้าใจกันแบบง่าย ๆ ว่า คอนโด Leasehold คืออะไร

          การถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold หรือจะเรียกอีกแบบว่าสิทธิการเช่า Leasehold คือการเช่าหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดในระยะยาว แต่ผู้ที่เช่าหรือผู้พักอาศัยจะไม่มีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่ในการเช่าคอนโดแบบ Leasehold นี้จะมีการทำสัญญาให้เช่าภายในระยะที่ทางโครงการได้กำหนดเอาไว้ เมื่อหมดสัญญากรรมสิทธิ์ของผู้เช่าก็จะหมดลงไปด้วย แต่สามารถต่อสัญญาเพิ่มได้ซึ่งแล้วแต่เงื่อนไขของโครงการนั้น ๆ ซึ่งแต่ละคอนโดก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป

          สำหรับสิทธิการเช่า Leasehold มักจะใช้กับโครงการคอนโดที่อยู่ในทำเลหรือย่านที่มีที่ดินราคาแพง จนไม่สามารถตั้งราคาขายที่จะขายขาดได้ หรือทางโครงการไม่อยากให้ราคาหรือ Segment ของคอนโดสูงเกินไปจนไม่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่ทางโครงการจะขาย ในขณะเดียวกับคอนโดในลักษณะนี้ก็เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้ต้องการอาศัยอยู่ที่เดิมอย่างยาวนานแต่อยากอยู่ทำเลนี้ แต่ถ้าให้เลือกซื้อคอนโดไปเลย อาจมีราคาที่สูงกว่าการเช่าแบบ Leasehold ได้เช่นกัน

          ทั้งนี้การเช่าคอนโดแบบ Leasehold จะมีราคาต่ำกว่าการถือครองกรรมสิทธิ์ประเภทอื่น ซึ่งเหมาะกับบุคคลที่ต้องการอยู่ทำเลใจกลางเมือง แต่มีราคาที่ไม่แพงจนเกินไป หรือเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการจะปล่อยให้คนอื่นเช่าคอนโดอีกต่อหนึ่ง ในการเช่าแบบนี้จะทำให้นักลงทุนเสียต้นทุนน้อยกว่าการให้เช่าแบบประเภทอื่น โดยทำเลเด่น ๆ ที่มีการเช่าแบบ Leasehold มักจะเป็นโซน CBD เช่น ราชดำริ สีสม สาทร และพระราม 4

. . . . . . . . . .

ข้อดีของคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold

          เมื่ออธิบายกันแบบคร่าว ๆ แล้วเพื่อน ๆ หลายคนคงสงสัยกันว่าคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold นั้นมีข้อดีอย่างไรบ้าง เราสามารถยกตัวอย่างข้อดีของคอนโดประเภทนี้ได้ดังนี้

1. สามารถพักอาศัยอยู่ในทำเลใจกลางเมือง หรือทำเลที่มีราคาที่ดินสูงได้

          การที่จะอาศัยอยู่ในย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ การซื้อคอนโดมือหนึ่งศักยภาพดีนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ เพราะมีราคาที่สูงที่มากขนาดห้องราคาเริ่มต้นอาจเริ่มที่ 10 – 30 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ และถ้าหากห้องที่ขนาดใหญ่กว่า อยู่ในทำเลที่ดีกว่าอาจมากถึง 50 – 100 ล้านบาท ซึ่งก็ตามที่นิวบ์ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าบางคอนโดไม่สามารถประเมินราคาได้ เพราะราคามันเกินกว่าความเป็นจริงไปมาก ซึ่งแน่นอนว่าการจะหากลุ่มเป้าหมายที่จะเลือกซื้อคอนโดราคาแพง กลุ่มเป้าหมายก็แคบลง จึงเกิดคอนโดให้เช่าแบบ Leasehold นั่นเองค่ะ เลยกลายเป็นการเช่าคอนโดที่ไม่สูงเกินไป สามารถจับต้องได้แบบง่าย ๆ

2. มีการบริหารส่วนกลางที่เป็นมืออาชีพและมีมาตรฐาน

          เนื่องด้วยคอนโดแบบ Leasehold โดยปกติแล้วจะมีค่าเช่าในระยะยาวที่สูงมากอยู่แล้ว ดังนั้นในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเรียกได้ว่ามีพื้นที่การใช้งานครบครัน อีกทั้งยังมีการบริการจัดการของนิติบุคคล ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มีความเป็นมืออาชีพ สามารถอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือลูกบ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัยและการบริการมากกว่าคอนโดที่อื่น ๆ ซึ่งนับว่าเป็นคอนโดที่เกินค่ามาตรฐานทั่วไปเลยก็ว่าได้

3. การคมนาคมมีความสะดวกสบาย

          แน่นอนว่าคอนโดแบบ Leasehold นั้นจะอยู่ในทำเลใจกลางเมืองที่เรียกได้ว่าเป็นทำเลกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีประชากรที่อาศัยอย่างหนาแน่น จึงไม่แปลกเลยที่ในหลายคอนโดต่างมีการคมนมคมที่ตอบโจทย์แทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ซึ่งบางคอนโดอาจครอบคลุมมากกว่า 1 สายหลัก เพื่อให้การเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย อีกทั้งอาจติดอยู่กับตัวสถานีเลย จึงทำให้ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถต่ออีกทอดหนึ่ง หรือสำหรับใครที่ใช้รถยนต์ในการเดินทาง ก็จะมีทางลัด ทางด่วนมากมาย ที่ไปยังเส้นทางที่ตั้งใจไปได้อย่างรวดเร็ว

4. ชาวต่างชาติสามารถเช่าอาศัยอยู่ได้

          ประเทศไทยของเรานับว่าเป็นประเทศที่มีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่เยอะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วที่จะปักหลัก ปักถิ่นฐานมักจะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งแน่นอนว่าหากจะซื้ออสังหาริมทรัพย์แบบขาดเลย กฎหมายเมืองไทยยังไม่มีข้อกฎหมายในการอนุญาตนั้น จึงทำให้การเช่าคอนโดแบบ Leasehold เป็นทางเลือกที่ดีของชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะยาว หรือหากจะสร้างครอบครัวอยู่ที่ประเทศไทยเราเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันค่ะ

          โดยสรุปแล้วคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold นั้นจะมีมากมายหลายแห่งด้วยกัน โดยเฉพาะคอนโดที่อยู่ในทำเลใจกลางเมือง ที่มีราคาแพงเกินเอื้อมถึง แต่ตัวคอนโดแบบ Leasehold มาช่วยให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่คนไทย ชาวต่างชาติเองก็สามารถเข้าถึงได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีการบริหาร บริการ และระบบรักษาความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวที่สูง เรามักจะเห็นได้ว่าคอนโดเหล่านี้อาจเป็นกลุ่มผู้มีชื่อเสียง อย่างเช่น ดารา นักแสดง นักธุรกิจ ต่างก็อาศัยอยู่ได้เช่นกัน

. . . . . . . . . .

ระยะเวลาของสัญญาแบบ Leasehold เป็นอย่างไร?

          การถือครองคอนโดแบบ สิทธิการเช่า Leasehold นั้นเป็นการเช่าแบบที่มีกรรมสิทธิ์ในระยะยาว ซึ่งตามกฎหมายในประเทศไทยแล้วสามารถเช่าได้ในระยะเวลาทั้งหมด 30 ปี ต่อมาเมื่อผู้เช่าได้หมดสัญญากับทางโครงการแล้ว ทางโครงการอาจจะมีการต่อสัญญา Leasehold กับผู้เช่า ส่วนใหญ่ทางโครงการจะมีการต่ออายุอีกไปประมาณ 10 ปี หรือ 30 ปี โดยการต่อสัญญาก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญาแต่ละโครงการ

สัญญาระยะยาวสัมพันธ์กับอายุของอาคารมากน้อยแค่ไหนนะ?

          ระยะเวลาในการมีสิทธิการเช่า Leaseholdในคอนโดแต่ละโครงการนั้น ส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาประมาณ 30 ปีตามที่นิวบ์ได้บอกกับเพื่อน ๆ ไปในเบื้องต้นแล้ว บางคนอาจจะสงสัยว่าถ้าเราจะเช่าคอนโดโครงการหนึ่งที่เป็นการถือกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold นั้น ถ้าเกิดสภาพหรืออายุของอาคารนั้นมากขึ้นจะมีปัญหาหรือเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นิวบ์ต้องบอกไว้เลยว่าขึ้นอยู่แต่ละโครงการ บางโครงการจะมีการนำค่าเช่าของคอนโดมาพัฒนา ปรับปรุงสภาพของคอนโดให้คงสภาพดีอยู่เสมอ ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีมาก ๆ สำหรับใครที่เช่าอยู่ระยะยาว แต่ก็ได้รับการดูแลที่ดี โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินเรื่องเอง แต่บางโครงการอาจจะปล่อย ไม่ได้ดูแลอาคารให้ดีเท่าที่ควร อาจจะทำให้มูลค่าของการเช่านั้นต่ำลงเมื่อตัวอาคารมีอายุที่มากขึ้น

          การเลือกสิทธิการเช่า Leasehold นั้นเพื่อน ๆ อาจจะสามารถศึกษารายละเอียดให้ดีเสียก่อน ซึ่งการปล่อยให้เช่าคอนโดแบบ Leasehold จะสามารถแบ่งเจ้าของโครงการได้ 2 แบบนั่นก็คือ

1. เจ้าของที่ดิน (Landlord)

          ทางโครงการของคอนโดที่สิทธิการเช่า Leasehold แบบนี้จะเป็นเจ้าของในที่ดินแห่งนี้ตั้งแต่แรก และเป็นผู้พัฒนาและจัดตั้งโครงการด้วยตัวเอง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีการบริหารในโครงการต่อไป ส่วนใหญ่จะมีการดูแลรักษาสภาพของอาคารได้ดี และปรับปรุงซ่อมแซมอาคารคอนโดอยู่เสมอ และเป็นประเภทที่ได้รับความนิยม ซึ่งหากเจ้าของที่ดินเป็นค่อยปล่อยเช่าก็จะสะดวกต่อการติดต่อ หากเราประสบปัญหาหรืออยากขอความช่วยเหลือเมื่อได้อยู่อาศัย

2. แบบที่ผู้พัฒนาที่ดิน (Developer)

 เจ้าของโครงการเป็นผู้ที่มาเช่าเจ้าของที่ดินอีกทีหนึ่ง จากนั้นจะมีการพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีการจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นเพื่อให้มาดูแลโครงการต่อไป จนกระทั่งหมดสัญญาเช่า โดยประเภทนี้จะไม่เป็นที่นิยมเพราะถ้าฝ่ายนิติบุคคลดูแลรักษาตัวอาคารไม่ดี อาจะทำให้อาคารมีความเสื่อมโทรมลงตามเวลา และอาจจะมีมูลค่าน้อยลงเมื่อหมดสัญญาเช่า เมื่อ Leasehold หมดสัญญา กรรมสิทธิ์จะตกไปอยู่ที่เจ้าของที่ดินตามเดิม

          ในการเลือกสิทธิการเช่า Leasehold นั้นเพื่อน ๆ จะต้องดูประเภทแต่ละประเภทนั้นให้ดี เพื่อจะได้นำมาประกอบการตัดสินใจในการเช่า ถ้าให้นิวบ์แนะนำควรเช่าคอนโดที่ผู้พัฒนาโครงการที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันว่าการดูแลและรักษาสภาพของอาคารคอนโดจะมีคุณภาพ และไม่ปล่อยปละละเลยโครงการ

. . . . . . . . . .

หากโครงการเปลี่ยนมือเจ้าของ ผู้เซ็นสัญญาต้องไปติดต่อกับใคร?

          โครงการของคอนโดมิเนียมนั้นสามารถเปลี่ยนผู้พัฒนาโครงการได้ ซึ่งการเปลี่ยนมือเจ้าของโครงการนั้น เพื่อน ๆ บางคนอาจจะสงสัยว่าเราจะสามารถไปทำหรือเซ็นสัญญากับใครได้บ้าง ซึ่งการทำสัญญานั้นเราจะสามารถไปติดต่อกับเจ้าของโครงการคนใหม่ได้เลยค่ะ เมื่อทางโครงการได้มีการทำสัญญาเปลี่ยนเจ้าของเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสามารถติดต่อกับเจ้าของผู้พัฒนาคนใหม่ได้เลยค่ะ

สัญญาการเช่าคอนโดแบบ Leasehold กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          ในการเลือกคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold นั้นมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองสิทธิของผู้พักอาศัย และข้อบังคับต่าง ๆ อยู่หลายประการ ซึ่งนิวบ์จะนำข้อกฎหมายบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเช่าคอนโดแบบ Leasehold มาให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษากันค่ะ

กฎหมายในการการทุบตึก

          การทุบตึกนั้นส่วนใหญ่จะใช้ในเมื่ออาคารตรงนั้นมีอายุค่อนข้างจะมาก และดูมีความเสี่ยงในการอยู่อาศัยในระยะเวลาต่อไป ซึ่งในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอยู่คอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold ได้มีรายละเอียดไว้ว่า เจ้าของที่ดินจะต้องมีการระบุให้กับเจ้าหน้าที่และผู้เช่าตึกอย่างแน่ชัดว่าจะนำอาคารตรงนี้ไปทำอะไรต่อ หรืออธิบายความเสื่อมโทรมของอาคารได้ แต่ถ้าไม่มีเหตุผลที่เพียงพอ ผู้พักอาศัยมีสิทธิในการต่อสัญญาเช่าต่อไปได้ แต่ถ้าจะต้องทุบอาคารจริง ๆ ผู้เช่าหรือผู้พักอาศัยจะต้องย้ายออกไป โดยเจ้าของที่ดินจะต้องแจ้งกับผู้พักอาศัยไว้ล่วงหน้าแล้ว

สิทธิการเช่า Leasehold ของชาวต่างชาติ

          เนื่องจากกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้คนต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้โดยเด็ดขาด แต่สามารถเช่าอสังหาริมทรัพย์แบบ Leasehold ซึ่งตามกฎหมายไทยมาตรา 540 นั้นได้ระบุว่าระยะเวลาสูงสุดสำหรับการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้คือ 30 ปี การเช่าเกินกว่าสามปีจะต้องจดทะเบียนกับกรมที่ดินจังหวัดให้มีผลใช้บังคับ เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 30 ปีสัญญาเช่าจะหมดอายุโดยอัตโนมัติและทั้งสองฝ่ายต้องจดทะเบียนสัญญาเช่าใหม่ 30 ปี

          การปฏิบัติในประเทศไทยคือการเสนอสัญญาเพิ่มเติมอีก 30 ปีเป็นระยะเวลา 90 ปี โดยมีสัญญาแยกต่างหากซึ่งมักเรียกว่าสัญญาเพิ่มเติมหรือสัญญา “Memorandum” ซึ่งผู้ให้เช่าตกลงที่จะต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมอีกเป็นระยะเวลา 30 ข้อ ปีในสัญญาพิเศษนี้มักจะมีสิทธิการเช่าเพิ่มอื่น ๆ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในมาตรา 540 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นอกจากนี้ชาวต่างชาติยังสามารถถือครองห้องพักได้ด้วยตัวเองและไม่จำกัดจำนวนห้อง เพราะการทำสัญญานั้นเป็นแค่การเช่าเท่านั้น

การเปลี่ยนเจ้าของห้องของสิทธิการเช่า Leasehold

          ในการเปลี่ยนเจ้าห้องคอนโดนั้นสามารถทำได้ โดยผู้เป็นเจ้าของห้องชุดแบบสิทธิการเช่า Leasehold สามารถที่จะทำการโอนขายสิทธิเปลี่ยนมือให้แก่บุคคลอื่นได้แต่ยังคงต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของโครงการเสียหรือเจ้าของที่ดินเสียก่อน ซึ่งทางเจ้าของโครงการอาจจะมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งแล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละโครงการ ในปัจจุบันยังไม่มี กฎหมายฉบับใดจะมาควบคุมหรือจัดการกับอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว ดังนั้นผู้ทำสัญญาเช้าจะต้องศึกษาเงื่อนไขของทางโครงการให้ดี ๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนมือเจ้าของผู้เช่า

          ซึ่งในการโอนสิทธิหรือเปลี่ยนมือในการเช่านี้ ระยะเวลาการเช่าคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold ที่โอนไปยังเจ้าของคนใหม่จะโอนไปเท่าที่ระยะเวลาการเช่าเหลืออยู่เท่านั้น แต่จะไม่ใช่การเริ่มระยะเวลาการเช่าใหม่อีก 30 ปี ยกเว้นแต่จะยกเลิกสัญญาเช่าฉบับเดิม และเจ้าของผู้เช่ารายใหม่เข้าทำสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งโดยปกติจะไม่ใช้วิธีการเลิกสัญญาเช่าฉบับเดิม

กฎหมายของการเสียค่าส่วนกลางของสิทธิการเช่า Leasehold

 สิทธิการเช่า Leasehold นั้นต้องมีการชำระค่าใช้จ่ายค่าส่วนกลางเป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาเช่าในกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามระเบียบอาคารชุด แต่ในปัจจุบันทางกฎหมายยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดที่เป็นที่แน่นอน หากแต่เป็นกรณีที่สัญญากำหนด ทั้งนี้ นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้ว ห้องชุดในอาคารชุดแบบสิทธิการเช่า Leasehold จะต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินในอัตราร้อยละ 12.5

สิทธิการดัดแปลงห้องภายในโครงการ

          ผู้เช่าสามารถดัดแปลงภายในห้องพักอาศัยได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการวางและที่ตั้งของเฟอร์นิเจอร์ การติดตั้งพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ แต่ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของตัวห้องแล้วนั้น เพื่อน ๆ จะต้องยื่นเอกสารให้กับนิติบุคคล เพื่อแจ้งให้ทางนิติบุคคลทราบได้พิจารณาและอนุมัติได้ในเวลาต่อไป

. . . . . . . . . .

วงเงินอัตราการกู้เพื่อเช่าคอนโดแบบ Leasehold

          ส่วนใหญ่ทางธนาคารจะมีการให้กู้เงินในการเช่าคอนโด ซึ่งวงเงินส่วนใหญ่ที่ทางธนาคารจะให้กับคอนโดที่มีสิทธิการเช่า Leasehold นั้นจะอยู่ที่ 80% ของราคาที่ให้เช่าทั้งหมด และทางผู้กู้สามารถผ่อนให้กับทางธนาคารได้ในระยะเวลาทั้งหมด 20 ปี

การลงทุนกับคอนโดแบบ Leasehold

          เพื่อน ๆ บางคนอาจจะนักลงทุนที่อยากจะเช่าคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold เพื่อนำมาปล่อยให้คอนอื่นได้เช่าต่ออีกที มูลค่าแต่ละโครงการก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับทำเลโครงการ ราคาของคอนโด Leasehold อาจต่ำกว่า 30% เป็นข้อดีของคนที่อยากอาศัยในทำเลใจกลางเมือง ขณะที่ในแง่การลงทุนของคอนโด Leasehold สามารถปล่อยเช่าได้ในราคาเท่าคอนโดแบบประเภทอื่นในทำเลเดียวกัน นั่นก็หมายความว่าเพื่อน ๆ ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าในการซื้อคอนโดแบบทั่วไปแต่จะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่า คอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold หลายแห่ง ที่สามารถทำกำไรจากการขายต่อได้ ยกเว้นแต่ว่าโครงการนั้น ๆ จะมีสัญญาเช่าเหลืออยู่ต่ำกว่า ราคาคอนโดที่จะลงทุนจ่ายน้อยกว่าเมื่อตอนทำสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์ โดยจ่ายค่าธรรมเนียมโอนเพียง 1.1% เหมาะแก่ผู้ที่ต้องการลงทุนสำหรับปล่อยเช่าต่อ

          นอกจากนี้คอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold ส่วนใหญ่จะเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างและการตกแต่งภายในคอนโดที่มีคุณภาพ และมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าคอนโดประเภทอื่น ๆ ซึ่งในข้อนี้จะทำให้มูลค่าของคอนโดมีราคาที่สูงขึ้น และไม่ต้องมากังวลว่าคอนโดจะเกิดความเสียหายเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งถือว่าเป็นการรับประกันให้กับผู้เช่าได้อีกข้อหนึ่งเช่นกัน

          มีอีกสิ่งหนึ่งที่เพื่อน ๆ ที่สนใจจะลงทุนคอนโดแบบ Leasehold อาจจะต้องศึกษารายละเอียดของกรรมสิทธิ์คอนโดนั้นไว้ในดี เพราะเราได้ซื้อเพื่อจะลงทุนในตอนที่สัญญาเช่าของคอนโดนั้นอายุเหลือแค่ประมาณ 10 ปี อาจจะทำให้ราคาในการเช่านั้นลดลง ยกเว้นแต่ทำเลหรือพื้นที่ตรงนั้นเป็นที่ที่มีคนต้องการ และเป็นแหล่งรวมเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่สำคัญ ราคาของตัวห้องก็จะไม่ได้ลดลง และอาจจะทำให้มูลค่าคอนโดตรงนั้นสูงขึ้นในเวลาต่อมาอีกด้วยค่ะ

          สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุน คอนโดแบบให้สิทธิการเช่า Leasehold โดยทั่วไปจะให้ผลตอบแทนในแต่ละปีสูงกว่า เนื่องจากราคาขายต่ำกว่าและส่วนใหญ่จะอยู่ในทำเลที่มีความต้องการเช่าสูง นอกจากนี้ขนาดห้องที่เหมาะสม และรูปแบบของห้องยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักในการเช่าของผู้ที่ต้องการอาศัยอยู่

          การซื้อคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold นั้นถือว่ามีข้อดีมากมายหลายอย่างเลยค่ะ แน่นอนว่าอาจจะมีกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ตรงนั้นอาจจะน้อยกว่าคอนโดที่ขายขาดทั่วไป ดังนั้นการซื้อคอนโดแบบสิทธิการเช่า Leasehold เพื่อน ๆ จะต้องดูว่าเรามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องซื้อคอนโดแบบนี้ และนิวบ์เองก็หวังว่าความรู้ที่นิวบ์ได้นำมาฝากเพื่อน ๆ ในวันนี้ จะเป็นแนวทางในการตัดสินเลือกซื้อคอนโดของเพื่อน ๆ ได้นะคะ แต่ในการตัดสินใจในการซื้อก็ขอให้เพื่อน ๆ ศึกษารายละเอียดข้อมูลโครงการให้ดี ๆ เพื่อเพื่อน ๆ จะได้รับผลประโยชน์ได้สูงสุดและไม่ถูกเอาเปรียบจากการเลือกคอนโดแบบการเช่าคอนโดแบบ Leasehold กันนะคะ

. . . . . . . . . .

          สุดท้ายนี้นิวบ์เองก็ให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้เลือกซื้อคอนโดตามความต้องการ และเหมาะสมกับเพื่อนๆกันทุกคนนะคะ เพื่อน ๆ คงจะได้รับความรู้เกี่ยวกับสิทธิการเช่า Leasehold, การต่อสัญญา Leasehold เมื่อสัญญา Leasehold หมดสัญญา ข้อกฎหมายต่าง ๆ ในการเช่าคอนโดที่ควรรู้ และข้อมูลอื่น ๆ ที่มีควรรู้ของคอนโดแบบ Leasehold เพื่อน ๆ จะทราบเลยว่ากการซื้อคอนโดแบบ Leasehold นั้นมีความน่าสนใจไม่ว่าจะในแง่ของการพักอาศัยอยู่เอง หรือจะเป็นในแง่ของการลงทุนเพื่อเกร็งกำไรกับเพื่อน ๆ ก็ได้เช่นกัน ในคราวหน้านิวบ์จะนำข้อมูลดี ๆ หรือเรื่องน่ารู้ของอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละประเภท เพื่อน ๆ สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ที่นี่เลยนะคะ