logo

          เพื่อน ๆ คง เบื่อกับปัญหาเชื้อราในห้องที่คงต้องร้องยี้ ขยะแขยง ทั้งดูน่าสกปรกและน่ารังเกียจ เชื้อราเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เราประมาทไม่ได้ เรียกว่าเล็กแต่ร้ายกาจ เพราะอาจเป็นสาเหตุของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นานามากมาย ซึ่งบางครั้งก็แก้แล้วแก้อีกก็ไม่หายสักที เชื้อราในห้องก็ยังขึ้นที่ผนังห้อง ทำให้สีที่ทาตามผนังห้องหรือเพดานเป็นคราบลอกออกมาและมีเชื้อราที่ดูสกปรกติดอยู่ที่ผนังหรือเพดาน ทาสีทับลงไปแล้วก็ยังกลับมาเป็นอีก เหมือนเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ผ้าม่านเป็นคราบเชื้อราจนแทบไม่อยากจะจับ พรมก็สกปรก เหม็นอับชื้นไม่อยากที่จะเหยียบ เฟอร์นิเจอร์ไม้ก็มีเชื้อราขึ้นไม่อยากจะเอามาใช้งาน ห้องน้ำเป็นคราบเชื้อราดำสกปรก เห็นแล้วไม่อยากเข้าห้องน้ำเอาเสียเลย ทนปวดเอาจนกว่าจะอั้นไม่ไหวจริง ๆ ปัญหาเชื้อราในห้องเหล่านี้ คงเป็นปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญกับมันอยู่ และไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะปรึกษาใครดี ไม่ต้องกังวล เพื่อนๆ ลองอ่านบทความนี้ แล้วจะช่วยให้เพื่อนๆ รู้วิธีการป้องกันและแก้ไขกับปัญหาเชื้อราในห้องเหล่านี้ได้อย่างสบายใจ ทำอย่างไรจะปราบเชื้อราให้อยู่หมัด เพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดี เพื่อตัวเราเองและคนรอบตัว

. . . . . . . . . .

สาเหตุของเชื้อราตามจุดต่างๆ สามารถเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง

          ในบริเวณที่มีความชื้นสูงเป็นบริเวณที่เชื้อราชอบอยู่มากที่สุด ยิ่งบริเวณห้องที่แสงแดดส่องไม่ถึงหรือไม่ค่อยมีแสงด้วยแล้ว เชื้อราในห้องก็จะยิ่งเติบโตได้ดี อย่างเช่นในห้องน้ำ ห้องครัว หรือแม้แต่จะเป็นภายในห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทำงาน ซึ่งถ้าห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้งานด้วยแล้ว จัดได้ว่าเป็นที่อยู่อันดีเยี่ยมของเหล่าเชื้อรากันเลย หรือจะเป็นสิ่งของที่เราไม่ค่อยได้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด พรม ที่นอน หนังสือก็มีโอกาสเกิดเชื้อราได้เช่นกัน ปัจจัยสำคัญของการเกิดเชื้อราในห้องจึงอยู่ที่ความชื้น ถ้าเราควบคุมไม่ให้เกิดความชื้น โอกาสที่เชื้อราในห้องจะเกิดก็จะน้อยลงไ

. . . . . . . . . .

เชื้อราตามเฟอร์นิเจอร์ไม้

          ถ้ามีปัญหาเชื้อราขึ้นที่เฟอร์นิเจอร์ไม้ ก่อนที่จะทำการแก้ไขกับมันเราต้องทำการป้องกันตัวเองให้เรียบร้อยก่อนโดยใส่ถุงมือยาง แว่นตานิรภัยและใส่หน้ากากอนามัย ชนิด N95 เพราะอาจเป็นอันตรายกับสุขภาพร่างกายของเราได้ จากนั้นให้เราทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ยกเฟอร์นิเจอร์ไม้ไปนอกบริเวณบ้านหรือห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้สปอร์ของเชื้อรากระจายไปจุดอื่นๆ ซึ่งเราอาจต้องใช้ถุงดำคลุมขณะทำการเคลื่อนย้ายเพื่อไม่ให้มีการฟุ้งกระจายของเชื้อรา ไปบริเวณอื่น ๆ ของห้องหรือติดเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นได้
  2. ให้ทำความสะอาดบริเวณที่ยกเฟอร์นิเจอร์ออกไปให้สะอาด โดยการดูดฝุ่นร่วมกับแผ่นกรองชนิด Hepa Filter ทำซ้ำ ๆ บริเวณเดิมที่เกิดเชื้อราหลาย ๆ ครั้ง ส่วนถุงฝุ่นที่ดูดเสร็จแล้วให้กำจัดถุงฝุ่นให้มิดชิด โดยการซ้อนถุงหลาย ๆ ชั้นและรัดกุมเพื่อป้องกันการเล็ดลอดออกมาได้
  3. กรณีที่มีเชื้อราแบบจาง ๆ ไม่รุนแรงมาก ให้นำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไปตากแดด สักสองถึงสามวัน แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ให้เราทำการผสมน้ำส้มสายชูกลั่นขาวกับน้ำอย่างละครึ่ง ๆ ที่เท่ากัน ฉีดพ่นลงไปที่เฟอร์นิเจอร์ไม้ก่อนที่จะนำไปตากแดด แต่ถ้ารอยเชื้อรายังไม่หายก็อาจจะต้องใช้มาตรการเข้มข้นด้วยการใช้เหล้าวอดก้าแบบราคาถูกๆ ทำการฉีดพ่นให้ทั่ว รับประกันผลความพอใจชัวส์
  4. แต่ถ้าเป็นคราบเชื้อราที่ฝังลึก เราอาจต้องใช้การขัดเข้ามาช่วยด้วย โดยการผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำธรรมดาและขัดด้วยแปรงขนอ่อน ๆ บริเวณที่เกิดเชื้อรา ตามด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำที่บิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดอีกครั้ง และตามด้วยผ้าแห้งในขั้นตอนสุดท้าย
  5. กรณีที่เราใช้วิธีที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ผล คราวนี้ล่ะคงต้องพึ่งการใช้กระดาษทรายขัดออกเพียงอย่างเดียว ให้เราใช้กระดาษทรายเบอร์ละเอียด ซึ่งเมื่อขัดจะค่อย ๆ กินผิวไม้เพียงบาง ๆ ให้เราทำการขัดกระดาษทรายที่บริเวณดังกล่าว แล้วใช้น้ำยาฟอกขาวพ่นบริเวณนั้นอีกที ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นให้เราใช้สีย้อมไม้และทาน้ำยาเคลือบเงาทับอีกที เราก็จะได้เฟอร์นิเจอร์ไม้กลับมาอยู่กับเราอีกครั้ง
  6. แต่ถ้าเป็นกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั้งตัวสุดวิสัยที่จะแก้ไขได้ ให้โยนทิ้งแล้วซื้อใหม่น่าจะง่ายและเป็นทางออกที่ดีกว่า

. . . . . . . . . .

เชื้อราตามผ้าม่านอาบน้ำ

          สาเหตุการเกิดเชื้อราในห้องน้ำ เพราะว่าในห้องน้ำถือเป็นบริเวณที่มีความชื้นสูงจุดหนึ่งในบ้าน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผ้าม่านพลาสติกในห้องน้ำมักเป็นจุดที่เกิดเชื้อราขึ้นได้ง่าย ความอับชื้นกับคราบสบู่ที่สะสม นานเข้าเราก็จะเห็นผ้าม่านเกิดเป็นรอยจุดด่างดำ ถ้าทิ้งไว้นานไม่กำจัดเชื้อราเหล่านี้ มันก็จะกลับมาเล่นงานสุขภาพของเราได้ ซึ่งในบางครั้งอาจเป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อโรคอื่น ๆ ตามมาได้อย่างไม่รู้ตัว เราควรรีบทำการแก้ไขดังนี้

  1. นำผ้าม่านพลาสติกมาแช่ในผงซักฟอกที่ผสมกับน้ำส้มสายชูขาวเท่า ๆ กัน ประมาณ ครึ่งชั่วโมง
  2. จากนั้นค่อยซักผ้าม่านด้วยการใช้แผ่นใยขัดเก่าที่ไม่ค่อยมีคมแล้ว ในการช่วยขัดคราบแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
  3. นำผ้าม่านมาแช่ด้วยน้ำเกลือ ประมาณ 1 กำมือทิ้งเอาไว้ข้ามคืน
  4. ตอนเช้าให้น้ำมาผึ่งแดดผึ่งลมให้แห้ง แต่ก็อย่าตากแดดนานเกินไปเช่นกันเพราะจะทำให้ผ้าม่านพลาสติกกรอบและอายุการใช้งานสั้นลงได้

. . . . . . . . . .

เชื้อราตามผนังห้อง และเพดาน

          เชื้อราในห้องที่อยู่บนผนังห้องและเพดาน มักเกิดจากบริเวณนั้นมีการรั่วซึมและทำให้เกิดความชื้น การแก้ไขเราจะต้องทำการแก้ไขท่อน้ำหรืออุดรอยรั่วจากน้ำฝนภายนอกที่มายังบริเวณผนังห้องและเพดานตรงจุดนั้นให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเด็ดขาดและป้องกันไม่ให้เชื้อราตามผนังและเพดานกลับมากวนใจได้บ่อย ๆ สำหรับคนที่อยู่คอนโดหรือบ้านตึกแถว บางครั้งการรั่วซึมไม่ได้เกิดที่ห้องหรือบ้านของเราเอง แต่เกิดจากน้ำที่รั่วซึมและไหลมาจากข้างห้องหรือข้างบ้าน ซึ่งตรงนี้เราต้องอาศัยการเจรจากับข้างห้องหรือข้างบ้านให้ทำการแก้ไขให้เรียบร้อย ไม่ให้น้ำไหลซึมมาที่ห้องหรือบ้านของเราก่อน จากนั้นเราจึงจะทำการซ่อมแซมผนังหรือเพดานโดย

  1. กำจัดเชื้อราบนผนังด้วยการลอกหรือขูดสีเก่าที่เสียหายออกให้หมด ทำความสะอาดและปล่อยให้แห้ง สัก 2-3 วัน แล้วจึงทำการขัดบริเวณดังกล่าวด้วยกระดาษทราย
  2. ทำการโป๊วพื้นผิวของผนังให้เรียบและขัดด้วยกระดาษทรายอีกครั้งให้เรียบเสมอกัน จากนั้นทาน้ำยาป้องกันเชื้อราในบริเวณดังกล่าว แล้วทิ้งให้แห้งสัก 3 ชั่วโมง
  3. ทาสีรองพื้นทับ 1 ชั้น
  4. ทาสีบ้านที่มีคุณสมบัติกันเชื้อราทับ 2-3 รอบเป็นอันเสร็จ

จุดอื่นๆ ที่สามารถเกิดเชื้อราได้ นอกจากในห้องน้ำ

          นอกจากเชื้อราในห้องน้ำแล้ว ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในห้องนอน วอลล์เปเปอร์ หนังสือ หรือตามรอยยาแนวภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ยิ่งถ้าเป็นเชื้อราในห้องนอนอันตรายมาก การป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราในห้องหรือบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการเปิดหน้าต่างและผ้าม่านให้แสงสว่างส่องถึงและมีการถ่ายเทอากาศที่ดี เป็นต้น

. . . . . . . . . .

ระดับความเสียหายของเชื้อรา ในขั้นถึงอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ

          ถ้าเกิดเชื้อราในห้องแล้วไม่รีบแก้ไข สิ่งที่ตามมาอาจรุนแรงเกินความคาดหมาย ระดับความรุนแรงของเชื้อราถ้าเป็นไม่มากก็อาจจะทำให้แค่ดูสกปรก น่ารังเกียจ แต่ถ้าเป็นระดับปานกลางก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับผนังห้อง เพดาน สิ่งของ เครื่องใช้ แต่ถ้าเป็นขั้นรุนแรง แน่นอนว่าจะต้องกระทบกับสุขภาพของคนอยู่อาศัยอย่างแน่นอน ซึ่งการได้รับสารพิษจากเชื้อราก็จะค่อย ๆ เป็นอันตรายทีละเล็กละน้อย จนกระทั่งกลายเป็นเจ็บป่วยเรื้อรังและรักษาไม่หาย

วิธีกำจัดเชื้อราต่างๆ ตั้งแต่แบบที่ทำเองได้ ไปจนถึงการต้องรื้อรีโนเวท

  • บนพื้นไม้ ให้ใช้แอลกอฮอล์เช็ดคราบออกไป
  • บนพื้นกระเบื้องให้ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาซักผ้าขาวเช็ดคราบและเช็ดออกด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง
  • เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้ใช้ผงฟูละลายน้ำเช็ดแล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง
  • เครื่องซักผ้าให้เราใช้แปรงสีฟันเก่าขัดคราบตามขอบยางออกไป
  • ไมโครเวฟ ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจานมาขัดถูคราบออกไป แล้วเช็ดด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำอีกครั้งหนึ่ง
  • ภายในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ให้ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ หรือเจาะช่องหน้าต่างเพื่อให้มีการถ่ายเทอากาศที่ดีขึ้น
  • ห้องที่เป็นจุดอับแสงจริง ๆ อาจใช้การติดกระจกสะท้อนแสงในบริเวณที่มีแสงเพื่อส่องมายังจุดอับแสงได้
  • ห้องที่แคบและอับชื้น อาจดีไซน์ห้องใหม่ให้ดูโปร่งโดยอาจต้องทุบผนังออกไป และขยายห้องให้กว้างขึ้น

. . . . . . . . . .

          เชื้อราในห้องเป็นสิ่งที่เราไม่ควรประมาทกับมัน เพราะนอกจากจะทำให้ข้าวของเสียหาย เสียเงินเสียทอง มันสามารถนำมาซึ่งอันตรายแก่สุขภาพและชีวิตได้ การดูแลสุขอนามัยและสภาพแวดล้อมในห้องหรือบ้านให้สะอาดและไม่อับชื้นจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อย การทำให้ห้องดูโปร่งและมีการถ่ายเทอากาศที่ดี จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราไม่ควรมองข้าม ซึ่งก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากเชื้อราในห้องและโรคต่าง ๆ ที่จะตามมาได้ ในคราวหน้านิวบ์จะนำสาระน่ารู้เรื่องการอยู่อาศัยอะไรมาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีก สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ที่นี่เลย