logo

          จากปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน ทำให้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงไม่ว่าจะมีการเกิดพายุบ่อยขึ้น ฝนตกหนัก น้ำท่วม การมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งการที่สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นแบบนี้ทำให้หลายคนต้องหันไปพึ่งพาทั้งพัดลมและเครื่องปรับอากาศเพื่อคลายความร้อนกัน ทำให้ต้องมีการใช้งานไฟฟ้าที่สูงขึ้นในสภาวะอากาศแบบนี้ อันเป็นที่มาของปัญหาไฟตก เนื่องจากกำลังไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ หลายคนจึงต้องปวดตาหรือปวดหัวกับไฟแสงสว่างที่ติด ๆ ดับ ๆ หรือบางครั้งก็อาจจะต้องเสียเงินเสียทองไปกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียหายอันเนื่องมาจากเหตุการณ์นี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่บ้านหรือคอนโด วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับปัญหาไฟตกให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้รับมือกับเหตุการณ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

. . . . . . . . . .

ไฟตกคืออะไร?

          ปกติแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายมาจากการไฟฟ้าให้ตามบ้านเรือนหรืออาคารโดยทั่วไปจะเป็น 220 โวลต์ (220V) โดยประมาณ ไม่ว่าจะเป็นของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็ตาม นี่คือแรงดันปกติ แต่ในกรณีที่เกิดไฟตก แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายมาจะลดลงเหลือต่ำกว่า 220 โวลต์ เช่นอาจจะลดลงเหลือแค่ 170-200 โวลต์ ซึ่งก็จะทำให้การทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ปกติ เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านี้ออกแบบมาให้ทำงานได้ที่ระดับแรงดัน 220 โวลต์ ที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ หลอดไฟ ซึ่งก็จะแสดงอาการออกมาให้เห็นได้อย่างเด่นชัด โดยแสดงอาการที่มีความสว่างน้อยลงหรือมีการกระพริบ ยิ่งถ้าเป็นมาก ๆ ก็จะกระพริบถี่ ๆ ทำให้ต้องปวดตาหรือมึนกันไปเลยทีเดียว หรืออุปกรณ์อย่างพัดลมก็จะหมุนช้าลง ปั๊มน้ำหรือแอร์ก็อาจจะหยุดทำงานไปเลย แล้วปัญหานี้เกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง เราลองมาดูกัน

สาเหตุที่ไฟบ้านตกบ่อย

          สาเหตุของไฟบ้านตกบ่อยก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้มาจากการไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เรามาลองดูสาเหตุการเกิดปัญหานี้กัน

  • จุดเชื่อมต่ออาจจะหลวม ในส่วนของสายไฟที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบไฟฟ้าในบ้านหรืออาคาร
  • มีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อม ๆ กัน ทำให้กำลังไฟที่จ่ายมามีไม่เพียงพอ
  • มีการเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานหรือเหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งาน ทำให้กระแสไฟไม่เพียงพอ
  • มีสายไฟฟ้าภายในบ้านหรืออาคารที่ชำรุด ทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันไฟฟ้าอยู่ตลอด
  • กรณีที่อยู่ต่างจังหวัด บ้านของเราอยู่ห่างจากสถานีจ่ายไฟฟ้ามากเกินไป มีการลากสายที่ยาว และไม่มีหม้อแปลงมาช่วยปรับค่าแรงดันไฟฟ้า
  • ถ้าในละแวกบ้านเดียวกันมีปัญหาเหมือนกัน ก็อาจจะเกิดจากการใช้ไฟที่มากเกินไปในพื้นที่นั้น ๆ โดยไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าต้นทางที่ส่งมาไม่เพียงพอกับความต้องการ
  • อาจเป็นช่วงที่การไฟฟ้ามีการทดสอบระบบ หรือ ซ่อมแซมอุปกรณ์ ซึ่งอาจเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้เกิดปัญหาไฟตกได้เช่นกัน
  • เกิดจากฝนฟ้าคะนองทำให้กิ่งไม้หักไปพาดโดนกับสายส่งไฟฟ้า หรือ มีสิ่งของ หรือยานพาหนะ ไปชนเสาไฟฟ้า ทำให้เกิดการช็อตขึ้น หรือบางครั้งอาจเกิดการไฟไหม้สายไฟฟ้าจนขาด

ปัญหาที่เกิดจากไฟตก

          หากเกิดปัญหาไฟตกขึ้นบ่อย สิ่งที่จะตามมาคือ อุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานก็จะสั้นลง เพราะระบบไฟฟ้าภายในเกิดการหยุดชะงักของการทำงาน นอกจากนั้นแล้ว หากมีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยด้วยแล้ว ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ป่วยได้ อีกทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงาน เพราะอาจทำให้ข้อมูลงานต่าง ๆ เกิดความเสียหายหรือสูญหายได้ ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นนี้จึงควรได้รับการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างเร่งด่วน เพราะจะทำให้ประหยัดต้นทุนและเวลาในระยะยาว อีกทั้งยังอาจช่วยรักษาชีวิตได้อีกด้วย

. . . . . . . . . .

วิธีรับมือ เมื่อไฟตกในคอนโดบ่อยจนเครื่องใช้ไฟฟ้าพัง

          ช่วงหน้าฝนแบบนี้ หลายคนคงอินกับบรรยากาศที่สดชื่นในช่วงหน้าฝน ดูหนัง ฟังเพลง เปิดแอร์เย็นฉ่ำนอนเล่นสบาย ๆ กะว่าจะตื่นสายซะหน่อย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น อยู่ ๆ ไฟก็กระพริบ แอร์ก็หยุดทำงานไปเฉย ๆ ทีวี WIFI ก็รีเซ็ต คนที่อยู่คอนโดมีเนียมคงเคยเจอกับปัญหาแบบนี้กันมาบ้างแล้ว บางคนอุตส่าห์สู้หนีความวุ่นวายจากที่บ้านมาอยู่คอนโดเงียบ ๆ นึกว่าจะสบายแต่ก็ต้องมาเจอกับปัญหาแบบนี้ อย่าพึ่งเซ็งกันไปเลยครับ วันนี้เราลองมาดูวิธีรับมือกับปัญหานี้ในเบื้องต้นกันว่าลูกบ้านอย่างเราจะทำอะไรได้บ้าง ก่อนที่จะไปโยนความรับผิดชอบให้กับคนอื่น เราต้องมาสำรวจตัวเองกันก่อนว่ามีความบกพร่องอะไรหรือไม่

มีวิธีอย่างไรบ้างที่ลูกบ้านจะสามารถป้องกันเบื้องต้น

  • อันดับแรก เราควรพูดคุยสอบถามกับเพื่อนบ้านห้องข้างเคียงว่ามีปัญหาเดียวกับเราหรือไม่ ทั้งห้องที่อยู่ชั้นเดียวกับเรา หรือคนละชั้น หรืออาจจะเช็คข้อมูลกับทางนิติคอนโดว่าช่วงนี้มีคนแจ้งเรื่องไฟตกบ่อย ๆ หรือไม่ ซึ่งก็จะทำให้เราทราบข้อมูลเบื้องต้นก่อน เพื่อช่วยให้เราใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดขึ้นเฉพาะที่ห้องเราเอง ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ต้องมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในที่ชำรุด สายไฟชำรุดหรือการเดินสายไฟที่ไม่เหมาะสมกับกำลังวัตต์ของอุปกรณ์ เช่นเดินสายไฟเส้นเล็กเกินไป ทำให้กระแสไฟเดินไม่สะดวก
  • จากนั้นทำการสำรวจอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องของตนเองว่ามีอุปกรณ์ไฟฟ้าใดที่ชำรุดบ้างหรือไม่ มีสายไฟฟ้าที่ชำรุดหรือจุดเชื่อมต่อหลวมหรือไม่ ถ้ามีก็ให้รีบทำการแก้ไข ก่อนที่จะเป็นเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
  • เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟตก สิ่งแรก ๆ ที่เราต้องปฏิบัติก็คือให้ทำการปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงเช่น แอร์ คอมพิวเตอร์ แล้วให้เราสังเกตว่าเหตุการณ์ไฟตกกลับมาสู่สภาวะปกติหรือยัง โดยอาจจะสังเกตจากหลอดไฟ ว่ากลับมามีความสว่างเหมือนเดิม และไม่กระพริบอีก โดยควรสังเกตอาการประมาณครึ่งชั่วโมง ถ้าไม่มีอาการอีก เราก็สามารถเปิดการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ตามปกติ
  • กรณีที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Router, WIFI, NAS(อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่เชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กภายในบ้าน) ให้เราหาซื้ออุปกรณ์สำรองไฟ UPS ซึ่งจะช่วยป้องกันอันตรายจากความเสียหายของอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างดี เพราะถ้าข้อมูลเสียหาย ก็อาจจะไม่คุ้มกับที่เราจะยอมเสียเงินเพียงไม่กี่พันบาท นอกจากนั้นแล้ว UPS ยังสามารถสำรองไฟได้ประมาณ 10-15 นาที จึงทำให้มีเวลามากเพียงพอที่จะสามารถจัดการข้อมูลงานหรือหน้าจอที่ค้างอยู่ในอย่างสบาย โดยอาจทำการ backup หรือโอนย้าย หรือ ส่งข้อมูลไปยังเซิฟเวอร์ ได้อย่างเรียบร้อย ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการทำงานชิ้นนั้นใหม่อีกรอบหนึ่ง
  • ถ้าเป็นไฟตกแบบนาน ๆ เป็นที เราอาจเลือกใช้ปลั๊กไฟที่มี อุปกรณ์ที่เรียกว่า Surge Protection ซึ่งจะช่วยปรับค่าแรงดันให้คงที่จากเหตุการณ์ไฟตก ไฟเกิน หรือไฟกระชาก ได้อย่างดี แต่ต้องเป็นลักษณะของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะสั้น ๆ ไม่ต่อเนื่องยาวนาน อย่างไรก็ดีอุปกรณ์ดังกล่าวนี้ต้องใช้กับระบบไฟที่มีการติดตั้งสายดินอย่างถูกต้อง จึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กรณีที่มีปัญหาไฟตกบ่อย ๆ เราควรทำการติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า Automatic Voltage Stabilizer หรือเป็นที่รู้จักกันว่าคือ เครื่องป้องกันไฟกระชาก ไฟตก ไฟเกิน ซึ่งเป็นเครื่องควบคุมแรงดันให้สม่ำเสมอโดยอัตโนมัติ มีเสถียรภาพก่อนที่จะจ่ายไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ สามารถป้องกันปัญหาไฟตก ไฟเกินไฟกระชาก หรือสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าต่าง ๆ ได้ด้วย โดยสามารถใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องออกกำลังกาย เครื่องชงกาแฟ เพียงแต่เราต้องเลือกขนาดกำลังไฟที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เรามีอยู่
  • หากเหตุการณ์ปัญหาไฟตก เกิดขึ้นซ้ำซาก เราไม่ควรนิ่งเฉย สิ่งที่ทำได้คือแจ้งนิติของคอนโด เพื่อประสานงานช่างไฟฟ้าของคอนโดและการไฟฟ้าในเขตนั้น ๆ ให้เข้ามาดูแล ตรวจเช็คและแก้ไข
  • หากการไฟฟ้าทำการตรวจเช็คแล้ว ปัญหาไม่ได้เกิดจากการไฟฟ้า อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาการเดินสายภายในคอนโดแทน ทางนิติของคอนโดให้ช่วยประสานงานกับช่างไฟฟ้าของคอนโดในการแก้ไขปัญหาต่อไป

. . . . . . . . . .

หากคอนโดไฟตกบ่อยเกินไป สามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อพูดคุยกับนิติ

          ปัญหาไฟตก ถ้าไม่เกิดบ่อยก็คงไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญอะไรมากนัก แต่ถ้าเกิดบ่อยเกินไป นอกจากจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของเราแล้วยังทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย เรียกว่าเสียทั้งเงินและเสียทั้งอารมณ์กันเลย ทีนี้มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการหรือหาสาเหตุของปัญหา สำหรับคนที่อยู่คอนโด ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย คือ ตัวเรา ช่างไฟฟ้า การไฟฟ้า นิติคอนโด ถ้าเราอยู่คอนโดแล้วมีปัญหาไฟตกบ่อย ๆ และยิ่งถ้าเราไม่มีความรู้ทางช่างด้วยแล้ว การจะพิสูจน์หรือหาสาเหตุ คงไม่ได้เป็นเรื่องง่ายนัก การพูดคุยกับเพื่อนห้องข้างเคียงเป็นสิ่งแรกที่เราควรทำเพื่อสอบถามหาข้อมูลเบื้องต้นก่อน

          ถ้าเพื่อนข้างห้องหรือคนละชั้นมีปัญหาเดียวกันกับเรา เราก็ควรรวมตัวกับเพื่อนข้างห้องทำการแจ้งไปยังนิติของคอนโด เพื่อให้ช่วยประสานงานในการแก้ไข ซึ่งทางนิติคอนโดก็สามารถทำการแจ้งไปยังการไฟฟ้าเพื่อเข้ามาตรวจสอบจุดเชื่อมที่ต่อเข้ามายังคอนโดว่ามีการหลวมหรือหลุดหรือไม่ หรือเป็นที่หม้อแปลงไฟที่ทำงานผิดปกติ ถ้าการไฟฟ้ามาทำการตรวจเช็คและพบสาเหตุ ก็จะทำการแก้ไขให้เรียบร้อย แต่ถ้าเช็คแล้ว ปัญหาไม่ได้เกิดจากทางการไฟฟ้า แต่เป็นปัญหาระบบไฟฟ้าภายในคอนโด นิติคอนโดก็จะต้องทำการแจ้งให้ช่างไฟฟ้าของคอนโดทำการตรวจเช็คสายภายในว่ามีการหลุดหลวมหรือไม่ หรือสายไฟบางเส้นอาจชำรุดหรือสื่อมคุณภาพ ก็จะได้ทำการแก้ไขกันต่อไป

          อย่างไรก็ตามนิติคอนโดเอง ก็ควรมีระบบในการบำรุงรักษาสายไฟทั้งภายในและภายนอกที่เชื่อมต่อกับหม้อแปลงที่มาจากการไฟฟ้าเป็นระยะ อีกทั้งควรมีการตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้าทุกชนิดโดยช่างผู้ชำนาญการอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนซึ่งมีความชื้นสูง ที่อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับไฟตกได้ง่ายกว่าฤดูกาลอื่น

. . . . . . . . . .

ระบบไฟสำรองของคอนโด

          ปัจจุบันคนในกรุงเทพมหานครหรือต่างจังหวัด คอนโดมิเนียมถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนรุ่นใหม่และคนทำงานที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่สะดวกสบาย การเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่ดี นอกจากเรื่องของทำเลที่ตั้งแล้ว เราควรคำนึงในเรื่องความปลอดภัยด้วย ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกฌฉินไม่คาดคิดเกิดขึ้น ในอาคารใหญ่อย่างคอนโดมิเนียมที่มีคนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทางด้วยลิฟต์ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้และการมีระบบไฟสำรองเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

          ถ้าหากเราเลือกซื้อคอนโดที่ไม่มีระบบไฟฟ้าสำรอง หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่นในกรณีที่ลิฟต์ค้าง หยุดกะทันหันในช่วงไฟตกหรือไฟดับ การจะเข้าไปช่วยเหลือคนที่ติดภายในลิฟต์จะเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง การมีระบบไฟสำรองอย่างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือเครื่องปั่นไฟสำรอง Power Generator จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะอย่างน้อยเมื่อไฟดับลิฟต์ก็ยังสามารถทำงานได้ชั่วคราว เพื่อให้คนที่ติดอยู่ในลิฟต์ออกมาได้ก่อน หรือแม้ลิฟต์จะตัดการทำงานไป ก็ยังมีไฟแสงสว่าง ซึ่งก็ช่วยให้การทำงานได้ง่ายขึ้น ดีกว่าที่ไฟดับแล้วมองอะไรไม่เห็นเลย การเข้าไปช่วยผู้ติดในลิฟต์ก็จะยุ่งยากมากและใช้เวลานาน

          นอกจากนี้แล้วคอนโดมิเนียมควรมีการติดตั้งจัดไฟสำรองฉุกเฉินในบริเวณบันไดหนีไฟและโถงทางเดินด้วย เผื่อในกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้และต้องมีการอพยพคน จะได้เป็นไปโดยสะดวกและปลอดภัย แต่ลูกบ้านต้องทำความเข้าใจไว้ด้วยว่า ระบบไฟสำรองในคอนโดมีไว้สำหรับสำรองไฟแสงสว่างบริเวณส่วนกลาง โถงทางเดิน บันไดหนีไฟ ไม่ใช่เวลาที่ไฟดับแล้ว ระบบสำรองไฟจะต้องจ่ายไฟไปตามห้องของลูกบ้านต่าง ๆ ซึ่งบางคนเข้าใจผิดมาตลอด ทำให้เกิดการโต้เถียงกันได้

. . . . . . . . . .

          หวังว่าเพื่อน ๆ คงได้รับความรู้เกี่ยวกับปัญหาไฟตกไปพอสมควร เมื่อเกิดเหตุการณ์จริงขึ้นก็จะได้ไม่ตื่นตระหนก และรู้ว่าไฟตกทำไง ควรรีบดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง และควรเป็นการตรวจสอบโดยผู้ที่มีความชำนาญเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบัน ต้องเป็นบุคคลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น จึงจะสามารถเชื่อถือได้ และเมื่อพบสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ควรรีบดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมภายใน หรือต้องแจ้งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการแก้ไข เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินนั่นเอง ในคราวหน้านิวบ์จะนำสาระน่ารู้เรื่องการอยู่อาศัยอะไรมาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีก สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ที่นี่เลย