logo

        บทความนี้ เรากลับมาที่แยกลำสาลีกันอีกครั้ง เนื่องจากสะดุดตากับลูกเพจท่านหนึ่ง ที่คอมเมนต์มาในคลิปรีวิว The Livin รามคำแหง ว่า อยากให้เรารีวิวคอนโดข้างเคียงอย่าง Origin Plug & Play รามคำแหง Triple Station ด้วย พร้อมแนบท้ายคอมเมนต์ว่า “อยู่ใกล้กันมาก จนแทบจะตบกันอยู่แล้ว” 

          ซึ่งเอาจริง ๆ ตัวผมเองทราบอยู่แล้วว่าบริเวณนี้ มีคอนโดที่จะทำการก่อสร้างในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอยู่ถึง 2 โครงการ ที่ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจ หนึ่งคือ The Livin รามคำแหง จาก Risland Thailand และอีกโครงการคือ Origin Plug & Play รามคำแหง Triple Station ซึ่งทั้งสองโครงการ มีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน จุดเด่นและจุดด้อย ก็แตกต่างกัน ในบทความนี้ สำหรับใครที่ยังลังเลอยู่ระหว่างคอนโดสองโครงการนี้ CondoNewb หวังว่าจะช่วยเปรียบเทียบให้ได้เห็นภาพเพิ่มขึ้นครับ

. . . . . . . . .

วิเคราะห์ทำเล

แผนที่ Origin Plug & Play รามคำแหง Triple Station

          มาเริ่มที่เรื่องของทำเลกันก่อนเลย ทั้งสองโครงการนี้นะครับ ทั้งตัว The Livin และ Origin Plug&Play เขาอยู่ในทำเลเดียวกันเลยครับทุกคน ห่างกันประมาณสัก 100 เมตรได้ ซึ่งผมเคยวิเคราะห์ไปคร่าว ๆ ใน รีวิว The Livin แล้ว แต่เดี๋ยวจะมา Wrap Up ให้ฟังสั้น ๆ กันอีกครั้งหนึ่ง

การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย คือ

  • รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือ สำโรง - ลาดพร้าว
  • รถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันออก ศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี
  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล

สามารถเดินทางไปได้ทั้งย่านลาดพร้าว - รัชดา ศรีนครินทร์ - สำโรง และสามารถเดินทางไปยังแหล่งงานในย่าน New CBD พระราม 9 ได้

แผนที่ The Livin รามคำแหง

ใกล้ท่าเรือด่วนคลองแสนแสบ

           สำหรับ Origin Plug & Play จะใกล้กับท่าเรือวัดศรีบุญเรืองมากกว่า ในขณะเดียวกัน The Livin จะใกล้กับท่าเรือบางกะปิครับ

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว

          ใกล้ทางด่วน 2 ทิศเลย คือบริเวณทางด่วนกาญจนาภิเษกที่ลงถนนรามคำแหง และ ทางด่วนพระราม 9 บริเวณศรีนครินทร์ ซึ่งทั้งสองโครงการ เหมือนกันถ้าหากเราขับรถ 100 เมตรไม่ได้แตกต่างกันขนาดนั้นนะครับ

ความอุดมสมบูรณ์

          เหมือนกันเลยครับ ตลาดบางกะปิ เดอะมอลล์บางกะปิ แม็กโครลาดพร้าว โลตัสลาดพร้าว โรงพยาบาลรามคำแหง โรงพยาบาลสมิติเวช คือเรียกได้ว่าเราสามารถใช้รูปสถานที่ต่าง ๆ รอบโครงการ อันเดียวกับ The Livin ได้เลย บวกลบกันไม่เยอะ ไม่เกิน 100 เมตรแน่นอนครับ

. . . . . . . . . . .

ข้อมูลโครงการ

The Livin รามคำแหง จาก Risland Thailand

เป็นคอนโดมิเนียมความสูง 42 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

บนที่ดินขนาดประมาณ 8 ไร่

ยูนิตพักอาศัยจำนวน 1,983 tยูนิต และ 3 ร้านค้า

พร้อมที่จอดรถ 795 คัน หรือ 41%

ยูนิตพักอาศัยแบ่งออกเป็น

  • Studio 22.22-22.92 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 26.99-29.98 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 32.32-32.87 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 38.58-61.49 ตร.ม.

Origin Plug&Play รามคำแหง จาก Origin Property

เป็นคอนโดมิเนียมความสูง 23 ชั้น จำนวน 1 อาคาร

บนที่ดินขนาดประมาณ 2 ไร่

ยูนิตพักอาศัยจำนวน 482 ยูนิต และ 3 ร้านค้า

พร้อมที่จอดรถ 180 คัน หรือ 37%

ยูนิตพักอาศัยแบ่งออกเป็น

  • 1 Bedroom Duo Space 22-24 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duo Space 26-27 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus Duo Space 31-33 ตร.ม.

จากตัวเลข FactSheet ด้านบน บอกอะไรได้บ้าง

          อันดับแรกเลย ขนาดโครงการต่างกันมากนะครับ ต่างกันประมาณ 3 - 4 เท่าเลย ฉะนั้น ในเรื่องของตัวโครงการอาจจะไม่ได้เทียบกันได้แบบจัง ๆ แบบเรื่องของทำเล แต่ถ้าใครชอบที่ความเป็นส่วนตัวหน่อย ก็อาจจะลองมองมาทาง Origin ได้ แต่ก็อย่าลืมว่า The Livin ก็ออกแบบภายในมารองรับจำนวนยูนิตได้ค่อนข้างดีเช่นกัน

The Livin รามคำแหง

          ฉะนั้นเดี๋ยวเรามาดูภายในโครงการกันต่อ โดยที่ เหมือนเดิมนะครับ ผมขออนุญาต Wrap up สั้น ๆ สำหรับตัว The Livin เนื่องจากว่าเราเคยทำรีวิวไปแล้ว นะครับ

          ทางฝั่ง The Livin รามคำแหง จะแบ่งพื้นที่ส่วนกลางออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือพื้นที่ส่วนกลางแนวราบ เป็นสวนบริเวณกลางตัว U ของอาคาร แบ่ง Lobby ออกเป็น 2 จุด และมีลิฟต์โดยสารไว้บริการทั้งหมด 3 จุด รวมทั้งหมด 10 ตัว

          จากนั้น ตัวส่วนพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางอีกชุดจะมาเริ่มที่ชั้น 7 ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ พร้อมสระเด็ก และสวนพื้นที่สีเขียวริมสระว่ายน้ำ พื้นที่ออกกำลังกาย Gym / Boxing Hit / Yoga รวมถึงยังมีตัว Kid Planet ด้วย

          จากนั้นพวกยูนิตพักอาศัยต่าง ๆ ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไป ก็จะลดลั่นสลับกันไปมา แทรกพื้นที่สีเขียวเป็นจุด ๆ มุมอาคารบ้างตรงกลางอาคารบ้าง กระจาย ๆ กันอยู่ให้ยูนิตไม่อึดอัดเกินไปครับ

          จากนั้นชั้น 42 ก็จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางอีก 1 จุด ซึ่งทางโครงการทำออกเป็น Indoor และ Outdoor สำหรับรับวิวเลย จะประกอบไปด้วย 

  • โซน BBQ
  • Co - Kitchen Studio
  • Sky Lounge
  • Board Game / Gam Club / E-Sport Entertainment
  • Kid Planet จุดที่ 2
  • Co - Working Space
  • Meeting Room

          ส่วนสุดท้าย บริเวณ Rooftop จะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง Outdoor ทางโครงการทำเป็นสวน เป็นพื้นที่สีเขียว มี Jogging Track และ สนาม Basketball ครับ

Origin Plug&Play รามคำแหง Triple Station

              ต่อไปเดี๋ยวมาดูทางฝั่ง Origin Plug&Play รามคำแหง กันบ้างครับ ซึ่งต้องบอกก่อนว่า สำหรับโครงการนี้ เดี๋ยวเราเริ่มจาก Master Plan ก่อนเลย โดยถ้าเราเห็น Master Plan จะดูออกเลยว่า ตัวโครงการขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ที่ดินจะเป็นแบบหน้าแคบ ถนนจะอยูู่ทางฝั่งซ้ายของแปลนนะครับ แล้วก็มี 2 อาคารแยกกัน ระหว่างอาคารพักอาศัย และอาคารจอดรถทางด้านหลัง

Master Plan

            ซึ่ง ต้องเรียนตามตรงก่อนว่า โครงการยังค่อนข้างใหม่มากนะครับ ฉะนั้นข้อมูลอาจจะยังไม่ได้เยอะเท่าไหร่ครับ แต่จากข้อมูลที่เรามี ก็อนุมานได้ค่อนข้างเห็นภาพแล้วล่ะครับ โดย Masterplan ที่ขาดไปคือ ชั้น 1 ที่เป็นแนวราบเนอะ ซึ่ง จากภาพตัวอย่าง เราจะเห็นได้ว่า พื้นที่ส่วนกลางแนวราบจะประกอบไปด้วย

          Lobby ดีไซน์เน้นความหรูหรา เพดานสูงแบบ Duo Space + กระจกทรงสูง ให้ความโปร่งโล่งมาก ภายในมีชุดโซฟาให้เลือกนั่งหลายแบบ

Co-Working Space เน้นน้ำเงินฉูดฉาดมาก ภายในคือมีฟังก์ชันให้เลือกใช้งานหลากหลาย ทั้งโซฟา โต๊ะทำงานแบบกลุ่ม แบบบาร์ให้นั่งใช้สมาธิก็มี รวมถึงยังมี Meeting Room ให้ด้วยครับ

3 - 20 Floor

              ซึ่ง พื้นที่ส่วนกลาง เขาจะทำเป็น Double Space ทั้งหมดเลย ทำให้ยูนิตพักอาศัย ไปเริ่มต้นที่ชั้น 3 เป็นต้นไป โดยจะเป็นแปลนเดียวกัน ตั้งแต่ชั้น 3 - 20 เลยครับ 

Rooftop อาคารจอดรถ

          ส่วนบริเวณเหนืออาคารจอดรถก็จะมีส่วนกลางอีกส่วนหนึ่ง ที่ทางโครงการเรียกว่า Multi Sport Court (Outdoor) สนามกีฬาอเนกประสงค์ มีทั้งสนามบาส สนามฟุตซอส พื้นที่สีเขียว ฯลฯ

Rooftop Facility

         จากนั้น บริเวณ 2 ชั้น บนสุดของตัวอาคาร จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลัก ทางโครงการเรียกว่า SkyPanoramic Facilities จัดเต็มกันเลยทีเดียว ซึ่งทางโครงการบอกว่าเป็น Best View ในรามคำแหง พร้อมสระว่ายน้ำที่สูงที่สุดในรามคำแหงเลย

          นอกจากนี้ก็ยังมีสวนข้างสระว่ายน้ำเรียกว่า Sky Amphitheater Outdoor ซึ่งแน่นอนว่าก็จะเป็นสวนที่ได้วิวสูงที่สุดในย่านรามคำแหงด้วย

ส่วนที่เป็น Indoor จะมี

         Sky Bar ดีไซน์เป็นห้องเพดานสูง ใช้งานกระจกเต็มบานเช่นเดิม สามารถชมวิวรามได้เต็มสายตา ที่นั่งมีทั้งแบบบาร์ หรือ ชุดโต๊ะติดกระจก เอาไว้สำหรับรับวิว

          Business Lounge พื้นที่สำหรับใช้ทำงาน ทำออกมาสวยมาก ที่นั่งเป็นแบบเล่นระดับขั้นบันได มีผนังกระจกเปิดรับวิวแบบเต็ม ๆ 

          Recreation Space ก็เป็นพื้นที่ทำงานคล้าย Business Lounge แต่ว่าเหมาะกับสำหรับคนที่ต้องการทำงานเงียบๆ ใช้สมาธิ หรือเคลียร์ความคิด ชุดที่นั่งจะออกแบบมาให้นั่ง 3-4 คน

          Game Room มาพร้อมโฮมเธียร์เตอร์ขนาดใหญ่ให้เลือกใช้งาน ในนี้บรรยากาศจะชิลล์ๆ หน่อย โซฟาเป็นแบบเบาะ เหมาะกับการผ่อนคลาย

          Fitness ใช้กระจกทรงสูงเหมือนเดิม ได้วิว ออกกำลังกาย ชมวิวเมืองได้เลย 2 ทิศ

          Multi -Purpose Room ห้องอเนกประสงค์ ปรับเป็นห้องทำงาน หรือจะเปลี่ยนเป็นห้องออกกำลังกาย เล่นโยคะอะไรแบบนี้ก็ได้ครับ

. . . . . . . . . .

วิเคราะห์แปลน

The Livin รามคำแหง

          ทีนี้เรื่องแปลน ก็เหมือนเดิม ขอ Wrap Up ตัว The Livin รามคำแหงเล็กน้อย และยืนยันว่าอยากให้ทุกคน ไปดูรีวิว The Livin จริง ๆ เพราะทำไว้ค่อนข้างละเอียดแล้วครับ

          โดยภาพรวมแล้วก็คือ ห้องที่น่าสนใจ อยากให้เริ่มเป็น 1 Bedroom 28 ตารางเมตร หรือไม่ก็เอา 1 Bedroom Plus ไปเลยดีกว่า ทิศที่เหมาะสม จะเป็นทิศทางฝั่งด้านในตัว U ของตัวโครงการ เพราะจะได้รับวิว กรุงเทพมหานคร ที่เป็นซิตี้วิว ตั้งแต่กรุงเทพใต้ไล่ไปกรุงเทพเหนือเลย สวยมาก ๆ เหมือนกันครับ

          โดยในรีวิว The Livin เราก็เลือกห้องให้ครบทุกไทป์เลย ก็สามารถไปดูกันได้ ซึ่งโดยส่วนตัว ผมมองว่าจุดเด่นของ The Line คือ ทิศนี้ วิวค่อนข้างสวย และเคลียพอสมควร แต่ ก็จะเป็นคอนโดขนาดใหญ่ ยูนิตต่อชั้นจะเยอะ และพอเขาออกเเบบเป็นแปลนรูปตัว U หากเราอยู่ห้องตรงกลางที่มองตรงไปจะวิวสวยก็จริง แต่หางตาเราก็จะแอบเห็นตึกตัวเองบ้างเล็กน้อยเท่านั้นเองครับ

          ไม่อย่างนั้นเราต้องไปดูห้องทางฝั่งทิศเหนือ ก็จะมีห้องที่วิวโล่งก็จริง แต่จะไม่สวยเท่าครับ

Origin Plug&Play รามคำแหง Triple Station

          ทีนี้มาดูทางฝั่งออริจิ้นกันบ้าง แน่นอนว่า จุดเด่นของห้องในโครงการ Origin Plug&Play รามอินทราก็คือ ห้องแบบ Duo Space ซึ่งจะเป็นห้อง Loft ทั้งโครงการด้วย และ จำนวนยูนิตต่อชั้นก็จะค่อนข้างน้อย เพียง 25 ยูนิตต่อชั้น เด่นในเรื่องของความเป็นส่วนตัวเช่นกันครับ

          อยากให้เริ่มดูในเรื่องทิศก่อน เนื่องจากว่าทั้งสองโครงการ ถือว่าอยู่ในระยะที่ค่อนข้างใกล้กันมาก โดย The Livin ก็จะอยู่ในทิศตะวันตกของ Origin ฉะนั้นแล้ว ห้องทางฝั่งทิศตะวันตก จะเห็นตึก The Livin แน่นอน

          แต่ อย่าลืมนะครับว่า การอยู่ห่างกัน 100 เมตร ถ้าเป็นเรื่องของทำเล มันจะคือทำเลเดียวกันแหละ แต่ถ้าเป็นเรื่องของวิว ตึกอยู่ห่างกัน 100 เมตร ไม่ได้ใกล้ และ ระยะของตึก ทั้งสองโครงการ ไม่ได้ตรงกันนะ 

          หมายความว่า ถ้าหากเราวัดจากตัวถนน Origin จะอยู่ติดถนนมากกว่า The Livin ทำให้ทั้งสองโครงการไม่ได้บล๊อกวิวกันจนวิวมันไม่สวยขนาดนั้นครับ ซึ่งในขณะเดียวกัน ทิศเหนือของทางฝั่ง The Livin ก็ไม่ได้โดนบล๊อก 100% เช่นเดียวกันด้วย ทั้งสองโครงการในทิศที่ปะทะกัน หายใจสะดวกแน่นอน

          ทีนี้ถ้าเรามาดูที่แปลนห้องของ The Origin กัน ซึ่ง แต่ละสีก็แบ่งแล้วนะครับว่าห้องแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร โดย ทิศทางที่คอนเฟิร์มเลยว่า วิวสวยแน่ ๆ ก็คือ 8 ห้องนี้ครับ

อันนี้สำหรับคนที่เน้นเรื่องวิวก่อนนะครับ โดยทั้ง 8 ห้อง จะประกอบไปด้วย 2 Type คือ 

  • 1 Bedroom 22 ตารางเมตร Type เริ่มต้นของโครงการ
  • 2 Bedroom 32 ตารางเมตร Type ใหญ่ที่สุดของโครงการ

          ซึ่งแน่นอนว่า 2 ตำแหน่งปลายสุดของโครงการ 18-19 เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด ไพรเวท ผนังไม่แชร์เพื่อนบ้านด้านหนึ่ง ห้องหนึ่งเป็น Type เริ่มต้น ตัวทำราคาขายของโครงการด้วย

          แต่ ทั้งสองห้องนี้ มีข้อควรระวังสองประเด็นหลัก ๆ เลยคือ ไกลจากลิฟต์กว่าเพื่อน และก็ โครงการนี้เป็นห้องแบบ Duo Space นั่นแปลว่า ผนังกระจกของห้องจะกว้างมาก ๆ ข้อดีคือวิวสวย ห้องโปร่ง ใช่… 

          แต่ ทิศนี้คือทิศตะวันตกนะครับ ไม่ใช่ไม่ดี แต่ระวังเรื่องความร้อนและแดดส่องด้วย ม่านทึบต้องมา ฟิล์มกันแสงต้องมี อย่าลืมถามกับทางโครงการด้วยนะครับ

          ส่วนอีกฝั่ง มีห้องครบทุกไทป์ โดยแต่ละไทป์แต่ละตำแหน่ง มีความแตกต่างกันนะครับ แต่จุดเด่นของห้องฝั่งนี้คืออยู่ทางทิศเหนือ วิวยังค่อนข้างโล่ง และร้อนแค่แดดเช้าเท่านั้นครับ 

          แต่ ต้องบอกตามตรงว่ามันจะมีที่ดินเหลืออยู่นะ คือถ้าเกิดไปดูโครงการ ขับรถเลยมาจะเห็นเลยว่ามีที่เหลืออยู่เนอะ

          โดยถ้าเราไล่ตาม Type ห้อง ในขนาดเริ่มต้น 22 ตารางเมตร ผมจะแนะนำ เป็น 2 ห้องนี้ครับ เอาแปลนและองค์ประกอบด้านในโครงการเป็นหลักนะ ย้ำอีกครั้ง เอาแปลนและองค์ประกอบด้านในเป็นหลัก 2 ห้องนี้ เป็น Type เริ่มต้น เดินไม่ไกลลิฟต์ และไม่มีห้องตรงข้ามทั้งคู่ แถมคนเดินผ่านห้องก็น้อยด้วย ฉะนั้นแล้วด้วยตัวตำแหน่ง ค่อนข้างน่าสนใจ

          ส่วนถ้าจะขยับขึ้นมาเอา 1 Bedroom 27 ตารางเมตร ส่วนตัวผมมองว่า แปลนไหนก็ได้ครับ มีชั้นละ 3 ห้อง ติดกันเลย ก็จะเหลื่อมล้ำกันนิดหน่อยตรงที่มีห้องที่ไม่มีห้องตรงข้าม แต่ ด้วยขนาดพื้นที่ด้านใน ผมมองว่าเป็นห้องที่เหมาะสำหรับการเริ่มอยู่กัน 2 คนละ ได้ Space ที่ถูกจัดสรรออกมา ค่อนข้างแตกต่างกับห้อง 22 ตารางเมตรพอสมควร และห้องอยู่ติดมาทางถนน ฉะนั้นเนี่ย เราจะเห็นความเคลื่อนไหวของรถรา วิวอะไรก็จะ ไม่ได้โล่งเปล่า ๆ แต่มีความเคลื่อนไหว น่าสนใจอยู่นะ

          ส่วน 2 Bedroom ฝั่งนี้ส่วนตัวผมเฉย ๆ คือ แปลนห้องหมายเลข 18 ที่เป็น 2 Bedroom อันนั้นดีมากจริง ๆ ไปเอามาให้ได้ 

. . . . . . . . . .