logo

          ทุกคนชาวกรุงคงได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS ที่ยกเลิกตั๋วการเดินทางแบบเที่ยวรายเดือนไปแล้ว แน่นอนว่า การยกเลิกตั๋วที่เป็นรายจ่ายรายเดือนแบบนี้ และคิดค่าการเดินทางแบบตามระยะทาง แน่นอนว่า การจ่ายค่าเดินทางรถไฟฟ้า BTS ในแต่ละวันเพิ่มขึ้นมากแน่ ๆ จึงเกิดคำถามต่อว่า หากไม่มีตั๋วรายเดือนแล้ว หากยังอยู่คอนโดใกล้สถานีรถไฟฟ้ายังจะคุ้มค่าอยู่ไหมนะ

. . . . . . . . . .

รถไฟฟ้าแพง

เนื่องจากที่มีคำถามนี้ขึ้นมา เพราะว่าใครหลายคนที่มองหาคอนโดติดรถไฟฟ้า แน่นอนว่า

  • รายจ่ายค่าเดินทางประมาณ 1,000 บาทต้น ๆ ต่อเดือน ซึ่งยังพอรับไหว
  • คอนโดทำเลปลายสถานีพนักงานออฟฟิศทั่วไปยังสามารถผ่อนต่อเดือนได้
  • แถมค่าส่วนกลางสำหรับคอนโดเซกเมนต์ที่ไม่เกิน Main Class ที่ส่วนใหญ่อยู่บริเวณปลาย ๆ สถานียังไม่แพงมากนัก

          หากลองคำนวณราคารายเดือนที่เป็นเที่ยวแบบเดิมก่อนที่จะยกเลิกไป สมมติอยู่อาศัยคอนโดปลายสถานีอย่าง สถานีอ่อนนุช (สถานีสุดท้ายก่อนคิดราคาเพิ่มส่วนต่อขยาย) เดินทางไปทำงานย่านสยาม

  • ราคา 1 เที่ยว = 44 บาท
  • ราคาไป - กลับ = 88 บาท
  • ราคาต่อเดือน (เดินทาง 25 วัน) = 2,200 บาท

(จากเดิม ตั๋วรายเดือน 50 เที่ยว = 1,300 บาท ราคาเพิ่มขึ้น 900 บาท)

ถ้าหากคอนโดเลยสถานีอ่อนนุชไป สมมติคอนโดอยู่ติดกับสถานีบางนา จะเป็นราคาตามนี้

(ตั้งแต่สถานีอ่อนนุชเป็นต้นไป คิดราคาส่วนต่อขยายเพิ่ม 15 บาท)

  • ราคา 1 เที่ยว = 59 บาท
  • ราคาไป-กลับ = 118 บาท
  • ราคาต่อเดือน (เดินทาง 25 วัน) = 2,950 บาท

(จากเดิม ตั๋วรายเดือน 50 เที่ยว = 1,300 บาท และราคาส่วนต่อขยาย 750 บาท รวมเป็น 2,050 บาท ราคาเพิ่มขึ้น 900 บาท)

. . . . . . . . . .

เหตุผลที่แท้จริงในการเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าแพง

ราคาเดิม การเดินทางแบบเที่ยวรายเดือน ไม่ว่าเดินทางกี่สถานีก็เป็นราคาเดียว

          ก่อนหน้านี้จะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปทำงานใช้การเดินทางที่เป็น ตั๋วเที่ยว ไม่ว่าจะเดินทางไปกี่สถานีก็สามารถรู้ค่าโดยสารได้ชัดเจน โดยเดิมทีตั๋วเที่ยวจะมีด้วยกันอยู่ 4 แบบ 

  • 15 เที่ยว ราคา 465 บาท คิดเป็น 31 บาท / เที่ยว
  • 25 เที่ยว ราคา 725 บาท คิดเป็น 29 บาท / เที่ยว
  • 40 เที่ยว ราคา 1,080 บาท คิดเป็น 27 บาท / เที่ยว
  • 50 เที่ยว ราคา 1,300 บาท คิดเป็น 26 บาท / เที่ยว

          คนทำงานในเมืองส่วนใหญ่จะซื้อ 50 เที่ยว ก็น่าจะคุ้มสุด ไม่ว่าจะเดินทางไปไกลแค่ไหน ก็เสียเที่ยวละ 26 บาท (หากเดินทางข้ามส่วนต่อขยายเสียเพิ่ม 15 บาท จะเป็น 41 บาท) ก็เป็นราคาที่พอจะคำนวณได้ หากในหนึ่งวันเราจะต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลักโดยเดินทางมากกว่า 2 ครั้ง แต่สำหรับปัจจุบันที่ราคาคิดตามระยะทางแล้ว แน่นอนว่าหากเราต้องเดินทางด้วยจำนวนมากกว่า 2 ครั้งในหนึ่งวัน เราจะคำนวณค่าเดินทางได้ยากนั่นเอง

ราคาคอนโดที่ชาวออฟฟิศสามารถจ่ายต่อเดือนได้

          การเลือกคอนโดที่อยู่อาศัยต้องตอบโจทย์เรามากที่สุด นอกจะต้องเดินทางด้วยขนสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าแล้ว โจทย์สำคัญของการอยู่อาศัยก็คือ เรื่องการเงินนี่แหละ ที่เป็นปัจจัยต้น ๆ เลย ราคาคอนโดต้องเป็นราคาที่สามารถจ่ายไหว หากคำนวณเงินเดือนโดยเฉลี่ยสำหรับคนที่ทำงานในเมืองประมาณ 25,000 บาท จะสามารถซื้อคอนโดเซกเมนต์ประมาณ Super Economy Class, Economy Class หรือ Main Class ได้ จะประมาณคอนโดในราคา 2,000,000 บาท แน่นอนว่าราคานี้ไม่สามารถหาซื้อคอนโดใจกลางเมืองได้ คอนโดในราคานี้ส่วนใหญ่จะอยู่รอบนอกกรุงเทพ ไม่ก็อยู่ปลายสถานีรถไฟฟ้า แต่บางทีก็มีคอนโดในราคานี้ในเมือง แต่ทำเลก็อาจจะในซอยที่ซอกแซก ไม่มีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ และอาจจะเป็นผู้พัฒนาโครงการขนาดเล็กโดยที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งเราก็จะมองภาพได้ว่า หากคอนโดอยู่ในซอย...ทำให้เดินทางไม่สะดวก หรือไม่น่าไว้วางใจหากเป็นผู้พัฒนาที่ไม่คุ้นเคย แต่จะเป็นข้อดีเลย หากคอนโดที่อยู่ในซอยสามารถเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งอาจจะเดินทางไปที่ทำงานที่ตั้งอยู่ถนนสายหลักได้ง่ายก็เป็นได้

รถไฟฟ้าแพง

คอนโด Knightsbridge Collage สุขุมวิท 107

ค่าส่วนกลางสำหรับคอนโดที่อยู่ปลายสถานียังไม่แพงมากนัก

          อีกเหตุผลหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นค่าใช้จ่าย Fix Cost รายปี สำหรับใครที่อยู่คอนโดก็คือ ค่าส่วนกลางนั่นเอง เป็นค่าใช้จ่ายที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่ค่าส่วนกลางจะแปรผันตรงกับเซกเมนต์คอนโด ที่ว่า...ถ้าคอนโดมีราคาสูง ๆ ค่าส่วนกลางก็จะสูงตามไปด้วย และเช่นเดียวกัน ถ้าคอนโดที่มีราคาที่ไม่แพงมากนัก ค่าส่วนกลางก็จะมีราคาที่ไม่แพงมาก โดยที่พนักงานออฟฟิศพอจ่ายไหว เนื่องจากคอนโดที่มีเซกเมนต์สูง ๆ อาจจะมีพื้นที่ส่วนกลางแปลก ๆ (ในทางที่ดี) ที่เพิ่มมากขึ้นจากมาตรฐาน เช่น ห้องแช่น้ำอุ่นสไตล์ออนเซน, ลู่วิ่งเอาดอร์รอบโครงการ, สวนสวย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้ใหญ่, สนามเทนนิส หรือว่าหน้าผาจำลองไว้ได้ออกกำลังกายแบบ Adventure พื้นที่ส่วนกลางเหล่านี้มีค่า Maintenance ที่ต้องจ่าย และแน่นอนว่าพื้นที่ส่วนกลางเหล่านี้จะไม่ค่อยพบเห็นในคอนโดเซกเมนต์ที่ต่ำกว่า Main Class สักเท่าไร จึงทำให้คอนโดที่ราคาไม่เกิน 2,500,000 บาท มีค่าส่วนกลางที่ไม่สูงมากนั่นเอง และสอดคล้องกับข้อด้านบนเลยครับ คอนโดที่เซกเมนต์ไม่สูงมากก็จะอยู่ไกล ๆ เมือง และปลายสถานีรถไฟฟ้า

/ ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีตั๋วรายเดือนแล้ว ถ้าเลือกคอนโดใกล้ออฟฟิศมากขึ้นจะดีกว่าไหม /

          จากเหตุผลเบื้องต้นแน่นอน โจทย์เดิมก่อนที่ราคารถไฟฟ้าจะปรับเปลี่ยน เรามองหาคอนโดที่ผู้อยู่สามารถจ่ายไหว + ราคาค่าโดยสารที่ราคาต่อเที่ยว 26 บาท (50 เที่ยว ราคา 1,300 บาท คิดเป็น 26 บาท / เที่ยว) ซึ่งยังจ่ายได้ จึงมองหาคอนโดทำเลปลายสถานีที่เดินทางรถไฟฟ้าได้ง่าย ซึ่งในปัจุบันมีตัวเลือกอยู่เยอะ บางโครงการติดกับรถไฟฟ้าเดินขึ้นบันไดสถานีได้เลยก็มี แต่ปัจจุบันเมื่อราคาค่าโดยสารที่เปลี่ยนไป จะดีกว่าไหมถ้าเลือกคอนโดที่ใกล้ที่ทำงาน แม้จะอยู่ในซอยไม่ติดรถไฟฟ้า แต่สามารถเดินทางเดินด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 20 บาท เสียต่อเดียวถึงเลย ยังไงก็คุ้มกว่า แต่โจทย์ที่สำคัญจะมีคอนโดไหนบ้างที่อยู่ในเมือง ราคาที่จ่ายไหวได้ แม้จะอยู่ในซอยก็ตาม (แต่ต้องมีรถจ้างวิ่งด้วยนะ^^”)

รถไฟฟ้าแพง

คอนโด A อยู่ในเมือง + อยู่ในซอยลึก

ส่วนกลางไม่โดดเด่น นั่งวินแปปเดียวถึงที่ทำงาน

คอนโด B ติดสถานีรถไฟฟ้า + นั่งเกิน 10 สถานี

ต่อวินอีก 15 บาทถึงที่ทำงาน

/ ทั้งสองคอนโด คอนโด A ราคาสูงกว่า ไม่มากนัก /

สิ่งที่สรุปได้เลย ก็คือ

          ถ้ามีคอนโดในเมืองแต่อยู่ในซอยลึกนั่งวินแปปเดียวถึงที่ทำงาน ราคาพอ ๆ กับคอนโดที่อยู่ปลายสถานีติดรถไฟฟ้า แต่ไกลที่ทำงาน นั่งเกิน 10 สถานี

          ซื้อคอนโดทำเลไหนอันไหนคุ้มกว่ากัน เมื่อเทียบกับราคาการเดินทางที่ต้องเสีย แม้คอนโดที่อยู่ในซอยลึกยังสามารถนั่งพี่วินได้ ราคากี่บาทก็ต้องเทียบกับราคาค่ารถไฟฟ้า บวกกับค่าส่วนกลางที่เราต้องจ่ายให้กับคอนโดนั้นทุกปี และอย่าลืมนำสมการเรื่องของเวลาการเดินทางที่สูญเสียไปมาคำนวณด้วยนะ

. . . . . . . . . .

         สุดท้ายนี้สำหรับใครที่กำลังมองหาซื้อคอนโดอาจจะต้องคำนวณและเปรียบเทียบว่า...อยู่อาศัยทำเลไหนน่าจะคุ้มสุด แต่บอกได้เลยครับ หากที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้ที่ทำงานจะดีที่สุด แม้คอนโดจะอยู่ในซอยไม่ได้ติดถนนใหญ่ก็ตาม ไม่ว่าจะเดินไปทำงาน หรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ยังคุ้มกว่า เพราะคอนโดส่วนใหญ่ที่คนวัยทำงานยังสามารถซื้อได้จะไม่ได้ติดกับรถไฟฟ้าซะทีเดียว อย่างไรก็ตามเราต้องเดินหรือนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกต่อหนึ่ง แน่นอนว่าทำให้เสียเวลา หรือเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นไปอีกต่อหนึ่งไม่ได้เสียแค่รถไฟฟ้าอย่างเดียว ซึ่งต้องนำรายได้นั้นมาคำนวณด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องคำนวณกับรายได้ และรายจ่ายอีกทีนะครับ เพราะแต่ละคนมีภาระรายจ่ายไม่เหมือนกัน คอนโดนิวบ์เพียงให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะเท่านั้น ...ส่วนตั๋วแบบใหม่ของ BTS ที่เป็นรูปแบบสะสมคะแนนนั้นจะคุ้มค่าการเดินทางไหม อย่างไรทางคอนโดนิวบ์ก็จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์อีกทีครับ แล้วติดตามกันนะครับ:)