logo

          ปัจจุบันคอนโดมิเนียมที่ถูกพัฒนามามักจะมีขนาดห้องคอนโดมาตรฐานที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งปัจจัยในเรื่องขนาดและแปลนห้องเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อการตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียม เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อคอนโดทุกคนจะได้รู้และสามารถมองภาพออกว่าห้องแบบนี้ จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงของเรา หรือเข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งปัจจุบันรูปแบบของห้องในคอนโดมิเนียมมักจะมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ คอนโดห้องตอนลึก หรือห้องหน้าแคบ และคอนโดห้องหน้ากว้าง ซึ่งในบทความนี้จะพาผู้อ่านทุกคนไปทำความรู้จักและทำความเข้าใจกับรูปแบบห้องทั้งสองแบบกันอย่างละเอียด

. . . . . . . . . .

เข้าใจการจัดวางฟังก์ชันพื้นฐานของคอนโดห้องตอนลึกและคอนโดห้องหน้ากว้าง

          ก่อนจะไปลงลึกถึงรายละเอียดของห้องแต่ละแบบทั้งห้องตอนลึกและคอนโดห้องหน้ากว้าง เราขอชวนผู้อ่านมาทำความเข้าใจการจัดวางฟังก์ชันพื้นฐานของคอนโดมิเนียมและที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ก่อนว่ามีการจัดวางอย่างไร โดยทั่วไปแล้วคอนโดมิเนียมมักจะมีการวาง Layout หรือแปลนห้อง โดยแบ่งพื้นที่ออกตามประเภทการใช้งานออกเป็น 3 โซน ได้แก่ Private Zone, Common Zone และ Service Zone

พื้นที่ส่วนตัว Private Zone

          เป็นโซนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงที่สุด ซึ่งมักจะเป็นห้องนอนใหญ่ และห้องนอนเล็ก และเป็นโซนที่ถูกจัดวางให้มีความสงบ เหมาะกับการพักผ่อน มีการใช้งานที่ค่อนข้างตายตัว ทำให้ใน Private Zone มักจะถูกจัดวางให้อยู่บริเวณมุมในสุดของห้องเสมอ และมักจะมีช่องแสงขนาดใหญ่อยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่องแสงจากกระจก หรือช่องแสงจากระเบียงก็ตาม เนื่องจากเป็นพื้นที่ของการพักผ่อน และเป็นพื้นที่การใช้งานหลัก ทำให้ต้องการความโปร่ง ซึ่งหลาย ๆ โครงการก็มักจะวางโซนนี้ในจุดที่เห็นวิวดีที่สุดเพื่อให้เป็นจุดขายของห้อง

พื้นที่นั่งเล่น Common Zone

          โซนสำหรับการใช้งานทั่วไปที่ไม่ใช่การพักผ่อน ไว้ต้อนรับเพื่อน รับแขก หรือรองรับการใข้งานมากกว่า 1 – 2 คน ได้แก่ โซนห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะถูกวางให้อยู่บริเวณตรงกลาง หรือตรงหน้าของห้อง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยเปิดประตูเข้ามาแล้วสามารถใช้งานได้เลย ซึ่งบางแห่งโซน Common ก็จะไม่มีช่องแสงหรือระเบียง ทำให้บางโครงการก็จะวางส่วน Common ที่แยกโซนออจาก Private อย่างชัดเจน โดยให้ผนังกั้น แต่บางโครงการก็จะมีการใช้บานกระจกกั้นทั้งสองส่วนนี้ เพื่อเพิ่มความโปร่งให้กับโซน Common ที่ไม่มีพื้นที่ระเบียง และไม่ได้รับช่องแสงจากธรรมชาติ

พื้นที่เกี่ยวข้องกับงานระบบ Service Zone

          เป็นโซนใช้งานส่วนบริการต่าง ๆ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงซักล้าง โดยพื้นที่ครัวส่วนใหญ่มักวางไว้ส่วนหน้าสุดของห้องในบริเวณที่ติดกับประตูทางเข้า หรือแยกโซนออกไปเป็นครัวปิดที่เชื่อมออกไประเบียง สำหรับห้องน้ำ หากเป็นคอนโดห้องแบบ 1 ห้องนอน จะวางไว้ติดกับโซน Service หรือ Private เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก

          รูปแบบของการจัดวางพื้นที่การใช้งานทั้ง Private Zone, Common Zone และ Service Zone ค่อนข้างมีความสำคัญอย่างมาก ต่อการใช้งานจริงของห้องตอนลึกและคอนโดห้องหน้ากว้าง เนื่องจากหากแปลนห้องไม่มีการจัดวางพื้นที่ให้มีความเชื่อมต่อกัน ผู้อยู่อาศัยก็จะขาดความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตภายในคอนโด

. . . . . . . . . .

ทำความรู้จักห้องตอนลึก หรือ ห้องหน้าแคบ แบบละเอียด มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

          คอนโดห้องตอนลึกหรือหน้าแคบ เป็นรูปแบบห้องที่เริ่มเห็นกันมากในโครงการคอนโดมิเนียมปัจจุบัน โดยต้องบอกว่าคอนโดห้องตอนลึก เป็นรูปแบบห้องที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการมากกว่าผู้อยู่อาศัยจริงเป็นหลัก เนื่องจากคอนโดห้องตอนลึก มีด้านหน้าที่แคบกว่า ทำให้การแบ่งพื้นที่ขายของยูนิตในแต่ละชั้นจะทำได้เยอะกว่า เพื่อซอยพื้นที่ได้เยอะกว่าแล้ว ก็ทำให้ผู้ประกอบการได้พื้นที่ขาย (Saleable area) มากขึ้น ได้รายได้และกำไรจากการพัฒนาโครงการมากขึ้นนั่นเอง

          สำหรับคอนโดตอนลึก มักจะเป็นห้องแบบเริ่มต้นและเป็นห้องที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดของโครงการ โดยเป็นห้องที่มีพื้นที่ประมาณ 22– 40 ตารางเมตร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบสตูดิโอ (Studio) และห้องแบบ 1 ห้องนอน (1 Bedroom) โดยมักจะมีการจัดวางพื้นที่การใช้งานของห้องตั้งแต่เปิดประตูเข้าไป ดังนี้

ตัวอย่าง ภาพแปลนคอนโดห้องหน้าแคบตอนลึกแบบที่ 1 (ซ้าย) และแบบที่ 2 (ขวา)

 Service Zone ห้องตอนลึก

          ในส่วนของพื้นที่ครัวและห้องน้ำมักจะถูกวางไว้ส่วนหน้าสุดของห้อง เพื่อแยกพื้นที่บริการไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้พื้นที่ครัวค่อนข้างเล็ก ขัดกับการใช้งานจริงที่มักจะเป็นพื้นที่ที่ต้องการส่วนสำหรับวางของ แต่ก็เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยทำอาหารในคอนโดมิเนียม แต่ก็ทำให้เหลือพื้นที่ในโซนอื่นที่ค่อนข้างกว้าง และสามารถใช้งานได้สะดวก เช่นเดียวกับห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30 – 31 ตารางเมตร ของโครงการแบบที่ 1 ซึ่งการจัดวางแบบนี้ถือเป็นการจัดวางแบบมาตรฐานที่มักพบเห็นบ่อย ๆ ในห้องตอนลึกขนาดไม่เกิน 40 ตารางเมตร

          นอกจากการวางส่วนของ Service ให้อยู่จุดเดียวกันในบริเวณหน้าห้องแล้ว บางโครงการสามารถจัดวางโซน Service แบบแยกส่วนได้ เช่น ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 36.75 – 37 ตารางเมตร ของโครงการ แบบที่ 2 มีการจัดวางส่วน Service ในบริเวณครัวให้แยกส่วนออกมาอย่างชัดเจน ทำให้เป็นพื้นที่ครัวปิดที่มีบริเวณมากขึ้น และในส่วนของห้องน้ำ ก็จัดวางไว้ในส่วนของห้องนอนแทน ซึ่งเป็นการจัดวางผังที่ดีสำหรับคนที่ชอบทำอาหารในคอนโด แต่มีข้อจำกัดคือเมื่อมีแขกมาที่บ้าน จะต้องเดินผ่านห้องนอนเพื่อเข้าห้องน้ำ และต้องแลกกับพื้นที่ในส่วนห้องนั่งเล่นที่เล็กลง

 Common Zone ห้องตอนลึก

          มักจะเป็นโซนต่อมาของห้องถัดจากส่วนของ Service Zone เสมอ สำหรับการจัดวางส่วน Common Zone ของห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30 – 31 ตารางเมตร ของโครงการแบบที่ 1 จะถูกวางไว้ส่วนกลางของห้อง กั้นส่วนกับ Private Zone และ Service Zone ชัดเจน และมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สังเกตได้ว่าระยะห่างจากโซฟาและชั้นวางทีวี มีระยะห่างพอสมควร สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติม เช่น โต๊ะทำงาน หรือ โต๊ะทานอาหารได้

          แต่สำหรับการจัดวางส่วน Common Zone ของห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 36.75 – 37 ตารางเมตร ของโครงการ แบบที่ 2 มีการวางไว้อยู่บริเวณห้อง ซึ่งก็สามารถวางโซฟาขนาด 2-3 คนนั่งได้ แต่มีพื้นที่ของชั้นวางทีวีที่ค่อนข้างเล็กกว่า และมีพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารที่ค่อนข้างจำกัด เพราะแลกมาด้วยพื้นที่ครัวที่ใหญ่และเป็นสัดส่วนกว่า

          โดยแปลนห้องทั้งสองแบบ มีการใช้บานกระจกเพื่อกั้นระหว่าง Private Zone และ Common Zone อย่างชัดเจน และใข้กระจกเพื่อเพิ่มความโปร่งให้กับส่วนนั่งเล่น เนื่องจากส่วนนี้ไม่มีช่องแสงเข้าถึง

 Private Zone ห้องตอนลึก

          เนื่องจากเป็นโซนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุด จึงถูกวางไว้ที่ในสุดของห้องเสมอ โดยการจัดวางส่วน Private Zone ของห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30 – 31 ตารางเมตร ของโครงการแบบที่ 1 สามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้ โดยยังพอมีพื้นที่ระยะห่างสำหรับทางเดินเหลือ และยังมีพื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้า ชั้นวางทีวี และโต๊ะทำงานได้ แต่มีข้อจำกัดคือในการใช้งานจริง ห้องน้ำและห้องแต่งตัวจะค่อนข้างห่างกัน ทำให้อาจใช้งานได้ไม่สะดวก รวมถึงโต๊ะเครื่องแป้งที่ยังค่อนข้างห่างจากตู้เสื้อผ้าด้วย นอกจากนั้นพื้นที่ระเบียงไม่สามารถใช้งานได้จริง เนื่องจากเป็นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ ทำให้ระเบียงเป็นได้แค่ช่องแสงเท่านั้น

          สำหรับการจัดวางส่วน Common Zone ของห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 36.75 – 37 ตารางเมตร ของโครงการ แบบที่ 2 สามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้เต็มพื้นที่ และยังมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งได้ โดยยังมีพื้นที่เหลือข้างเตียงที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับชั้นวางทีวี นอกจากนั้นในส่วนของตู้เสื้อผ้า มีการจัดวางให้เชื่อมโยงกับห้องน้ำ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก รวมถึงพื้นที่ระเบียงที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถใช้งานได้จริง และได้กระจกเต็มบาน รับช่องแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

ข้อดีของห้องตอนลึก

  • ด้วยระยะที่แคบกว่าคอนโดห้องหน้ากว้าง ทำให้ห้องตอนลึกมักจะจัดวางฟังก์ชันชิดผนังเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ชั้นวางทีวี, โซฟา, เตียง, โต๊ะทำงาน หรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ ทำให้ห้องจะค่อนข้างจัดวางฟังก์ชันได้อย่างเป็นระเบียบ
  • ห้องตอนลึกมักจะแยกฟังก์ชันในพื้นที่ Private Zone, Common Zone และ Service Zone ที่แยกเป็นสัดส่วนและเป็นกลุ่มก้อนอย่างชัดเจน ทำให้ในการใช้งานสามารถใช้งานได้สะดวก

ข้อเสียของห้องตอนลึก

  • เนื่องจากเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและตอนลึก ทำให้ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของห้องในลักษณะนี้ คือมักจะไม่ค่อยมีช่องแสงเข้าถึงทุกส่วนของห้อง ทำให้ห้องมีความอึดอัดกว่าคอนโดห้องหน้ากว้าง
  • ด้วยระยะห่างของห้องที่แคบกว่าคอนโดห้องหน้ากว้าง ทำให้การเหลือพื้นที่ในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ค่อนข้างจำกัด ไม่ค่อยมีพื้นที่เก็บของ
  • หากห้องตอนลึกเป็นห้องที่มีระยะจากพื้นถึงฝ้า (Floor to Ceiling) ที่ต่ำ จะทำให้ห้องดูอึดอัด เนื่องจากเป็นทรงแคบและไม่ค่อยมีแสงเข้าถึง

. . . . . . . . . .

ทำความรู้จักห้องคอนโดห้องหน้ากว้างแบบละเอียด มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

          ต้องบอกว่าคอนโดห้องหน้ากว้างมักจะเห็นในห้องขนาดตั้งแต่ 30 ตารางเมตรขึ้นไป จึงมักจะเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน, 1 ห้องนอน พลัส และ 2 ห้องนอนขึ้นไป เนื่องจากเป็นขนาดห้องที่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ทำให้การซอยพื้นที่ให้แคบอาจไม่ตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัยจริง โดยคอนโดห้องหน้ากว้างที่เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน มักจะเป็นยูนิตขายดีประจำโครงการ เนื่องจากไม่ได้มีให้พบเห็นกันบ่อยนัก โดยคอนโดห้องหน้ากว้างมักจะมีการจัดวางพื้นที่การใช้งานของห้องตั้งแต่เปิดประตูเข้าไป ดังนี้

ตัวอย่าง ภาพแปลนคอนโดห้องหน้ากว้าง

 Service Zone ห้องหน้ากว้าง

          หากเป็นห้องที่สามารถจัดวางให้เป็นคอนโดหน้ากว้างได้จริง ๆ มักจะแยกส่วน Service Zone ไว้ที่ด้านใดด้านหนึ่งของห้อง แยกจากส่วน Private Zone อย่างชัดเจน ซึ่งนับเป็นข้อดีอย่างมาก เพราะการแยกส่วน Service ออกมาของคอนโดห้องหน้ากว้างจะไม่ค่อยกระทบกับพื้นที่ในส่วน Common Zone และ Private Zone มากนัก สังเกตได้จากแปลนห้องแบบที่ 1 มีการจัดวางส่วนครัวในบริเวณด้านขวาของห้อง เชื่อมกับพื้นที่ระเบียง สามารถทำเป็นครัวปิดและระบายอากาศออกสู่ระเบียงได้ดี แถมยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ซีกล้างได้อย่างสะดวก ซึ่งเป็นการจัดวางที่ลงตัวกับการใช้งานจริงของผู้อยู่อาศัย

          แต่สำหรับห้องแบบที่ 2 เป็นรูปแบบห้องที่ก็ไม่จัดว่าเป็นคอนโดห้องหน้ากว้างซะทีเดียว แต่มีความกว้างมากกว่าห้องตอนลึก ทำให้สามารถแยกส่วนครัวและส่วนห้องน้ำซึ่งเป็น Service Zone ออกมาได้อย่างเป็นสัดส่วน สามารถใช้งานได้จริงโดยไม่กระทบกับพื้นที่ในโซน Common Zone และ Private Zone อย่างชัดเจนเช่นกัน

 Common Zone ห้องหน้ากว้าง

          พื้นที่ในโซนนี้นับเป็นพื้นที่จุดขายที่ดีที่สุดของคอนโดห้องหน้ากว้าง เช่นเดียวกับในภาพของแปลนห้องแบบที่ 1 เพราะคอนโดห้องหน้ากว้างสามารถรับช่องแสงธรรมชาติจากบานกระจกได้อย่างเต็มที่ แตกต่างจากห้องตอนลึกอย่างชัดเจน ทำให้ส่วน Common Zone มักจะทำหน้าที่เป็นส่วนแรกของห้องเมื่อเปิดประตู และใช้รับแขกได้เป็นอย่างดี มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างยืดหยุ่น

          แต่สำหรับแปลนห้องแบบที่ 2 ที่ไม่ได้ถือว่าเป็นคอนโดห้องหน้ากว้างซะทีเดียว ทำให้ยังต้องพึ่งหาแสงธรรมชาติจากบริเวณส่วนห้องนอนแทน

 Private Zone ห้องหน้ากว้าง

          ส่วนของห้องนอนหรือ Private Zone ของคอนโดห้องหน้ากว้าง มักถูกวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของห้อง แยกออกจาก Service Zone อย่างชัดเจนและค่อนข้างห่างกัน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ และยังสามารถรับแสงธรรมชาติจากบานกระจกได้อย่างเต็มที่เช่นกัน แต่ห้องนอนของคอนโดห้องหน้ากว้างอาจไม่ได้มีพื้นที่ที่กว้างขวางมากนัก ขึ้นอยู่กับการจัดวาง Layout ของแต่ละโครงการด้วย

ข้อดีของคอนโดห้องหน้ากว้าง

  • คอนโดห้องหน้ากว้างมักจะเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อคอนโดมิเนียม ทำให้เป็นยูนิตที่ขายดีของทุกโครงการอยู่เสมอ เนื่องจากคอนโดห้องหน้ากว้างเป็นรูปแบบห้องที่สามารถรับแสงธรรมชาติได้ดี ได้พื้นที่ระเบียงหรือบานกระจกที่เยอะกว่าห้องตอนลึก
  • ความรู้สึกของการอยู่อาศัยในคอนโดห้องหน้ากว้าง มักจะรู้สึกโปร่งสบายกว่าห้องตอนลึก ทั้งในเรื่องของแสงจากธรรมชาติที่ได้รับเยอะกว่า และเรื่องของระยะห่างของห้องที่กว้างกว่า
  • คอนโดห้องหน้ากว้างมักจะแยกสัดส่วนของ Private Zone, Common Zone และ Service Zone ที่แยกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้ในโซนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถทำได้อย่างเป็นส่วนตัวจริง ๆ และห้องครัวที่อาจส่งกลิ่น ก็สามารถระบายอากาศได้ดีกว่า

ข้อเสียของคอนโดห้องหน้ากว้าง

  • เนื่องจากเป็นรูปแบบห้องที่มักจะเป็นห้องขนาดใหญ่ ทำให้โครงการเหลือพื้นที่ขายที่น้อยลง คอนโดห้องหน้ากว้างจึงจะมีราคาที่สูงกว่าห้องแบบตอนลึก
  • เนื่องจากห้องมีระยะห่างที่กว้าง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ของคอนโดห้องหน้ากว้างอาจจัดวางได้ไม่เป็นระเบียบเท่ากับห้องตอนลึกที่มีการกำหนดตำแหน่งอย่างชัดเจน

. . . . . . . . . .

          ต้องบอกว่าไม่ว่าจะเป็นคอนโดห้องหน้ากว้างหรือห้องตอนลึก ก็สามารถจัดวางฟังก์ชัน เฟอร์นิเจอร์ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวได้ไม่แพ้กัน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความพอใจและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักว่าชอบแบบไหน นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณานอกเหนือจากคอนโดห้องหน้ากว้างหรือห้องตอนลึก คืองบประมาณ ทำเล และคุณภาพของโครงการ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก หากได้ Layout ห้องที่ตรงใจ แต่ต้องแลกมาด้วยราคาแพงเกินไป หรือทำเลที่ใช้ชีวิตไม่สะดวก หรือคุณภาพโครงการที่ไม่ได้ดีเท่าที่ควร ก็ถือว่าไม่คุ้มค่าที่จะแลกเอาเสียเลย ในคราวหน้านิวบ์จะนำสาระน่ารู้เรื่องการซื้ออสังหาฯ บ้านและคอนโดอะไรมาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีก สามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดทาง CondoNewb ที่นี่เลย