logo

          สำหรับกู้ไม่ผ่านคงอาจจะเกิดขึ้นได้หลายคน เพราะต้องยอมรับว่าหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เพื่อน ๆ หรือใครก็ตามที่กำลังต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม หรืออาจจะเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใดก็ตาม ต่างพากันรู้สึกเครียดกันไปตาม ๆ กัน นั้นคือปัญหาในเรื่องของการกู้ไม่ผ่าน รวมไปถึงปัญหาหนักอกหนักใจว่าทำไมเราต้องมาเจอปัญหาขอสินเชื่อบ้านไม่ผ่านทําไงดีอยู่เรื่อยไป ทั้งนี้ในความจริงแล้วเราเองก็พร้อมเตรียมตัว เตรียมข้อมูล รวมทั้งปรึกษากับทางธนาคารอย่างดี แต่เมื่อทำเรื่องยื่นขอสินเชื่อไปจริง ๆ กลับกลายเป็นว่าเรามีปัญหาอะไรบางอย่างที่ส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ จนเป็นเหตุให้สินเชื่อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ ตามที่เราต้องการจะไปซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ต้องมลายหายไปกับตา เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มรู้สึกแล้วว่าจะมีใครพอจะให้คำตอบกับเราได้บ้าง เพราะในช่วงเวลานี้ หากจะมีใครมาบอกวิธีขอสินเชื่อให้ผ่านก็คงจะน่าสนใจไม่น้อย ดังนั้น เราไปหาคำตอบพร้อมกันดังนี้

. . . . . . . . . .

ปัญหาการกู้ไม่ผ่านมีอะไรบ้าง

กู้ไม่ผ่าน

1. ปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะมีประวัติแบล๊คลิสต์เครดิตบูโร

          เชื่อว่าปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะติดประวัติแบล๊คลิสต์เครดิตบูโร น่าจะเป็นหนึ่งสาเหตุของการถูกปฏิเสธสินเชื่อบ้านในยุคนี้เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยค่านิยมของสังคมไทยในปัจจุบันที่มักจะกระตุ้นหรือสนับสนุนให้คนเราเป็นหนี้กับเรื่องง่าย ๆ กันได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชันผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์หรือโปรโมชันของบัตรเครดิตต่าง ๆ ซึ่งบางทีก็เป็นการปลูกฝังนิสัยการใช้จ่ายเงินเกินตัวที่เราคงคาดไม่ถึง และเมื่อภาระหนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อาจจะทำให้เพื่อน ๆ หลายคนกำลังประสบปัญหาการเป็นหนี้เสีย จนมีประวัติแบล๊คลิสต์ในเครดิตบูโรแบบไม่รู้ตัว

          ซึ่งโดยปกติแล้วก่อนจะยื่นขอสินเชื่อบ้านต่าง ๆ เพื่อน ๆ ที่เป็นผู้กู้จะได้รับเอกสารยินยอมขอตรวจสอบเครดิตบูโรจากทางธนาคาร เมื่อเพื่อน ๆ เซ็นอนุญาตให้ความยินยอมแล้ว ธนาคารก็จะใช้เอกสารนี้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อตามขั้นตอนต่อไปนั่นเอง ปัญหาอยู่ที่ว่าหากประวัติเครดิตบูโรของเพื่อนมีประวัติหนี้เสียจริง ๆ ธนาคารก็จะมาปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อของเพื่อน ๆ นั่นเอง 

          ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่มักจะพบว่าเป็นสาเหตุของการติดแบล๊คลิสต์เครดิตบูโร ก็อย่างเช่น การค้างชำระมาหลายงวด, การชำระหนี้ล่าช้าบ่อยครั้ง,การถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อบังคับจำนองต่าง ๆ , การถูกแจ้งข้อหาทุจริต เป็นต้น แน่นอนว่าหากมีใครที่มีประวัติการเป็นหนี้เช่นนี้มาขอยืมเงินเรา เราก็คงไม่ยินดีที่จะให้เขาคนนั้นยืมเงินของเราไป เพราะเราก็เชื่อว่าคงจะมีแนวโน้มสูงมากที่เขาคนนั้นอาจจะไม่คืนเงินเราก็ได้ ซึ่งเรื่องก็ไม่ต่างไปจากคนที่มีประวัติแบล๊คลิสต์เครดิตบูโรมาขอสินเชื่อกับทางธนาคารนั่นเอง เพราะธนาคารก็คงจะเห็นแล้วว่า ผู้กู้รายนี้มีศักยภาพในการเป็นลูกหนี้ที่ดีค่อนข้างต่ำอย่างแน่นอน 

          ดังนั้น วิธีแก้ไขปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะมีประวัติแบล๊คลิสต์เครดิตบูโรแบบง่าย ๆ ก็คือ การรักษาความสามารถในการผ่อนจ่ายชำระหนี้ของเราให้ดีและสม่ำเสมอไปเรื่อย ๆ จนสามารถปิดหนี้ก้อนนั้นไปได้ แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่หมดโอกาสนั้นไปแล้ว เพราะตอนนี้มีประวัติแบล๊คลิสต์เครดิตบูโรเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ โดยการรอคอยเวลา 3 ปี เพื่อให้ข้อมูลประวัติหนี้เสียของเราที่แสดงในเครดิตบูโรนั้นหายไป เพราะโดยปกติแล้ว บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการข้อมูลเครดิตบูโรจะจัดเก็บข้อมูลไม่เกิน 3 ปี นั่นเอง ดังนั้น เมื่อครบกำหนด 3 ปี ประวัติการชำระหนี้ต่าง ๆ ก็จะถูกลบออกไปจากฐานข้อมูลของเครดิตบูโรไปโดยอัตโนมัติ นั่นเอง 

กู้ไม่ผ่าน

2. ปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนสินเชื่อของธนาคารนั้น ๆ

          เรื่องนี้เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คงจะไม่ต่างไปจากการตรวจข้อสอบให้คะแนนนักเรียนที่เหล่าคุณครูทำกัน เพราะโดยปกติแล้ว ก่อนที่จะอนุมัติสินเชื่อบ้านต่าง ๆ แต่ละธนาคารก็จะมีเกณฑ์การให้คะแนนพิจารณาสินเชื่อต่าง ๆ โดยข้อมูลของผู้กู้ก็จะถูกจัดอันดับให้คะแนนไปตามมาตรฐานที่ธนาคารนั้นวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเกณฑ์พื้นฐานทั่วไป เพศ อายุ การศึกษา อย่างเช่นการกำหนดว่าอายุเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้กู้จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และก็ต้องไม่เกินกว่า 65 ปี เป็นต้น รวมทั้งรายละเอียดในเรื่องของอายุงาน, อาชีพ , ที่มารายได้ อย่างเช่นเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้กู้จะต้องไม่ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยง หรือต้องไม่เคยมีประวัติถูกธนาคารฟ้องร้องมาก่อน เป็นต้น 

          เมื่อรายละเอียดข้อมูลของผู้กู้ครบถ้วนตามที่ธนาคารกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ละธนาคารก็จะนำปัจจัยเหล่านี้ มาประมวลผลถึงความเป็นไปได้ในการปล่อยสินเชื่อ รวมทั้งการประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อครั้งนี้ โดยธนาคารจะเรียกกันว่า “Credit Scoring” ซึ่งถ้าหากเพื่อน ๆ ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ว่านี้ ก็จะถูกปฏิเสธสินเชื่อ กลายเป็นปัญหากู้ไม่ผ่าน นั่นเอง

          ดังนั้น วิธีแก้ไขปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนสินเชื่อของธนาคารนั้น ๆ แบบง่าย ๆ ก็คือ เราสามารถส่งจดหมายขอทราบเหตุผลของการไม่อนุมัติสินเชื่อจากธนาคารนั้น ๆ ได้ เพื่อที่เพื่อน ๆ จะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงๆ ของปัญหากู้ไม่ผ่านในครั้งนี้ ดีกว่ามานั่งเดาสาเหตุหรือเที่ยวหาคำตอบในอินเตอร์เน็ต และเมื่อเพื่อน ๆ ได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็ลองนำไปปรับปรุงเพื่อแก้ไขช่วยทำให้การขอสินเชื่อในครั้งต่อไปจะได้ไม่ติดปัญหาแบบเดิม ๆ อีกต่อไปได้ 

กู้ไม่ผ่าน

3. ปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะมีปัญหาเรื่องของการกู้ร่วม

          แน่นอนว่าหากเพื่อน ๆ ที่มีปัญหาในเรื่องของความสามารถในการผ่อนจ่ายไม่สูงมากพอในการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม เพื่อน ๆ ก็คงจะเคยได้ยินวิธีที่จะช่วยให้เรามีโอกาสอนุมัติสินเชื่อให้ผ่านง่ายขึ้น วิธีที่ว่านี้ก็คือ การกู้ร่วม เพื่อจะได้นำความสามารถในการผ่อนจ่ายของ 2 คนมาร่วมกัน เพราะเมื่อความสามารถในการผ่อนจ่ายสูงขึ้น เราก็จะสามารถผ่อนจ่ายต่อเดือนได้มากขึ้น วงเงินกู้ของเราก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แต่แล้วแนวทางที่ดูจะเป็นทางออกที่ดีนี้ ใครจะไปคิดว่ากลับกลายเป็นสาเหตุของปัญหากู้ไม่ผ่านเอาเสียเอง 

          ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะมีปัญหาเรื่องของการกู้ร่วม อาจจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมไม่มีความเกี่ยวข้องกัน หรือไม่เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด โดยปกติแล้วธนาคารทั่วไปมักจะกำหนดว่าการกู้ร่วมจะต้องเป็นบุคคลในครอบครัวที่เกี่ยวข้องกัน เช่น บิดามารดาและบุตร, สามี-ภรยา , พี่น้องท้องเดียวกัน เป็นต้น ดังนั้น ไม่ใช่ว่าจะเอาเพื่อนหรือคนรู้จักที่ไหนมาเป็นผู้กู้ร่วมแล้วจะคิดว่าผ่านการอนุมติสินเชื่อง่าย ๆ 

          และแม้ว่าเพื่อน ๆ จะมีผู้กู้ร่วมที่เป็นไปตามรายละเอียดที่ตามธนาคารกำหนดไว้แล้ว ก็อย่าพึ่งสบายใจไป เพราะในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้ร่วมก็จะไม่ต่างไปจากผู้กู้หลักที่จะต้องพิจารณารายละเอียดส่วนตัว รวมทั้งแหล่งรายได้ ซึ่งถ้าหากผู้กู้ร่วมที่ว่านี้ทำงานประจำเหมือนกัน ก็จะช่วยให้การพิจารณาอนุมัติสิเชื่อนั้นง่ายขึ้น แต่ถ้ามีอาชีพอิสระที่มีรายได้ไม่แน่นอน หรืออาชีพค้าขายที่ไม่มีเอกสารประกอบแหล่งที่มาของรายได้ที่ชัดเจน ก็จะถูกมองถึงความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของรายได้ที่อาจจะไม่ได้ช่วยให้การขอสินเชื่อครั้งนี้มีความสามารถในการผ่อนจ่ายสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้แต่ผู้กู้ร่วมที่ทำงานประจำเอง หากเป็นคนที่เปลี่ยนงานบ่อย หรือพึ่งย้ายที่ทำงานมาได้ไม่นาน ก็อาจจะเป็นประเด็นในเรื่องความเสี่ยงของความน่าเชื่อถือของรายได้เช่นกัน 

          ดังนั้น วิธีแก้ไขปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะมีปัญหาเรื่องของการกู้ร่วมง่าย ๆ ก็คือ การเลือกบุคคลที่จะมากู้ร่วมกับเราให้อยู่ในเงื่อนไขตามที่ธนาคารนั้นกำหนดก็จะดีที่สุด และต้องไม่ลืมพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของรายได้ของคนที่จะมาผู้กู้ร่วมกับเพื่อน ๆ ในครั้งนี้ อีกด้วย 

กู้ไม่ผ่าน

4. ปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะมีภาระหนี้สินเกินตัว

          เรื่องนี้คงจะโทษใครอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากการโทษนิสัยการใช้จ่ายของตนเอง ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ มีภาระหนี้ที่จะต้องผ่อนจ่ายในตอนนี้เกิน 40% ของรายได้ ไม่ว่าจะเป็น หนี้บัตรเครดิต, หนี้รถ, หนี้ผ่อนจ่ายสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น สมมติตัวเลขง่าย ๆ ให้เพื่อน ๆ ทำความเข้าใจง่าย ๆ เช่น ถ้าเพื่อน ๆ มีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน ภาระหนี้แต่ละเดือนไม่ควรเกิน 8,000 บาท ดังนั้น หากใครซื้อรถยนต์ และกำลังผ่อนรถอยู่ ถ้าต้องผ่อน 8,000 บาทต่อเดือน ก็เรียกง่าย ๆ ว่าโอกาสที่เพื่อน ๆ จะไปยื่นขอสินเชื่อบ้านแล้วจะผ่านการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารคงเป็นไปได้ยาก ยิ่งถ้าเพื่อน ๆ กำลังผ่อนจ่ายหนี้บัตรเครดิต และผ่อนจ่ายสินค้าต่าง ๆ ด้วยแล้ว ก็พอจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าภาวะการเงินของเราตอนนี้มีความตรึงตัวมากแค่ไหน 

          เพราะอย่าลืมว่ารายได้แต่ละเดือนของเรา นอกจากจะต้องนำมาผ่อนจ่ายภาระหนี้ที่เราสร้างไว้แล้ว ยังต้องนำมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัย, การเดินทาง, การกิน เป็นต้น อีกด้วย

          ดังนั้น วิธีแก้ไขปัญหากู้ไม่ผ่าน เพราะมีภาระหนี้สินเกินตัวง่าย ๆ ก็คือ การมีวินัยทางการเงินและการใช้จ่ายของตนเองให้มากขึ้น ลดการใช้จ่ายก่อหนี้สินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ หรือถ้าเพื่อน ๆ คิดว่าการจำกัดการใช้จ่ายของตนเองเป็นเรื่องที่ยากเกินไป ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นวิธีเพิ่มรายได้ดูแทนก็ได้ หากเพื่อน ๆ มีความสามารถในการเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ความสามารถในการผ่อนจ่ายก็จะสูง ก็เป็นได้ว่าอาจจะมีโอกาสยื่นขอสินเชื่อแล้วผ่านอนุมัติก็ได้เช่นกัน 

. . . . . . . . . .

          ท้ายนี้ สำหรับใครที่อาจจะเคยประสบปัญหากู้ไม่ผ่าน หรือเพื่อน ๆ กำลังทำเรื่องขอสินเชื่ออยู่ในขณะนี้ ลองมาอ่านบทความ แล้วลองนำไปสำรวจตนเองดู นำไปประยุกต์ใช้กับตนเองก็ได้ เชื่อว่าทางออกของปัญหาที่กล่าวมานี้ อาจจะทำให้เพื่อนมีโอกาสผ่านอนุมัติสินเชื่อมากขึ้นได้นั้นเอง และนี้ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดของการกู้ไม่ผ่าน ส่วนประเด็นอื่น ๆ ของการที่จะซื้อคอนโดนั้น CondoNewb เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ก็สามารถหาอ่านเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นบทความ Insight หรือบทความ Talk ก็ได้หมดและเป็นประโยชน์อย่าง กู้ไม่ผ่านห้ามยึดเงินจองนะ เป็นต้น และเพื่อน ๆ สามารถเข้ามาสอบถามข้อสงสัยเรื่องคอนโดทาง Inbox ได้เลยครับ