logo

              ข่าวฝนถล่มกรุงเทพหลายพื้นที่และมีน้ำท่วมอยู่หลายจุด ชวนให้ย้อนถึงเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมลากยาวถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2554 แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาจะไม่มีข่าวหรือเหตุการณ์น้ำท่วมหนักเหมือนครั้งนั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนยังจดจำได้ดี พอลองนึกย้อนไปตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯตอนนั้น นอกจากที่อยู่อาศัยแนวราบ ตึกสูงๆอย่างคอนโดก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่าง ที่จอดรถหรือลิฟต์โดยสาร บางคนยังไม่ทันได้ตั้งตัวหรือเตรียมรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ แม้จะมีประกันภัยคอนโดอยู่ในมือแล้วแต่ก็อาจไม่ครอบคลุมความเสียหายที่ได้รับหรือเรียกได้ว่าเจ็บหนักไปตามๆกัน

CondoNewb - น้ำท่วมกรุงเทพ

              วันนี้ CondoNewb จึงอยากชวนเพื่อนๆชาวคอนโดนิวบ์มาคุยย้อนกันถึงเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯตอนปี 2554 กันอีกสักครั้ง เพื่อทบทวนดูการบริหารจัดการในตอนนั้นว่าเป็นอย่างไร คนที่พักอาศัยอยู่คอนโดที่น้ำท่วมเขาได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน รวมถึงเรื่องประกันภัยคอนโดแบบไหนที่ครอบคลุมเรื่องน้ำท่วมบ้าง มาติดตามกันค่ะ

. . . . . . . . . . .

 

บทเรียนน้ำท่วมกรุงเทพฯปี 2554

 

             หลายคนยังจำได้ดีกับเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯเมื่อปี 2554 อุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมีพื้นที่ประสบภัยกระจายตัวในทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางที่เกิดน้ำท่วมหนักเป็นระยะเวลานาน น้ำท่วมกรุงเทพฯและปริมณฑลครั้งนี้นับว่าส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักทั้งทางภาคการเกษตร อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ สังคม และส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคส่วนอื่นอีกเป็นจำนวนมาก

              สำหรับพื้นที่น้ำท่วมกรุงเทพฯและมีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2554 รวมทั้งสิ้น 65 จังหวัด และรายงานความเสียหายทั้งหมดคือ มีผู้เสียชีวิต 657 ราย สูญหาย 3 คน ประชาชนเดือดร้อน 4,039,459 ครัวเรือน 13,425,869 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 2,329 หลัง บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 96,833 หลัง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 11.20 ล้านไร่ ถนน 13,961 สาย ท่อระบายน้ำ 777 แห่ง ฝาย 982 แห่ง ทำนบ 142 แห่ง สะพานและคอสะพาน 724 แห่ง บ่อปลา,บ่อกุ้ง,บ่อหอย 231,919 ไร่ และ ปศุสัตว์ 13.41 ล้านตัว

 

               ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯปี 2554 พอจะสรุปได้ว่าเกิดจากปัจจัยด้านภัยธรรมชาติทั้งฝนที่มาเร็วกว่าปกติและปริมาณน้ำฝนสะสมทั้งประเทศสูงกว่าค่าเฉลี่ย 35% รวมถึงปรากฏการณ์ลานีญา พายุ และร่องมรสุมและลมประจำท้องถิ่น อีกทั้งปัจจัยด้านกายภาพและการบริหารจัดการน้ำของประเทศที่ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ ด้วยปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำยมที่ไหลมารวมกับแม่น้ำเจ้าพระยา ในปี 2554 มีมากถึง 6,000 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งประตูระบายน้ำพลเทพ และประตูระบายน้ำบรมธาตุ ไม่ได้เปิดรับน้ำเพื่อผันน้ำเข้าสู่ทุ่งตะวันตก แม้จะมีการเปิดรับน้ำมากขึ้นในภายหลัง แต่มีการควบคุมน้ำให้อยู่เฉพาะในลำน้ำ ไม่มีการปล่อยน้ำเข้าทุ่งเพื่อให้เป็นแก้มลิงชะลอน้ำ ส่วนการปล่อยให้ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี พังทลายโดยไม่มีการรีบซ่อมแซม ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่จังหวัดลพบุรีมากเกินไป และปริมาณน้ำทั้งหมดได้ไหลกลับมายังอำเภอพระนครศรีอยุธยาทางแม่น้ำลพบุรี

CondoNewb - น้ำท่วมกรุงเทพ

ภาพเหตุการณ์น้ำท่วม ปี 2554 จาก Wikipedia 

               จากปริมาณน้ำจำนวนมากที่ระบายจากเขื่อนป่าสักที่ไหลมายังเขื่อนพระรามหก ไม่มีการผันน้ำเข้าสู่คลองระพีพัฒน์แยกใต้อย่างเต็มศักยภาพ ทำให้ปริมาณน้ำส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะอำเภอพระนครศรีอยุธยา รับปริมาณน้ำมากเกินไปทั้งจากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี และด้วยปริมาณน้ำที่ไหลมารวมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามากเกินไป ทำให้น้ำจำนวนมากไหลย้อนข้ามประตูประบายน้ำคลองข้าวเม่า เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และไหลไปรวมกันกับปริมาณน้ำที่ล้นมาจากแม่น้ำป่าสัก เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร สวนอุตสาหกรรมบางกระดี และไหลเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครทางทิศเหนือ ประกอบกับคลองระพีพัฒน์ ไม่สามารถผันน้ำเข้าสู่ทุ่งตะวันออกได้ ในทางกลับกัน ไร่นาที่อยู่ในพื้นที่ทุ่งตะวันออกกลับสูบน้ำเข้าสู่คลองระพีพัฒน์ ทำให้คลองรับน้ำมากเกินไป

             อีกปัจจัยหนึ่งสังเกตได้ว่าพื้นที่รองรับน้ำหลากของกรุงเทพมหานคร เกิดการเปลี่ยนสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นหมู่บ้านจัดสรรและพื้นที่อุตสาหกรรม ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำเข้าสู่ระบบสถานีสูบน้ำริมชายทะเลได้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่อยู่ทางด้านเหนือกรุงเทพมหานคร บริเวณอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เขตสายไหมและเขตคลองสามวา ไม่สามารถระบายลงสู่ระบบคลองไปยังสถานีสูบชายทะเลได้

รวมทั้งมีการปลูกสิ่งก่อสร้าง รุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำลำคลอง การขาดการดูแลรักษา ส่งผลให้ไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่คลองระบายน้ำสำคัญอย่างเช่น คลองเปรมประชากร และคลองลาดพร้าว มีการรุกล้ำลำน้ำจนคลองเหลือขนาดเพียงครึ่งเดียวจากเดิม สะพานหลายแห่ง กลายเป็นปัญหาในการระบายน้ำ ทั้งตอหม้อสะพานที่มีขนาดใหญ่เกินไป ช่องสะพานไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับการไหลของน้ำ ที่สำคัญสะพานในแหล่งชุมชนเกือบทุกแห่ง ช่องด้านข้างทั้ง 2 ของสะพานจะเกิดการรุกล้ำ จนมีเพียงช่องกลางสะพานเพียงช่องเดียวที่สามารถระบายน้ำได้ อีกทั้งประชาชน และองค์กรในส่วนย่อย มีการสร้างพนังและคันกั้นน้ำของตัวเอง ทำให้การระบายน้ำในภาพรวมไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ครั้งใหญ่นั่นเอง

. . . . . . . . . .

 

น้ำท่วมกรุงเทพฯปี 54 กระทบคนอยู่คอนโดยังไง?

 

           ครั้งที่น้ำท่วมกรุงเทพปี 54 คนเมืองที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมไม่ว่าจะ High riseหรือ low rise ล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงและได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมคอนโดไม่แพ้คนที่อยู่บ้านหรือทาวน์เฮ้าส์ตามชานเมือง เนื่องจากคอนโดส่วนใหญ่จะจัดให้มีที่จอดรถอยู่ชั้นล่างหรือชั้นใต้ดิน เมื่อเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ แน่นอนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในคอนโดอันดับแรกจะเป็นส่วนของชั้นใต้ดิน รวมถึงคอนโดมีโอกาสที่จะโดนตัดน้ำ ตัดไฟ เพราะส่วนใหญ่ระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าอาคารใหญ่ๆ และอาคารสูงจะต้องจ่ายผ่านหม้อแปลงไฟฟ้าที่มักติดตั้งไว้ที่ชั้นล่างหรือชั้นใต้ดินของอาคาร เมื่อน้ำเข้าท่วมชั้นล่างหรือชั้นใต้ดินของคอนโด เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและลดความเสียหายของอุปกรณ์เหล่านี้ทางการไฟฟ้าก็จะตัดไฟฟ้าที่จ่ายเข้าสู่คอนโดอย่างแน่นอน

         เมื่อคอนโดถูกตัดไฟสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ลิฟต์ทำงานไม่ได้ ไม่มีน้ำไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมไปถึงการสำรองอาหารในตู้เย็นก็ทำไม่ได้ เมื่อน้ำไม่ไหล ระบบการระบายน้ำของคอนโดอาจเกิดการอุดตันส่งผลกับการใช้งานห้องน้ำในการขับถ่ายได้ อีกทั้งการจะติดต่อสื่อสารก็ถูกจำกัด เพราะโทรศัพท์มือถือ Smartphone จะมีพลังงานให้ใช้ได้ไม่เกิน 2 วัน รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบ Wifi ต่างๆ ก็ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากการถูกตัดไฟนั่นเอง

             เมื่อตอนน้ำท่วมกรุงเทพ จะเห็นได้ว่าถนนหนทางรอบๆ คอนโดจะเต็มไปด้วยน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเดินทางเข้าออกไปทำงานหรือการออกไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และหากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ น้ำเหล่านี้ก็จะกลายเป็นน้ำเน่าเสียทั้งเหม็นและรวมเชื้อโรคที่อาจเป็นอันตรายกับคนอยู่อาศัยได้

น้ำท่วมกรุงเทพตอนนั้นยังมีความเสี่ยงสำหรับคนอยู่คอนโด เมื่อไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ ยิ่งคอนโดไหนไม่มีเครื่องปั่นไฟสำรอง พวกอุปกรณ์ที่ใช้รองรับเหตุฉุกเฉินจากไฟไหม้ก็ย่อมไม่ทำงาน ไม่มีปั๊มน้ำดับเพลิง ไม่มี Sprinkler ใช้งาน สัญญาณเตือนภัยอาจใช้งานไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างเช่น ไฟไหม้ในเวลากลางคืน การอพยพหรือหนีไฟที่ไม่มีแสงไฟปกติและไฟฉุกเฉินตามเส้นทางหนีไฟและบันไดหนี ไฟก็อาจทำได้ยากลำบาก

CondoNewb - น้ำท่วมกรุงเทพ

ภาพเหตุการณ์น้ำท่วม ปี 2554 จาก Wikipedia

. . . . . . . . . . .

ประกันภัยคอนโดแบบไหนครอบคลุมเรื่องน้ำท่วม

 

         สำหรับกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะพื้นที่ในเขตตัวเมืองที่อาจจะเคยผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพเมื่อปี 54 มาแล้วและอาจเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้เสมอ เชื่อว่าหลายคนที่อยู่คอนโดเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องประกันภัยคอนโดกันมากขึ้น โดยเฉพาะประกันภัยที่ต้องครอบคลุมเรื่องของภัยน้ำท่วมด้วยนั่นเอง

                 การทำประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัยหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเมื่อได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมจะแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ คือ ประกันอัคคีภัยและประกันภัยพิบัติ

 

ประกันอัคคีภัย

              เป็นการทำประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัยที่กฎหมายบังคับให้ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ทำเพื่อป้องกันภัยจากไฟเป็นหลัก โดยประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองในระยะสั้น เช่น 1 ปี หรือ 2 – 3 ปี ค่าเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทและลักษณะของอาคาร โดยจะให้ความคุ้มครองภัย 6 อย่าง ได้แก่ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ

                 ซึ่งเงื่อนไขของ "ภัยเนื่องจากน้ำ" จะครอบคลุมแค่กรณีภัยหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุจากน้ำเท่านั้น อย่างเช่น น้ำรั่ว น้ำไหลล้นจากท่อน้ำ ถังน้ำ รวมถึงน้ำฝนที่ผ่านเข้าทางท่ออากาศที่ชำรุด ไม่รวมถึง "ภัยน้ำท่วม" ที่เป็นภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมกรุงเทพฯ และท่อประปาที่แตกจากนอกอาคาร ดังนั้นการทำประกันอัคคีภัยจึงไม่ครอบคลุมสำหรับการป้องกันความเสียหาย เมื่อเกิดเหตุการณ์ "น้ำท่วม" นั่นเองค่ะ

                สำหรับ "น้ำท่วม" อย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ในกรมธรรม์ประกันภัยจะหมายถึง น้ำที่ไหลล้นหรือไหลออกจากทางน้ำปกติซึ่งจะเป็นทางน้ำธรรมชาติ หรือจะเป็นทางน้ำที่สร้างขึ้น (ไม่รวมถึงรางน้ำบนหลังคา) หรือเกิดจากท่อน้ำสาธารณะแตก ทำให้เกิดการท่วมของน้ำจากภายนอกของอาคารที่เอาประกันภัยไว้ หรืออาคารที่เก็บทรัพย์สินที่เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ รวมถึงน้ำท่วมอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม

                   สำหรับใครที่ต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมไปถึงกรณีน้ำท่วมบ้านที่เป็นภัยธรรมชาติ รวมถึงภัยจากน้ำที่เกิดขึ้นภายนอกตัวบ้าน อย่างเช่นน้ำท่วมกรุงเทพฯ สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับคุ้มครองกรณี "น้ำท่วม" ดังนั้น การทำประกันภัยที่อยู่อาศัยจะครอบคลุมน้ำท่วมได้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขของประกันภัยแพ็คเกจนั้นๆ ระบุว่าคุ้มครอง "ภัยน้ำท่วม" ด้วยเท่านั้น

CondoNewb - น้ำท่วมกรุงเทพ

ประกันภัยพิบัติ

  เป็นประกันที่คุ้มครองความเสียหายหรือสูญเสียของตัวบ้านหรือทรัพย์สินที่เกิดจากเหตุธรรมชาติ อย่างเช่น น้ำท่วมกรุงเทพฯ แผ่นดินไหว ลมพายุ หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติอื่นๆ ที่คณะรัฐมนตรีประกาศว่าเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรง ซึ่งความคุ้มครองของประกันภัยบ้านประเภทนี้ จะเป็นแบบจำกัดความรับผิด (Sub limit) คือไม่สามารถซื้อความคุ้มครองได้เต็มมูลค่าของบ้าน โดยอัตราเบี้ยประกันภัยไม่เกิน 0.5% ของความคุ้มครองต่อปี ทั้งนี้ หากต้องการความคุ้มครองมากกว่า 100,000 บาท ค่าเบี้ยประกันอาจสูงกว่า 0.5% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ซึ่ง ประกันภัยพิบัติ จะเป็นประกันที่ตรงจุดสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองจาก "ภัยน้ำท่วม" อย่างเช่นน้ำท่วมกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ

 

               สำหรับประกันที่อยู่อาศัยเพิ่มเติมกรณีน้ำท่วม แต่ละแพ็คเกจมีความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้างที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ รวมถึงจำนวนเบี้ยประกันที่ต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่จะคุ้มครอง 2 ส่วนหลัก คือ สิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ บ้าน ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด ตึกแถวสำหรับอยู่อาศัย โรงรถ และอาคารย่อย เช่น เรือนคนใช้ รวมถึงกำแพง รั้ว ประตู พื้นที่ส่วนปรับปรุงต่อเติม ห้องชุดสำหรับอยู่อาศัยในแฟลต อาคารชุด หรือคอนโดมิเนียม


อีกส่วนบางแพ็คเกจประกันภัยจะครอบคลุมถึง ของในบ้าน เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง เครื่องมือ เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องดนตรี เครื่องเสียง เครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม และทรัพย์สินเพื่อการอยู่อาศัยอื่นๆ ฯลฯ สำหรับใครที่ต้องการความคุ้มครองไปถึงเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของที่อยู่ภายในบ้านด้วย อาจจะต้องตรวจสอบ "เงื่อนไข" ของประกันให้ตรงตามความต้องการ เพราะอาจมีเบี้ยประกันเพิ่มมากขึ้นอย่างที่บอกไปเมื่อตอนต้น หรือมีเงื่อนไขบางอย่างต่างออกไปจากประกันภัยแบบปกติ ดังนั้น ก่อนทำประกันภัยจึงจำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไข ให้ตรงกับจุดประสงค์ด้วย เนื่องจากสินทรัพย์ที่ได้รับความคุ้มครองขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของประกันภัยแต่ละแพ็คเกจและแต่ละบริษัทนั้นด้วยค่ะ

. . . . . . . . . . .

 

  น้ำท่วมกรุงเทพ ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนหรือมีพายุตามฤดูกาล สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ "ความเสียหาย" ทั้งในมิติของชีวิตและทรัพย์สิน การเตรียมความพร้อมเพื่อรับสถานการณ์เหล่านี้ จึงเป็นเกราะป้องกันที่จะช่วยลดแรงกระแทกของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเมื่อ "ภัยธรรมชาติ" เกิดขึ้น โดยเฉพาะ"ที่อยู่อาศัย" ซึ่งต้องเผชิญกับน้ำท่วมแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นประกันภัยสำหรับที่อยู่อาศัยอาจเป็นหนึ่งในตัวช่วยรับมือเมื่อเกิดน้ำท่วม ที่ให้คุณเจ็บตัวน้อยที่สุด ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจจาก CondoNewb ได้ ที่นี่