logo

          สังเกตไหมครับว่า บทความ NewbTalk ของเราในช่วงนี้ มีแต่เรื่องสารพันปัญหาชาวคอนโด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่จอดรถ การซื้อคอนโดชั้นบนสุด - ล่างสุด ซึ่ง ทางทีมมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่หลายคนไม่ได้คำนึงถึงตอนจะซื้อคอนโด และเรื่อง สูบบุหรี่ในคอนโด ก็เป็นอีกหัวข้อที่น่าหยิบยกมาพูดคุยกัน

          โดยประเด็นเรื่องของการ สูบบุหรี่ในคอนโด ค่อนข้างน่าสนใจ เนื่องจากมีหลาย ๆ โครงการที่ลูกบ้านต้องถกต้องเถียงประเด็นนี้กัน ซึ่งต้องยอมรับว่าประเด็นเรื่องของการ สูบบุหรี่ในคอนโด ค่อนข้างเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเลย 

สูบบุหรี่ในคอนโด ทำได้สิ ซื้อคอนโดมา ระเบียงก็มี ทำไมจะสูบไม่ได้”

VS

สูบบุหรี่ในคอนโด ไม่ได้สิ มันเป็นการรบกวนคนอื่น คอนโดไม่ได้เป็นของคุณคนเดียว”

          ฉะนั้นแล้ว ในบทความนี้ จึงอยากจะให้ทุกคนเปิดใจ ทำตัวเป็นกลาง เพื่อรับฟังเหตุผลของทั้งสองฝ่าย และดูต้นตอของปัญหา การออกกฎข้อบังคับ หรือบทวิเคราะห์ที่อาจจะช่วยให้ข้อพิพาทตรงนี้เบาลงในคอนโดที่คุณอยู่ มาเริ่มดูไปทีละประเด็นกันเลยครับ

. . . . . . . . . .

เสียงจากผู้ที่สูบบุหรี่ในคอนโด

          ก่อนอื่นที่เราจะเข้าสู่ช่วงของเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักกัน ผมขอออกตัวก่อนครับว่า ตัวผมเองมั่นใจว่าเข้าใจความคิดเห็นของทั้งสองฝ่ายแน่นอน ทั้งในฐานะของคนที่ซื้อคอนโด แล้วสูบบุหรี่ และในฐานะของลูกบ้านในคอนโด ที่ไม่สูบบุหรี่ด้วย ฉะนั้น ผมมั่นใจว่าค่อนข้างวางตัวเป็นกลางแน่นอนครับ

          ในส่วนแรก ผมอยากให้ทุกคนทราบก่อนว่า คนที่ สูบบุหรี่ในคอนโด เขาคิดเห็นกันอย่างไร ซึ่งก็เหมือนอย่างที่ผมบอกเสมอตั้งแต่ทำเว็บไซต์นี้มาคือ เวลาที่คนซื้ออสังหาฯ ริมทรัพย์ จริง ๆ ไม่ต้องถึงขั้นซื้อก็ได้ครับ บางคนเอาแค่เช่า ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด เช่าอพาร์ทเมนต์ หรืออะไรก็ตามแต่ เราจะรู้สึกว่าที่นี่คือ “บ้าน” ในที่นี่ไม่ได้หมายถึงบ้านเป็นหลัง ๆ นะครับ แต่หมายถึง บ้าน ที่หมายถึงที่อยู่อาศัย พื้นที่ที่เป็นส่วนตัว และพื้นที่ที่เป็นของเรา

          ฉะนั้น คนที่ สูบบุหรี่ในคอนโด ก็เช่นเดียวกัน นั่นเป็นเพราะเขาคิดว่า “ที่นี่คือบ้าน” “ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัว” ซึ่งการสูบบุหรี่ มันเป็น Lifestyle แล้วก็จะมีความไม่เข้าใจอยู่นิด ๆ ว่า ทำไมในเมื่อที่ตรงนี้มันเป็นพื้นที่ของเรา แต่ Lifestyle ของเราซึ่งเป็น Lifestyle ที่ปกติมาก ๆ ของโลกใบนี้ จึงไม่สามารถทำในคอนโดได้

          ซึ่งคอนโดก็มีระเบียง ในครัวก็มีเครื่องดูดควัน และในห้องน้ำก็มีพัดลมดูดอากาศนี่นา มันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาหรือเปล่า ทำไมเราถึงต้องลงลิฟต์จากห้อง ไปที่นอกอาคารด้วย คือ เอาจริง ๆ หากว่ากันตามตรง สำหรับคนที่ไม่ สูบบุหรี่ในคอนโด อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะต้องมีหน้านิ่วคิ้วขมวดกันบ้างแล้ว ซึ่งผมขอบอกก่อนว่านี่เป็นเพียงความคิดเล็ก ๆ ของคนที่สูบบุหรี่เท่านั้น แล้วเขาไม่ได้มีเจตนาจะแหกกฎ ต่อต้าน หรือเดินสูบบุหรี่ไปทั่วโถงทางเดิน เพียงแต่อยากบอกเล่ามุมมองว่าพวกเขาคิดอย่างไรเท่านั้นครับ

. . . . . . . . .

เสียงจากผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ในคอนโด

         เวลาเราจะถกเถียงกันในประเด็นไหน เราจะต้องฝั่งเสียงจากทั้งสองฝั่งเสมอ มาถึงคราวของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ในคอนโดกันบ้าง ซึ่งผมคิดว่าน่าจะมีจำนวนมากกว่าคนที่สูบบุหรี่ในคอนโดแน่นอน ซึ่งจากการสำรวจและไถ่ถามผู้คนรอบตัว หรือผู้คนที่เคยได้ผ่านหน้าผ่านตากันในคอนโด ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ในคอนโดก็จะไม่พอใจกับการสูบบุหรี่นัก

          ไม่แปลกที่คนกลุ่มนี้จะมองว่าการสูบบุหรี่ในคอนโดเป็น “การรบกวน” ด้วยเหตุผลเดียวกันกับคนที่ซื้อคอนโดคนอื่นคือ พวกเขาคิดว่าที่นี่คือ “บ้าน” คือ “พื้นที่ส่วนตัว” เช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าคนไม่สูบบุหรี่ จะไวต่อกลิ่นบุหรี่มาก ๆ และกลิ่นบุหรี่มันก็ไม่ได้หอม ทุกคนยอมรับเรื่องนี้กัน ก็ยิ่งทำให้การไม่พอใจของคนที่ไม่สูบบุหรี่ในคอนโดยิ่งสมเหตุสมผลเข้าไปอีก

          โดยมีบางความเห็นของลูกบ้านที่ไม่สูบบุหรี่ในคอนโดบอกว่า “จริงอยู่ที่การสูบบุหรี่นั้นคุฯทำในห้อง ในพื้นที่ของคุณ แต่เขาเคยเจอว่าการสูบบุหรี่ที่คุณทำในห้องของคุณ มันเล็ดลอดออกมาตามทางเดิน ไม่ว่าจะเป็นจากการเปิด - ปิด ประตู หรือลอดออกจากซอกประตูหรืออะไรก็ตาม แต่มันทำให้การใช้ทางเดินของลูกบ้านคนอื่นที่ไม่สูบบุหรี่เดือดร้อนมาก ๆ”

          และก็มีความคิดเห็นอีกส่วนที่แสดงความเป็นห่วงเรื่องของความปลอดภัยด้วย ซึ่งตรงนี้ผมก็ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเหตุผลที่คอนโดมิเนียมเลือกใช้เตาไฟฟ้าแทนเตาแก๊ส นอกจากเรื่องของการวางระบบต่าง ๆ แล้วก็คือเรื่องของความปลอดภัย โดยหลีกเลี่ยงการก่อประกายไฟในอาคารชุดด้วย ซึ่ง การสูบบุหรี่ ก็เป็นการก่อประกายไฟรูปแบบหนึ่ง ซึ่งถ้าหากเกิดอัคคีภัยขึ้น ไม่ว่าจะจากการจุดหรือก้นบุหรี่ที่เขี่ยไม่ดับ ก็ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์จะรุนแรงถึงขั้นไหน ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงโดยการไม่ก่อประกายไฟไปเลยน่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า

          คือจริง ๆ ผมบอกตามตรงว่าความเห็นของลูกบ้านที่ไม่ สูบบุหรี่ในคอนโด ค่อนข้างมีเยอะ หลากหลาย และส่วนมากจะออกไปในแนวทางของความเดือดดาล ตำหนิ ไม่พอใจ ซึ่ง ผมไม่อยากให้ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหานี้ครับ เพราะอย่างที่บอกมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน บางคนไม่พอใจเพราะตัวเองมีลูก ไม่พอใจเพราะตัวเองเป็นโรคที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ บางคนแค่ไม่ชอบ ซึ่งแน่นอนครับ ทุกคนมีสิทธิไม่พอใจ ผมยืนยันว่าผมเข้าใจในฝั่งขอลูกบ้านที่ไม่สูบบุหรี่มาก ๆ เช่นกัน

. . . . . . . . . .

สรุปแล้ว สูบบุหรี่ในคอนโด ได้ หรือ ไม่ได้

          ออกตัวก่อนเลย ผมไม่ได้บอกว่าใครถูกใครผิดนะครับ อย่างที่บอกว่ามันเป็นประเด็นที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ฉะนั้น เราว่ากันด้วยเรื่องของกฎหมายหรือกฎข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับการ สูบบุหรี่ในคอนโด ดีกว่าเนอะ

          อันดับแรก ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่า ใน พรบ. คุ้มครองผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 จะมี 5 พื้นที่ปลอดบุหรี่ที่ระบุไว้ ซึ่ง ไม่มีอาคารชุดอยู่ในนั้น นั่นหมายความว่า การสูบบุหรี่ในอาคารชุด ไม่ผิดกฎหมาย

แต่ !!!!!!!!!!

          ผู้ที่สูบบุหรี่ทุกคนจะต้องรู้นะครับ ว่าเมื่อเดือน พฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้แล้ว คือ ทาง สสส . เขามีการเสวนาวิชาการในหัวข้อ “การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ในอาคารชุด” 

โดยเขาก็มีการทำสถิติสำรวจ ต่าง ๆ เป็นตัวเลขออกมา โดยมีการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคือ

ผู้ที่พักอาศัยในอาคารชุด พื้นที่ กทม.

ช่วงเดือน กย. - ตค. 63 พบว่า

ผู้ที่พักอาศัยในอาคารชุด 85% ไม่สูบบุหรี่ในคอนโด

และ 15% สูบบุหรี่ในคอนโด

โดยในผู้ที่สูบบุหรี่มี 48% ที่สูบริมระเบียง

ซึ่งมีผู้ที่อยู่อาศัยกว่า 89% เห็นด้วย กับการให้ที่พักอาศัยในอาคารชุด เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่

          ส่วนนี้คือผมรายงานสถิติให้ฟังคร่าว ๆ นะครับ ซึ่งข้อมูลตรงนี้ ทำให้ต้องยอมรับก่อนว่า แม้การสูบบุหรี่ในอาคารชุด ณ ตอนนี้จะยังไม่ผิด พรบ. แต่ มันมีผลกระทบต่อเพื่อนบ้านจริง ๆ 

          ฉะนั้น การอยู่ร่วมกัน เราไม่ควรจะมีข้อบาดหมางกัน ในความคิดผมนะครับ คนที่สูบบุหรี่ในคอนโด จริงอยู่ที่ว่าการสูบบุหรี่มันเป็น Lifestyle ของเรา แต่เราก็คงไม่อยากให้มันไปกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนต่อคนอื่นใช่ไหม

          ในขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบ คนที่สูบบุหรี่ในคอนโดเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ หรือคิดไม่ถึงว่าผลกระทบมันเกิดขึ้น ก็อยากให้ลองคุยกัน ลองบอกกันดี ๆ ลองขอความร่วมมือกันก่อน

          โดยตัวกลางจะต้องเป็น นิติบุคคล ที่จะต้องคอยมาไกล่เกลี่ยเรื่องการ สูบบุหรี่ในคอนโด นี้ ซึ่งนิติแต่ละโครงการก็มีกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้วแหละ แต่สิ่งที่ควรจะต้องทำ อย่างจริงจังเลยคือ สร้างพื้นที่สูบบุหรี่ ที่เป็นกิจจะลักษณะ ให้กับคนที่สูบบุหรี่ ซึ่ง พื้นที่ตรงนี้จะต้องไม่ไปกระทบต่อลูกบ้านคนอื่น ๆ 

          นิติต้องจัดสรรพื้นที่ที่เหมาะสม ที่ไม่ใช่การจัดสรรพื้นที่ลวก ๆ เพราะคนที่สูบบุหรี่ เขาก็คือเจ้าของร่วม ที่ซื้อคอนโดมาเหมือนยกัน

          และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ นิติต้องเด็ดขาดกับมาตรการหรือกฎเกี่ยวกับเรื่องของการสูบบุหรี่ที่ออกมาให้มาก ๆ ส่วนนี้จะช่วยให้ทั้งลูกบ้านฝ่ายที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ อยู่ร่วมกันได้ครับ โดยเดี๋ยวในช่วงสุดท้าย ผมจะแนบเนื้อหาข่าวที่ทาง สสส. ได้จัดงานเสวนาวิชาการ ซึ่งจะช่วยเป็นข้อยืนยันถึงปัญหาและทางออกของการ สูบบุหรี่ในคอนโด ได้ครับ

. . . . . . . . . .

เหตุผลที่นิติบุคคลของคอนโดต้องห้ามสูบบุหรี่ในห้องชุดพักอาศัย

            สำหรับเหตุผลที่นิติบุคคลต้องมีการห้ามสูบบุหรี่ในห้องชุดพักอาศัย ก็เพราะ เรื่องความปลอดภัยและการรบกวนผู้พักอาศัยอื่นภายในคอนโด เพราะคนที่สูบบุหรี่ในคอนโดส่วนใหญ่ มักมีนิสัยที่ไม่ค่อยใส่ใจในการที่จะดูแลเรื่องของขี้บุหรี่ เถ้าบุหรี่ และควันบุหรี่ บางคนก็ทิ้งขี้บุหรี่ภายในห้องเลยก็มี ซึ่งก็อาจจะเกิดเพลิงไหม้ลุกลามใหญ่โตขึ้นได้ หรือบางคนพอสูบบุหรี่ที่บริเวณระเบียงเสร็จก็ทิ้งขี้บุหรี่ลงไปที่ด้านล่าง ซึ่งถ้าโชคดีก็เพียงตกลงไปด้านล่างของอาคาร แต่ถ้าโชคร้ายขี้เถ้าอาจตกไปที่ระเบียงห้องด้านล่าง ซึ่งก็อาจจะไปโดนสิ่งของที่ติดไฟได้ง่าย หรือเสื้อผ้าของห้องด้านล่างที่ตากเอาไว้ ทำให้เสื้อผ้าที่ตากไว้เป็นรอยไหม้เป็นรู และอาจจะเกิดไฟไหม้ขึ้นได้อีกด้วย ส่วนควันบุหรี่ก็อาจจะลอยไปตามลม แล้วแต่ว่าลมจะพัดไปทางทิศทางไหนไป เข้าทางห้องของใคร ซึ่งก็จะมีปัญหากระทบกระทั่งตามมาได้

           ดังนั้นทางนิติบุคคลที่รอบคอบ จึงควรออกกฎระเบียบขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆเหล่านี้ ไม่ว่าจะเรื่องไฟไหม้ การรบกวนเพื่อนห้องข้างเคียง ซึ่งแน่นอนการป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่ามาแก้ปัญหาเอาทีหลัง นอกจากนี้ทางนิติบุคคลควรจัดให้มีการประชุมให้ผู้พักอาศัยในคอนโดได้เข้าใจและปฏิบัติตามกฎของนิติบุคคลอย่างเคร่งครัด เน้นถึงผลเสียที่จะตามมาของการไม่ปฏิบัติตามกฎที่จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนและเสียหายของทรัพย์สินทั้งตนเองและผู้อื่นด้วย รวมถึงการรณรงค์การห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องชุดพักอาศัยเป็นประจำ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับผลเสียและโรคที่ตามมาจากการสูบบุหรี่ ทั้งตัวผู้สูบบุหรี่ในคอนโดและห้องข้างเคียง โดยอาจทำเป็นโปสเตอร์ติดภายในลิฟต์และพื้นที่ส่วนกลางที่เห็นได้ชัดเจน รวมถึงการปรามและตักเตือนเมื่อเห็นการกระทำผิดกฎของนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของห้องที่สูบบุหรี่ในคอนโดหรือคนเช่าคอนโดสูบบุหรี่

. . . . . . . . . . .

เนื้อหาข่าวอ้างอิง สสส. เสวนาวิชาการหัวข้อ

“การคุ้มครองผู้ไม่สูบบุหรี่ในอาคารชุด”

          ภาคีเครือข่ายควบคุมยาสูบ กระตุ้นเตือนปัญหาควันบุหรี่ในอาคารชุด ชาวคอนโด อพาร์ทเมนท์ 89% เห็นด้วย หนุน “อาคารชุดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่” ส่วนใหญ่เคยรับควันบุหรี่มือสองในพื้นที่ส่วนกลาง พบ 77% รู้สึกไม่สบายจากการหายใจที่มีผู้สูบบุหรี่ในอาคารชุด ชี้สูบบุหรี่ได้แต่ต้องไม่กระทบสิทธิผู้อื่น

          เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 ที่ โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (สสท.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

          จัดการแถลงข่าวและเสวนาวิชาการ เรื่อง “การคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ในอาคารชุด” เพื่อแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ในคอนโดและคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ในคอนโด / อาคารชุดของประเทศไทย เพราะการสูบบุหรี่ต้องไม่ไปกระทบกับสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นที่ไม่ได้สูบบุหรี่

          นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า การควบคุมยาสูบจัดเป็นปัญหาการสาธารณสุขที่สำคัญของโลก รวมถึงประเทศไทย จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกในปี 2562 ระบุว่า ยาสูบฆ่าคนมากกว่า 8 ล้านคน/ปี เป็นผู้ใช้ยาสูบโดยตรงเสียชีวิตกว่า 7 ล้านคน และอีก 1.2 ล้านคนเสียชีวิตจากควันบุหรี่มือสอง ซึ่งปัจจุบันสังคมไทยมีความเป็น ‘เมือง’ มากขึ้น การอยู่อาศัยร่วมกันของผู้คนในเมืองใหญ่จึงมักอยู่ในรูปแบบของอาคารชุด

          เช่น สูบบุหรี่ในคอนโด หรืออพาร์ทเมนท์ ปัญหาเรื่องควันบุหรี่ของผู้ที่สูบในอาคารชุด เป็นปัญหาที่สังคมต้องการแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอาคารชุดเข้ามีมีบทบาทในการสร้างการรณรงค์การคุ้มครองสิทธิของผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดให้ปลอดภัยจากควันบุหรี่

          รศ.ดร.สสิธร เทพตระการพร คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในคอนโด / อาคารชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2563 โดยกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่พักอาศัยในอาคารชุดในกรุงเทพฯ ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม จำนวน 1,204 ราย พบว่า ผู้ที่พักอาศัยในอาคารชุด 15% เป็นผู้สูบบุหรี่ 85% ไม่สูบบุหรี่ โดยผู้สูบบุหรี่ 48% สูบนอกห้องตรงริมระเบียง ซึ่งผู้ที่อาศัยในอาคารชุด 89% เห็นด้วยให้ที่พักอาศัยในอาคารชุดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่

          เพราะ 77% รู้สึกไม่สบายจากการหายใจที่มีผู้สูบบุหรี่ในคอนโด / อาคารชุด 73% เคยได้กลิ่นควันบุหรี่ที่ลอยมาจากห้องอื่น และส่วนใหญ่เคยรับควันบุหรี่มือสองในพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันในอาคารชุด สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคนส่วนน้อย ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ที่พักอาศัยร่วมกัน

          รศ.ดร.นิภาพรรณ กังสกุลนิติ อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การสูบบุหรี่ในอาคารชุดส่งผลต่อสุขภาพของผู้อื่นที่ไม่สูบบุหรี่ในคอนโด / อาคารชุด เพราะควันบุหรี่สามารถกระจายลอยผ่านไปยังห้องอื่นๆ ตามช่องระบายอากาศ หน้าต่าง และรอยแตกในผนังหรือพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน จึงไม่มีระดับที่ปลอดภัยจากการสัมผัสควันบุหรี่ ทั้งนี้ อาคารชุดที่ปลอดบุหรี่จะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้พักอาศัยและประหยัดเงินได้มากด้วย โดยสหรัฐอเมริกาได้รายงานว่า การห้ามสูบบุหรี่ในอาคารชุดช่วยประหยัดเงินได้ถึงปีละ 153 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดอาคารที่มีคนสูบบุหรี่และลดความเสียหายจากไฟไหม้ของการทิ้งก้นบุหรี่

          นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พรบ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561 ไม่ได้กำหนดให้อาคารชุดเป็นเขตปลอดบุหรี่ จึงยังไม่สามารถเอาผิดตามกฎหมายฉบับนี้ได้ ซึ่งควรปรับปรุงกฎหมายให้อาคารชุดเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ ไม่กระทบกับคนส่วนใหญ่ที่พักอาศัยที่ไม่สูบบุหรี่ในคอนโด / อาคารชุด ทั้งนี้ ผู้พักอาศัยในอาคารชุดที่ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่ควรร้องเรียนเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพราะถือเป็นเหตุรำคาญตาม พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจห้ามระงับผู้หนึ่งผู้ใดมิให้ก่อเหตุรำคาญในสถานที่เอกชนด้วย

          ศ.ดร.ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ นักวิจัยภายใต้การสนับสนุนของศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ กล่าวถึงผลการศึกษามาตรการทางกฎหมายและสังคมเพื่อการคุ้มครองสิทธิของผู้ไม่สูบบุหรี่ในคอนโด / อาคารชุดในต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 

  1. ก่อนที่จะมีมาตรการห้ามสูบบุหรี่ ให้สื่อสารบ่อยๆ กับผู้อยู่อาศัยใช้ทุกช่องทาง ถึงสาเหตุการณ์ห้ามสูบบุหรี่และจะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ โดยแจ้งให้ผู้อยู่อาศัยทราบล่วงหน้าหลายเดือน ก่อนจะมีการบังคับห้ามสูบบุหรี่เพื่อให้ผู้อาศัยคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อบางคนอาจใช้เวลานี้เพื่อเลิกบุหรี่ และจัดประชุมให้ผู้อาศัยแสดงความคิดเห็นเพื่อเพิ่มการสนับสนุนและลดปัญหาการบังคับห้ามสูบบุหรี่ที่จะเกิดขึ้น
  2. การดำเนินการระหว่างและหลังการใช้มาตรการห้ามสูบบุหรี่ในคอนโด / อาคารชุด ให้มีป้ายคำเตือนแก่ผู้อยู่อาศัยรวมถึงบุคคลภายนอก โดยผู้ดูแลอาคารต้องตรวจสอบ ติดตามเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามมาตรการห้ามสูบบุหรี่ และเตือนผู้อาศัยว่าต้องรับผิดชอบค่าเสียหายกรณีการเกิดผลกระทบจากการสูบบุหรี่

          นายจรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการบริหารงานอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริหารสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยและ สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อาคารชุดมีระเบียบข้อบังคับตามกฎหมายในการอยู่อาศัยที่ร่วมกันชัดเจน ผลกระทบที่เกิดจากเพื่อนบ้านที่สูบบุหรี่ ถึงแม้จะมีจำนวนไม่มากและอยู่ในพื้นที่ของตนโดยสิทธิ แต่ก็สร้างปัญหาต่อเพื่อนบ้าน ดังนั้นแนวทางการดูแลต้องจัดการให้เหมาะสมและตอบโจทย์ทุกคน เช่น รณรงค์เชิงรุก/รับในผลกระทบเชิงสุขภาพต่อตนเองและผู้อื่นตั้งแต่เริ่มเข้าอยู่อาศัย

          จัดพื้นที่สูบบุหรี่ในคอนโดโดยเฉพาะที่ห่างไกลและสร้างผลกระทบต่ำ ขอความร่วมมือในการลดผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ที่สำคัญต้องประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ฐานข้อมูลผู้พักอาศัยที่ชัดเจน จะช่วยสร้างบรรยากาศสังคมที่ร่วมกันดูแลและสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมส่วนรวมที่ยั่งยืนได้