logo

          ปัญหาเพื่อนบ้านกับการอาศัยอยู่ร่วมกันไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโด เชื่อได้เลยว่าบางครั้งย่อมมีปัญหากระทบกระทั่งกันจนเป็นเรื่องปกติ แต่เชื่อเถอะ แม้ปัญหานั้นจะใหญ่โตหรือไม่ประการใด ทุกเรื่องราว ทุกปัญหาล้วนมีทางออกอยู่เสมอสำหรับผู้ที่มีสติ เรามาดูไปพร้อมกันดีกว่า ปัญหาเพื่อนบ้านเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราจะมีลำดับขั้นตอนในการรับมือกันอย่างไรบ้าง? บทความนี้มีคำตอบ

. . . . . . . . . .

เข้าใจและเตรียมรับมือกับปัญหาเพื่อนบ้านแบบต่างๆ

          ทุกที่ล้วนมีปัญหา ดังนั้นถึงเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าจะอาศัยในโครงการคอนโดหรือบ้านแนวราบ พออยู่ไปสักพักจากครั้งแรกที่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ การอาศัยอยู่ครั้งนี้ เราจะพบแต่ความสุขสงบสมดั่งต้องการ ทว่าอาจจะเป็นความเคยชินรวมถึงความมักง่ายเพราะเพื่อนบ้านแต่ละคนต่างก็มีรากฐานในการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันแต่พอมาอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมรวมถึงผลกระทบต่อเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ปัญหาถึงเกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยปัญหาที่ว่ามีอยู่หลายข้อด้วยกันดังนี้

 ปัญหาแรก: เพื่อนบ้านกินเลี้ยงเสียงดัง

          เรื่องของเสียงใครว่าไม่สำคัญ เป็นปัญหาเพื่อนบ้านที่สร้างความรำคาญใจแก่เราอยู่พอสมควร เช่น เพื่อนบ้านบางคนจัดงานเลี้ยงวันเกิดขึ้น มีการดื่มแอลกอฮอล์พร้อมเสียงร้องตะโกนโหวกเหวก ไม่เพียงแค่นั้นยังเปิดเพลงเสียงดังสนั่นไปทั้งหมู่บ้าน ใครอาศัยอยู่ใกล้กับบ้านหลังดังกล่าวที่จัดงานจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดจนอาจนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ทั้งนี้เพราะทุกคนชอบความสงบจะเป็นไปเพื่อพักผ่อนหรือคิดงานก็ดี เมื่อมีปัญหาเรื่องของเสียง เป็นเรื่องปกติที่จะกระทบกระทั่งกัน ถ้าหลีกเลี่ยงได้ควรเคารพในสิทธิของผู้อาศัยร่วมกันแต่ถ้าพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้ปฏิบัติตาม เรามีวิธีแก้ซึ่งจะขอยกยอดกล่าวในหัวข้อหน้าว่า ถ้าจะร้องเรียนเพื่อนบ้านที่ไหน? เราควรต้องทำอย่างไร?

 ปัญหาที่ 2: เพื่อนบ้านสะสมข้าวของจนรกและสกปรก

          ความเป็นระเบียบเรียบร้อยทำให้บ้านทุกหลังดูน่ามอง ใครเห็นก็อยากแวะมาทักทายและถ้าทุกคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันต่างมีจิตสำนึกช่วยกันดูแลทำความสะอาดหน้าบ้าน เชื่อได้เลยว่าบรรยากาศในโครงการนั้นจะดูดีน่าอาศัย ทว่า ในทางกลับกัน ถ้าหากไม่รักษาความสะอาดหน้าบ้าน นอกจากไม่น่ามองแล้ว กลิ่นจากขยะหรืออื่น ๆ คงสร้างปัญหาไม่ใช่น้อย บ้านไหนอยู่ใกล้เจ้าของบ้านที่ไม่ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาความสะอาด ย่อมรู้สึกหงุดหงิด นอกจากรบกวนสายตาอันเกิดจากภาพที่ดูไม่น่ามองแล้ว ขยะหากทิ้งไว้นานไม่ยอมทิ้ง สิ่งปฏิกูลนั้นย่อมเน่าเสียแล้วไหนจะกลิ่นและเชื้อโรคอีก คงไม่มีใครอดทนดมทั้งกลิ่นเหม็น ๆ แล้วไหนจะเชื้อโรค ก็คงมีปัญหาทะเลาะกันเข้าในสักวัน

 ปัญหาที่ 3: เพื่อนบ้านปลูกต้นไม้โตล้ำพื้นที่

          การปลูกต้นไม้เป็นสิ่งที่ดี นอกจากทำให้บ้านดูร่มรื่นน่ามองแล้ว สีเขียว ๆ จากต้นไม้ที่เห็นส่งผลทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมารู้สึกสบายใจและอยากเป็นมิตรกับเรา ทว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราปลูกต้นไม้กระทั่งเลี้ยงจนโตแล้ววันใดวันหนึ่ง ต้นไม้ดังกล่าวได้แผ่ทั้งรากและกิ่งก้านใบบังไปยังบ้านหลังอื่น ปัญหาเพื่อนบ้านล้ำพื้นที่ ย่อมเกิดขึ้นในแง่ของความเป็นส่วนตัว เช่น ใบไม้อาจจะปลิวหล่นมายังบ้านที่เจอปัญหาทำให้เสียเวลาตามปัดกวาด เหล่านี้ควรเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ

 ปัญหาที่ 4: เพื่อนบ้านเมาแล้วอาละวาด

          เป็นอีก 1 ปัญหาเพื่อนบ้านที่สร้างความบาดหมางใจกันจนบางครั้งมองหน้ากันไม่ติดไปเลยก็มีนั่นก็คือปัญหาเพื่อนบ้านเมาแล้วอาละวาดหรือตามก่อกวนในกรณีที่จู่ ๆ ไม่ชอบหน้าเราขึ้นมาโดยที่ไม่รู้สาเหตุ นอกจากไม่เป็นผลดีต่อตัวเราที่เป็นเจ้าบ้าน ยังอาจส่งผลกระทบมายังตัวผู้อาศัยเช่น ภรรยาหรือลูก ๆ เป็นต้น ซึ่งสามารถเตรียมทำเรื่องฟ้องร้องเอาผิดเพื่อนบ้านที่มีพฤติกรรมแบบนี้ได้

 ปัญหาที่ 5: เพื่อนบ้านเป็นอาชญากร

          ใครว่าไม่สำคัญเมื่อจู่ ๆ เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงเกิดนึกอยากเปลี่ยนอาชีพทำตัวเป็นแมวขโมยเข้ามาย่องเบาเอาข้าวของภายในบ้านของเราไปจนสร้างความเสียหาย ปัญหาเพื่อนบ้านเมื่อมันใหญ่ขนาดนี้ต้องไม่นิ่งดูดายเป็นอันขาด สามารถดำเนินการเอาผิดได้ นอกจากส่งผลดีกับตัวเราแล้วยังเผื่อแผ่มาถึงเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ด้วย

 ปัญหาที่ 6: เพื่อนบ้านจอดรถขวางทาง

          ปัญหาเพื่อนบ้านทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้สนใจว่าเพื่อนบ้านคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร? เช่น จอดรถกีดขวางหน้าบ้านหรือทางออกในกรณีที่คอนโดมีบริการสำหรับจอดรถหรือขวางทางเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ยอมปลดเบรคมือ ปัญหาเพื่อนบ้านประเภทนี้บ่อยครั้งจากแค่ความรำคาญใจก็สามารถลามไปเป็นเหตุทะเลาวิวาทระหว่างบ้านได้อยู่บ่อยครั้ง

 ปัญหาที่ 7: ช่างหรือลูกจ้างของบ้านก่อสร้างใกล้เคียงเป็นผู้ก่อปัญหา

          ในกรณีที่มีการต่อเติมซ่อมแซมบ้าน เพื่อนบ้านบางคนอาจจะจ้างช่างจากภายนอกบ้านมาปรับปรุงบ้านหลังที่อาศัยซึ่งแน่นอน ย่อมมีเสียงพูดคุยกันเสียงดังระหว่างซ่อมแซมรวมถึงการเปิดวิทยุหรือตั้งวงกินเหล้ากันตามอำเภอใจโดยที่เจ้าของบ้านกลับปล่อยนิ่งดูดายและไม่ให้ความสำคัญว่าจะไปสร้างปัญหาให้ใครหรือไม่? ปัญหาย่อมเกิดขึ้นและบางครั้งอาจลุกลามกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่ว่านอกจากเสียงดังแล้วอาจจะมีการทะเลาะวิวาทกันระหว่างช่างที่เข้ามาปรับปรุงบ้านหรืออาจถือวิสาสะปีนเข้ามายังอาณาเขตบ้านอื่นเพื่อทำเรื่องลักขโมย ปัญหาเพื่อนบ้านประเด็นนี้จำเป็นต้องจัดการให้เด็ดขาดเพราะถือเป็นการนำบุคคลภายนอกที่เราไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวให้เข้ามาปะปนรวมกับเราที่เป็นสมาชิกจนนำอันตรายมาสู่เราและเพื่อนบ้านคนอื่นหรือในทางกลับกัน ยังมีเจ้าของบ้านบางรายที่นึกอยากจะซ่อมบ้านเองแต่เปิดเพลงดังหรือทำเสียงดังในช่วงวันหยุดที่มีคนอยู่บ้านซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวก็ไม่ได้แตกต่างจากการพาช่างมาซ่อมบ้านด้วยตัวเองอยู่ดี ถ้าอยากอาศัยอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ ควรหลีกเลี่ยง

. . . . . . . . . .

วิธีแก้ไขเมื่อมีปัญหาเพื่อนบ้าน

 ลองไกล่เกลี่ยเจรจา

          ปัญหาถ้าเกิดขึ้นล้วนมีทางออกเสมอ ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายร้องเรียน ขั้นแรกเลยลองใช้วิธีละมุนละม่อมดูก่อน นัดหมายคุยกันเป็นการส่วนตัวคือทางออก เหตุผลนั่นเป็นเพราะยังต้องอาศัยอยู่ร่วมกันไปอีกสักพัก ซึ่งเราสามารถเรียกคู่กรณีมาคุยเพื่อปรับทัศนคติระหว่างกัน บอกเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น? รวมถึงทางแก้พยายามใช้คำพูดคำจาที่ฟังดูสุภาพและเก็บความรู้สึกไม่พอใจนั้นไว้ ถ้าสามารถขอความร่วมมือได้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในการดำเนินการขั้นต่อไป

 ร้องเรียนผ่านนิติบุคคลของโครงการ

          ในทางกลับกัน เมื่อคุยกันแล้ว ปัญหาเพื่อนบ้านยังคงตามรบกวนไม่หยุด เรามีขั้นตอนใหม่ ๆ ที่อยากจะแนะนำ การนำเรื่องปัญหาเพื่อนบ้านไปร้องเรียนนิติบุคคลคือทางออกที่เหมาะสม เจ้าของบ้านที่เป็นผู้ก่อปัญหาอาจจะรู้สึกเกรงใจผู้ดูแลจนยอมหันมาให้ความร่วมมือซึ่งเราต้องเตรียมหลักฐานนำไปมอบให้นิติบุคคลตรวจสอบ เช่น ในกรณีที่ต้นไม้รุกล้ำเข้าสู่พื้นที่บ้าน เราสามารถถ่ายรูปรากไม้หรือกิ่งก้านของต้นไม้ไว้รวมถึงขยะที่บางบ้านสุมกองอยู่หน้าบ้านใช้เป็นหลักฐานได้แต่ถ้ามาในลักษณะของเสียงดังรบกวน ให้อัดเป็นคลิปวีดีโอเอาไว้ได้เลยแล้วมอบให้นิติบุคคลคอยจัดการให้ ซึ่งทางทีมเจ้าหน้าที่บริหารโครงการจะเรียกเรากับคู่กรณีเข้ามาไกล่เกลี่ยกันก่อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าตกลงกันได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร? แต่ถ้าไม่ได้ อาจต้องดำเนินขั้นตอนต่อไปซึ่งเป็นเรื่องที่เสียเวลาอยู่พอสมควรเลย

 กดดันผ่านเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ด้วยกัน

          หรือในกรณีที่บางโครงการไม่มีนิติบุคคลคอยดูแลอันเป็นผลมาจากนิติบุคคลชุดนั้นได้หมดหน้าที่ในการบริหารไปแล้ว เราคงต้องดูแลตัวเองกันแล้ว เมื่อปัญหาเพื่อนบ้านส่งผลกระทบในการดำเนินชีวิต สิ่งที่เราสามารถทำได้นอกจากเรียกผู้กระทำมาเจรจาด้วยตัวเองทว่าไม่ประสบความสำเร็จ ลองหันมาขอความร่วมมือจากสมาชิกที่เจอปัญหาเพื่อนบ้านเหมือน ๆ กัน จำนวนคนมากเท่าไหร่ยิ่งส่งผลทางจิตวิทยาได้มากขึ้นเท่านั้น เมื่อรวบรวมผู้ที่เจอปัญหาได้จนครบแล้วก็ให้นัดหมายคู่กรณี ถกปัญหาที่เกิดขึ้น ชี้แจงไปว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสร้างปัญหารบกวนมากมายเพียงใด? พร้อมขอแนวทางการแก้ปัญหาจากคู่กรณี ถ้าคู่กรณียอมให้ความร่วมมือถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ทว่าในทางกลับกัน เมื่อคู่กรณีไม่ให้ความร่วมมือยังคงทำตามอำเภอใจ ขั้นตอนถัดมาอาจต้องรบกวนขอความช่วยเหลือจากตัวแทนหมู่บ้านหรือคอนโดซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกให้ทำหน้าที่เดินเรื่องคอยอาสาอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกคนอื่น ๆ ซึ่งผู้ที่ได้เป็นตัวแทนมักจะมีความรู้และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง เมื่อปัญหาเกิดขึ้น เราสามารถพึ่งพาตัวแทนหมู่บ้านหรือคอนโดให้ช่วยเป็นธุระจัดการให้

. . . . . . . . . .

วิธีปรับตัวถ้าหากมองว่าปัญหาเพื่อนบ้านยังไม่ถึงขั้นเดือดร้อน

          หรืออาจมีบางคนที่ไม่ได้อยากมีปัญหากระทบกระทั่งกับใครเลย ไม่ต้องการแม้แต่จะเดินออกไปไกล่เกลี่ยปัญหาเพื่อนบ้านให้เสียอารมณ์ เรามีทางออกดังนี้

  • ในกรณีเสียงดังเข้ามาถึงในบ้านให้ลองมองหาวัสดุสำหรับดูดซับเสียงซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น ติดผ้าม่านหนา ๆ แผ่นดูดซับเสียง วอลเปเปอร์ชนิดหนาแบบโฟมรวมถึงพรมหนา ๆ ซึ่งวัสดุดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดสามารถนำมาช่วยในเรื่องของการลดปริมาณของเสียงลงมาได้
  • การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินไม่ว่าจะเป็นตู้โชว์ ตู้เสื้อผ้า หรือตู้แขวนในตำแหน่งเดียวกับต้นตอปัญหา เชื่อหรือไม่ว่า ตู้ดังกล่าวข้างต้นสามารถช่วยลดการหักเหของเสียงลงมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากลดปัญหาเพื่อนบ้านกระทบกระทั่งกัน เรายังได้ประโยชน์ทั้งในเรื่องประโยชน์ใช้สอยรวมถึงความสวยงามอีกด้วย
  • นำวัสดุบางชนิดมาปิดช่องโหว่เพื่อสกัดกั้นการมาของเสียง เช่น เลือกใช้หน้าต่างแบบบานปิดตายหรือบานกระทุ้ง หลีกเลี่ยงการใช้หน้าต่างบานเลื่อนหรือบานเกร็ดเพราะมีช่องว่างทำให้เสียงเข้ามาได้ ในส่วนของประตูเมื่อติดตั้งไปแล้ว ควรหาแผ่นยางหรือซิลิโคนมาเสริมตรงบริเวณใต้ประตูเพื่อทำการอุดช่องว่างระหว่างกันเป็นไปเพื่อลดปริมาณของเสียงที่อาจจะหลุดเข้ามาในบ้าน
  • ใครที่ใช้บ้านเป็นออฟฟิศมีความจำเป็นต้องทำงาน ให้ขยับโต๊ะทำงานออกจากผนังหรือมุมห้อง วิธีนี้ช่วยลดทอนการถ่ายทอดเสียงที่ดี
  • ปลูกต้นไม้เอาไว้รอบบ้าน เชื่อหรือไม่คะ นอกจากต้นไม้จะสวยต้องตาแล้ว ยังสามารถข่วยลดปริมาณของเสียงลงมาได้หรือใครที่อาศัยอยู่คอนโดให้ลองปลูกต้นไม้ตรงบริเวณระเบียงดูก็จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้

. . . . . . . . . .

          ปัญหาเพื่อนบ้านเมื่อเกิดขึ้นแล้ว เราต้องใช้สติเพื่อเตรียมรับมืออย่าใช้อารมณ์เป็นอันขาด อาจจะปรับแก้ที่ตัวเราในกรณีที่ไม่ต้องการจะเผชิญหน้ากับผู้ที่ก่อปัญหาโดยการหาอุปกรณ์มาช่วยลดปริมาณของเสียง หรือจะคุยเจรจากันซึ่งหน้ากับเพื่อนบ้านที่เป็นผู้ก่อเหตุแบบใดแบบหนึ่ง ดังนั้นปัญหาเพื่อนบ้านถ้ามองให้เป็นเรื่องเล็กและใช้สติพิจารณา เราจะสามารถก้าวข้ามผ่านปัญหามาได้อย่างสวยงามค่ะ ในคราวหน้านิวบ์จะนำสาระน่ารู้เรื่องการอยู่อาศัยอะไรมาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีก สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ที่นี่เลย