logo

          เข้าช่วงเทศกาล หรือวันหยุดยาว ๆ ทีไร หลาย ๆ คนคงวางแผนในการท่องเที่ยวล่วงหน้า หรือเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกันเป็นอย่างดี เพื่อจะได้ไปพักผ่อนกันอย่างสนุกสนานชาร์จแบตกันให้เต็มที่ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรละเลย มองข้าม และควรจะต้องวางแผนไปควบคู่พร้อม ๆ กันก็คือ การเตรียมพร้อมในการดูแลบ้าน หรือตรวจดูความเรียบร้อยภายในคอนโดของเราเอง ก่อนที่จะไม่อยู่บ้านไปอีกหลายวัน เพราะเอาเข้าจริงแล้วการต้องทิ้งห้องคอนโดไปนาน ๆ หลายคนคงมีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย แล้วจะต้องจัดการกับห้องอย่างไร มีส่วนไหนที่ต้องดูแลตรวจตราเป็นพิเศษบ้าง เพื่อความปลอดภัยของคอนโด รวมไปถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เรามามาดูทริคดี ๆ กันดีกว่า 

. . . . . . . . . .

10 จุด เช็กให้ชัวร์ ตรวจดูความเรียบร้อยภายในคอนโด ควรดูอะไรบ้าง

1. ประตู หน้าต่าง กุญแจ และระบบล็อกต่าง ๆ

แน่นอนว่าประตูหน้าต่างนั้น เป็นด่านแรกที่จะเข้าสู่ภายในบ้าน หรือห้องคอนโดของเรา แม้ว่าคอนโดหลาย ๆ ที่จะมีระบบคีย์การ์ดผ่านเข้า-ออก คนที่ไม่เกี่ยวข้องจะผ่านเข้าไปได้ยาก แต่ก็นั่นแหละ การตั้งอยู่บนความไม่ประมาทจะเป็นเรื่องดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของสิ่งของที่เรารัก รวมถึงตัวเราเอง ก่อนอื่นเลยควรตรวจเช็กสภาพว่าประตูมีจุดชำรุดเสียหายตรงไหนบ้างหรือเปล่า หรือหากห้องเป็นแบบประตูลูกบิดให้เช็กดูว่า ลูกบิดหลวมหรือมีอาการโยกคลอนบ้างหรือไม่ กลอน บานพับ หากมีลักษณะหลวม ๆ ก็ควรต้องรีบแก้ไข เพราะตรงจุดนี้จะเป็นช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีงัดแงะเข้ามาได้ง่าย ๆ

 

นอกจากนั้น ให้เราตรวจความเรียบร้อยภายในคอนโดดูว่า หน้าต่างของเราปิดได้สนิทหรือเปล่า รวมไปถึงมุ้งลวด เหล็กดัด ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างหลัก หน้าบานเล็ก หรือช่องรับแสง ช่องระบายอากาศในห้องน้ำ เพราะการที่ไม่อยู่บ้านหลาย ๆ วัน หากเกิดฝนตกจะทำให้ละอองน้ำเข้ามาภายในห้อง ทำให้เกิดความเสียหายให้กับเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมไปถึงอาจเป็นช่องทางให้แมลงเข้ามาสร้างความเสียหายในห้องคอนโดของเราได้ด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่ควรต้องตรวจสอบให้ดีก่อนออกจากบ้าน หากเรามีระบบล็อกประตู หรือใช้แม่กุญแจก็ตาม ให้ตรวจเช็กทดลองให้ชัวร์เลยว่ายังใช้งานได้ดี ล็อกได้แน่นหนา กระชากไม่หลุด ยังคงใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

อาจจะเป็นช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาในห้องได้ง่าย หรือหากปิดประตูหน้าต่างไม่สนิท อาจจะทำให้ฝนสาดเข้ามาในห้อง ส่งผลเสียต่อพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ

2. ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า

ระบบไฟภายในห้อง มักจะเป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนกังวลใจเวลาไปเที่ยว เช่น ลืมปิดนั่นหรือเปิดนี่ทิ้งไว้หรือเปล่า เพราะบางทีพอเดินทางแล้ว นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ทางออกที่ดีที่สุดหากเราไม่อยู่บ้านติดกันหลาย ๆ วัน ก็คือควรถอดอุปกรณ์ไฟฟ้าออกให้หมด เช่น โทรทัศน์ พัดลม เครื่องเสียง รวมถึงปิดเมนคัทเอาท์ (Main breaker) ระบบไฟฟ้าภายในห้องให้หมดด้วยเช่นกัน หรือหากมีความจำเป็นต้องเสียบอุปกรณ์บางอย่างทิ้งไว้ เช่น ตู้เย็น ตู้ปลา กล้องวงจรปิด ฯลฯ ก็ต้องตรวจตราจนมั่นใจเป็นพิเศษว่า สายไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานจริง ๆ

สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือ ควรตรวจเช็กปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วง เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดภายในบ้าน เพราะหากลืมเสียบทิ้งไว้ แล้วต้องทิ้งบ้านไปนาน ๆ โอกาสจะเกิดปัญหา มีได้อย่างแน่นอน เมื่อต้องเดินทางควรดึงปลั๊กออกให้เรียบร้อยทุกจุด แต่ก่อนอื่นให้ตรวจเช็กระบบไฟฟ้าว่ายังใช้งานเป็นปกติ สายไฟต่าง ๆ เสียหายหรือไม่ เพื่อความเรียบร้อยภายในคอนโด หากมีให้รีบซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจจะเกิดไฟรั่ว หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร จนทำให้เกิดไฟไหม้ได้

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

หากไม่ได้ปิดไฟ ถอดปลั๊ก จะทำให้เปลืองไฟโดยใช่เหตุ หรืออาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟซ็อต หรืออาจจะเกิดไฟไหม้ได้เลยก็เป็นไปได้

3. ระบบน้ำ ท่อประปา ท่อระบายต่าง ๆ

มีอยู่บ่อย ๆ เมื่อเราไม่อยู่บ้าน แล้วเกิดท่อน้ำแตก ท่อน้ำรั่ว ขึ้นมา พอกลับมาถึงห้อง พื้นเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ก็จะส่งผลต่อพื้นห้อง เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมถึงอาจจะทำให้เกิดเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ และหากต้องทิ้งห้องไปนาน ๆ กว่านั้น แล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาจะทำอย่างไร? ทางที่ดีก่อนที่จะถึงวันเดินทางจริง ๆ ควรตรวจสอบระบบน้ำ ท่อประปาต่าง ๆ เช็กดูว่ามีรอยรั่วซึม หรือไม่อย่างไร หากมีการรั่วตามจุดต่าง ๆ คุณควรรีบซ่อมแซม เพราะแม้จะพบน้ำซึมเพียงเล็กน้อย อาจจะก่อให้เกิดที่รุนแรง ทำความเสียหายให้กับทรัพย์สินของเราได้

และเมื่อถึงวันต้องเดินทางจริง ๆ ก็ควรจะปิดวาล์วน้ำทุกจุด เช่น ก๊อกน้ำ สุขภัณฑ์ ฝักบัว น้ำเข้าชักโครก หรือสายชำระ ท่อน้ำอ่างล้างหน้า ท่อน้ำซิงค์ล้างจาน หรือจุดเชื่อมต่อระบบน้ำภายในห้อง นอกจากปิดวาล์วภายในห้องแล้ว หากจะให้ดีที่สุดควรปิดวาล์วหลักที่จะปล่อยน้ำภายนอกห้องด้วย เพื่อความเรียบร้อยภายในคอนโด ป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้ด้วย

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

หากเกิดน้ำรั่ว น้ำซึมขึ้นมาจริง ๆ จะส่งผลเสียหายต่อพื้นห้อง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้เช่นกัน

4. เคลียร์ของในตู้เย็น

ข้อนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเดินทางของเราด้วย หากเดินทางแค่ 2 - 3 วัน อาจจะเสียบปลั๊กตู้เย็น เพื่อเก็บอาหารทิ้งไว้ก็ได้ แต่ก็ควรตรวจตราดูความเรียบร้อยให้มากที่สุด หากเราต้องเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดยาว ๆ มากกว่านั้น แนะนำให้วางแผนเคลียร์ของในตู้เย็น นำของสดออกมาทยอยทำอาหารให้หมดจะดีกว่า เพื่อจะได้ถอดปลั๊กตู้เย็น ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟช็อต ตอนเราไม่อยู่ได้อย่างสบายใจนั่นเอง

ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ แม้ว่าเราจะเก็บของไว้ในตู้เย็นก็ตาม หากเราไม่อยู่บ้านหลายวันจริง ๆ อาหารสดต่าง ๆ ในตู้เย็นก็จะเริ่มเน่าเสียได้ ทำให้กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เชื้อราต่าง ๆ และจะส่งกลิ่น กลายเป็นการเรียกมด แมลงสาบ และหนู เข้ามาเสียอีก ทางออกที่ดีที่สุดก่อนการเดินทางก็คือ ให้เราวางแผนเคลียร์ของในตู้เย็นล่วงหน้า งดซื้อของใหม่เข้าบ้าน จัดการกับของสดต่าง ๆ ให้หมด รวมไปถึงจานชาม อุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ ก็ควรเก็บล้างทำความสะอาด ถือโอกาสเช็ดถูตู้เย็นของเราเสียใหม่ เพราะจะได้ไม่ต้องเสียบปลั๊กตู้เย็นทิ้งไว้ และเป็นการเช็กความเรียบร้อยภายในคอนโด ทำให้ไม่ต้องเป็นกังวล

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

ทำให้อาหารเน่าเสีย เกิดเชื้อโรคต่าง ๆ เป็นที่สะสมของเชื้อราและแบคทีเรีย รวมทั้งส่งกลิ่นเหม็นจนเป็นแหล่งรวมของแมลงต่าง ๆ

5. จัดการเสื้อผ้าที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่มต่าง ๆ ให้สะอาด

ปัญหาที่หลาย ๆ คนมักมองข้ามไปก็คือ เสื้อผ้ากองโต ๆ รวมถึงผ้าปูที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม เพราะเชื่อกันว่ากลับมาทำทีหลังก็ได้ เพราะเสื้อผ้านั้นไม่เน่าไม่เสีย ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน เสื้อผ้าที่เราใส่มาตลอดทั้งสัปดาห์ รวมถึงผ้าปูที่นอนนี่แหละ ที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ไรฝุ่น สิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่เรามองเห็นและมองไม่เห็นอย่างมากมาย หากเราไม่อยู่ห้องหลายวัน ควรจัดตารางจัดการกับเสื้อผ้าทั้งหลายให้หมด ค่อย ๆ ไล่ซัก ตากให้แห้ง เพื่อไม่ให้เป็นการหมักหมม สะสมเชื้อรา และกลิ่นเหม็นอับ

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

เกิดฝุ่น คราบสกปรกต่าง ๆ รวมถึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

6. เช็กระบบสัญญาณกันขโมย กล้องวงจรปิด

หากห้องของเราติดอุปกรณ์ป้องกันปัญหาต่าง ๆ เช่น สัญญาณกันขโมย กล้องวงจรปิด กุญแจดิจิทัล ฯลฯ เราควรตรวจเช็กให้แน่ใจว่า สามารถใช้งานได้จริง ๆ และยังมีประสิทธิภาพเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ หากเป็นสัญญาณกันขโมย ก็ควรตรวจสอบแบตเตอรี่ว่ายังใช้งานได้ดี ทดสอบการแจ้งเตือนว่ายังใช้งานได้อยู่หรือไม่ หรือหากเป็นกล้องวงจรปิดที่เชื่อมต่อกับ Smartphone ก็ให้ทดลองตัดการเชื่อมต่อดูใหม่ ว่าสามารถเชื่อมต่อใช้งานได้จริงหรือไม่ ยังสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวในบ้านของเราได้ดีตลอดเวลาหรือไม่ หรือฮาร์ดดิสก์สำหรับบันทึกเต็มหรือไม่

หากพบปัญหาจะได้รีบแก้ไขเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมถึงเช็กระบบล็อกประตูที่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้า ว่ายังใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา หรือหากจะให้มั่นใจมากกว่านั้น ก็ให้เปลี่ยน Password ตั้งค่าใหม่ก่อนออกเดินทาง แต่ก็ต้องไม่ลืมจด Password ใหม่ เพื่อป้องกันการลืมด้วย หรือหากเป็นระบบกุญแจไข ก็ควรระวังการลืมเอากุญแจติดตัวไปด้วย ทางที่ดีเราอาจจะฝากกุญแจ หรือบอกรหัสเข้าห้องไว้กับญาติ หรือเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ เพื่อป้องกันความผิดพลาด หรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี

อาจจะทำให้ผู้ไม่หวังดี หรือมิจฉาชีพเข้ามาได้โดยง่าย และไม่มีการบันทึกภาพไว้ได้ ทำให้สืบหาจับตัวคนทำผิดได้ยาก

7. ต้นไม้

ต้นไม้ในปัจจุบันกลายเป็นเรื่องสำคัญไปเสียแล้ว เพราะนอกจากเราจะปลูก ดูแลเลี้ยงดูด้วยความทะนุถนอม กว่าจะโตขึ้นมาได้ ต้นไม้สวย ๆ แต่ละต้น ยังมีราคาที่ค่อนข้างจะแพง หากต้องเดินทางหรือทิ้งห้องไว้นาน ๆ ปล่อยตากแดดตากลมตากฝน โดยไม่มีคอยดูแล เกิดเหี่ยวเฉารากเน่าตายไป ก็จะเสียใจไม่ต่างจากทรัพย์สินอื่น ๆ กันเลยทีเดียว แต่เมื่อต้องเดินทางจริง ๆ เราจะทำอะไรกับต้นไม้ที่เรารักได้บ้าง ก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ปัจจุบันนี้มีระบบรดน้ำอัตโนมัติ ที่เราสามารถเปิดน้ำทิ้งเฉพาะจุดไว้ได้ พอถึงเวลาระบบก็จะทำการรดน้ำให้เราเอง

หรือหากเป็นวิธีง่าย ๆ และไม่ได้เดินทางหลายวัน ก็ใช้การรดน้ำให้ชุ่มไว้ก่อน หรืออาจจะใช้หัวรดน้ำซึม ที่มีขายตามร้านทั่ว ๆ ไป ใช้งานง่ายกับขวดน้ำแบบธรรมดา ก็เป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ และหากเราตั้งต้นไม้ไว้นอกระเบียง ก็ควรขยับเข้าหาที่ที่โดนแดดเป็นเวลา หรือตัดแต่งต้นไม้ ไม่ให้รกจนเกินไป

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

อาจจะทำให้ต้นไม้ตาย ใบเหลือง รากเน่า

8. กำจัดแมลงรบกวนต่าง ๆ

รู้หรือไม่ว่า การที่เราไม่อยู่ห้องหลาย ๆ วัน จะทำให้แมลงต่าง ๆ เข้ามาในห้องได้ง่ายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นมด แมลงสาบ หรือแมลงตัวเล็ก อื่น ๆ นอกจากเข้าไปอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในห้องของเราแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ก็จะเข้ามาทำรังอย่างถาวร และหากเราจะต้องเดินทางไปที่อื่นในช่วงวันหยุดยาว หรือต้องทิ้งห้องไว้นาน ๆ อีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะวางแผนไว้ด้วยก็คือ การป้องกันกำจัดแมลงนั่นเอง

โดยก่อนการเดินทาง เราอาจจะฉีดยาฆ่าแมลง หรือวางกับดักแมลงทิ้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในห้อง จุดที่เป็นทางเดินหรือซอกมุมในห้อง ที่เป็นที่อาศัยของแมลง เพราะนอกจากจะช่วยกำจัดแมลงในช่วงที่เราไม่อยู่ห้องแล้ว ยังช่วยป้องกันแมลงต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ เมื่อเรากลับมาก็จะเป็นห้องที่สะอาดสดใส ไร้แมลงรบกวน แต่ข้อควรระวังก็ไม่ควรฉีดยาฆ่าแมลงมากเกินไป เพราะอาจจะตกค้างเป็นอันตรายได้ และที่สำคัญอาจจะส่งกลิ่นรบกวนไปยังห้องอื่น ๆ อีกด้วย

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

หากแมลงสามารถเข้ามาทำรังในบ้าน หรือในห้องคอนโดได้ ก็จะเกิดปัญหารบกวนต่าง ๆ เป็นตัวการทำลายข้าวของเครื่องใช้ เป็นพาหะนำโรค ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

9. เก็บของมีค่าไว้ในที่ปลอดภัย

หลาย ๆ คนเลือกเก็บของมีค่าไว้ใกล้ตัว เก็บไว้ในห้อง เช่น เครื่องเพชร เครื่องประดับ สร้อย แหวน นาฬิกา เงินสด รวมถึงเอกสารสำคัญต่าง ๆ แต่การปล่อยทิ้งไว้ในห้องโดยที่เราไม่อยู่นาน ๆ นั้น ก็ควรเลือกที่จะปลอดภัยไว้ก่อน จะนำติดตัวไปด้วยนั้น ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ ๆ ทางที่ดีควรเก็บเข้าตู้ที่สามารถล็อกได้ และมีกุญแจที่แน่นหนา หรือหากมีตู้เซฟก็ควรเก็บเข้าตู้เซฟไปเลย ถ้าเป็นสิ่งของที่มีค่ามากจริง ๆ เก็บไว้ในบ้านแล้วจะทำให้เป็นกังวล ก็แนะนำให้ไปฝากธนาคารให้ช่วยเก็บดูแลก็ได้ จะช่วยให้เราเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดยาว ๆ ได้อย่างสบายใจมากขึ้นแน่นอน

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

จะทำให้สูญเสียทรัพย์สิน ของมีค่า ของสะสมต่าง ๆ

10. พื้น เพดาน และผนังห้อง

ในส่วนพื้น เพดาน และผนังห้อง เราก็สามารถตรวจความเรียบร้อยภายในคอนโด ก่อนวันหยุดยาว ๆ ได้เช่นเดียวกัน เพราะหากปล่อยไว้ ไปเที่ยวก่อนแล้วค่อยกลับมาแก้ไข ปัญหาเล็ก ๆ อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ เช่น หากมีพื้นกระเบื้องแตก หรือยุบตัวบ้าง พื้นห้องมีรอยเปิด รอยแยก หรือมีรูตามขอบผนัง ช่วงที่ต่อกับพื้นห้อง หรือเพดาน

เพราะบางครั้งเราอาจจะเจอกับปัญหาผนังห้องมีรอยร้าว สีปริแตก วอลล์เปเปอร์ลอกหลุดออกมา หรือปัญหาจากเพดาน อาจเกิดคราบน้ำหรือร่องรอยที่ไม่เคยเห็น เพราะบางครั้งปัญหาอาจเกิดต่อเนื่องมาจากห้องด้านบนห้องคอนโดของเรา อย่างเช่นผนังห้องน้ำที่อาจจะมีรอยน้ำซึมมาจากจุดอื่น ๆ หากเป็นไปได้ควรตรวจตราทุกจุดให้เรียบร้อย ก่อนทิ้งห้องไปนาน ๆ และเมื่อพบเจอควรรีบแก้ไข หรือรีบติดต่อช่างมาเพื่อจัดการความเรียบร้อยภายในคอนโดทันที

ผลเสียหากไม่ตรวจตราความเรียบร้อยภายในคอนโดให้ดี 

อาจจะทำให้ปัญหาลุกลามบานปลาย จากปัญหาเล็ก ๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างต่าง ๆ หากปล่อยไว้อาจจะซ่อมแซมได้ยาก

. . . . . . . . . .

เรื่องสำคัญอีกเรื่องในการจัดการความเรียบร้อยภายในคอนโด ที่เราอยากแนะนำก็คือ ในยุคที่ข้อมูลถูกส่งต่อถึงกันได้ง่าย ๆ ไม่ว่าเราจะเดินทางไปเที่ยวไหน ๆ หรือต้องทิ้งห้องไปหลาย ๆ วัน ไม่ควรโพสต์บอกรายละเอียดผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพราะอาจจะมีผู้ไม่หวังดีหรือมิจฉาชีพ ใช้เป็นช่องทางที่ไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับทรัพย์สินของเราได้ และการวางแผนดี ๆ ไล่ทำไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ก็จะทำให้เราหมดกังวล สามารถไปเที่ยวในวันหยุดยาวได้อย่างสบายใจ แต่หากยังเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เราสามารถแจ้งนิติบุคคลให้ช่วยดูแลห้องคอนโดของเราให้เป็นเป็นพิเศษ เพราะไม่ได้อยู่เป็นเวลานาน ๆ ได้เหมือนกัน รวมไปถึงการฝากฝังไว้กับเพื่อนข้างห้อง ช่วยเป็นหูเป็นตา ก็เป็นอีกวิธีในการช่วยดูความเรียบร้อยภายในคอนโดของเราเช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ 10 จุด เช็กให้ชัวร์ ตรวจดูความเรียบร้อยภายในคอนโด ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ ในคราวหน้านิวบ์จะนำสาระน่ารู้เรื่องการอยู่อาศัย อะไรมาแบ่งปันเพื่อน ๆ อีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะคะ