logo

          สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ต้องอาศัยอยู่ในที่พักแบบคอนโดมิเนียมนั้น จะต้องเคยมีข้อสงสัยในการใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่กันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่อำนวยความสะดวก ความปลอดภัยต่อชีวิตและร่างกายของตนเอง นอกจากนี้ยังมีอีกส่งหนึ่งที่นิวบ์เชื่อว่าต้องมีเพื่อน ๆ จำนวนไม่น้อยเคยสงสัยกันว่าการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดนั้น มีวิธีการจัดการและการเคลื่อนย้ายอย่างไรบ้าง ในวันนี้นิวบ์จะนำข้อมูลในส่วนนี้มาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ ใครอยากรู้แล้วก็ตามนิวบ์มาเลยค่ะ

. . . . . . . . . .

ความรู้เบื้องต้นในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโด

          ภายในที่พักอาศัยไม่ว่าจะเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม รวมไปถึงคอนโดมิเนียม มีสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมีความรู้ การเตรียมพร้อมรับมือไว้เสมอในยามฉุกเฉินนั่นก็คือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ถ้าเพื่อน ๆ อาศัยอยู่ในบ้านที่มีบริเวณพื้นที่กว้างนั้น ก็สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลได้ง่าย ๆ ไม่พบปัญหาที่ยุ่งยากเสียเท่าไหร่ แต่ถ้าเพื่อน ๆ อาศัยอยู่ในที่พักแบบคอนโดมิเนียมนั้น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอาจจะต้องมีวิธีการและขั้นตอนที่มากกว่าบ้านพักแบบทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้ลิฟต์ในการขนส่งผู้ป่วย การทำความเข้าใจกับลูกบ้านคนอื่น ๆ เพื่อให้ทราบถึงปัญหาหรืออุบัติเหตที่เกิดขึ้นในคอนโด ดังนั้นเพื่อน ๆ ควรจะทราบถึงวิธีการและขั้นตอนในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางที่จะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเพื่อน ๆ ได้ และสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้ส่งถึงโรงพยาบาลได้ทันเวลา

ซึ่งวิธีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดนั้นสามารถแบ่งได้ตามขั้นตอนหลักๆได้ดังนี้

  1. ทางลูกบ้านได้โทรแจ้งไปยังโรงพยาบาลเพื่อให้รถโรงพยาบาลนำเครื่องมือมาขนย้ายผู้ป่วยในคอนโด
  2. ในกรณีเหตุฉุกเฉินหรือเร่งด่วนทางลูกบ้านอาจจะต้องแจ้งให้กับทางนิติบุคคลในคอนโดทราบ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดได้มากขึ้น เพราะทางนิติบุคคลของคอนโดจะสามารถช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยได้
  3. ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำเครื่องมือในการขนย้ายมาย้ายผู้ป่วยออกไป อาจจะมีเครื่องมือได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นเตียงเข็นหรือรถเข็น โดยจะมีการประเมินอาการบาดเจ็บของผู้ป่วยเพื่อจะได้ทำการรักษาและปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ถูกวิธีก่อนที่จะเตรียมยมเคลื่อนย้าย
  4. เมื่อนำผู้ป่วยออกจากที่พักได้สำเร็จแล้ว ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล เพื่อรักษาและดูอาการกันต่อไป

          ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดนั้นมักจะมีวิธีขั้นตอนการดำเนินการที่มากกว่าที่พักรูปแบบอื่น ๆ แต่ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในแต่ละครั้งมักจะมีเงื่อนไขหรือปัญหาอื่น ๆ ตามมาด้วย เพราะอาการป่วยของลูกบ้านนั้นจะมีอาการที่ไม่เหมือนกัน ถ้าบางรายไม่ได้มีอาการหนักอาจจะไม่มีปัญหาในการเคลื่อนย้ายเท่าไหร่นัก แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการที่หนักแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ฝ่ายนิติบุคคลของคอนโดอาจจะต้องมีวิธีการแก้ไขปัญหาให้ได้รวดเร็ว และมีแผนในการรับมือกับปัญหานี้เพื่อช่วยชีวิตและรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นได้

          นอกจากนี้คอนโดมีพื้นที่ในการเคลื่อนย้ายที่จำกัดและไม่สามารถส่งเสียงดังได้ เพราะอาจจะเป็นการรบกวนลูกบ้านห้องอื่น ๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากคอนโดในช่วงเวลากลางคืน ที่เป็นช่วงที่ทุก ๆ คนกำลังพักผ่อนในห้องพักของตัวเอง เพื่อน ๆ หลายคนคงจะเริ่มปวดหัวกันแล้วใช่มั้ยคะว่าทำไมการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดถึงมีเงื่อนไขมากมายกว่าที่พักในรูปแบบอื่นขนาดนี้

          ในการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ หรืออาการเจ็บป่วยนั้นอาจจะทำให้ผู้ป่วยหรือลูกบ้านนั้นอาจจะเกิดความสับสน และไม่สามารถขอความช่วยเหลือกับอีกฝั่งหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นทางคอนโดจึงจะต้องมีฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกบ้านเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น นิวบ์เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนจะเริ่มรู้กันแล้วว่าส่วนไหนที่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ลูกบ้านได้ ซึ่งส่วนนั้นก็คือฝ่ายนิติบุคคลของคอนโดโครงการนั้น ๆ นั่นเองค่ะ ให้ส่วนทางฝั่งนิติบุคคลจะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในคอนโดโครงการนั้นได้ โดยทางนิติบุคคลจะมีวิธีรับมือที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแนวทางในการบริหารการจัดการของคอนโดแต่ละโครงการ

. . . . . . . . . .

การจัดการของนิติบุคคลคอนโดสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

          นิติบุคคลคอนโดนั้นคือฝ่ายบริหารและจัดระเบียบให้กับผู้พักอาศัยในคอนโดโครงการนั้น ๆ นิติบุคคลส่วนใหญ่จะเป็นได้ทั้งลูกบ้านด้วยกันเองหรืออาจจะเป็นส่วนที่ทางคอนโดได้จ้างเอาไว้เพื่อมาบริหารจัดการความระเบียบเรียบร้อย อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ ให้กับลูกบ้าน ซึ่งการจัดการของนิติบุคคลกับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดนั้นจะต้องมีวิธีการช่วยเหลือ และการรับมือในสภาวะฉุกเฉินแบบนี้ได้พอสมควร ส่วนใหญ่ในการช่วยเหลือของทางนิติบุคคลจะมีดังนี้

1. ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโด

          เมื่อทางลูกบ้านได้แจ้งเรื่องให้กับทางนิติบุคคลได้ทราบแล้ว ทางนิติบุคคลจะต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อเปิดทางให้รถพยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข้ามาในพื้นที่คอนโดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทางนิติบุคคควรให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนำทางให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไปยังห้องพักของผู้ป่วย เพื่อให้การดำเนินการการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดมีระยะเวลาที่รวดเร็วให้ได้มากที่สุด

2. จัดหาลิฟต์ผู้ป่วยให้กับเจ้าหน้าที่

          ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดจะต้องอาศัยการใช้ลิฟต์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังที่อื่น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วทางคอนโดแต่ละโครงการอาจจะไม่มีลิฟต์สำหรับผู้ป่วยโดยเฉพาะ ดังนั้นทางนิติบุคคลจะต้องจัดหาลิฟต์สำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึงคอนโดมิเนียม ถ้าเป็นการเคลื่อนย้ายโดยใช้รถเข็น อาจจะใช้ลิฟต์ทั่วไปในการเคลื่อนย้ายได้ แต่ถ้าเป็นการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยใช้เตียงเข็น ทางนิติบุคคลอาจจะต้องหาลิฟต์ที่มีขนาดกว้างพอดี ที่จะสามารถนำเตียงเข็นเข้ามาในลิฟต์ได้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้ลิฟต์ที่เป็นลิฟต์ขนของของคอนโด

3. จัดหาเครื่องมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบเบื้องต้น

          ทางนิติบุคคลอาจจะมีการจัดเตรียมรถเข็นสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ เพราะอาจจะนำเอาไว้ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ได้บาดเจ็บจนต้องให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต้องเคลื่อนย้ายเอง ในการจัดหาเครื่องมือแบบนี้มาเตรียมเอาไว้ก่อนจะสามารถอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้อีกทางหนึ่ง ทำให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในแต่ละครั้งจะมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

4. เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของทางโรงพบาล

          ในกรณีที่ลูกบ้านยังไม่ได้แจ้งไปยังทางโรงพยาบาลให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโด ทางนิติบุคคลจะต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยด้วยการติดต่อประสานงานให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่มารับผู้ป่วยจากคอนโดไปยังโรงพยาบาล ดังนั้นทางฝ่ายนิติบุคคลจะต้องมีการเตรียมเบอร์โทรต่าง ๆ เพื่อจะสามารถประสานงานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ และไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้เอาไว้ล่วงหน้า

5. จัดเตรียมระบบรักษาความปลอดภัย

          ถ้าในกรณีที่ทางคอนโดนั้นมีการรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในระดับสูง บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาภายในคอนโดโครงการนี้ได้ หรือใช้การเข้า-ออกด้วยระบบแบบ Key Card ทางฝ่ายนิติบุคคลอาจจะต้องตัดระบบรักษาความปลอดภัยนี้ชั่วคราว หรืออาจจะอนุญาตเปิดทางให้ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสามารถเข้ามาภายในคอนโดได้ในกรณีพิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดออกมาได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ในขณะที่ตัดระบบรักษาความปลอดภัย ทางฝ่ายนิติบุคคลอาจจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดูแลความปลอดภัยบริเวณพื้นที่คอนโดเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ลูกบ้านภายในคอนโดหรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆเข้ามายังพื้นที่คอนโดนี้ได้

. . . . . . . . . .

ขนาดของลิฟต์กับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโด

          ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงมาจากตึกสูงหรือว่าคอนโดนั้น เจ้าหน้าที่ของทางโรงพยาบาลสามารถใช้วิธีเคลื่อนย้ายทั้งหมดได้ทั้ง 2 วิธี ซึ่งในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดนั้นจะแบ่งไปตามอาการบาดเจ็บของผู้ป่วยเป็นหลัก และขนาดของเครื่องมือนั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป บางอย่างสามารถขนย้ายโดยใช้ลิฟต์ทั่วไปของคอนโดได้ แต่บางเครื่องมืออาจจะต้องใช้ลิฟต์ที่ใช้ในการขนของ เพราะขนาดอาจจะไม่สามารถเข้าไปยังลิฟต์แบบปกติได้นั่นเอง โดยทั่วไปเครื่องมือในการช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้ง 2 ประเภทแบ่งได้เป็นดังต่อไปนี้

1. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยรถเข็นหรือวีลแชร์

          กรณีที่เจ้าหน้าที่เลือกใช้รถเข็นเป็นเครื่องช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโด จะใช้สำหรับผู้ป่วยที่อาการบาดเจ็บไม่มากหรือสาหัสจนเกินไป ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะยังมีอาการที่ยังรู้สึกตัวอยู่และมีอาการที่ยังไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลปฐมพยาบาลเบื้องต้นใด ๆ ในกรณีการใช้รถเข็นนั้นจะไม่มีปัญหาในการใช้ลิฟต์เท่าไหร่ เพราะเราสามารถใช้ลิฟต์ตัวหลักขึ้นไปยังห้องของผู้ป่วยและสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงมาได้ง่าย ๆ ถือว่าการใช้รถเข็นจะมีปัญหาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยน้อยที่สุด

2. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยเตียงเข็น

          ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ใช้เตียงเข็นสำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยนั้น อาการของผู้ป่วยจะมีอาการที่ค่อนข้างหนักหรือสาหัสจนไม่สามารถนั่งได้ ซึ่งการเคลื่อนย้ายโดยใช้เตียงเข็นนั้นจะไม่สามารถใช้ลิฟต์โดยสารทั่วไปของคอนโดนั้นได้ ถ้าหากลิฟต์นั้นมีขนาดที่เล็กกว่าเตียงเข็น ดังนั้นการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดอาจจะต้องใช้ลิฟต์ที่ใช้สำหรับขนของแทน เพราะลิฟต์ที่ใช้สำหรับขนของจะมีขนาดที่ใหญ่และกว้างกว่าลิฟต์ปกติทั่วไป แต่ถ้าในคอนโดนั้นไม่มีลิฟต์ขนของ ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลจะนำผู้ป่วยนอนรัดติดกับแผ่นรองแข็งของเตียงแล้วจับแผ่นนั้นตั้งขึ้นไว้ชั่วคราว หรืออาจจะใช้การเคลื่อนย้ายด้วยการใช้บันไดของคอนโด แต่วิธีทั้งสองอย่างหลังนี้อาจจะมีความเสี่ยงต่อการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นในขณะที่นำผู้ป่วยลงมาจากคอนโด เพราะเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลจะช่วยเหลือผู้ป่วยได้ไม่ถนัด และอาจจะมีความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บของผู้ป่วยที่อาจจะหนักขึ้นด้วย ดังนั้นการเลือกใช้สองวิธีนี้จะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโด

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในเวลากลางคืน

          การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในช่วงกลางคืนนั้นอาจจะมีข้อยกเว้นมากกว่าการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในช่วงกลางวันอยู่หลากหลายข้อ เพราะในขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากคอนโดนั้นอาจจะเป็นการรบกวนลูกบ้านคนอื่น ๆ ได้ และอาจจะมีปัญหาต่าง ๆ ตามมาในภายหลัง ซึ่งการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในช่วงกลางคืนนั้นอาจจะต้องมีข้อหลีกเลี่ยงหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น

  • ทางนิติบุคคลของคอนโดจะต้องประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไว้ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลจะมาถึง เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็วและไม่รบกวนการเข้าออกของลูกบ้านคนอื่น ๆ ในช่วงขณะที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วย และถ้าทางโครงการคอนโดนั้นมีไลน์กลุ่มที่เป็นลูกบ้านทั้งหมดอยู่ ทางนิติบุคคลอาจจะมีการแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทางลูกบ้านได้รับทราบ เพื่อไม่ให้เกิดการตระหนกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
  • เมื่อเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลมาถึงในบริเวณคอนโดแล้ว ทางฝ่ายนิติบุคคลหรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของคอนโดอาจจะต้องแจ้งเตือนการใช้เสียงให้อยู่ในระดับที่เบากว่าปกติ เพื่อไม่ให้การใช้เสียงในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรบกวนลูกบ้านคนอื่น ๆ และในขณะที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงมาจากคอนโดอาจจะมีใช้เสียงที่เบา หรืออาจจะใช้ลิฟต์ตัวที่ไกลจากห้องพักอื่น ๆ ออกไป อย่างเช่นลิฟต์ที่ใช้ขนของของคอนโดนั้น
  • ช่วงที่มีการประชุมของฝ่ายนิติบุคคลกับลูกบ้าน ฝ่ายนิติบุคคลอาจจะมีการประชุมกันเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินภายในคอนโด และอาจจะต้องเน้นย้ำข้อมูลของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในช่วงกลางคืนด้วย เพื่อให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจ ร่วมมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในแต่ละครั้ง และสามารถให้การช่วยเหลือได้เมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นภายในคอนโดในเวลาต่อมา

. . . . . . . . . .

ปัญหาที่พบเจอและการรับมือสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโด

          การทำสิ่งใดต่าง ๆ มักจะมีปัญหาที่เราพบเจอได้เสมอ ถ้าเพื่อน ๆ ได้อ่านรายละเอียดที่นิวบ์นำมาฝากเพื่อน ๆ ในเบื้องต้นจะพบว่าปัญหาส่วนใหญ่ของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดมักจะเกิดจากการที่คอนโดบางโครงการมักไม่มีลิฟต์ที่จะสามารถใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้แบบที่เป็นลิฟต์ผู้ป่วยแบบจริง ๆ ซึ่งทางโครงการอาจจะลืมสิ่งนี้ไปเพราะปัญหาในการบาดเจ็บของลูกบ้านนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดมักจะมีความเสี่ยงสูงถ้าเกิดผู้ป่วยคนนั้นมีอาการที่หนักและไม่มีลิฟต์ผู้ป่วยที่จะอำนวยความสะดวกได้

          ดังนั้นในปัจจุบันทางคณะกรรมการบูรณาการประสานงาน กรณีกู้ชีพฉุกเฉินของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ก็ได้เริ่มมีการเดินหน้ากำหนดแผนที่จะออกเป็นกฎระเบียบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานของอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่โดยเร่งด่วน ซึ่งในการก่อสร้างคอนโดในปัจจุบันบางโครงการก็เริ่มจะตระหนักถึงปัญหาตรงนี้และมีการออกแบบลิฟต์ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยนี้มากขึ้น จึงทำให้คอนโดโครงการปัจจุบันจะสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดได้สะดวกมากขึ้น

          นอกจากนี้อาจจะมีปัญหาในการสื่อสารหรือประสานงานกันแบบไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งนิติบุคคลกับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรวมไปถึงลูกบ้านจากห้องอื่น ๆ ในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ของฝั่งคอนโดอาจจะต้องมีการเตรียมความพร้อมและมีแนวทางในการรับมือแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งอาจจะใช้การฝึกฝนหรือการร่วมกันประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาแบบนี้

. . . . . . . . . .

          อุบัติเหตุต่าง ๆ และโรคภัยที่ทำให้เราต้องเจ็บป่วยนั้นคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งกับครอบครัวของตัวเอง หรือครอบครัวของลูกบ้านคนอื่น ๆ ดังนั้นวิธีการรับมือกับปัญหาเหล่านี้นั้นมีความสำคัญอย่างที่เราหลายๆคนคงนึกไม่ถึงกันเลยทีเดียว การศึกษาหลายละเอียดเบื้องต้นของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดจึงมีความจำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ใครที่พักอาศัยอยู่ภายในคอนโดอาจจะต้องเรียนรู้ และเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นก็จะสามารถรับมือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งจะสามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้ไปยังโรงพยาบาลได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วอีกด้วยล่ะค่ะ สุดท้ายนี้นิวบ์เองก็หวังว่าข้อมูลที่นิวบ์นำมาฝากเพื่อน ๆ ในวันนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆได้รับประโยชน์ในการศึกษาข้อมูลการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดได้นะคะ และนิวบ์เองก็เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนจะเข้าใจถึงเงื่อนไขบางอย่างในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในคอนโดได้มากขึ้น ในคราวหน้านิวบ์จะนำสาระน่ารู้เรื่องการอยู่อาศัยอะไรมาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีก สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ที่นี่เลย