logo

          สวัสดีคุณผู้อ่าน CondoNewb อีกครั้งครับ ในบทความนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึง อีกโปรเจคยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย กับ Dusit Central Park ในชื่อที่แน่นอนว่าคนไทยทุกคนคงรู้จักกันดี กับการพลิกโฉมโรงแรมหรู ที่เป็นตึกสูงแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อปี 2513 ในชื่อ โรงแรมดุสิธานี กรุงเทพฯ ที่แน่นอนว่าแม้กาลเวลาจะไม่ทำให้โรงแรมนี้คลายความงดงาม แต่การพัฒนา ก็ต้องมาพร้อมการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นในบทความนี้ ก่อนที่เราจะไปรับทราบข้อมูลของ Dusit Central Park CondoNewb จะพาทุกย้อนกลับไปรำลึกถึงความเป็นมาของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ กันก่อนครับ

. . . . . . . . .

. . . . . . . . .

รำลึก โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

          ก่อนอื่นเลยเรามาพูดถึงตัวโรงแรมดุสิตธานี้ดังเดิมกันก่อน ย้อนกลับไปใกล้ ๆ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2562 ที่ผ่านมา ตอนนั้นจำได้เลยว่าทางเครือโรงแรมดุสิตธานี ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการอสังหาฯ ไทย โดยการออกมาประกาศว่าจะขอยุติการให้บริการโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมที่จะพัฒนาโครงการในผืนที่ดินเดิมต่อไป

          ซึ่งพอเกิดกระแสของการยุติการให้บริการและมีข่าวแว่วว่าจะมีการทุบทำลายตึกโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ก็ทำให้มีคนเข้าไปหวนรำลึกถึงตัวโรงแรมกันค่อนข้างมาก และมีการนำประวัติออกมาเผยแพร่อีกครั้ง แน่นอนว่ามีหลาย ๆ ข้อมูลที่บางคนอาจจะยังไม่รู้ เดี๋ยวเล่าจะเล่าให้ฟังในหัวข้อนี้กันครับ

          ย้อนกลับไปเมื่อปี 2513 ซึ่งเป็นปีที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ก่อตั้ง และเปิดตัวครั้งแรก บนที่ดินหัวมุมถนนสีลม ตัดกับพระรามที่ 4 ตรงข้ามสวนลุมพินี บนที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ขอบอกเลยว่าเป็นที่ฮือฮาและเป็นที่จับตามอง เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่สำหรับคนไทยเลยด้วยซ้ำ เพราะว่า ณ ตอนนั้น โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ถือเป็นตึกที่สูงแห่งแรกของประเทศไทย ด้วยความสูง 23 ชั้น แถมยังเป็นโรมแรมหรูระดับ 5 ดาว กว่า 500 ห้อง ที่มีวิวสวยลุมพิธีคอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย

          โดยตัวอาคารของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ จะมีจุดเด่นในเรื่องของการออกแบบ ที่จะมียอดแหลมสีทอง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากพระปรางค์ วัดอรุณฯ ณ ตอนนั้น บริษัทที่ออกแบบโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ คือบริษัท KKS จากประเทศญี่ปุ่น โดยมีสถาปนิกชื่อว่า “โยโซะ ชิบาตะ” เป็นผู้ออกแบบ

          แต่ถึงจะออกแบบโดยบริษัทญี่ปุ่น แต่ผู้ก่อตั้งโรงแรมจริง ๆ แล้วก็คือ คุณหญิงชนันต์ ปิยะอุย ได้มีการใส่ความเป็นไทยลงไปในตัวโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ อย่างจัดเต็มเลย นอกเหนือจากเรื่องการออกแบบ หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ใส่ลงไปทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและห้องพัก ก็จะเป็นบรรดางานศิลปะต่าง ๆ ที่ก็เป็นไทย ไปยันเรื่องของการตั้งชื่อไทย เพื่อไปแข่งขันระดับโลก รวมถึง การบริหาร ก็เป็นการบริการโรงแรมแบบคนไทยด้วย

          ซึ่งการที่ทางเครือดุสิตธานี ต้องการจะพัฒนาผืนที่ดินเดิมแล้วทำเป็น DUSIT CENTRAL PARK อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่ามีความเป็นจำที่จะต้องทุบทำลายโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ อาคารเดิมทิ้งทั้งหมด และแน่นอนว่าตอนได้ข่าว ส่วนตัวแล้วก็ใจหาย และรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย เนื่องจากตัวผู้เขียนเองก็เคยไปใช้บริการที่โรงแรมดุสิตธานีอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในชั้นบนสุดของตัวอาคาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาการเบญจรงค์ ซึ่งเราจะได้เห็นงานตกแต่งที่วิจิตรบรรจง ลายเพ้นท์เสาหลักของโรงแรม งานไม้สักทองต่าง ๆ การตกแต่งที่เรียกได้ว่าล้วนเป็นสถาปัติยกรรมที่น่าอนุรักษ์ไว้ทั้งสิ้น

          และแน่นอนว่าทางดุสิตธานีเองก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเก็บรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ จึงได้มีการร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยศิลปากร ในการเก็บรวบรวมชิ้นส่วนของดั้งเดิมของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเสาหลักของอาคารที่มีการเพ้นท์ลายอย่างวิจิตรบรรจง, เพดานไม้สักทอง, เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ , ต้นไม้บริเวณสวนน้ำตกขึ้นบันได ฯลฯ เพื่อนำไปประกอบกับงานออกแบบของโรงแรมดุสิตธานีแห่งใหม่ ใน Dusit Central Park ต่อไปในอนาคตด้วย

. . . . . . . . .

DUSIT CENTRAL PARK

            ต่อไปเรามาดูของใหม่กันบ้างก็คือตัวโครงการ Dusit Central Park ซึ่งแน่นอนว่าตัวโครงการจะเป็นแบบ Mixed - Use สร้างบนเนื้อที่ดินเดิมของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เลย โดยจะเป็นที่ดินขนาด 23 ไร่ โดยเป็นที่ดินที่คุณหญิงชนันต์ ปิยะอุย ทำการเช่ากับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ที่มีการต่อสัญญาเช่าไปเมื่อปี 2560 เป็นระยะเวลา 30 ปี พร้อมกับระยะเวลาปลอดหนี้อีก 7 ปี และได้รับสิทธิ์ในการเช่าต่อเนื่องอีก 30 ปี รวมทั้งสิ้น 67 ปี 

          ซึ่งในการสร้าง Dusit Central Park จะเป็นการร่วมมือกันพัฒนา ระหว่าง เครือโรงแรมดุสิตธานี และ CPN หรือเซ็นทรัลพัฒนา โดยมีมูลค่าการลงทุนมากถึง 46000 ล้านบาท

โดยด้านในจะประกอบไปด้วย 4 ส่วนด้วยกันก็คือ

  • เริ่มจากส่วนแนวราบของโครงการก่อนเลย จะเป็น โครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค มีพื้นที่หลักเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้าเฉพาะทางในกลุ่มเซ็นทรัล จำนวน 8 ชั้นและโรงภาพยนตร์จำนวน 6 โรง พื้นที่รวม 80,000 ตารางเมตร โดยทำเป็นศูนย์การค้าลึกไปจนถึง MRT สีลม และก็จะมีทางเดินเชื่อมไปยัง BTS ศาลาแดงด้วย และชั้นบนสุดของอาคารออกแบบให้เป็นสวนสาธารณะ และลานกีฬากลางแจ้ง เสมือนขยายจากสวนลุมพินีออกมาเพิ่มเติม

  • ตึกออฟฟิศ เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเซส ความสูง 43 ชั้น พื้นที่รวม 90,000 ตารางเมตร ออกแบบในโทนสีเงิน และให้มุมมองโอบล้อมสวนลุมพินีทั้งหมด

  • คอนโดดุสิต เรสซิเดนเซส และ ดุสิต พาร์คไซด์ จำนวน 389 ยูนิต สูง 69 ชั้น ออกแบบในโทนสีนาค ให้มุมมองสวนลุมพินีแบบกว้าง 360 องศา ยาวไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา

  • โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ แห่งใหม่ จำนวน 250 ห้อง สูง 39 ชั้น ออกแบบในโทนสีทองและนำสถาปัตยกรรมของโรงแรมเดิมทั้งหมดมาปรับใช้ใหม่ มีห้องจัดเลี้ยงที่เปิดมุมมองสวนลุมพินีแบบพาโนรามา และมีจุดชมวิวสวนลุมพินีบริเวณชั้นบนสุดของอาคาร

. . . . . . . . . .

          โดยส่วนตัวคิดว่า ดีนะ ที่เขาคงเอกลักษณ์ของสถานที่ดั้งเดิมไว้ เพราะเอาจริง ๆ โรงแรมดุสิตธานีก็เป็นอีกสถานที่ ที่ค่อนข้างมีความหมายกับประเทศไทยพอสมควรเลย ก็เดี๋ยวมารอดูว่าตัว Dusit Central Park จะมาสร้างเอกลักษณ์งานออกแบบและก็ไอคอนนิคได้ เหมือนกับตอนที่โรงแรมดุสิตธานีเคยทำเอาไว้เมื่อเกือบ 50 ปีก่อนหรือเปล่า