logo

          คำว่า โจรปล้น 10 ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้แค่ครั้งเดียว นั้นไม่เกินเลยจากความเป็นจริงเลย เพราะโจรปล้นยังเหลือบ้าน แต่ไฟไหม้นั้นไม่เหลืออะไรเลย โดยเฉพาะเมืองไทยของเราที่ได้เห็นข่าวเกิดไฟไหม้บ้านขึ้นมาอยู่บ่อย ๆ เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่บ้านในความเป็นจริง เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของครอบครัว ปัญหาไฟไหม้บ้านคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่ ๆ แต่บางครั้งก็เป็นเหตุสุดวิสัย จนยากที่จะป้องกันเช่นกัน

การทำประกันอัคคีภัย เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยบรรเทาฟื้นฟูความเสียหาย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริง สำหรับการทำประกัน หลาย ๆ คนยังคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไม่รู้จะต้องทำไปทำไม ทำแล้วดีอย่างไร คุ้มครองอะไรบ้าง วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับประกันอัคคีภัยว่าคืออะไร เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับบ้านของเรา ในประกันอัคคีภัย เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า

ประกันอัคคีภัย คืออะไร

          การทำประกันภัยโดยทั่วไปนั้น ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงในทรัพย์สินต่าง ๆ ของเรา ในกรณีที่เกิดอะไรขึ้นก็ตาม จะได้รับความคุ้มครอง เป็นเหมือนหลักประกัน โดยผู้ทำประกันอาจจะไม่ต้องมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เลยก็ได้ เมื่อความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้น บริษัทประกันภัยนั้น ๆ ก็จะชดเชยค่าเสียหายตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย การประกันภัยแบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ

  • การประกันชีวิต (Life Insurance) เช่น การเสียชีวิต อุบัติเหตุ สูญเสียอวัยวะ การประกันสุขภาพ
  • การประกันวินาศภัย (Non-Life Insurance) ที่หมายถึง การประกันภัยรถยนต์ การประกันภัยทางทะเล การประกันเบ็ดเตล็ด รวมถึงการประกันอัคคีภัย  

          การประกันอัคคีภัย ก็คือการทำประกันเพื่อคุ้มครองทรัพย์สิน เรียกอีกอย่างว่า ประกันภัยทรัพย์สิน ที่มีสาเหตุความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า แก๊สระเบิดจากแก๊สทำแสงสว่าง โดยจะให้ความคุ้มครองตามเหตุผล ดังนี้

  • เกิดการลุกไหม้จริง เป็นการลุกไหม้ที่เกิดจากไฟ และไฟนั้นเป็นไฟที่มาจากการใช้งานตามปกติ
  • เกิดจากไฟที่ใช้งานตามปกติ แต่ลุกลามเกินขอบเขต เช่น ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหาร ไฟจากเตาแก๊สระเบิด ฟ้าผ่าทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามจนทรัพย์สินเสียหาย มีลักษณะเป็นอุบัติเหตุ
  • เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุหรือความบังเอิญ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ล่วงหน้า ไม่ได้คาดหมายไว้ และเป็นเหตุที่ไม่แน่นอน สามารถเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้โดยที่ไม่มีใครรู้มาก่อน

. . . . . . . . . .

ประเภทของการประกันอัคคีภัยและความคุ้มครอง

1. การประกันอัคคีภัยแบบมาตรฐาน จะคุ้มครองทรัพย์สินที่ทำประกันภัย ที่เกิดจาก

  • ไฟไหม้ที่เกิดจากคนอื่น ที่ไม่ใช่ผู้ทำประกันภัย และไม่มีการรู้เห็นเป็นใจ
  • ฟ้าผ่าที่เกิดต่อทรัพย์สินที่ทำประกันภัยโดยตรง
  • แก๊สระเบิด ที่เป็นแก๊สสำหรับการอยู่อาศัย เช่น ใช้ทำอาหาร
  • ความเสียหายที่เกิดต่อเนื่อง จากน้ำที่ใช้ในการดับเพลิง จากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง จากการระเบิดที่ใช้ในการดับเพลิง จากควันหรือไฟลน รวมถึงทรัพย์สินที่สูญหายขณะที่เกิดไฟไหม้ หรือขณะที่กำลังดับเพลิง

โดยหากเห็นว่าความคุ้มครองแบบมาตรฐานยังไม่เพียงพอ สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้อีก เช่น

  • ภัยธรรมชาติ เช่น พายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลูกเห็บ
  • ภัยสังคม เช่น จลาจล เหตุการณ์หรือการกระทำที่มีเจตนาร้าย
  • ภัยทางเคมี เช่น หม้อน้ำระเบิด การระอุตามธรรมชาติ
  • ภัยอื่น ๆ เช่น ภัยจากควัน และอากาศยาน

โดยทรัพย์สินที่สามารถนำมาประกันภัยได้ หากเป็นสิ่งปลูกสร้าง อาคาร จะต้องไม่รวมฐานราก เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งที่สร้างติดตัวอาคาร เครื่องจักร เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้า สต๊อกสินค้า หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก

2. การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย เป็นการทำประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสียหาย ที่เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียม แฟลต โดยมีสาเหตุจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า รวมถึงเครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วย การระเบิด พาหนะ หรือสัตว์ทำความเสียหาย หรือมีวัตถุจากอากาศยานตกใส่ และภัยจากน้ำ เช่น เกิดฝนตกหนักจนทำให้เกิดความเสียหาย แต่จะไม่รวมภัยธรรมชาติ ภัยสังคม ภัยทางเคมี และภัยอื่น ๆ โดยทรัพย์สินที่ใช้ประกันคือ สิ่งปลูกสร้างไม่รวมฐานราก คอนโดมิเนียม ทรัพย์สินภายในและที่ติดตัวอาคาร รวมทั้งทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก

3. การประกันอัคคีภัยแบบพิเศษ การทำประกันประเภทนี้เบี้ยประกันไม่สูงมาก และกำหนดไว้ชัดเจนว่าเกิดจากไฟไหม้ มี 2 แบบ คือ

  • แบบชุมชนบ้านอยู่อาศัย คุ้มครองสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในชุมชนที่เกิดไฟไหม้ วงเงิน 20,000 บาท ค่าเบี้ยประกัน 365 บาทต่อปี
  • แบบประหยัด เป็นการคุ้มครองแบบมาตรฐานแต่ลดขนาด เพื่อให้ผู้ทำประกันภัยสามารถทำได้ โดยกำหนดจำนวนเอาประกันและเบี้ยประกันไว้ อาคารคอนกรีต 600,000 บาท อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 250,000 บาท และไม่ใช่ทั้งอาคารคอนกรีตและอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 150,000 บาท โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ 600 บาท

. . . . . . . . . .

ข้อยกเว้นที่ไม่ให้การคุ้มครอง

  • สินค้าที่ผู้เอาประกันภัยดูแลรักษาเอง
  • เงิน ทอง เพชร พลอย ของมีค่า
  • โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะสำหรับความเสียหายที่มีมูลค่าสูงกว่า 10,000 บาท
  • แบบแปลน ภาพเขียน ลวดลาย รูปที่ออกแบบต่าง ๆ ภาพพิมพ์ แผนผังที่เป็นต้นฉบับ
  • หลักประกันหนี้สิน หลักทรัพย์ เอกสารสำคัญ เช่น ธนบัตร เช็ค สมุดบัญชี สมุดธุรกิจ แสตมป์
  • วัตถุระเบิด และทรัพย์สินที่เสียหายจากแรงระเบิด
  • เครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • ความเสียหายที่เกิดจากคำสั่งของเจ้าหน้าที่ เช่น การเผาทรัพย์สิน
  • ภัยจากสงคราม การก่อการร้าย กฎอัยการศึก
  • การแผ่รังสีจากการระเบิดของสารที่มีกัมมันตรังสี
  • ทรัพย์สินที่เสียหาย และอยู่ระหว่างการเรียกค่าสินไหมประกันภัยทางทะเลและขนส่ง

. . . . . . . . . .

หากเกิดไฟไหม้ ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้บ้านของเรา หากเราได้ทำประกันอัคคีภัยไว้แล้ว มีขั้นตอนที่ต้องทำดังนี้

1. แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ

2. แจ้งแผนเรียกร้องค่าสินไหมกับบริษัทประกันทางโทรศัพท์ พร้อมกับ E-mail รายละเอียดความเสียหาย สถานการณ์ และสถานที่เกิดเหตุ

3. ถ่ายภาพทรัพย์สินทั้งหมดที่เกิดความเสียหาย เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอสินไหมจากบริษัทประกันอัคคีภัย

4. เก็บและตรวจสอบทรัพย์สินที่เสียหาย โดยให้ความร่วมมือกับตัวแทนบริษัทประกันเข้าตรวจสอบความเสียหาย

5. จัดเตรียมเอกสารเพื่อเตรียมการเรียกค่าสินไหม

การจัดเตรียมเอกสารเพื่อเคลมประกัน

  • หลังเกิดไฟไหม้ ต้องรีบเคลมประกันอัคคีภัยเพื่อเรียกค่าสินไหม จะต้องเตรียมเอกสารดังนี้
  • เอกสารส่วนตัว สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือเรียกร้องค่าสินไหม
  • ภาพถ่ายความเสียหาย
  • ใบเสนอราคาในการซ่อมบ้าน
  • ใบเสร็จรับเงินจากการซ่อมบ้าน และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หากมีการแจ้งความก็ให้เตรียมสำเนาใบแจ้งความด้วย
  • หากเกิดจากมีบุคคลอื่นทำให้เกิดไฟไหม้ ต้องมีหนังสือยินยอมรับผิดของบุคคลผู้นั้น พร้อมเอกสารส่วนตัว

หลังส่งเอกสารครบถ้วนให้บริษัทประกันพิจารณา จะมีระยะเวลาประมาณ 15 วันทำการ อาจมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของแต่ละบริษัทด้วยเช่นกัน

. . . . . . . . . .

อยากทำประกันอัคคีภัย ควรเลือกเจ้าไหนดี

          คำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้คือ แล้วจะเลือกประกันอัคคีภัยกับเจ้าไหนดี เพราะดู ๆ แล้ว เงื่อนไข รายละเอียดต่าง ๆ ก็คล้าย ๆ กัน เรามาดูกันก่อนเลยว่าควรจะเลือกจากอะไรบ้าง

  • มีความมั่นคง บริษัทประกันภัยที่เราเลือกทำประกันอัคคีภัย ในเบื้องต้นนั้นควรเป็นบริษัทที่เปิดทำการมายาวนาน มีนโยบายที่ชัดเจน มีความน่าเชื่อถือ
  • ความน่าเชื่อของคนขายประกัน หมายถึง AE ที่อาจจะมีทั้งแบบขายแบบ Direct หรือเป็นแบบ Broker ทำให้เรามั่นใจ ไม่เชิดเงินประกันของเรา
  • เลือกแผนประกันภัยที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด จึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูล เงื่อนไข ความคุ้มครอง การเคลมประกัน อัตราการลดหย่อน ฯลฯ
  • มีบริการหลังการขายที่ดี เวลามีปัญหา หรือติดขัดเรื่องการเคลมประกันเป็นเรื่องน่าปวดหัว ดังนั้น เราควรเลือกบริษัทที่ขั้นตอนการเคลมไม่ยุ่งยาก เคลมประกันได้ง่าย ยิ่งมีสาขาครอบคลุมทั่วถึงมากยิ่งดี

นอกจากนั้น ยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา เช่น จำนวนเงินเบี้ยประกัน ระยะเวลาที่เอาประกัน ฐานะการเงินของบริษัทประกัน ฯลฯ เพื่อที่จะตัดสินใจได้ว่า จะเลือกทำประกันภัยกับบริษัทไหน เมื่อพิจารณาได้แล้ว เรามาดูกันเลยว่า ควรจะเลือกทำประกันเจ้าไหนดี

1. เมืองไทยประกันภัย

การประกันอัคคีภัย สำหรับบ้านอยู่อาศัย 

          จุดเด่น คือมีให้เลือกทั้งแบบประกันอัคคีภัยบ้าน ที่เป็นผนังคอนกรีตล้วน และแบบบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ โดยทั้ง 2 แบบ จะคุ้มครองภัยหลัก คือภัยจากไฟไหม้ ภัยจากฟ้าผ่า รวมไปถึงความเสียหายที่เกิดกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่เกิดการลัดวงจรจากฟ้าผ่า และภัยอื่น ๆ แต่จะไม่รวมประกันภัยจากน้ำท่วม นอกจากนั้น ยังให้ความคุ้มครองเพิ่มเติม สำหรับค่าเช่าที่อยู่อาศัยแบบชั่วคราว กรณีบ้านอยู่อาศัยได้รับความเสียหาย จากภัยที่ประกันคุ้มครองข้างต้นด้วย เบี้ยประกันของเมืองไทยประกันชีวิต เริ่มต้นเพียง 645.21 บาท ทุนประกันสูงสุด 5 ล้านบาท

2. วิริยะประกันภัย

ประกันอัคคีภัยทั่วไป 

          อีกหนึ่งบริษัทที่มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมายาวนาน มีจุดเด่นคือ เบี้ยประกันขั้นต่ำเพียง 646 บาทต่อปี ครอบคลุมคุ้มครอง 3 ภัยพื้นฐาน ให้ความคุ้มครองเต็มวงเงินประกัน หรือ 100% ของราคาสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สิน และตามมูลค่าสินค้าที่มีอยู่จริง สามารถรับประกันคุ้มครองได้ทันทีโดยไม่ต้องสำรวจภัย ชดใช้ค่าเสียหายตามจริง ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวงเงินเอาประกัน แต่วิริยะประกันภัยจะไม่รับประกันห้องแถวไม้ และห้องแถวครึ่งตึกครึ่งไม้ หรือบ้านไม้ทั้งหลัง ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี

3. ประกันอัคคีภัย กรุงศรีอยุธยา

กรุงศรี โฮม พร้อม 

ใครที่เน้นประกันอัคคีภัยที่เบี้ยประกันไม่สูงมาก ต้องบอกเลยว่าประกันภัยสำเร็จรูป กรุงศรี โฮม พร้อมเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 1,499 บาท นอกจากประกันพื้นฐานแล้ว ยังครอบคลุมคุ้มครองความเสียหายทรัพย์สินภายในบ้านสูงสุดถึง 300,000 บาท และยังคุ้มครองน้ำท่วมสูงสุดถึง 30,000 บาทด้วย โดยมีเงื่อนไขคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินภายในอาคารที่พัก ไม่รวมตัวอาคารที่ไม่ใช้ประกอบธุรกิจอื่นร่วมด้วย และรับประกันภัยทรัพย์สินภายในอาคารที่พักอาศัย ที่เป็นคอนกรีตล้วนหรือครึ่งตึกครึ่งไม้ด้วย แต่ต้องมีส่วนประกอบคอนกรีต 50%

4. แอกซ่าประกันภัย AXA

สมาร์ทโฮม

แอกซ่าประเทศไทย สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ และมีสาขากระจายครอบคลุมทั่วประเทศไทย มาพร้อมประกันอัคคีภัยสมาร์ทโฮม AXA ที่ประกันคุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยจากระเบิด และอื่น ๆ รวมไปถึงการคุ้มครองบ้านจากอุบัติเหตุ ความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติทุกชนิดด้วย มีเงินชดเชยค่าที่พักอาศัยชั่วคราว และมีความคุ้มครองพิเศษ เช่น ประกันภัยเงินชดเชยสำหรับลูกจ้างในบ้าน ประกันภัยการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับการบาดเจ็บหรือการตายของสัตว์เลี้ยง ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี ความคุ้มครองสูงสุด 30 ล้านบาท เบี้ยประกันเริ่มต้น จะคำนวณจากโครงสร้างและทรัพย์สินภายในบ้าน

. . . . . . . . . .

ทำไมบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ กับบ้านปูนล้วน เบี้ยประกันต่างกัน?

การกำหนดเบี้ยประกันภัยบ้านจะมีด้วยกัน 3 แบบ คือ ประกันอัคคีภัย เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ไฟฟ้าลัดวงจร เบี้ยประกันไม่เกิน 0.1% ประกันภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ เบี้ยประกันไม่เกิน 0.5% และประกันภัยโจรกรรม เบี้ยประกันประเภทนี้จะแตกต่างกันออกไป แล้วแต่บริษัทประกันภัยกำหนด ซึ่งอัตราค่าเบี้ยจะถูก แพง หรือแตกต่างกัน มีหลายปัจจัย ดังนี้

  • บ้านที่อยู่อาศัย เบี้ยประกันจะถูกกว่าสถานประกอบการธุรกิจ
  • อาคารคอนกรีตล้วน เบี้ยประกันจะถูกกว่าอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ เพราะการประเมินจะดูตามมูลค่าวัสดุโครงสร้าง ผนัง และพื้นเป็นหลัก
  • ลักษณะภัยของสถานที่ตั้งแบบภัยโดดเดี่ยว คือสร้างไม่ติดกับสิ่งปลูกสร้างอื่น ทำให้ไม่มีความเสี่ยง จึงไม่ต้องเสียเบี้ยประกันความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
  • การติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง ช่วยทำให้ได้ส่วนลดเบี้ยประกัน
  • หากระยะเวลาทำประกันนาน เบี้ยประกันก็จะถูกลงตามไปด้วย

การที่เบี้ยประกันบ้านแบบครึ่งตึกครึ่งไม้ มีราคาสูงกว่าบ้านปูนล้วน ก็เพราะสาเหตุจากการพิจารณาประเมินมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง จากโครงสร้าง ผนัง และพื้นอาคาร ด้วยนั่นเอง สัดส่วนที่แตกต่างกัน ทำให้เบี้ยประกันมีราคาแตกต่างกันตามไปด้วย

. . . . . . . . . .

ไม่ว่าจะเลือกประกันอัคคีภัยแบบไหน ควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้ดี พิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วน และควรวางแผนค่าใช้จ่าย สำหรับการทำประกันอัคคีภัยให้ชัดเจน การทำประกันภัยเป็นสิ่งจำเป็น หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับทรัพย์สินของเราขึ้นมา อย่างน้อยในราคาที่ต้องจ่ายไปนั้น เมื่อเทียบกับทรัพย์สินที่อยู่อาศัยทั้งหมด ถือว่าเป็นราคาที่ไม่สูงมากเกินไป ช่วยบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ช่วยให้ความมั่นใจในการอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี และนี่ก็เป็นบทความ Talk ที่ CondoNewb เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด นำข้อมูลมาฝากกัน หากเพื่อน ๆ สงสัย หรือมีข้อซักถามก็สามารถไปพูดคุยได้ที่ช่องทาง Facebook ได้เลยนะคะ บทความหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้นติดตามกันค่ะ