logo

          ความร้อนในห้องหนึ่งในปัญหาของการอยู่อาศัยที่เราทุกคนต้องพบเจออย่างแน่นอน ไม่ว่าจะอยู่บ้าน หรือคอนโดมิเนียมก็ตาม นั่นก็คือปัญหาภายในบ้าน หรือภายในห้องที่มีอากาศร้อนอบอ้าวเลยต้องหาวิธีลดความร้อนในห้องกัน สาเหตุหลัก ๆ ก็เพราะประเทศไทยของเราตั้งอยู่ในเขตร้อน สภาพอากาศร้อนชื้น เราจึงหลีกเลี่ยงปัญหาสำคัญข้อนี้ไปไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะติดเครื่องปรับอากาศเปิดไล่ความร้อนแล้วก็ตามที แต่บางครั้งก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาได้แบบถาวร แถมยังต้องเสียค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกอย่างมากมาย เห็นบิลค่าไฟแต่ละครั้งแทบจะลมใส่กันเลยทีเดียว แต่หากจะให้ทำใจว่าประเทศไทยกับอากาศร้อนเป็นของคู่กัน ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะเรายังมีคงจะดีหากนำวิธีลดความร้อนในห้อง ลดอุณหภูมิภายในห้องได้ ซึ่งหากทำแล้วรับรองเลยว่าห้องของเราจะเย็นสบายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน แต่จะมีขั้นตอน และวิธีการอย่างไรนั้น ตามมาดูกันเลยกับบทความ Talk วิธีลดความร้อนในห้อง ทั้งอยู่สบายและประหยัดไฟ

. . . . . . . . . .

สาเหตุที่ทำให้ห้องร้อน

          แม้ว่าอากาศร้อนอบอ้าวกับเมืองไทยจะเป็นของคู่กัน ยิ่งบวกกับการเกิดสภาวะโลกร้อนทั่วโลก ก็ยิ่งทำให้อุณหภูมิความร้อนสูงไปกันใหญ่ ซึ่งไม่เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้นที่ร้อนอบอ้าว ตอนนี้ฤดูไหน ๆ ก็เรียกว่าแทบจะร้อนไม่ต่างกัน และการที่เราต้องทนอยู่ในห้องที่ร้อนอบอ้าว ห้องร้อนอากาศไม่ถ่ายเท หรือห้องที่มีแสงแดดส่องเข้ามามาก ๆ ในแต่ละวัน นับเป็นตัวบั่นทอน และส่งผลเสียต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต ของเราเป็นอย่างมาก หนัก ๆ มากเข้าห้องของเราจะกลายเป็นห้องที่ไม่น่าอยู่ไปเลย แต่นอกจากสภาพดินฟ้าอากาศแล้ว รู้หรือไม่ว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ห้องของเราร้อนนั้นมีอะไรบ้าง? 

          ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ห้องร้อนนั้นมีอยู่ 2 สาเหตุด้วยกัน นั่นก็คือความร้อนที่เกิดจากภายนอก และความร้อนที่เกิดจากภายใน ความร้อนที่เกิดจากภายนอก เช่น จากแสงแดด จากอุณหภูมิ จากสภาพแวดล้อม ฯลฯ ส่วนความร้อนที่เกิดจากภายใน คือ ความร้อนสะสมที่ถูกสะสมไว้ภายในบ้าน หรือภายในห้อง ซึ่งเกิดจากการระบายอากาศภายในที่ไม่ดีพอ การที่ต้องปิดหน้าต่างเพื่อป้องกันฝุ่นควัน ฝุ่นละอองมลภาวะต่าง ๆ ทำให้อากาศร้อนไม่มีช่องทางระบายออก หรือแม้แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น การรีดผ้า การทำอาหาร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความร้อนสะสมทีละน้อย วิธีลดความร้อนในห้องอาจจะต้องปรับแก้ทั้ง 2 ส่วน เพื่อให้ห้องของเรากลับมาเย็นสบายมากขึ้น

. . . . . . . . . .

วิธีลดความร้อนในห้องทำอย่างไรได้บ้าง ?

วิธีลดความร้อนในห้อง

 

1. เลือกทิศทางของห้อง

 วิธีลดความร้อนในห้อง อาจจะต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกที่อยู่อาศัยกันเลย หากเรามีโอกาสเลือกห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียมก็ตาม เราต้องรู้ก่อนว่าห้องที่เราเลือกนั้น หน้าต่างหรือระเบียงหันไปทางทิศไหน เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราหรือไม่ เช่น หากห้องของเราหันไปทางทิศตะวันออก แสงแดดก็จะส่องเข้ามาในช่วงเช้า ซึ่งแดดตอนเช้านั้นอาจจะไม่แรงเท่าแสงแดดช่วงบ่าย แต่ก็รบกวนการนอนของเรา และการที่ห้องอยู่ทางทิศตะวันออก ก็จะได้รับลมในช่วงฤดูหนาว มากกว่าฤดูร้อน แต่หากห้องของเราหันไปทางทิศตะวันตก แสงแดดจะส่องเข้ามาในตอนบ่าย ไปจนถึงตอนเย็น หากเรากลับมาจากทำงาน ก็อาจจะพบกับห้องที่ร้อนอบอ้าวมากกว่า แต่ก็ได้รับทิศทางลมที่ดีกว่าทิศตะวันออก หรือหากห้องของเราอยู่ทิศเหนือหรือทิศใต้ ก็จะไม่มีปัญหาเรื่องแสงแดดส่องมากเท่าไหร่ ห้องจะสะสมอุณหภูมิความร้อนน้อยกว่า ประหยัดพลังงานได้มากกว่า แต่ก็จะมีปัญหาในด้านอื่น ๆ แทน เช่น ห้องอับชื้น และเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ง่าย การเลือกทิศทางของห้อง จึงเป็นส่วนสำคัญของวิธีลดความร้อนในห้องตั้งแต่ขั้นตอนแรก

2. เลือกเครื่องปรับอากาศให้มีขนาดพอเหมาะ

          ส่วนใหญ่ห้องที่ติดแอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ มักจะเข้าใจว่านี่คือวิธีลดความร้อนในห้องที่รวดเร็วทันใจ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ต้องเลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่มีขนาดเหมาะสมกับห้องเช่นกัน เพราะหากขนาดเล็กไป คอมเพรสเซอร์เครื่องก็จะต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากเกินไป หรือหากเลือกเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่เกินไป ก็จะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุอีกเช่นกัน ดังนั้น การคิดขนาดของ BTU ของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม จึงเป็นวิธีลดความร้อนในห้องอีก 1 วิธี โดยการคิดขนาดของ BTU คือ คิดจากขนาดพื้นที่ห้อง กว้าง X ยาว X ตัวแปรอื่น ๆ ของห้อง เช่น ห้องที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนมาก ๆ ก็ X 900 - 1000 ห้องนั่งเล่น หรือห้องที่มีความร้อนปานกลาง X 800 สำหรับหรือห้องนอน X 700 ยกตัวอย่างเช่น

  • ขนาดห้องนอนของเรา กว้าง 4 X ยาว 4 X 700 (ค่าตัวแปร) ก็จะได้เท่ากับ 11,200 จึงควรเลือกเครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 BTU ถึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน
  • ขนาดห้องนั่งเล่นของเรา กว้าง 5 X ยาว 6 X 800 (ค่าตัวแปร) ก็จะได้เท่ากับ 24,000 จึงควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 24,000 BTU

เลือกเครื่องปรับอากาศให้มีขนาดพอเหมาะ

          ที่สำคัญควรเลือกเครื่องปรับอากาศ ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 หรือเลือกให้มีฉลากตัวเลขมากที่สุด เพราะตัวเลขยิ่งมาก ก็จะยิ่งช่วยประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น รวมทั้งการเลือกเครื่องปรับอากาศแบบ Inverter ที่มีการทำงานควบคุมอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้เราประหยัดค่าไฟได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

3. ให้พัดลมช่วยทำงาน

          พัดลมเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในวิธีลดความร้อนในห้องที่ได้ผลมาก ๆ นอกจากช่วยไล่ความร้อนภายในห้อง ให้บรรยากาศเย็นสบายแล้ว สำหรับบ้านที่ติดแอร์ พัดลมยังเป็นตัวช่วยชั้นดี ในการลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ช่วยให้เราประหยัดค่าไฟได้เป็นอย่างมาก วิธีการก็ทำได้ไม่ยาก ก่อนเราเปิดแอร์ทุกครั้ง ให้เราเปิดหน้าต่างให้กว้าง เปิดช่องลมรับลมธรรมชาติ ช่วยระบายความร้อน แล้วให้เราเปิดพัดลมหันออกนอกหน้าต่าง พัดลมจะช่วยดูดอุณหภูมิความร้อนที่สะสมอยู่ภายในห้องตลอดทั้งวันให้ออกไปนอกห้อง ช่วยถ่ายเทอากาศออกไปนอกห้อง เมื่ออากาศร้อนออกไปหมดแล้ว เครื่องปรับอากาศก็จะไม่ต้องทำงานหนักนั่นเอง หรือแม้แต่การเปิดแอร์ตอนกลางคืนไว้ประมาณสัก 3 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ความเย็นที่ต้องการ แล้วเปลี่ยนมาเปิดพัดลมแทน วิธีนี้ก็เป็นวิธีลดความร้อนในห้อง ที่ทั้งเย็นสบายและประหยัดไฟไปในเวลาเดียวกัน

          การใช้พัดลมยังมีส่วนช่วยให้อากาศภายในห้องหมุนเวียนได้มากขึ้น เช่น พัดลมเพดาน ที่ช่วยกระจายอากาศให้หมุนเวียนได้รวดเร็ว หลักสำคัญอยู่ที่การเลือกขนาดของพัดลมเพดาน และการหมุนของใบพัดให้เหมาะสม ขนาดของพัดลมเพดานที่ใช้ควรมีขนาดที่ลงตัวพอดีกับพื้นที่ใช้สอย ไม่ดูเกะกะสายตา และทำให้ระแวงว่าจะเกิดอันตราย การเลือกพัดลมเพดานกับขนาดของห้องนั้น แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ จะมีระบุไว้ว่าเหมาะจะใช้งานกับพื้นที่ขนาดเท่าไหร่ ความสูงของห้องอยู่ที่เท่าไหร่ ลักษณะการหมุนของใบพัดเป็นแบบไหน เช่น เป็นใบพัดแบบดูดอากาศขึ้นสู่เพดาน หรือใบพัดแบบกดอากาศร้อนลงสู่พื้นด้านล่าง แล้วค่อยกระจายตัวออก เป็นต้น

4. ติดม่านกันร้อน ม่านกรองแสง

          ม่านไม่ได้มีประโยชน์เพื่อความสวยงาม หรือใช้เพื่อบังสายตาสร้างความเป็นส่วนตัวเท่านั้น การติดผ้าม่านคอนโดยังเป็นวิธีลดความร้อนในห้องอีกทางหนึ่งด้วย โดยเฉพาะหากเราเลือกม่านที่สามารถกันแสง กันความร้อน หรือกันรังสี UV ได้ ยิ่งเราเลือกชนิดของผ้าม่านที่เหมาะสมกับลักษณะของห้อง ก็ยิ่งช่วยลดอุณหภูมิได้เร็วมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากห้องของเรามีแสงแดดส่องเข้ามาตลอดเวลา ควรเลือกใช้ม่านที่เป็นวัสดุสังเคราะห์ต่าง ๆ เช่น ผ้าม่านที่เคลือบสารไฟเบอร์ โพลีเอสเตอร์ ข้อดีของม่านชนิดนี้คือทึบแสง ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ การใช้ม่านทึบแสงได้ผลดีก็จริง แต่ภายในห้องก็จะมืดสนิท ต้องเปิดไฟ ก็อาจจะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเช่นเดียวกัน แต่เราก็สามารถเลือกม่านแบบปรับแสงหรือปรับองศาของม่านได้ หรือจะใช้ม่านมูลี่ปรับแสงได้

ติดม่านกันร้อน ม่านกรองแสง

          หากห้องของเราโดนแสงเป็นช่วงเวลา ก็อาจจะเลือกเป็นม่านม้วนแบบ Sunscreen ที่กรองแสงได้ตามเปอร์เซ็นต์ที่เราเลือก และยังสามารถกรองแสงได้ถึง 80 - 90 เปอร์เซ็นต์ และกันความร้อนจาก UV ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกัน หรือเลือกตามโทนสี เช่น หากห้องร้อนอากาศไม่ถ่ายเท ก็ควรเลือกใช้ม่านสีอ่อน เพราะจะสะสมความร้อนน้อยกว่าม่านสีเข้ม หรืออาจเลือกใช้ม่านแบบ 2 ชั้น ม่านผืนหนาสีเข้ม ที่ใช้งานร่วมกับม่านแบบโปร่งแสงเนื้อผ้าสีขาวบางเบา สำหรับใช้ในช่วงแดดไม่จัดก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ การติดตั้งม่านเป็นวิธีลดความร้อนในห้อง ทำให้ห้องอุณหภูมิห้องเย็นลง ช่วยประหยัดค่าไฟ เพราะเครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

5. ติดฟิล์มกรองแสง

          สำหรับคนที่ไม่ชอบม่าน เพราะกลัวห้องจะทึบไม่สวยงาม หรือกลัวจะเป็นที่สะสมของฝุ่น เรามีอีกวิธีลดความร้อนในห้องมาแนะนำกัน นั่นก็คือการติดฟิล์มกระจก ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ในการลดความร้อนภายในห้องได้เป็นอย่างดี การติดฟิล์มนั้น นอกจากจะช่วยลดแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในห้องของเรา ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนได้แล้ว ยังช่วยป้องกันรังสี UV ช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้มากทีเดียว การเลือกฟิล์มที่ตรงกับลักษณะการใช้งาน ยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย ปัจจุบันฟิล์มกระจกก็มีให้เลือกหลายแบบมากมาย รวมทั้งคุณภาพและราคาก็ไม่สูงจนเกินไป

 วิธีลดความร้อนในห้องด้วยการติดฟิล์ม แนะนำว่าควรติดแบบเต็มบานไปเลย จะกันความร้อนและกันแสงได้ดีกว่าติดแบบครึ่งบาน หรือติดเพียงบางส่วน ฟิล์มติดกระจกควรเลือกแบบที่แสงผ่านได้ราว ๆ 15 - 30 เปอร์เซ็นต์ และกันรังสีความร้อน 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ ก็เพียงพอ เพราะราคาจะไม่แพงเกินไป หรือจะเลือกเป็นฟิล์มปรอทตัดแสง ที่กันความร้อนจากรังสี UV ได้ดี เพียงแต่อาจจะไม่สวย แต่ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ของห้องเราเป็นหลักด้วย วิธีลดความร้อนในห้องด้วยการติดฟิล์ม ควรเลือกที่มีมาตรฐานฟิล์มอาคาร ประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อคุณภาพในการป้องกันความร้อนที่ดี

6. เปิดช่องลม เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทระบายความร้อน

          วิธีนี้เป็นวิธีลดความร้อนในห้องที่ง่ายและสะดวกที่สุด หากเราอยู่บ้านเป็นประจำ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ช่วงเย็น ๆ แดดร่มลมตก ให้เปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้เพื่อระบายอากาศบ้าง หากห้องเป็นแบบมีหน้าต่าง 2 ด้าน ก็ควรเปิดทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้ลมพัดเอาอากาศด้านนอก มาไล่อากาศร้อนด้านในออกไปจากห้อง เพราะลมที่พัดเข้ามานั้น จะพัดลงสู่พื้นด้านล่างก่อน แล้วจะดันความร้อนลอยขึ้นสู่เพดาน ทำให้อุณหภูมิความร้อนภายในห้องของเราลดลง

เปิดช่องลม

7. ลดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่สะสมความร้อน

            หากเป็นห้องคอนโด ส่วนใหญ่อาจจะมีส่วนพื้นที่ครัวอยู่ภายในห้อง การใช้งานเตาไฟฟ้า เตาอบ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนอื่น ๆ จะมีการระบายความร้อนออกมา มีส่วนทำให้ห้องร้อนอากาศไม่ถ่ายเท วิธีลดความร้อนในห้อง คือ ควรเลือกใช้ความร้อนขณะใช้งานในระดับที่เหมาะสมมากที่สุด และเปิดห้องให้อากาศได้ระบายความร้อนออกไป หากเป็นไปได้ควรติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดไว้นอกระเบียง เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ฯลฯ จะเป็นการช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการเลือกใช้หลอดไฟ ภายในห้อง ควรเปลี่ยนมาใช้หลอด LED หรือหลอดตะเกียบแทนหลอดไฟแบบเก่า เนื่องจากหลอดไฟ LED จะสะสมความร้อนน้อยมาก ไม่สะสมความร้อนภายในห้อง

8. ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา

           อีกวิธีลดความร้อนในห้อง แถมยังช่วยให้สบายตาสบายใจ ป้องกันไม่ให้แสงแดดส่องเข้าห้องนอนตรง ๆ คือการปลูกต้นไม้ช่วยกรองแสง ช่วยบังแดด ช่วยซึมซับระบายอากาศร้อนภายในห้อง โดยเฉพาะห้องที่มีหน้าต่าง หรือระเบียงรับแสงโดยตรง กลับจากทำงานทีไรต้องมาเจอกับห้องนอนที่ร้อนระอุ รับรองเลยว่าสุขภาพจิตเสียแน่ ๆ การปลูกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ไว้นอกหน้าต่าง ริมหน้าต่าง หรือหน้าระเบียง จะเป็นตัวช่วยในการกรองแสง ลดปริมาณความร้อนที่จะผ่านเข้ามาในห้องได้เป็นอย่างดี แสงแดดจะไม่ส่องกระทบกับพื้น หรือผนังห้องนอนของเราตรง ๆ ทำให้ไม่เกิดการสะสมความร้อน แต่ก็อย่าลืมควรเลือกต้นไม้ชนิดที่ทนแดดทนร้อน และหมั่นดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นเดียวกัน

ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา

          นอกจากการปลูกต้นไม้ช่วยบังทิศทางของแสงแล้ว อีกวิธีลดความร้อนในห้องก็คือ การปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ เพราะนอกจากจะช่วยฟอกอากาศเสีย ดูดซับมลพิษ ฝุ่นละอองที่ลอยปะปนในอากาศ ที่มีส่วนทำให้เราเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย ๆ ต้นไม้ฟอกอากาศส่วนใหญ่ ช่วยสร้างออกซิเจนในอากาศ และคายความชื้น บรรเทาอากาศร้อนได้เป็นอย่างดี ลองหาต้นไม้ฟอกอากาศมาประดับห้องเอาไว้สักต้นสองต้น รับรองเลยว่าเป็นวิธีลดความร้อนในห้องที่เห็นผลแน่นอน เรามีต้นไม้ฟอกอากาศที่สามารถปลูกในห้องมาแนะนำ เช่น เป็ปเปอร์โรเมีย เดหลี พลูด่าง ลิ้นมังกร เขียวหมื่นมังกร บอสตันเฟิร์น เป็นต้น

. . . . . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างกับ วิธีลดความร้อนในห้อง ทั้งอยู่สบายและประหยัดไฟที่เรานำมาฝากกัน ในภาวะที่โลกร้อน อุณหภูมิสูงขึ้นทุกวัน การดูแลห้องของเราให้ปลอดโปร่ง มีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอ จะช่วยให้ห้องหรือบ้านของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เทคนิคทั้ง 8 ข้อนั้น รับรองเลยว่าเป็นวิธีลดความร้อนในห้องที่เห็นผลอย่างแน่นอน เพราะหากปล่อยไว้นาน ๆ ไม่หาทางป้องกัน ปล่อยให้ห้องสะสมความร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ การเปิดเครื่องปรับอากาศก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความร้อนเข้ามาภายในห้อง ควรต้องหาวิธีลดความร้อนในห้อง ตามที่เราแนะนำเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ รับรองว่าจะไม่มีปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวมากวนใจอย่างแน่นอน