logo

          NewbTalk บทความนี้มาแปลก ไม่ได้มาว่ากันด้วยเรื่องของสารพันปัญหาชาวคอนโด แต่จะมาในแนวทางของการแนะนำการเลือกคอนโดมากกว่า ซึ่งต้องบอกก่อนนะครับว่า บทความนี้ไม่ใช่การรีวิวคอนโดนะ เพราะใจความสำคัญคือการเปรียบเทียบคอนโดครับ โดยขอเริ่มต้นด้วยโครงการยักษ์ใหญ่ในโซนเพชรเกษม ในแนว MRT สีน้ำเงินสถานีภาษีเจริญ กับโครงการ The Parkland เพชรเกษม 56 และ ศุภาลัย Veranda ภาษีเจริญ ครับ

. . . . . . . . . .

          โดยเหตุผลที่ผมนำสองโครงการนี้มาเทียบให้ดูกัน เป็นเพราะเป็นโครงการใหญ่ ในระดับร่วม ๆ 2,000 ยูนิตทั้งคู่ แถมอยู่ในทำเลเดียวกัน ถึงเหลื่อมก็เหลื่อมกันไม่เยอะ เรื่องส่วนกลาง เนื่องจากแปลนห้อง ก็มีความคล้ายกัน เดี๋ยวเราค่อย ๆ ดูไปทีละส่วนเลยครับ

ทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงและเดินทางสะดวก

          เพื่อให้บทความนี้ไม่เหมือนกับในรีวิวจนเกินไป ผมเลยจะขอยกจุดเด่นของแต่ละทำเลที่นำมาทำบทความให้ทุกคนได้เห็นกันชัด ๆ โดยในทำเลของสองโครงการนี้ มีจุดเด่นในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเด่นกว่าเรื่องของการเดินทางอยู่เล็กน้อย

            เอาเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ก่อน Megnet สำคัญของบริเวณ MRT ภาษีเจริญ ก็คือห้างเก่าแก่ที่อยู่ร่วมกับชาวบางแคมาเเสนนานอย่าง “ซีคอน บางแค” ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีทั้งของกิน ของใช้ Supermarket เรียกได้ว่าครบครันจริง ๆ อีกทั้งฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นฝั่งเดียวกับตัวโครงการ ยังเป็นที่ตั้งของ ตลาดเสนีย์ ฟู๊ดมาร์เก็ต ซึ่งตลาดเสนีย์เนี่ย ตอนที่ไปถ่ายทำคลิป หลง’เคชั่น บางแค ในรายการ NewbLifestyle ของพี่พีท ได้มีโอกาสเข้าไปนั่งพัก ซื้ออาหารในตลาดนี้มา 

          และพบว่าในตลาด มีร้านอาหารที่เป็นร้านอาหารพร้อมทาน อาหารตามสั่งต่าง ๆ เยอะมาก แต่ยิ่งไปกว่าความเยอะ คือระบบการจัดการของตลาด ที่มีการส่งแบบ Delivery โดยคาดว่า น่าจะเป็นการเข้าแอปพลิเคชั่นส่งอาหาร ในชื่อของตลาด และเข้ามาเลือกว่าอยากทานร้านไหน สามารถสั่งพร้อมกันหลายร้าน และทางตลาดก็จะทำการรับออเดอร์ และประกาศให้ร้านที่ได้ออเดอร์ทำอาหารตามรายการ และมาส่งที่จุดรวม เพื่อให้ไรเดอร์นำอาหารไปส่งตามลำดับ

          ส่วนนี้ผมมองว่ามันค่อนข้างส่งผลดีกับคนที่อยู่ในย่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่มาก่อนแล้วหรือคนที่จะมาซื้อคอนโดอยู่ก็ตาม เพราะนอกจากตลาดจะมีอาหารแล้วก็ยังมีร้านยา รวมถึงยังมีร้านสะดวกซื้อและอื่น ๆ อีกด้วย 

         ส่วนเรื่องการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า แน่นอนว่าสถานีที่สะดวกที่สุดก็คือ รถไฟฟ้า MRT ภาษีเจริญ ซึ่งเป็น รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่เราเคยทำคลิปไปว่ามีความดีงามตรงนี้สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างหลากหลายเพราะ MRT สายสีน้ำเงินอย่างที่เคยพูดไปบ่อย ๆ คือ จะมีส่วนที่วิ่งเป็นลูป นั่นแปลว่าเราเดินทางได้สองฝั่ง จากบริเวณจุด Interchange สถานีท่าพระ 

          นอกจากนี้ ก็ยังมีจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ เยอะมาก ทั้งสายสีลมที่บางหว้า สายสีเขียวที่หมอชิตกับอโศก สายสีเหลืองที่ลาดพร้าว สถานี เพชรบุรี ก็เชื่อมต่อ APRL คือจุดเชื่อมต่อ รถ ราง เรือ เขาเยอะมาก ๆ ก็สามารถไปดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของเราเลยครับ

. . . . . . . . . .

เปรียบเทียบข้อมูลโครงการ

          ในส่วนนี้ เราจะนำ Factsheet ของทั้งสองโครงการมาเปรียบเทียบกัน เพื่อจะได้เห็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจนครับ โดยส่วนใหญ่เวลาคนเปรียบเทียบคอนโด อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการเปิดข้อมูลสลับไปมา แล้วเกิดความสับสน จึงทำการรวมข้อมูลของทั้งสองโครงการนำมาไว้ด้วยกันคร่าว ๆ พร้อมทั้งมีข้อมูลในเรื่องของภาพรวมโครงการด้วยครับ

The Parkland เพชรเกษม 56

3 อาคาร ความสูง 32 31 และ 29 ชั้น

จำนวนยูนิต 2,047 

ยูนิตที่จอดรถ 50%                                                                     

รูปแบบยูนิตพักอาศัย

Studio 25.00 - 25.50 ตร.ม.

1 Bedroom 26.50 - 37.50 ตร.ม.

2 Badroom 1 Bathroom 48.50 - 49.00 ตร.ม.

2 Bedroom 2 Bathroom 62 ตร.ม.

ศุภาลัย Veranda ภาษาเจริญ

 1 อาคาร 2 ทาวเวอร์ 34 และ 30 ชั้น

จำนวนยูนิต 1,810 ยูนิต

ที่จอดรถ 52%

รูปแบบยูนิตพักอาศัย

Studio 28.00 - 33.00 ตร.ม.

1 Bedroom 35.00 - 47.50 ตร.ม.

2 Badroom 58.00 - 69.50 ตร.ม.

. . . . . . . . . .

ภาพรวมตัวโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวก

          สำหรับภาพรวมตัวโครงการและสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งสองโครงการจะทำมาในสไตล์คล้าย ๆ กันเลย คือ เป็นสไตล์รีสอร์ต เน้นพื้นที่กว้าง ๆ รองรับกับจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างสูง มีความร่มรื่นและมีให้ใช้อย่างหลากหลาย

 ศุภาลัย Veranda ภาษีเจริญ

           โดยจุดเด่นของพื้นที่ส่วนกลางของศุภาลัย เวอเรนด้า ภาษีเจริญ คือ พื้นที่ส่วนกลางจะอยู่บนชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นเริ่มต้นของยูนิตพักอาศัย โดยจะลากยาวตั้งแต่อาคารเอ ไปจนถึงอาคารบี เปรียบเสมือนเป็นเส้นทางธรรมชาติ ให้ลูกบ้านได้ผ่อนคลาย 

          และนั่นแปลว่าลูกบ้านในทุก ๆ อาคารจะสามารถลงมาใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้อย่างสะดวกรวมถึงมีสระว่ายน้ำความยาวกว่า 40 เมตร อยู่ด้วย และนอกจากนี้ในดาดฟ้าชั้น 30 ของอาคารบี ก็ยังมีส่วนกลางเพิ่มเติมด้วย แถมในพื้นราบ ก็ยังมีพื้นที่สีเขียวอีกกว่า 4 ไร่ด้วย

The Parkland เพชรเกษม 56

           ส่วนทางด้านของพาร์คแลนด์ ในแง่ของความใหญ่โตอลังการ โดยทางพาร์คแลนด์ เขาจะวางพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้ใจกลางของอาคารทั้ง 3 อาคารเลยครับ กินพื้นที่เป็นสวนเล่นระดับ ตั้งแต่ชั้นล่างสุด เชื่อมไปที่ 3 และขึ้นไปจนถึงชั้นที่ 6 เลย โดยมี เลเวลการ์เด้น เป็นไฮท์ไลท์ รวมถึงยังมีสระว่ายน้ำถึง 2 สระด้วยกัน รวมถึงตัวพื้นที่ส่วนกลางก็ทำมาอย่างหลากหลายและมีให้เลือกใช้กับแบบจุใจมาก ๆ ครับ

          คือต้องบอกแบบนี้นะครับทุกคน เราจะไม่เบลมนะว่าโครงการไหนดีกว่ากัน เพราะด้วยขนาดและก็ฟังก์ชันของพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เขามีมาให้พอๆ กัน อันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละท่านเเล้วว่าชอบส่วนกลางรูปแบบไหนมากกว่ากัน ชอบแบบ อยู่รวมกันตรงกลางแบบพาร์คแลนด์ หรือ มีส่วนที่เป็นแนวราบบางด้านบนบ้าง หลบมุมตึกกันบ้างแบบศุภาลัยครับ

. . . . . . . . . .

เปรียบเทียบแปลนห้อง

          ทีนี้มาดูในส่วนของแปลนห้องกันบ้างครับ สำหรับเรื่องของแปลนห้อง จากตอนที่เราพูดเรื่อง Factsheet ของโครงการ จะเห็นว่า โดยรวมแล้วขนาดห้องในแต่ละ Type ศุภาลัย จะมีขนาดใหญ่กว่า

ถ้าอย่างนั้นผมจะขอเลือกเป็นทีละแปลน ทีละโครงการแล้วกันนะครับ

The Parkland เพชรเกษม 56

          ตัวโครงการ The Parkland เพชรเกษม 56 ด้วยความที่เขามี 3 ตึก ซึ่งแต่ละแปลน ก็จะกระจายกันไปทุกไทป์ในทุกตึกเลยนะครับ เดี๋ยวมาเริ่มที่แบบ Studio กันก่อน ซึ่งผมดูจากทั้งสามตึกแล้ว โดยส่วนตัวจะเลือกเป็นตึก A ครับ โดยจะมีทั้งหมด 2 ตำแหน่งตามนี้ครับ

          1 S2-A09 กับ 1S3-A16 โดยทั้งสองตำแหน่งนี้ก็มีความเหมือนกันในเรื่องของความค่อนข้างเป็นส่วนตัวครับ โดยทั้งสองห้องอยู่ในฝั่งตึกที่ไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านในยูนิตอื่นเดินผ่านห้องเราด้วย โดยเฉพาะห้อง 1S3-A16 ไม่ติดเพื่อนบ้านทั้งสองฝั่งเลยครับ 

          ส่วนเรื่องวิว 1A3-A16 จะเป็นทิศใต้ ห้องอาจจะร้อนหน่อย แต่จะไปรับวิวรถไฟฟ้าครับ แนะนำให้เลือกชั้น 10 ขึ้นไป ถึงมันจะค่อนข้างไกลแต่พยายามเลือกให้พ้นระยะรางขึ้นไปหน่อยจะค่อนข้างสวยเลย ส่วน 1S2-A09 เป็นวิวส่วนกลาง ก็ถือว่าเป็นวิวที่ค่อนข้างสวยครับ แถมอยู่ทิศเหนือ ไม่ร้อนแดด ลมพัดเย็นสบายเพราะจะถูกอาคารซีและบีดักเอาไว้ด้วย

          จากนั้นเรามาดูแบบ 1 Bedroom กันบ้างครับ ห้อง 1 Bedroom ในโครงการ เอาจริง ๆ มีให้เลือกเยอะมากนะ และก็ค่อนข้างหลากหลายเลย ตรงนี้ผมจะให้มองภาพรวม ว่า อันดับแรก เลือกไทป์ห้องที่ชอบก่อน โดยก็มีทั้งแบบหน้ากว้างครัวเปิด มีแบบครัวปิดติดระเบียง แบบมีห้องอเนกประสงค์ หลากหลายเลย

         จากนั้นเราค่อยมาดูตำแหน่งนะครับ โดยหลัก ๆ แล้วก็จะมีอยู่สองวิว คือหันเข้าส่วนกลาง กับหันออกด้านนอก ในตึก A และ C การหันออกด้านนอกไม่มีปัญหา ตึก A พ้นระยะรถไฟฟ้าขึ้นไปก็ถือว่าโอเค C นี่หายห่วงเลย แต่ตึก B ทิศที่หันออกนอกโครงการ จะเจอคอนโดเพื่อนบ้าน ต้องระวังด้วยนะครับ

          สุดท้าย มาดูห้องแบบ 2 Bedroom กันบ้าง มีมาให้ดู 2 ขนาด คือ ขนาดเริ่มต้น 48.5 ตารางเมตร แล้วก็โดดไป Type ใหญ่สุด ที่ 62 ตารางเมตรเลย โดย ใจผมเอนเอียงไปทางแปลนของตึก C ในตำแหน่งนี้เลยครับ

           เดี๋ยวเอาห้องเล็กก่อน 2A2-C30 ที่ผมเลือกห้องนี้ เพราะเป็น 2 Bedroom ที่หันออกนอกโครงการในทิศเหนือ อันนี้พูดได้ไม่เต็มปากนะครับว่าตอนเช้าจะไม่ร้อน เพราะระเบียงเฉียงไปทางตะวันออกนิด ๆ แต่ในเรื่องของวิว ที่ค่อนข้างโล่งและไพรเวท รวมถึงผนังห้องที่ไม่ติดเพื่อนบ้าน ผมมองว่าตำแหน่งนี้ดี

          ส่วนอีก 2 ตำแหน่ง 2B2-C01 / 2C2-C14 สองห้องนี้จะหันไปทางพื้นที่ส่วนกัน แต่วิวจะต่างกัน คือ ถ้าเป็น C01 จะเป็นวิวส่วนกลาง ซึ่งหากเราหันหน้าออกระเบียง แล้วมองเฉียงไปทางซ้าย วิวที่ได้นอกจากวิวส่วนกลางคือวิวรถไฟฟ้า ค่อนข้างสวยเลย ส่วนตำแหน่ง C14 อันนี้ข้อดีคือ ไม่ติดเพื่อนบ้านและเดินใกล้ลิฟต์กว่า วิวจะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เเละมองยาวไปในทิศตะวันออกของโครงการ ก็เป็นซิตี้วิว ถือว่าใช้ได้เหมือนกันครับ 

. . . . . . . . .

ศุภาลัย Veranda ภาษีเจริญ

          ทีนี้มาดูศุภาลัยกันบ้าง ลักษณะอาคารพักอาศัยของเขาเนี่ยจะ ค่อนข้างอยู่ติดถนนว่าปาร์คแลนด์หน่อย ฉะนั้นทำให้ทาวเวอร์เอของศุภาลัย เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างดีครับ ส่วนทาวเวอร์บีนั้น จะมีระยะปะทะกับพาร์คแลนด์นิดหน่อย แนะนำว่าให้ไปเลือกเป็นฝั่งที่หันออกด้านนอกโครงการจะค่อนข้างโปร่งกว่าครับ

           โดยเดี๋ยวค่อย ๆ ดูไปทีละส่วนเลยครับ เริ่มที่ขนาดห้องเริ่มต้นกันก่อน เป็นแบบ Studio 28 - 33 ตารางเมตร แปลนเป็นห้องตอนลึก Lay out คล้ายกันทั้งหมดเลยนะครับ ห้องจะค่อนข้างกว้าง ซึ่งเป็นจุดแข็งของทางศุภาลัยเขาเลย

           ซึ่งตำแหน่งที่ผมมองว่าน่าสนใจ จะเป็นตำแหน่ง นี้นะครับ ซึ่ง จะเป็น Studio ขนาด 29 ตารางเมตรครับ วิวดี ตำแหน่งดีทั้งคู่ ห้องด้านบน ผนังไม่ติดเพื่อนบ้าน ห้องด้านล่างไม่มีห้องตรงข้าม

 ซึ่งแปลนห้องเขาจะเป็นแบบระเบียงปกติ ตามรูปที่แนบมานี้นะครับ

            แต่มันก็จะมียูนิตที่เป็นระเบียงกว้าง ตามรูปนี้ด้วย เป็นขนาด 33 ตารางเมตร ซึ่งเขาจะไปอยู่ที่ทาวเวอร์บีครับ ตำแหน่งที่เลือกจะเป็นสองห้องนี้เลยครับ รูปมันค่อนข้างเล็กนิดหนึ่งเนอะ โดยสองตำแหน่งด้้านบนนี้นะครับจะเป็นยูนิตที่ห้องหนึ่งไม่ติดเพื่อนบ้าน แต่ว่าใกล้ลิฟท์ทั้งคู่ และระเบียงก็ได้วิวสระ แต่ว่าหางตาซ้ายจะติดตึกพาร์คแลนด์นิด ๆ แต่ทางขวานี่วิวค่อนข้างสวยครับ เป็นวิวรถไฟฟ้า ก็ถือว่าไม่แย่ครับ ไม่ได้ติดกันจนอึดอัด จริง ๆ คือมันห่างพอสมควรเลย 

          และก็มีอีกสองห้องทางด้านล่าง ที่หันออกนอกโครงการ ด้านนี้จะได้วิวค่อนข้างโล่งเลย แน่นอนว่าโล่งกว่าสองห้องทางด้านบนแน่นอน เรื่องตำแหน่ง ระยะเดิน เหมือนกันทุกประการครับ

          ต่อไปยูนิต 1 Bedroom ถ้าเลือกทาวเวอร์เอ จะเป็นแปลนขนาด 35 ตารางเมตรนะครับ แต่ละห้องจะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้มีความได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเท่าไหร่ ให้เน้นไปที่วิวที่ชอบก็พอครับ 

          ส่วนในทาวเวอร์บี จะมีตำแหน่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือตำแหน่งของห้อง 1 Bedroom 35 ตารางเมตรอีกไทป์หนึ่งครับ เป็นไทป์นี้ ในตำแหน่งนี้เลย ซึ่งเป็นตำแหน่งห้องที่มีแค่ชั้นละห้อง สำหรับทิศที่หันออกนอกโครงการนะครับ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นตำแหน่งที่เดินไกลลิฟต์หน่อยแหละ แต่ค่อนข้างสวย และก็ค่อนข้างเป็นส่วนตัวเลย ส่วนสีเหลือง ๆ เขียว ๆ ทางด้านซ้ายมือ ก็จะเป็น 1 Bedroom 45 ตารางเมตร ที่ห้องค่อนข้างใหญ่ หันออกด้านนอกเหมือนกัน เเละได้วิวสวนด้วย 

          ส่วนสีน้ำตาลฝั่งตรงข้าม ก็จะเป็นวิวสระ และก็หันปรับวิวรถไฟฟ้าครับ อันนี้แอบกระซิบว่าส่วนตัวผมไม่ค่อยแนะนำ 1 Bedroom แปลนสีเขียวที่อยู่มุมชิดไปทางซ้ายเท่าไหร่ ถ้าเป็น 3 - 4 ห้องทางขวา โอเคครับ

          สุดท้าย แบบ 2 ห้องนอน จากที่ผมดูแต่ละตำแหน่งก็ ถือว่าวางออกมาค่อนข้างโอเคนะครับ แต่ผมตัดสินใจมาเลือก 2 ตำแหน่งนี้ในทาวเวอร์เอดีกว่า ตามรูปนี้เลยครับ

          โดยห้องฝั่งด้านบน จะเป็น 2 Bedroom ขนาด 64 ตารางเมตร ไซส์ค่อนข้างใหญ่ ระเบียงหันรับวิวรถไฟฟ้าและซิตี้วิวด้วย

          ส่วนห้องด้านล่าง จะเป็นขนาด 56 ตารางเมตร จุดเด่นคือมีระเบียงสองทิศ รับวิวเปิดโล่งทั้งคู่

          ส่วนข้อเสียของ 2 Bedroom ตำแหน่งนี้คืออยู่ทิศใต้ของโครงการ อาจจะร้อนแดดบ่ายหน่อยโดยเฉพาะห้อง 56 ตารางเมตร แต่ผมมองว่าคุ้มค่ากับตำแหน่งและวิวที่ได้ครับ โดยเฉพาะยิ่งเป็นห้องหน้ากว้าง ๆ แบบนี้ด้วยแล้ว

. . . . . . . . . .

         และนี่ก็คือทั้งหมดของบทความเปรียบเทียบคอนโด The Parkland เพชรเกษม 56 และ ศุภาลัย Veranda ภาษีเจริญครับ โดยแน่นอนว่าอย่างที่ผมบอกเสมอว่า ห้องที่ผมแนะนำ อาจไม่ใช่ห้องที่คุณชอบ และห้องที่ผมไม่ได้แนะนำ ไม่ได้แปลว่ามันไม่ดีครับ ซื้อห้องตามใจผู้อยู่ ตัดสินใจตามตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้ายังเกิดความลังเล ไม่แน่ใจ สามารถทักมาคุยกับพวกเราได้เสมอครับ