logo

          สวัสดีคุณผู้อ่าน CondoNewb อีกครั้งครับ บทความ Talk ในวันนี้ รับรองว่ามาแปลกกว่าในบทความก่อน ๆ แน่นอน เพราะเป็นการถอดบทสัมภาษณ์กลุ่ม First Jobber ที่ทำคลิปสัมภาษณ์เอาไว้เพื่อนักลงทุนคอนโดมือใหม่โดยเฉพาะ เป็นการสัมภาษณ์มุมมองของกลุ่ม First Jobby ที่มีต่อการเช่าคอนโด ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่ม First Jobber ก็มักจะเช่าคอนโดใน Segment ที่ไม่แพงมาก เดือนละ 6,500 - ไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งก็จะไปสอดคล้องกับ Segment คอนโดที่นักลงทุนคอนโดมือใหม่ พอที่จะหยิบจับเป็นทรัพย์ชิ้นแรก ๆ ได้ และการที่นักลงทุนมือใหม่ได้ทราบมุมมองของผู้เช่ากลุ่มนี้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในตอนปล่อยเช่าไม่มากก็น้อยครับ

          โดย First Jobby ที่จะมาให้สัมภาษณ์กับเราในวันนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นหนึ่งในทีม CondoNewb ของเรา ก็คือ “น้องมาย สุภาพร จำปาพันธ์” Content Creator มือฉมัง ที่เชี่ยวชาญด้านการ Creat Content อสังหาฯ ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ โดยน้องมายถือว่าเป็น First Jobber อย่างแท้จริง เพราะเมื่อเรียนจบจากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เริ่มทำงานกับ CondoNewb เป็นที่แรก ตอนนี้ก็ระยะเวลาร่วม 2 ปีแล้ว (และพี่เบนก็หวังว่าน้อยมายจะอยู่กับพี่เบนไปนาน ๆ นะครับ)

         โดยการสัมภาษณ์วันนี้ น้องมายจะมาเล่าถึงมุมมองของตนเอง ที่มีเงื่อนไขในความเป็น First Jobber โดยพยายามที่จะบอกเล่ามุมมองต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนมือใหม่หลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นความไม่มั่นใจในความมั่นคงของงาน ปัจจัยลังเลของการเขยิบมาเช่าคอนโด หรือแม้กระทั่งความตะขิดตะขวงบางอย่างเมื่อเช่าคอนโดแล้ว โดยทั้งหมด อยู่ในคลิปสัมภาษณ์ และบทความสัมภาษณ์ ด้านล่างนี้เลยครับ

. . . . . . . . .

. . . . . . . . .

Q : ด้วยความที่น้องมายอยู่บ้านมาก่อน ปกติเเล้ว หลายคนจะเลือกเช่าอพาร์ตเมนต์ก่อนที่จะเช่าคอนโด แต่น้องมายเลือกที่จะมาเช่าคอนโดเลย คำถามคือ ทำไมน้องมายถึงมั่นใจ เเละเลือกที่จะมาเช่าคอนโดเลย?

          “อันดับแรกมายมองว่า การอยู่อาร์ตเมนต์หรือคอนโด ไม่แตกต่างกันมากในแง่ของการออกมาอยู่คนเดียว แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือเรื่องของสภาพแวดล้อม และห้องหรือโครงการที่เราไปอยู่”

          “โดยเรื่องแรกที่มายกังวลมากคือเรื่อง ค่าน้ำค่าไฟ เพราะเราควบคุมไม่ได้ ไม่เหมือนค่าห้องที่เลือกได้ และมายเป็นคนใช้ไฟเยอะ ซึ่งมายมารู้ทีหลังว่า อัตราการคิดราคาค่าไฟ ระหว่าง อพาร์ตเมนต์ และ คอนโด แตกต่างกัน โดยอพาร์ตเมนต์เขาก็จะมีเกณฑ์การคิดค่าไฟของเขา แต่ คอนโดจะคิดราคาตามค่าไฟบ้าน นี่ก็เลยเป็นหนึ่งข้อ ที่ทำให้มายเลือกมองคอนโดมากกว่า”

          “แต่เราก็รู้ ว่าเรตการเช่าคอนโดมันแพงกว่าอาร์ตเมนต์ เริ่มต้นก็ 6,000 - 7,000 แล้ว พอเทียบกับการเช่าอพาร์ตเมนต์ ที่มีส่วนต่างอยู่ราว ๆ 1,000 - 2,000 บาทแล้ว มายจึงคำนวณว่า อยู่คอนโด ค่าเช่าแพงจริง แต่ค่าไฟถูกลง ฉะนั้น ยอมเอาค่าไฟที่จะต้องจ่ายแพงในการอยู่อพาร์ตเมนต์ มาจ่ายค่าเช่าคอนโดดีกว่า เพราะเมื่อลองถามตัวเองแล้วพบว่า เราไม่ได้แค่อยากออกมาอยู่คนเดียว แต่เราอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย”

          “คือโดยรวมแล้ว ราคาไม่ต่างกันหรอก แต่ที่ไม่เลือกอพาร์ตเมนต์เพราะ 

  • หาติดรถไฟฟ้ายาก เดินทางไม่สะดวก
  • ไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง

ซึ่งถ้าเกิดว่าลองคิดเล่น ๆ เช่นเรื่องเข้า Fitness ที่ถ้าอยู่อพาร์ตเมนต์ ต้องเสียเงินค่าสมัคร แต่ถ้าเราจ่ายค่าเช่าคอนโดแพงขึ้น แต่ได้ใช้ส่วนกลางที่เป็น Fitness มันก็ค่อนข้างคุ้มค่ากว่า เเบบนี้เป็นต้น”

Q : พอตัดสินใจได้เเล้วว่าจะเช่าคอนโด ปัจจัยที่ทำให้น้อยมายจะเลือกเช่าคอนโดสักโครงการหนึ่ง คืออะไร?

          “ทำเลค่ะ… เพราะอย่างแรกเลย ใน Segment คอนโดประมาณนี้สำหรับกลุ่ม First Jobber ตัวเลือกห้องมีไม่เยอะมาก แต่สิ่งที่แตกต่างกันมาก ๆ คือเรื่องทำเล อย่างแรกคือมายไม่ขับรถ และ นั่งรถโดยสารอื่นไม่ค่อยเป็น นอกจากนั่ง BTS ฉะนั้นทำเลของมายคือ ยิ่งใกล้รถไฟฟ้า ยิ่งดี โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่เข้าใจกลางเมืองแบบไม่หลายต่อ มายยอมนั่งรถไฟฟ้านาน ดีกว่านั่งรถไฟฟ้าหลายต่อ

Q : ด้วยความที่นักลงทุนมือใหม่บางคนยังไม่เข้าใจระบบ Agent และน้องมายก็เลือกเช่าคอนโด ผ่าน Agent คำถามนี้จึงถามแทนเจ้าของห้องว่า ผู้เช่า รู้สึกอย่างไร หากต้องเช่าห้องผ่าน Agent

          “คือวิธีการหาคอนโดของมายนะคะก็คือ มายจะเข้าไปในกรุ๊ปที่เขาปล่อยเช่าคอนโดกัน และถ้ามายมีขนาดห้อง ราคา ทำเลในใจเเล้ว มายก็จะประกาศลงไปในกรุ๊ปนั้น ถึงห้องในใจที่มายอยากได้เลย ซึ่งตอนนั้น Agent ก็จะเข้ามาหามายเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีห้องในโครงการนั้นเลย หรือคนที่มีห้องโครงการใกล้เคียงแต่ราคาเดียวกัน นำห้องมาเสนอกับเราเยอะมาก”

          “ซึ่งตอนนั้น มายก็ตัดสินใจเลือกเช่ากับ Agent ทั้ง ๆ ที่ในขณะเดียวกันก็มีเจ้าของห้องมาเสนอให้กับมายเหมือนกัน โดยเหตุผลก็คือ ด้วยความที่เราเป็นพนักงานออฟฟิศ ฉะนั้นตัวมายเองก็จะไม่มีเวลามานั่งเลือกห้อง หรือว่าเจรจาต่าง ๆ กับเจ้าของห้องหลาย ๆ คนมากนัก โดยมายก็อาจจะต้องบอกความต้องการของมายหลายรอบ เพราะว่าเจ้าของห้องแต่ละคนก็จะต้องถามคำถามพื้นฐานเหมือน ๆ กัน แต่ว่า Agent จะคัดห้องหลาย ๆ ห้องมาให้มายพร้อมกัน ซึ่งจะเป็นห้องที่ทั้งตรงกับความต้องการของเรา และตรงกับความต้องการของเจ้าของห้องด้วย ซึ่งมันคือ การนำคนสองคนที่มีความการตรงกัน มาเจอกัน

Q : ในฐานะผู้เช่า น้องมายคิดว่าอะไรคือจุดด้อยของการเช่าคอนโด?

          “สำหรับมายนะคะ มายคิดว่า พอเราอยู่คอนโดในฐานะผู้เช่า มันจะแตกต่างกับการที่เราอยู่อพาร์ตเมนต์ เพราะอพาร์ตเมนต์เราทุกคนคือผู้เช่าเหมือนกันหมด แต่คอนโดคือ เราเป็นผู้เช่า ในขณะที่คนอื่นส่วนใหญ่เป็นเจ้าของห้อง ซึ่ง เจ้าของห้องที่อยู่เองในคอนโดแต่ละที่ เขาจะมีการ Concern ในชีวิตความเป็นอยู่ของเขา เเละเขาก็จะคุยกัน ตั้งกฎต่าง ๆ กัน ซึ่งบางอย่าง สิ่งที่ลูกบ้านตกลงกัน มันกระทบเรา แต่ในฐานะผู้เช่า เราก็ไม่ค่อยมั่นใจว่า เสียงของเราในฐานะผู้เช่า จะดังพอไหมในคอนโดนั้น ” 

          “ซึ่งด้วยเหตุผลนี้ มันทำให้บางที ถ้าเรากล้าพอทีจะนำเรื่องนี้ไปคุยกับเจ้าของห้อง เเล้วเจ้าของห้องเขาจะต่อสู้ให้เราได้ไหม หรือเขาจะช่วยเป็นเสียงแทนเราได้ไหม”

          ..........ซึ่งตรงนี้ เบนจะขอเสริมนิดนึครับว่า มันเป็นความกระอักกระอ่วนใจของเหล่าผู้เช่าเลยแหละ เบนเจอมาหลายเคสมาก ๆ เพราะเขาจะรู้สึกว่า เขาอยู่ในสภาวะที่อาศัยอยู่ในคอนโดนั้น แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของห้อง จึงไม่รู้ว่าตัวเองสามารถออกสิทธิออกเสียงได้มากน้อยแค่ไหน หรือว่าสามารถเรียกร้องอะไรจากนิติบุคคลหรือการลงคะแนนเสียงต่าง ๆ ในคอนโดได้หรือไม่

และโดยส่วนตัว เบนคิดว่า ในฐานะเจ้าของห้องผู้ปล่อยเช่า หากเรามีความแคร์ผู้เช่าของเราเพิ่มขึ้น ช่วยไถ่ถาม หรือตามเรื่องในมติต่าง ๆ ของโครงการ แล้วมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะมาพูดคุยกับผู้เช่า หรือมาถามไถ่ว่า โอเคไหม หากมีกฏตรงนี้ หรืออยากเสนออะไร มีไอเดียอะไรอยากให้เราในฐานะเจ้าของห้อง แจ้งกับคณะกรรมการนิติบุคคลหรือไม่ ก็จะช่วยให้ผู้เช่าสบายใจและรู้สึกดีครับ

Q : ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้เช่าต่อสัญญา สำหรับมาย คืออะไร?

          “สำหรับมายนะคะคือ เจ้าของห้อง เป็นอันดับแรกเลย อันนี้ส่วนตัวมายไม่ทราบนะคะว่าคนอื่นเป็นอย่างไร แต่สำหรับมายคือก่อนจะเข้ามาอยู่คอนโด มายก็ไปค้นดูแล้วพบหลายกระทู้เลยที่ผู้เช่า มีปัญหากับเจ้าของห้อง มายเลย Concern กับเรื่องนี้มาก”

          “ประเด็นคือ มายเป็นคนที่รู้ตัวเองอยู่แล้วว่ามายไม่ทำห้องใครเสียหายแน่นอน มายอยู่และก็รักษาเหมือนห้องของตัวเอง แล้วเราก็กลัวว่าเจ้าของห้องเขาจะ Concern เรื่องนี้ แล้วมาจู้จี้จุกจิกกับเรา แล้วเราจะถูกรบกวนมากเกินไป มันก็จะไม่ต่างอะไรกับตอนที่มายอยู่บ้านเลย”

          “แต่ตัวมายเองโชคดี ที่เจ้าของห้องมายไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาดีมาก เขาเข้าใจ เขาพูดจาดี ที่สำคัญคือเขาไม่จุกจิก เหมือนกับว่าเรามีความไว้ใจซึ่งกันและกันอยู่เล็ก ๆ จึงรู้สึกว่า หาเจ้าของแบบนี้ยาก เป็นเหตุผลที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต่อสัญญากับคนนี้แหละ”

  ซึ่งในประเด็นนี้ เบนก็ได้สอบถามไปทางน้องมายเพิ่มเติม และเราต่างก็เข้าใจทั้งสองฝ่าย ทั้งมุมของเจ้าของห้อง ที่ก็อาจจะมีความเป็นห่วงในทรัพย์สินต่าง ๆ และในมุมของผู้เช่าที่ก็ต้องการความเป็นส่วนตัวด้วย และเบนกับมายก็มีความเห็นตรงกันว่า ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากเรามีการ ทำสัญญา และ ตกลงกันให้จบตั้งแต่ครั้งแรก หลังจากนั้นก็ว่ากันตามสัญญา ไม่ต้องมาจุกจิกกันในระหว่างนั้น ผู้เช่ารู้เรื่อง เจ้าของห้องมีหลักประกันเป็นสัญญาและเงินประกัน น่าจะเป็นทางออกที่ดีก็ได้

  . . . . . . . .และน้องมายก็ยังได้เสริมอีกว่า “ถ้าเกิดเจ้าของห้องแคร์ห้องมาก ๆ ซึ่งถูกต้องค่ะ มันเป็นสิทธิของเจ้าของห้องอยู่แล้ว ลองใช้วิธีพี่เอ้อ จากเทปสัมภาษณ์นักลงทุนมือใหม่ (คลิ๊ก เพื่อไปยังคลิป ) ก็ได้ ที่พี่เอ้อใช้วิธีส่งแม่บ้านเข้าไปทำความสะอาดและดูความเรียบร้อยของห้อง ถ้าเป็นมาย มายก็แฮปปี้ ห้องสะอาด และเจ้าของห้องก็ได้เช็คห้องของตัวเองแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย”

Q : มาถึงคำถามสุดท้ายที่น่าจะคาใจใครหลาย ๆ คนเลยคือ ในเมื่อการเช่าคอนโดบางที ราคาค่าเช่าที่ต้องจ่าย เท่ากับค่าผ่อนคอนโด เหตุผลอะไรที่ทำให้น้องมายเลือกเช่า แทนที่จะซื้อ?

          “หนึ่งเลยคือ มายยังรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความมั่นคง เพราะว่าอย่างที่บอก เพิ่งเริ่มทำงาน และรู้สึกว่าชีวิตหลังจากนี้อาจจะมีอะไรต้องเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของการงาน ที่อยู่ เรื่องเงินด้วย หรือเรื่องรายได้ที่รับเข้ามา มายยังรู้สึกว่าตัวเองไม่มั่นคงพอที่จะซื้อเลย”

          “อีกเรื่องคือมายคิดว่า อาจจะเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา ในแผนชีวิตของมายเอง มายรู้สึกว่าเรียนจบแล้วมายก็อยากจะทำงานอย่างที่สุด ทำงานอย่างแฮปปี้ ใช้ชีวิตอย่างที่สุดอยู่ และไม่อยากมีภาระก้อนใหญ่อย่างการซื้อคอนโดในตอนนี้ ส่วนในอนาคตอีกสัก 4 - 5 ปี เริ่มแน่ใจว่าโอเค ฉันอย่างทำสิ่งนี้ ฉันอยากอยู่ตรงนี้ค่อยว่ากัน”

 . . . . . . . . .ตรงนี้เบนขอเสริมจากของน้องมาย สำหรับคนที่คิดว่า จ่ายขนาดนี้ซื้อไปเลยดีไหม ตรงนี้เบนเข้าใจได้นะครับหากใครจะคิดแบบนี้ แต่ข้อดีของการเช่าคอนโดก็คือ เราจะโยกย้ายชีวิตตัวเองได้ง่ายมาก แทบจะไม่มีพันธะผูกพันอะไร ซึ่งมันเหมาะมากกับคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน เริ่มเก็บเงิน เริ่มใช้ชีวิต บางคนอาจจะมีช่องทางที่หลากหลายมากในอนาคต ฉะนั้น การที่สามารถโยกย้ายได้เร็ว ก็จะเป็นผลดีมากกว่านั่นเอง

แล้วก็น่าจะไปตอบคำถามสำหรับใครหลาย ๆ คนได้ดี คือปัจจัยเรื่องความพร้อมของแต่ละคนไม่เท่ากัน ฉะนั้น ใครที่พร้อม และมั่นใจว่าตัวเองจะไม่โยกไปไหน ทุกอย่างมั่นคงพอ ก็ซื้อ มันไม่ได้เสียหายอะไร คอนโดส่วนมากไม่ค่อยขาดทุน แต่ถ้าเป็นอย่างที่กล่าวในย่อหน้าเมื่อสักครู่ การเช่าก็เป็นทางเลือกที่ดี อย่าไปคิดว่ามันเป็นการทิ้งเงินไป ให้คิดซะว่านี่คือรายจ่ายรายจ่ายหนึ่งของแต่ละเดือน ที่เราจ่ายเพื่อแลกที่อยู่อาศัย แลกคุณภาพชีวิตที่ดีมาครับ

. . . . . . . .

          จากการสัมภาษณ์น้องมายนะครับ เบนแยก ความต้องการหลัก ๆ ของกลุ่มผู้เช่าที่เป็น First Jobber ออกมาได้หลัก ๆ ด้วยกัน 4 อย่างก็คือ

  • เดินทางสะดวก รถไฟฟ้านั่งนานได้ แต่ชอบนั่งต่อเดียว
  • ห้องต้องมีพื้นที่นั่งทำงาน รองรับ Work From Home 
  • ครัวปิด จะตอบโจทย์ชีวิตมาก
  • เจ้าของห้อง เป็นตัวชี้วัดการเลือกห้องและต่อสัญญาได้ในระดับหนึ่ง

          ก็หวังว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นอีกมุมมองจากผู้เช่าคอนโดในกลุ่ม First Jobby ที่น่าจะเป็นกลุ่มหลักสำหรับนักลงทุนคอนโดมือใหม่ และสำหรับบทความนี้ก็จะจบลงเพียงเท่านี้ครับ หากอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้ไปดูได้ในคลิปสัมภาษณ์ แต่ถ้าอยากมีข้อสงสัย อยากจะซักถาม พูดคุย ก็สามารถ Inbox มาได้ที่ Facebook : CondoNewb ของเราได้เลยครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะครับ :)