logo

          ห้องมีกลิ่นอับไม่ใช่เรื่องตลกที่ควรละเลย เพราะปัญหากลิ่นอับส่งผลต่อสุขภาพใจและสุขภาพกาย กลิ่นอับมักเป็นสาเหตุในการก่อตัวชองเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียที่ทุกคนต้องระวัง โดยจุดที่ชาวคอนโดมักพบบปัญหาก็มีห้องครัว ห้องน้ำ ห้องรับแขก และห้องนอน แต่ละจุดก็มีวิธีแก้ไขปัญหาแตกต่างกันไปบ้าง จึงต้องลงมือแก้ไขทันที อย่าปล่อยไว้นานไม่งั้นกลิ่นอาจฝังคราบแน่นลึกตามผนังห้อง ผ้าม่าน หรือเฟอร์นิเจอร์ส่วนอื่นอีก โดยเฉพาะใครมีห้องแบบเปิด กลิ่นจากห้องหนึ่งสามารถลอยไปติดตามส่วนอื่น ๆ ของอีกห้องได้ง่าย ดังนั้นเรามารู้จักสารพัดวิธีกำจัดกลิ่นอับในคอนโดกันดีกว่า ห้องมีกลิ่นอับรึ เราไม่พบอีกแน่นอน!

. . . . . . . . . .

สาเหตุกลิ่นอับต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

          ห้องมีกลิ่นอับเกิดได้บ่อย แม้ว่าบางจะทำความสะอาดแล้วก็ตาม แต่ปัญหายังคงไม่หมดไป นั่นเพราะเรายังไม่รู้สาเหตุจริง ๆ ว่าอยู่จุดไหน ทำให้เสียเวลาในการทำความสะอาด ซึ่งส่วนใหญ่สาเหตุของคอนโดมีกลิ่นอับมาจากสิ่งเหล่านี้

 การหมักหมมของเสื้อผ้าเปียกชื้น

          ที่บางทีเราไม่ได้สังเกตว่าเสื้อผ้ามีความชื้นติดอยู่ หรือเสื้อผ้าอัดแน่นจนเกินไป รวมถึงการแขวนเสื้อผ้า เครื่องประดับ แม้แต่รองเท้าใช้แล้ววางไว้ ทั้งกลิ่นทั้งชื้อราและเชื้อแบคทีเรียก็ตามมา

 การดูแลความสะอาดที่ไม่ทั่วถึง

          สาเหตุหลักของทุกห้องในห้องโด เพราะหลายคนมักทำความสะอาดแค่พื้น แต่อย่าลืมว่าผนัง ผ้าม่าน ผ้าห่ม หมอนอิง แอร์ ตู้เย็น และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน

 กลิ่นจากเศษอาหารที่ลืมทิ้งไว้

          ซึ่งอาจหล่นไปอยู่ตามซอกหลืบจนทำความสำอาดไม่ถึง บางทีมันก็เน่าเสียกลายเป็นคราบ มีกลิ่นและเชื้อโรคต่าง ๆ ตามมา ทำให้ทำสะอาดยากกว่าเดิม

 ห้องไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ

          บวกกับการใช้แต่แอร์ ส่งผลให้ห้องมีกลิ่นอับกว่าเดิม จึงต้องทำความสะอาดให้บ่อยขึ้น และทำให้ครบทุกซอกมุม

 กลิ่นจากสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไว้

          หรือมาจากข้าวของเครื่องใช้ที่สัตว์เลี้ยงมักใช้เป็นประจำ เช่น กระบะทราย ที่นอน ชามอาหาร แม้แต่อาหารสัตว์ก็ส่งกลิ่นได้เหมือนกัน

. . . . . . . . . .

วิธีแก้ไขปัญหากลิ่นอับในกรณีต่าง ๆ

          ห้องมีกลิ่นอับมักทำให้ความสุขน้อยลง โดยเฉพาะคอนโดมีกลิ่นอับที่มักเกิดขึ้นบ่อย ยิ่งใครมีหลายห้องเชื่อมต่อกัน จนทำให้ทุกห้องเกิดกลิ่นอับหมด เราจึงต้องแก้ปัญหานี้ให้ด่วน ๆ ด้วยวิธีการเหล่านี้

 กรณีห้องไม่มีหน้าต่างช่วยระบายอากาศ

          ให้ใช้สเปรย์ปรับอากาศ หรือเปิดประตูคอยระบายอากาศบ้าง การใช้ธรรมชาติเข้าช่วยก็เวิร์คไม่แพ้กัน เช่น การหาต้นไม้ที่เป็นมิตรกับตัวคนและช่วยลดกลิ่นได้ในตัว หรือจะลองนำสมุนไพรช่วยลดกลิ่นวางไว้ตามจุดต่าง ๆ ก็ดี และควรทำพร้อมการทำความสะอาดห้องสม่ำเสมอ จะช่วยลดปัญหาห้องมีกลิ่นอับได้เด็ดขาด

 กรณีห้องครัวเป็นแบบเปิด

          เพราะกลิ่นจากการทำอาหารมีหลายกลิ่น บวกเศษอาหารทิ้งแล้วก็ยังทิ้งกลิ่นไว้กวนใจ ใครมีครัวแบบเปิดแนะนำให้ติดเครื่องดูดควัน หรือติดตั้งประตูบานเลื่อนเพิ่ม จะช่วยให้กลิ่นไม่ลอยมาติดตามห้อง ข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ และควรทิ้งขยะหรือเช็คของในตู้เย็นเป็นประจำ ยิ่งลดปัญหากลิ่นอับลงได้เยอะ

 กรณีกลิ่นเหม็นในห้องรับแขก

          อันดับแรกควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้สะดวกขึ้น รวมถึงเปิดหน้าต่างรับลมและแสงแดดวันละ 10 – 20 นาที จะช่วยลดความอับชื้นและฆ่าเชื้อโรคที่อาจสะสมปนอยู่เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ได้

 กรณีกลิ่นอับในห้องแอร์

          มีหลายสาเหตุ เช่น จากฝุ่นที่ติดค้างอยู่ในแอร์ จากความชื้น จากบุหรี่และกลิ่นควันอื่น ๆ ที่มักติดตรงแผ่นกรองอากาศ วิธีดับกลิ่นอับในห้องแอร์ให้หายไปคือ การล้างแอร์ 1 – 2 เดือนต่อครั้ง หรือแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยเปิดฝาครอบด้านหน้า นำตะแกรงกรองฝุ่นล้างทำความสะอาด ผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับเพื่อใช้งานต่อ

 กรณีกลิ่นห้องน้ำ

          ส่วนใหญ่มาจากท่อและคราบแน่นติดตามซอกต่าง ๆ ส่งผลให้ห้องมีกลิ่นอับแม้ทำความสะอาดแล้ว วิธีแก้ไขมีหลายวิธี เช่น เปิดหน้าต่างหรือเปิดประตู้ห้องน้ำบ้าง ทิ้งขยะ หมั่นทำความบ่อย ๆ หันมาใช้ธรรมชาติ (สมุนไพร/ต้นไม้) หรือใช้สารดูดความชื้นวางไว้ก็ช่วยได้มากเช่นกัน

 กรณีกลิ่นจากห้องนอน

          มักมาจากที่นอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น วิธีแก้ไขคือ ไม่ควรตั้งถังขยะไว้ในห้อง หมั่นเช็ดถูห้อง ตู้ โต๊ะ และเตียงเป็นประจำ ควรซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนหรือผ้าห่มบ้าง รวมถึงตรวจเช็คเสื้อผ้าก่อนเก็บว่าแห้งดีแล้วไหม และไม่ควรเก็บผ้าใส่แล้วกองไว้ภายในห้อง เพราะอาจเกิดกลิ่นอับ เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและความชื้นได้

. . . . . . . . . .

อุปกรณ์เด็ดช่วยลดปัญหากลิ่นเหม็นอับ

          เมื่อห้องมีกลิ่นอับเราต้องรีบกำจัดซะ เพื่อไม่ให้กลิ่นติดแน่นจนแก้ไขได้ยาก หรือลามไปติดตามห้องอื่น ด้วย 2 เทคนิคทำตามได้ไม่ยากเหล่านี้

1. แก้ด้วยนวัตกรรม

          ติดตั้งเครื่องดูดควัน/ดูดอากาศประสิทธิภาพเยี่ยมใน 2 จุดสำคัญคือ ห้องครัวและห้องน้ำ หรือเพิ่มเครื่องฟอกอากาศสะอาดไว้ห้องนอนและห้องนั่งเล่นด้วยก็ได้ แล้วยังมีเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างสเปรย์ปรับอากาศ สีทาผนัง และน้ำยาเช็ดเฟอร์นิเจอร์ช่วยลดการดูดซับกลิ่นอยู่ พร้อมทำความสะอาดพื้นห้องด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค สูตรสำหรับถูกพื้นห้องโดยเฉพาะ มาเพิ่มความหอมสดชื่นและช่วยกำจัดเชื้อโรคในห้องไปในตัว

2. แก้ด้วยธรรมชาติ

          ทำก้อนดับกลิ่นด้วยตัวเอง จากตะไคร้สด ใบเตย เปลือกส้ม มะกรูด ข่าสดและชิงสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไม่ต้องละเอียดมาก บางคนใช้สบู่หอมแทนก็ได้ผลเช่นกัน นำมาใส่จานหรือห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้ววางในจุดที่ห้องมีกลิ่นอับ

  • ใบฝรั่งบวกน้ำปั่นละเอียดเทใส่ในภาชนะ นำไปวางไว้ตามมุมคอนโดประมาณ 1 คืน หรือจะลองน้ำส้มสายชูแทนก็เวิร์ค ใช้แค่เล็กน้อยกลิ่นอับจางลงทันที
  • ผงฟู นำมาใสภาชนะที่ต้องการ แล้วนำไปวางไว้บริเวณที่มักเกิดกลิ่นอับ ตู้เย็น หรือตามมุมต่าง ๆ
  • เบกกิ้งโซดา เพื่อพรมที่กลิ่นไม่จางหายซักที ก็นำมาโรยให้ทั่วทิ้งไว้ 30-40 นาที แล้วใช้ผ้าหรือเครื่องดูดฝุ่นดูดออก
  • ถ่านไม้สีดำ สามารถวางได้ทุกห้อง รวมถึงในตู้เย็นด้วย
  • ใบชา เพื่อให้ไมโครเวฟสะอาด เพียงใส่ใบชาและน้ำลงในถ้วย นำเข้าไปกดอุ่นให้ร้อน แล้วทิ้งไว้ข้ามคืน
  • น้ำเปล่าบวกน้ำเกลือ (ให้น้ำน้อยกว่าน้ำเกลือ) ผสมให้เข้ากันแล้วราดลงในอ้างล่างจานหรืออ่างล้างหน้า ทิ้งไว้ซักพัก กลิ่นจะค่อย ๆ จางลง

. . . . . . . . . .

เทคนิคกำจัดกลิ่นแน่นฝังลึกให้หมดไป

 หาต้นเหตุและจัดการ

          เมื่อห้องมีกลิ่นอับไม่หมดไปซักที ต้องดูที่ต้นเหตุและกำจัดให้ถูกต้อง เช่น กลิ่นในห้องน้ำจากท่อ กลิ่นห้องครัวจากเศษอาหาร วิธีการก็ง่ายมากแค่รู้จักจัด สำรวจ และกำจัดของหมดอายุหรือส่งกลิ่นเหล่านั้นทิ้งไป หรือหันมาใช้ตัวช่วยอย่างก้อนดับกลิ่น น้ำยาถูกพื้น ถูผนัง เช็ดข้าวของสูตรเฉพาะของตัวนั้น ๆ กลิ่นก็จะหายไปไม่เกิดอีก

 เก็บกวาดห้องให้สะอาดเสมอ

          เพราะบางครั้งเราอาจขี้เกียจ หรือคิดไม่ถึงว่าของเหล่านั้นจะส่งกลิ่นติดแน่นได้ เช่น จานชามช้อมส้อม เศษอาหาร ฟองน้ำ เส้นผม คราบสบู่ ฝุ่น ตามจุดและบนสิ่งของต่าง ๆ ที่สะสมแล้วเช็ดออกไม่หมด ส่งผลให้เป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรก จนยากต่อการกำจัด

 เช็คของในครัวให้สะอาดเสมอ

          ในครัวมีของหลายสิ่งมาก เราต้องเช็คให้แน่ใจว่าของเหล่านั้นไม่มีการหมักหมมจนเกิดกลิ่นได้ ซึ่งใช้ 2 เทคนิคอย่างนวัตกรรมและธรรมชาติเข้าช่วยก็เวิร์ค และควรล้างแอร์และล้างตู้เย็นเดือนละ 2-3 ครั้งด้วย เพราะทั้งสองคือแหล่งสะสมเชื้อโรค

 รู้จักเปิดหน้าต่าง ประตู พัดลมดูดอากาศและเครื่องฟอกอากาศบ้าง

          ทั้งหมดนี้ช่วยกำจัดปัญหากลิ่นอับ และเป็นวิธีดับกลิ่นอับในห้องแอร์อย่างได้ผล จึงควรหมั่นทำความสะอาดห้องเป็นประจำ เคล็ดลับสำคัญสุด ช่วยให้ห้องสะอาด มีกลิ่นหอม น่าอยู่อาศัยเสมอ

 จัดแยกของอย่าให้ปนกัน

          ไม่ว่าของจะเยอะแค่ไหน ต้องรู้จักจัดของให้เป็นระเบียบ แยกของใช้แล้วกับยังไม่ใช้ออกจากกัน แล้วหมั่นทำความสะอาดของเหล่านั้นบ้าง เพื่อไม่ให้ฝุ่น คราบและกลิ่นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ส่งผลให้คราบเหล่านั้นทำความสะอาดยากกว่าเดิมด้วย

. . . . . . . . . .

          ห้องมีกลิ่นอับคือหนึ่งในสาเหตุที่ชาวคอนโดมักพบ ทำให้เกิดปัญหาทั้งจิตใจและสุขภาพตามมา จึงควรจัดการปัญหานี้อย่างเร่งด่วนด้วยการหาสาเหตุให้เจอแล้วจัดการ โดยมีวิธีและเทคนิคที่นำมาฝากนี้ให้เลือกใช้กัน รับรองว่าทำแล้วปัญหากลิ่นอับกวนใจจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน ในคราวหน้านิวบ์จะนำสาระน่ารู้เรื่องการอยู่อาศัยอะไรมาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีก สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ที่นี่เลย