logo

          เมื่อพูดถึงชีวิตการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม แน่นอนว่าข้อจำกัดแรกที่หลายคนคิดถึงคือเรื่องของ ‘พื้นที่’ ที่ค่อนข้างเล็ก อย่างคอนโดห้องหน้าแคบ ทำให้ภายในห้องไม่ได้มีความโปร่งสว่าง โล่งสบายเหมือนกับที่อยู่อาศัยประเภทอื่น ๆ ด้วยข้อจำกัดเรื่องขนาดพื้นที่ของคอนโดมิเนียมแบบนี้ ทำให้รูปแบบ Layout ของคอนโดจึงกลายมาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะด้วยความเคยชินมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า หากเป็นบ้านหรือที่อยู่อาศัยแล้ว การยิ่งมีหน้าบ้านกว้าง ๆ จะยิ่งดี จึงทำให้หลายคนเริ่มเปรียบเทียบระหว่าง คอนโดห้องหน้ากว้าง และคอนโดห้องหน้าแคบกันขึ้นมา

      จากบทความ คอนโดห้องหน้ากว้าง VS ห้องตอนลึก เด่นด้อยกว่ากันยังไงบ้าง ที่ Condonewb ได้พูดถึงความแตกต่างหระว่างคอนโดห้องหน้ากว้างและคอนโดสไตล์นี้กันไปค่อนข้างละเอียดเจาะลึกเกี่ยวกับจุดเด่นจุดด้อยและความแตกต่างระหว่างคอนโดมิเนียมสองรูปแบบกันไปแล้ว ซึ่งถ้าหากใครอยากรู้ความแตกต่างระหว่าง Layout ห้องทั้งสองแบบนี้ก็สามารถตามไปอ่านกันได้ แต่เนื่องจากคอนโดแบบนี้นั้นมีข้อจำกัดเรื่องของพื้นที่มากกว่าคอนโดห้องหน้ากว้าง และคอนโดห้องหน้าแคบมักจะพบปัญหาเรื่องของความอึดอัด ไม่โปร่งสบาย และมีพื้นที่ใช้สอยที่มีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอกับการใช้งาน ดังนั้นในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกเรื่องของคอนโดห้องหน้าแคบกันมากขึ้น โดยจะพาผู้อ่านทุกคนไปดูว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง ที่ทำให้คอนโดห้องหน้าแคบนั้นดูกว้างมากขึ้น รวมไปถึงการจัดฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยภายในคอนโดห้องหน้าแคบให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุดด้วย

 

. . . . . . . . . .

ข้อจำกัดของคอนโดห้องหน้าแคบมีอะไรบ้าง

          ช่องแสงน้อยเพราะไม่มีพื้นที่กรุผนัง – แน่นอนว่าเมื่อเป็นคอนโดห้องหน้าแคบแล้ว พื้นที่สำหรับวางกระจกเปิดช่องแสงนั้นยิ่งมีน้อยลงไปกว่าเดิม ทำให้หลายโครงการคอนโดมิเนียม ยูนิตที่มี Layout ห้องที่เป็นลักษณะห้องตอนลึกหรือห้องหน้าแคบ จะเหลือช่องแสงแค่เพียง 1 ช่องเท่านั้น โดยมักจะมีขนาดเท่ากับกระจก 2 บานหรือประมาณ 2 – 3 เมตร ทำให้แสงธรรมชาติไม่ค่อยสอดลอดเข้ามาในห้องเพียงพอ ห้องจึงมีลักษณะอึดอัด ทึบ และไม่โปร่งสบาย

คอนโดห้องหน้าแคบ

ภาพโครงการ Triple Y Residence สามย่าน

          ความสูงจากพื้นถึงฝ้าไม่ค่อยสูง (Floor to ceiling) ทำให้ห้องดูทึบตัน – ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ยูนิตที่มักจะถูกนำมาแบ่งซอยพื้นที่ให้มีหน้าห้องที่แคบ ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ Studio หรือ 1 Bedroom ซึ่งมักจะเป็นยูนิตที่มีราคาถูกที่สุดในโครงการ และยังเป็นรูปแบบที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุด นอกจากนั้นคอนโดห้องหน้าแคบมักจะอยู่ในคอนโดมิเนียม Segment ตั้งแต่ Super Economy – Main Class ซึ่งเน้นจำนวนยูนิตเยอะและเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานของตลาด ที่ไม่ต้องการเพิ่มความ Luxury ให้ราคาคอนโดมิเนียมนั้นสูงเกินไป ดังนั้นความสูงจากพื้นถึงฝ้า (Flood to Ceiling) จะไม่ค่อยสูงมาก โดยอยู่ที่ประมาณ 2.4 – 2.6 เมตร ด้วยความสูงของเพดานที่ไม่ค่อยสูง บวกกับช่องแสงภายในห้องมีน้อย ทำให้คอนโดห้องหน้าแคบยิ่งเพิ่มความทึบตัน ไม่โปร่งโล่งเหมือนกับคอนโดห้องหน้ากว้าง

          หลายฟังก์ชันต้องใช้พื้นที่ร่วมกัน ถึงจะสามารถใช้งานพื้นที่ได้ประโยชน์สูงสุด – ต้องบอกว่าด้วยขนาดห้องที่แคบ ทำให้พื้นที่ใช้สอยของคอนโดห้องหน้าแคบนั้นถูกจัดสัดส่วนให้เป็นลักษณะแบบตอนลึก โดยพื้นที่ว่างในส่วนที่ได้ถูกใช้วางเฟอร์นิเจอร์ ก็จำเป็นจะต้องใช้เพื่อเป็นทางเดิน (Circulation) หรือเป็นพื้นที่ใช้สอยอื่น ๆ ดังนั้นถึงพื้นที่ภายในห้องจะไม่ได้ถูกใช้วางเฟอร์นิเจอร์ ก็ใช่ว่าพื้นที่นั้นจะเป็นพื้นที่โล่ง ๆ แต่ยังต้องเผื่อไว้สำหรับการใช้งานอย่างอื่นเพื่อความสะดวกด้วย

 

. . . . . . . . . .

จะจัด Layout คอนโดห้องหน้าแคบอย่างไรดีให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใช้สอยได้คุ้มค่าที่สุด

          จากบทความ คอนโดห้องหน้ากว้าง VS ห้องตอนลึก เด่นด้อยกว่ากันยังไงบ้าง ที่ Condonewb ได้พูดถึงรูปแบบการจัดฟังก์ชันตาม Zoning ต่าง ๆ ตั้งแต่ Common Zone, Private Zone และ Service Zone ของคอนโดห้องหน้ากว้าง และ คอนโดห้องหน้าแคบกันไปแล้ว ซึ่งก็จะเห็นได้ว่า รูปแบบการแบ่งโซนของคอนโดมิเนียมทั้งสองแบบ ในห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่ใหญ่มากอย่างห้อง Studio และ 1 Bedroom ที่มีขนาดประมาณ 22 – 35 ตารางเมตร จะไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากเท่าไรนัก

คอนโดห้องหน้าแคบ

ภาพโครงการ The Base สะพานใหม่

          แต่ถ้าจะมาเจาะกันแบบลึก ๆ เฉพาะคอนโดห้องหน้าแคบ ว่าจะจัดวางฟังก์ชันและเลือก Layout แบบไหน ที่จะสามารถใช้พื้นที่ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดได้บ้าง ซึ่ง Layout ของคอนโดห้องหน้าแคบนั้นจะมีการจัด Layout ที่พบเห็นกันส่วนใหญ่อยู่ 3 รูปแบบ โดยแต่ละแบบก็มีข้อเด่นข้อด้อยแตกต่างกัน รวมไปถึงเหมาะกับไลฟ​สไตล์ของคนที่แตกต่างกันไปด้วย ลองไปดูกันเลยว่าจะมีรูปแบบไหนกันบ้าง

 

Layout ห้องแบบ Service Zone + Common Zone + Private Zone

          สำหรับ Layout พิมพ์นิยมที่เรียกได้ว่าเป็น Layout ของคอนโดห้องหน้าแคบที่พบเห็นกันได้มากที่สุดในโครงการคอนโดมิเนียมปัจจุบัน นั่นก็คือการจัดฟังก์ชันแบบ Service Zone + Common Zone + Private Zone (เรียงจากด้านหน้าห้องไปจนถึงด้านในห้อง) โดยเป็นการจัดส่วนที่จัดให้ส่วนที่มีการใช้งานหนักอย่าง Service Zone ซึ่งเป็นห้องครัวอยู่ด้านหน้า เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยทำอาหารในคอนโดมิเนียม แต่ก็ทำให้เหลือพื้นที่ในโซนอื่นที่ค่อนข้างกว้าง และสามารถใช้งานได้สะดวก

คอนโดห้องหน้าแคบ

      สำหรับพื้นที่ที่เน้นการพักผ่อนและมีการใช้งานบ่อย ๆ อย่าง ห้องนอน ซึ่งเป็น Private Zone ให้ขยับเข้าไปอยู่ด้านในสุดของห้อง ติดกับช่องแสงบริเวณระเบียงและหน้าต่าง เพื่อให้อากาศมีการไหลเวียนที่ดี และมีแสงสว่างเพียงพอ ให้มีความปลอดโปร่งเหมาะกับการพักผ่อน

      และในส่วนห้องนั่งเล่นคอนโดห้องหน้าแคบซึ่งเป็น Common Zone มักจะถูกวางให้อยู่บริเวณตรงกลางของห้อง ซึ่งเป็นการบาลานซ์พื้นที่ที่มีการใช้งานระดับกลาง ๆ ให้อยู่ตรงกลางห้อง สามารถแยกสัดส่วนอย่างชัดเจนระหว่างโซนที่มีการใช้งานหนักและโซนที่ต้องการความสงบสูงออกจากกัน นอกจากนั้นยังสามารถรองรับแขกหรือเพื่อนที่มาหาได้ โดยที่เรายังซ่อนพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงอย่างห้องนอนไว้ด้านในสุดได้อย่างมิดชิด

 

ข้อดีของ Layout ห้องแบบ Service Zone + Common Zone + Private Zone

          มีการจัดโซนโดยไล่ระดับความถี่และความหนักของการใช้พื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่โซนที่ใช้งานหนักที่อาจมีความเลอะเทอะสูงสุด ให้อยู่ด้านนอกของห้อง ส่วนต่อมาคือส่วนพักผ่อนที่สามารถใช้รับแขกได้ ก็จัดให้อยู่ตรงกลางห้อง ส่วนซนที่ต้องการความสงบและเน้นความเป็นส่วนตัวสูงที่สุดก็ถูกขยับให้อยู่ด้านในสุดของห้อง ซึ่งเป็น Layout ห้องที่มีความลงตัวสูงที่สุด เป็นสัดส่วนที่สุด จึงได้รับความนิยมสูงสุด

         เนื่องจากพื้นที่ถูกจัดวางได้อย่างเป็นสัดส่วน ทำให้ความต่อเนื่องในการอยู่อาศัยนั้นสามารถอยู่ได้จริง การหาเฟอร์นิเจอร์มาจัดวางเติมเต็มพื้นที่คอนโดห้องหน้าแคบก็สามารถทำได้ง่าย สะดวกสบายต่อการอยู่อาศัย

          เป็น Layout ที่ได้รับความนิยมทำให้หลายคนคุ้นเคยกับ Layout หน้าตาแบบนี้ดี ดังนั้นจึงเหมาะกับทั้งการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและการปล่อยเช่า

ข้อด้อยของ Layout ห้องแบบ Service Zone + Common Zone + Private Zone

          เป็น Layout ห้องแบบมาตรฐานพิมพ์นิยม ดังนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่มีความเฉพาะตัว โดยเฉพาะคนที่ชอบในการทำอาหาร เนื่องจากเมื่อพื้นที่ครัวถูกดันให้มาอยู่ส่วนหน้า ทำให้เหลือขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่มาก จึงมักจะเป็นครัวเล็กที่ไม่เหมาะกับการทำอาหารอย่างจริงจัง

 

. . . . . . . . . .

Layout ห้องแบบ Service Zone + Private Zone + Common Zone

      Layout แบบ Service Zone + Private Zone + Common Zone มีข้อแตกต่างเล็กน้อยจากแบบแรก นั่นก็คือเป็นการสลับเอาพื้นที่ในส่วน Private ซึ่งเป็นห้องนอนมาอยู่ในบริเวณกลางห้อง และขยับเอาส่วนห้องนั่งเล่นซึ่งเป็น Common Zone ไปอยู่บริเวณด้านในสุดที่ชิดติดกับช่องแสงบริเวณหน้าต่างหรือระเบียงแทน แต่ในส่วนของ Service Zone ยังถูกวางไว้ด้านหน้าของห้องเหมือนเดิม

คอนโดห้องหน้าแคบ

      ต้องบอกว่า Layout ในลักษณะนี้ หากเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ปัจจุบันจะไม่ค่อยได้พบเห็นแล้ว แต่จะเป็นห้องแบบ Studio ที่ไม่กั้นห้องมากกว่า เนื่องจากการขยับเอา Private Zone มาอยู่กลางห้องในห้องที่เป็นคอนโดห้องหน้าแคบอยู่แล้ว จะยิ่งลดพื้นที่ภายในห้องนอนให้เล็กลงกว่าเดิมอีก นอกจากนั้นพื้นที่ในการวางเตียงจะยิ่งมีน้อย ทำให้ไม่สามารถวางเตียงขนาด King size หรือ 6 – 6.5 ได้ เพราะจะไม่มีพื้นที่ทางเดินหลงเหลืออยู่ ซึ่งหากกั้นห้องด้วยผนังทึบ ก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องยิ่งมีความน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม ซึ่งก็ได้รับความนิยมน้อยกว่าห้องแบบ Studio ใน Layout แบบเดียวกัน แต่ไม่มีผนังกั้นห้อง

 

ข้อดีของ Layout ห้องแบบ Service Zone + Private Zone + Common Zone

          ข้อดีของห้องในลักษณะนี้คือจะมีความ Warmly Living หรือความน่าอยู่สูง เพราะเป็น Layout ห้องที่มักจะพบเห็นได้เยอะในโรงแรม ทำให้มีความรู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างเต็มที่ หากไม่ได้มีการกั้นผนังแยกระหว่าง Private Zone และ Common Zone จะทำให้ทุกส่วนของห้องสามารถรับแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง ให้บรรยากาศในการอยู่อาศัยที่ดี สามารถตกแต่งให้สวยงามได้ง่าย

ข้อด้อยของ Layout ห้องแบบ Service Zone + Private Zone + Common Zone

           เนื่องจากเป็นการย้ายเอาโซนที่มีความเป็นส่วนตัวสูงที่สุดมาไว้อยู่ตรงกลางห้องเลย ทำให้ Layout ห้องแบบนี้ไม่เหมาะกับคนที่มีแขกมาเยี่ยมเยียนบ่อย ๆ หรือต้องการพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวแบ่งเป็นสัดส่วน

 

. . . . . . . . . .

Layout ห้องแบบ Common Zone + Service Zone + Private Zone

          รูปแบบห้องที่มีการวาง ก็เป็นอีกแบบที่สามารถพบเห็นได้บ่อยเหมือนกันในช่วงหลังมานี้ โดยเฉพาะในห้องแบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom plus โดยส่วนตัวจะมีการขยับให้อยู่บริเวณกลางห้อง แยกส่วนออกมาจาก Common Zone ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของห้องมาอีกที และมีการวาง Private Zone ไว้ด้านในสุดของห้อง

คอนโดห้องหน้าแคบ

          การวาง Layout คอนโดห้องหน้าแคบแบบนี้ มีข้อดีคือเป็นการแยกสัดส่วนของ Service Zone ให้แยกออกจากทั้งโซน Private Zone และ Common Zone อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการแบ่งพื้นที่ที่ดี พื้นที่ครัวมีขนาดใหญ่กว่าการวางไว้ส่วนแรกของห้อง นอกจากนั้นส่วนของ Common Zone และ Private Zone ยังสามารถเชื่อมต่อกัน ทำให้รับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างในห้องนอนได้ แต่ก็ยังคงสามารถแบ่งกั้น เพิ่มความเป็นส่วนตัวไว้ได้อยู่ นอกจากนั้นการวาง Common Zone ไว้ในส่วนแรกของห้อง ทำให้สามารถกันความรกสายตาจากโซนอื่นได้ เป็นส่วนรับแขกได้อย่างเต็มรูปแบบ

 

ข้อดีของ Layout ห้องแบบ Common Zone + Service Zone + Private Zone

           เนื่องจากพื้นที่ Service Zone มีขนาดใหญ่และมีการปิดกั้นแยกเป็นสัดส่วนแบบครัวปิด ทำให้สามารถทำอาหารได้จริง เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารทานเป็นประจำ

ข้อด้อยของ Layout ห้องแบบ Common Zone + Service Zone + Private Zone

           การเพิ่มพื้นที่ในส่วน Service Zone ซึ่งเป็นการทำครัวปิด ทำให้พื้นที่ในส่วนอื่นนั้นลดขนาดลง โดยเฉพาะในส่วนของห้องนั่งเล่น ซึ่งส่วนใหญ่ห้องที่มีการวาง Layout แบบนี้ จะมีห้องนั่งเล่นขนาดเล็กกว่าการวาง Service Zone ไว้ด้านหน้า

 

. . . . . . . . . .

          ต้องบอกว่าการจัด Layout ของคอนโดห้องหน้าแคบที่ได้ประโยชน์ใช้สอยอย่างคุ้มค่าที่สุด จริง ๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัยและความชื่นชอบส่วนตัวของผู้อยู่เองด้วย ดังนั้นหากซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ก็ให้พิจารณาจากไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก แต่หากต้องการซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ก็ควรจะเลือก Layout ห้องคอนโดห้องหน้าแคบที่เป็นสัดส่วนและเป็นรูปแบบมาตรฐานจะดีที่สุด และนี่ก็เป็นความคิดเห็นจาก