logo

 ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม หลายคนถามคำถามนี้บ่อย ๆ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เราคงเคยได้ยินคำว่าเครดิตบูโรกันเป็นประจำ เป็นคำที่คุ้นหูที่ได้ยินกันมานานมากแล้ว ยิ่งในช่วงสถานการณ์ที่เศรษฐกิจถดถอย เรายิ่งได้ยินคำว่า ติดบูโรบ่อยมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการขอสินเชื่อ หรือการยื่นกู้ ทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ โดยผู้ที่จะยื่นขอสินเชื่อ จะมีประวัติการชำระเงินที่ถูกรวบรวมไว้ เช่นเคยมีการผ่อนชำระอะไรมาบ้าง สำหรับนำไปใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อต่าง ๆ ทั้งซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือสมัครบัตรเครดิตต่าง ๆ ซึ่งเรียกกันว่าเครดิตบูโรนั่นเอง แต่ก็มีหลายคนที่สงสัยว่า หากเราติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม? มีประวัติทางการเงินไม่ดีจะผ่านอนุมัติหรือไม่? วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเครดิตบูโรว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร มีเงื่อนไขอย่างไร และใช้ทำอะไรได้บ้างกับติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม

. . . . . . . . . . .

การติดบูโร คือ อะไร

          ก่อนจะไปดูว่าติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าติดบูโรคืออะไร ในเบื้องต้นก็จะคล้าย ๆ ถูกแบล็คลิสต์ หรือติดบัญชีดำ ซึ่งมีผลทำให้เราไม่สามารถไปยื่นขอสินเชื่อต่าง ๆ ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหมนั้น เครดิตบูโรไม่ได้มีหน้าที่ในการขึ้นบัญชีดำ หรือทำให้ใครติดบูโร แต่เป็นข้อมูลที่บริษัทเครดิตข้อมูลแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) หรือที่รู้จักและเรียกกันทั่วไปว่าเครดิตบูโร เก็บประวัติการเงินและการชำระหนี้ของแต่ละคนในกรณีต่าง ๆ เช่น ชำระไม่ตรงตามกำหนด ล่าช้า หรือค้างจ่าย เพื่อเป็นข้อมูลให้แต่ละธนาคารไว้ประกอบการพิจารณาการให้สินเชื่อ ถ้าอยากให้ข้อมูลจากเครดิตบูโรสวยงาม ก็ต้องวางแผนชำระหนี้ให้ดี หรือจัดการหนี้คงค้าง เพื่อให้ข้อมูลกลับมาดีอีกครั้ง ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม จึงขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ ประกอบกัน 

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม ทำอย่างไรหากเคลียร์หนี้ยังไม่หมด แต่อยากขอสินเชื่อ

          หากเคลียร์หนี้ยังไม่หมด หรือมีหนี้ค้างชำระ หรือยังติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม? คุณสมบัติของผู้ยื่นขอกู้ ขอสินเชื่อ มีรายละเอียดที่เหมือน ๆ กัน สำหรับใช้เป็นหลักเกณฑ์พิจารณาในการอนุมัติสินเชื่อ เช่น คุณสมบัติผู้กู้ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ มีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในเกณฑ์ไหน โดยดูจากสลิปเงินเดือน ภาระหนี้สิน ว่ามีมากน้อยแค่ไหน ทรัพย์สินมีน้อยกว่าหนี้สินหรือไม่ พร้อมกับดูหลักประกันความเสี่ยงของผู้กู้ ซึ่งหมายถึงหลักทรัพย์และผู้ค้ำประกัน รวมทั้งประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา ดังนั้น หากถามว่าติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม? บางกรณีก็สามารถยื่นกู้ได้เช่นกัน

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม

เคลียร์หนี้หมด แต่ยังติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม

          กรณีที่ชำระหนี้ต่าง ๆ หมดแล้ว จะขอสินเชื่อใหม่ แต่ยังติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม? สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หากเคยมีการผ่อนชำระผ่านระบบธนาคาร หรือสถาบันการเงินทั่วไป เราต้องอัปเดตสถานะทางการเงิน หรือข้อมูลเครดิตของเรา ไม่ให้ติดบูโรก่อน โดยจะมี 2 วิธี คือ

  • แจ้งธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เราเคยเป็นลูกหนี้ เพื่อขอให้แก้ไขข้อมูลเครดิตของเราให้เป็นปัจจุบัน
  • สามารถไปดำเนินการเองได้ที่เครดิตบูโร จะมีแบบฟอร์มคำขอโต้แย้ง โดยตามกฎหมายเครดิตบูโรจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับเรื่อง

          ในบางกรณีที่สงสัยกันว่าติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม เคลียร์หนี้สินเก่า ๆ ที่ค้างหมดแล้ว แต่ยังคงมีประวัติเก่าอยู่ หากยังไม่ต้องการขอสินเชื่อ ก็สามารถปล่อยเอาไว้ก่อนก็ได้ เพราะเมื่อครบ 3 ปี หลังจากที่เราปิดบัญชีหนี้สินหมดแล้ว ข้อมูลเครดิตของเราก็จะถูกลบทิ้งออกจากฐานข้อมูลเครดิตบูโรไปเอง

. . . . . . . . . . .

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม หากขอสินเชื่อใหม่ ต้องทำอย่างไร

          ปัจจุบันการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่เพื่อให้การดำเนินการขอสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น หากศึกษาขั้นตอนการขอสินเชื่อให้ดี ก็จะช่วยให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น เรามาดูขั้นตอนการขอสินเชื่อกัน

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม

1. ยื่นคำขอสินเชื่อ

          สามารถยื่นขอได้ที่ธนาคาร หรือสาขาของธนาคารก็ได้ พร้อมเตรียมเอกสารให้พร้อม โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารจะพิจารณาสินเชื่อเบื้องต้นจากข้อมูลที่เราเตรียมไป พร้อมสัมภาษณ์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

2. เจ้าหน้าที่ธนาคารจะสรุปการยื่นคำขอสินเชื่อของเรา

          พร้อมพิจารณาวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ คุณสมบัติ สถานภาพ ข้อมูลเครดิต ความสามารถในการชำระหนี้ได้ตามจำนวนวงเงิน โดยหลังจากนั้นธนาคารจะติดต่อนัดหมาย เพื่อประเมินมูลค่าหลักทรัพย์

3. เมื่อธนาคารประเมินหลักทรัพย์แล้วเสร็จ

          ธนาคารจะแจ้งผลการพิจารณาว่าอนุมัติสินเชื่อให้เราหรือไม่

4. หากได้รับอนุมัติสินเชื่อ

          ธนาคารจะนัดหมายเพื่อให้ไปลงนามสัญญากู้เงิน และสัญญาจดจำนอง พร้อมกับนัดวันทำนิติกรรม ณ กรมที่ดิน ตามโฉนดที่ดินที่ได้จดทะเบียนไว้

การจัดเตรียมเอกสารต่าง ๆ ในการยื่นขอสินเชื่อ

ส่วนที่ 1 เอกสารส่วนตัว ให้เตรียมทั้งตัวจริงและสำเนา ดังนี้ 

  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ 
  • ทะเบียนบ้าน
  • ใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล กรณีมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล 
  • ทะเบียนสมรส และกรณีหย่าร้าง ให้นำทะเบียนหย่ามาด้วย รวมทั้งกรณีแยกกันอยู่ ให้เตรียมใบแจ้งความการแยกกันอยู่มาด้วยเช่นกัน
  • ใบมรณบัตรของคู่สมรส กรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต 

ส่วนที่ 2 เอกสารแสดงรายได้ 

  • ผู้มีรายได้ประจำ คือ หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือน สำเนาสมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน

และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) 

  • เจ้าของกิจการ เอกสารที่ต้องจัดเตรียมคือ สำเนาหนังสือจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ไม่เกิน 3-6 เดือน หลักฐานแสดงการเคลื่อนไหวทางการเงิน ของบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันของเจ้าของ หรือของกิจการ อย่างน้อย 6 เดือน และแนบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นมาด้วย สำหรับกรณีเลือกใช้บัญชีของบริษัท และย้อนหลัง 6 เดือน ถึง 1 ปี

ส่วนที่ 3 เอกสารที่แสดงถึงรายละเอียดของหลักทรัพย์ การขอสินเชื่อซื้อบ้าน ธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะถือว่าอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้กู้ได้กู้เงินไปซื้อนั้นเป็นหลักประกัน จำเป็นต้องเตรียมเอกสารที่แสดงรายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ด้วย ดังนี้

  • ในกรณีที่อสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นที่ดิน หรือที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้าง เช่น บ้าน อาคารพาณิชย์ ทาวน์เฮ้าส์ ให้ผู้กู้เตรียมสำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ) หรือจะเป็นหนังสือแสดงสิทธิทำกินในที่ดิน (น.ส.3 ก) โดยให้เตรียมสำเนาทุกหน้า จำนวน 2 ชุด
  • กรณีเป็นคอนโดมิเนียมหรือห้องชุด ให้เตรียมหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) และสำเนาทุกหน้า จำนวน 2 ชุด
  • แผนที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ / รูปถ่ายของอสังหาริมทรัพย์
  • สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญามัดจำ หรือหลักฐานการแสดงการชำระเงินดาวน์
  • กรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์มือสอง หรือเป็นการซื้อต่อ ให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขายมาด้วย
  • จัดเตรียมสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง เช่น สัญญาซื้อขายที่ดิน (ทด.13) ใบคำร้องขอเลขที่บ้าน หรือใบอนุญาตปลูกสร้างบ้าน 

          ผู้ยื่นกู้ต้องเตรียมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหน้าแรกที่ระบุชื่อและเลขที่บัญชีของผู้กู้ให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นบัญชีให้ธนาคารโอนเงิน เมื่อได้รับการอนุมัติ ส่วนในกรณีกู้ร่วม ให้ผู้กู้ร่วมเตรียมเอกสารในส่วนที่ 1 และในส่วนที่ 2 มาด้วย เอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ยื่นประกอบการขอสินเชื่อ โดยอาจมีรายละเอียดที่แตกต่าง และต้องจัดเตรียมเพิ่มตามลักษณะอาชีพของผู้กู้ เช่น ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว และผู้ประกอบอาชีพอิสระ

. . . . . . . . . . .

ข้อควรระวังที่จะทำให้การขอสินเชื่อไม่ผ่าน

          นอกจากเราต้องรู้ก่อนว่า ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหมแล้ว การยื่นขอสินเชื่อเพื่อให้ผ่านการอนุมัติ จากธนาคารหรือสถาบันการเงินต่าง ๆ จะต้องจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน และต้องศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้การยื่นกู้ของเราประสบความสำเร็จ โดยต้องระมัดระวังเรื่องต่าง ๆ ต่อไปนี้

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม

1. เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นกู้ ต้องเตรียมให้ครบถ้วน

          เรายื่นขอสินเชื่อประเภทไหน และสินเชื่อประเภทนั้น กำหนดประเภทเอกสารอะไรบ้าง เพราะการยื่นขอสินเชื่อแต่ละประเภท เอกสารก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง เช่น เอกสารส่วนตัว เอกสารรายได้ เอกสารอื่น ๆ เช่น เอกสารของผู้กู้ร่วม แผนงาน หรือแผนธุรกิจโครงการ

2. การค้ำประกันและหลักประกัน

          เมื่อเราจัดเตรียมเอกสาร ตามที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินกำหนดไว้ครบถ้วนแล้ว หากเรามีเอกสารประกอบเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้การขอสินเชื่อผ่านการอนุมัติ ก็จัดเตรียมไปเพิ่มเติมได้ทันที เช่น บัญชีเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หรือผู้ค้ำประกัน โดยจะต้องมีการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันด้วยเช่นกัน

3. หลักเกณฑ์ในการพิจารณา

          ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างกันออกไปบ้าง ดังนี้

  • ผู้ยื่นขอกู้ต้องมีหลักประกันความเสี่ยง ไม่มีประวัติค้างชำระหนี้ 1 ปี และจะไม่ปล่อยกู้ให้กับกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง 
  • การขอสินเชื่อนั้น ๆ มีแนวโน้มที่จะสามารถชำระหนี้ได้ มีความสามารถในการชำระหนี้ เช่น การกู้เงินเพื่อลงทุน การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ จะอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณา

4. หากไม่ได้รับอนุมัติ

          ผู้ที่ขอยื่นกู้สามารถขอให้ธนาคารหรือสถาบันการเงิน แจ้งเหตุผลในการไม่อนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ซึ่งเหตุผลนั้นจะสามารถทำให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อนำไปพัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้นได้ เช่น ยังมีหนี้ค้างชำระ รายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ สำหรับบริษัทที่ไม่ได้รับการอนุมัติ ก็สามารถขอเอกสารที่ใช้ยื่นประกอบการพิจารณาคืนได้ เช่น งบการเงิน แผนธุรกิจ หลักประกันต่าง ๆ ซึ่งสำหรับกรณีนี้จะไม่ใช้บังคับกับ Non-Bank ที่ให้สินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต

5. ภาระค่าใช้จ่าย

          ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะคำนวณว่า ผู้ยื่นขอสินเชื่อที่มีภาระค่าใช้จ่ายเกิน 40% ของเงินเดือน จะเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการอนุมัติ หากวางแผนที่จะกู้เงินซื้อบ้าน ก็ต้องวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้าไว้ด้วยเลย เพื่อสร้างฐานะทางการเงินของเราให้ดีมีเครดิต อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถชำระหนี้ได้

. . . . . . . . . . .

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม สามารถตรวจเครดิตบูโรออนไลน์ได้แล้ว

          ใครที่กำลังสงสัยอยู่ว่า ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม หรือจะเช็กได้ยังไงว่าเครดิตบูโรเราเป็นอย่างไร ยิ่งในสถานการณ์แบบปัจจุบันที่ต้อง Work From Home อยู่กับบ้าน รู้หรือไม่ว่า เราสามารถตรวจเครดิตบูโรออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงได้แล้ว ไม่ต้องเดินทางไปที่ธนาคาร เพียงแค่มีโทรศัพท์สมาร์ตโฟน ก็สามารถตรวจได้ง่าย ๆ สบาย ๆ ผ่านแอป Krungthai Next ระบบ Android และระบบ iOS เพียงแค่ดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่อง ก็เริ่มใช้งานได้ทันที ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

ติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม

1. เข้าไปที่เมนู บริการธนาคาร

2. เลือก ตรวจสอบเครดิตบูโร

3. เลือกรูปแบบการรับข้อมูลเครดิตบูโร แบบ E-Credit Report ทางอีเมล รับผลรายงานใน 3 วันทำการ หรือจัดส่งทางไปรษณีย์ รับผลรายงานใน 7 วันทำการ

4. ติ๊กช่องข้าพเจ้ายอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข กด “ยอมรับ”

5. ตรวจสอบข้อมูล กด “ยืนยัน” ค่าธรรมเนียม 150 บาท หน้าจอจะแสดงผลทำรายการ

6. เมื่อขึ้นว่า “ส่งคำขอและชำระเงินสำเร็จ” ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

          เครดิตบูโรยังสามารถขอตรวจสอบได้อีกหลายช่องทาง เช่น ที่ทำการไปรษณีย์ เคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ เคาน์เตอร์ธนาคาร (ทุกสาขา) ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ (Government Smart Kiosk) หรือตรวจสอบผ่านตู้ ATM ส่วนใครที่อยากตรวจสอบเครดิตบูโรด้วยตัวเอง เพื่อเช็กดูว่าติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม สามารถตรวจสอบศูนย์ตรวจเครดิตบูโรแบบสามารถรอรับได้เลยภายใน 15 นาที ได้ตามลิงค์ https://www.ncb.co.th/check-your-credit-bureau/where-to-check-credit-bureau มีบริการทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล (มีค่าบริการ 100 บาท) 

. . . . . . . . . . .

          ใครที่สงสัยว่าติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม คงคลายสงสัยกันไปได้บ้างแล้ว การขอสินเชื่อต่าง ๆ นั้น จึงควรจะต้องวางแผนการชำระหนี้ให้ดี สามารถชำระได้อย่างตรงเวลา เพื่อไม่ให้ประวัติเสียหาย จนโดนเก็บข้อมูลกับทางเครดิตบูโร แต่หากติดบูโรอยู่ แล้วมีความกังวลว่า เมื่อเราติดบูโรขอสินเชื่อได้ไหม ก็อย่าได้กังวลให้มากเกินไป แนะนำให้ลองปรึกษา หรือสอบถามกับทางธนาคารหรือสถาบันทางการเงินก่อน เพื่อช่วยกันหาทางออกและแก้ปัญหาในการชำระหนี้ เพื่อจะได้ขอสินเชื่อต่อไป ติดตามเรื่องการเงิน หรือการขอสินเชื่อ ได้ที่บทความ Talk อย่างเรื่อย ๆ เลย จาก CondoNewb เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด แล้วตดตามกันนะครับ