logo

          วันนี้ว่ากันด้วยเรื่องของการ “รีไฟแนนซ์ (Refinance) และ รีเทนชัน (Retention)” ซึ่งสองคำนี้ใครที่ซื้อบ้านหรือคอนโด ไม่ว่าจะอยู่เอง ลงทุน หรืออะไรก็แล้วแต่ คงเคยได้ยินสองคำนี้ผ่านหูกันมาบ้าง หรือ บางคนอาจจะเคยผ่านการ รีไฟแนนซ์ (Refinance) และ รีเทนชัน (Retention) มาแล้วก็ได้

          ฉะนั้นในวันนี้ นอกจากเราจะมาเล่าว่า รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร? รีเทนชัน (Retention)คืออะไร? และทั้งสองอย่างนี้มันแตกต่างกันอย่างไรแล้ว เรายังจะมาตอบปัญหาคาใจ เกี่ยวกับ รีไฟแนนซ์ (Refinance) และ รีเทนชัน (Retention) ซึ่งเราได้ไปทำโพสถามกันมาในเเฟนเพจของ CondoNewb กันด้วย กระแสตอบรับดีมาก มีหลากหลายประเด็น เดี๋ยวมาเริ่มกันเลยครับ 

. . . . . . . . .

. . . . . . . . . .

รีไฟแนนซ์ (Refinance)

              มาเริ่มที่คำคุ้นหูคุ้นตาอย่าง รีไฟแนนซ์ (Refinance) กันก่อน คำว่า รีไฟแนนซ์ (Refinance) นะครับ หากจะให้อธิบายง่าย ๆ เลย มันคือการ “เปลี่ยนเจ้าหนี้” ซึ่งเจ้าหนี้ในที่นี้ ก็คือ “สถาบันการเงิน” ที่เราเคยไปขอสินเชื่อมาครับ

          ซึ่งเรา รีไฟแนนซ์ (Refinance) กันเพื่ออะไร? เหตุผลส่วนใหญ่ เป็นเพราะดอกเบี้ยครับ การเปลี่ยนสถาบันการเงิน เราก็เลือกไปที่สถาบันการเงินที่ให้ดอกเบี้ยเราต่ำกว่า 

ข้อดีในการรีไฟแนนซ์ (Refinance)

  • ค่างวดถูกลง
  • สามารถขอกู้เพิ่มได้ (แต่ดอกเบี้ยจะเป็นคนละตัวนะ)
  • ดอกเบี้ยถูกกว่าขอ Retention ปัจจุบัน Retention ประมาณ 3-4% ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ แต่ รีไฟแนนซ์ (Refinance) ช่วงนี้จะประมาณ 2.6-2.99%

         แน่นอนว่าเราก็สามารถเลือกให้เงื่อนไขการผ่อนชำระดีขึ้นกว่าเดิมได้ ผ่อนถูกลงแน่นอน ส่วนจะผ่อนหมดไวขึ้นหรือไม่ อันนี้ขึ้นอยู่กับการวางแผนของแต่ละท่าน รวมถึงเงื่อนไขการ รีไฟแนนซ์ (Refinance) ครับ

. . . . . . . . . .

รีเทนชัน (Retention)

          ทีนี้มาดูทางฝั่งของการ รีเทนชัน (Retention) กันบ้าง หลัก ๆ แล้ว การ รีเทนชัน (Retention) กับการ รีไฟแนนซ์ (Refinance) เกิดจากเหตุผลเดียวกันเลยครับคือ ต้องการที่จะลดดอกเบี้ย แต่สิ่งที่ทำให้การ รีเทนชัน (Retention) แตกต่างจากการ รีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ รีเทนชัน (Retention) จะไม่ใช่การ “หาเจ้าหนี้ใหม่” แต่เป็นการ “ขอเจรจากับเจ้าหนี้เดิม”

          เป็นการต่อรอง หลังจากผ่อนไปตามระยะเวลาที่กำหนด ก็ไปยื่นเรื่องของ รีเทนชัน (Retention) เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยที่เรทต่ำลง

          ซึ่งแน่นอนว่าการ รีเทนชัน (Retention) ถึงเเม้ว่าอัตตราดอกเบี้ยจะไม่ได้ลดลงมากเท่ากับการ รีไฟแนนซ์ (Refinance) แต่ การที่เราเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อขอลดดอกเบี้ย จะลดความยุ่งยากของเอกสารลงไปได้มากจนแทบไม่เหลือเลยเนื่องจากข้อมูลของเราไม่ได้มีการโยกย้ายไปที่ไหน แถมระยะเวลาการรอคอยของ รีเทนชัน (Retention) ก็ยังไม่นานเท่ากับการ รีไฟแนนซ์ (Refinance) อีกด้วยครับ

. . . . . . . . . .

Q&A ตอบทุกปัญหาคาใจ รีไฟแนนซ์ (Refinance) & รีเทนชัน (Retention)

          ส่วนต่อมาขอเรียกว่าช่วง Q&A แล้วกันครับ อย่างที่ได้บอกไปตอนต้นว่า เบนได้มีการทำโพสในเพจ CondoNewb ให้ทุกคนมาคอมเมนต์ถามในเรื่องที่ตนเองสงสัย เกี่ยวกับเรื่องการ รีไฟแนนซ์ (Refinance) และ รีเทนชัน (Retention) กัน ซึ่งทีมงานก็ได้รวบรวมคำถามออกมาได้แบ่งเป็นประเด็นต่าง ๆ ครับ มีทั้งคำถาม รีไฟแนนซ์ (Refinance) คำถาม รีเทนชัน (Retention) กรณีตัวอย่าง รวมถึงคำถามอื่น ๆ ด้วย

          ส่วนผู้ที่มาช่วยให้ข้อมูลกับเราในวันนี้ เป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคาร UOB คุณวราภรณ์ รวมชัยอุดมโชค สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0623982429 หรือ Line : https://line.me/ti/p/liARdg_ht6 หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมครับ 

คำถามรีไฟแนนซ์ (Refinance)

Q : ช่วงนี้ (ปลายปี) คุ้มค่าไหม ที่จะรีไฟแนนซ์ (Refinance)

A : ต้องอธิบายแบบนี้ครับว่า แต่ละธนาคารจะมีดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ (Refinance) ที่ประกาศออกมาแต่ละไตรมาสอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่จำเป็นว่าช่วงปลายปีจะเป็นช่วงที่ดีที่สุด ซึ่งโดยปกติ แต่ละธนาคารก็แข่งขันกันค่อนข้างสูง ดอกเบี้ยดีแน่นอน ลองหาเทียบ ๆ ดูได้เลยครับ

Q : ทริคการรีไฟแนนซ์ (Refinance)ให้ผ่านง่าย

A : หลัก ๆ แล้วก็ ถ้ารู้ว่าเดี๋ยวจะ รีไฟแนนซ์ (Refinance) พวกภาระค่าใช้จ่ายในบูโรต่าง ๆ เช่น บัตรเครดิต ควรใช้ให้น้อยลง เพื่อที่ว่าธนาคารจะได้ไม่นำมาคิดเป็นภาระ ส่วนอีกอย่างนึง ขอย้ำ! สำหรับพนักงานประจำ ห้ามเปลี่ยนงานช่วงที่จะ รีไฟแนนซ์ (Refinance) เด็ดขาด เพราะธนาคารจะต้องรอให้คุณผ่านโปรฯ ก่อน จึงจะสามารถ รีไฟแนนซ์ (Refinance) ให้ได้ (เงื่อนไขเดียวกับการกู้ครั้งแรก)  

Q : ถ้าก่อนหน้านี้กู้ร่วม แต่ขอรีไฟแนนซ์ (Refinance)ด้วยผู้กู้คนเดียว

A : ต้องบอกว่าสามารถทำได้ครับ แต่ธนาคารก็จะถามเหตุผลว่าทำไมจึงต้องการให้เหลือผู้กู้เพียงคนเดียว นอกจากนี้บางธนาคารก็จะมีการขอเช็คเครดิตบูโรของผู้ที่เอาชื่อออกด้วยว่ามีประวัติเสียหรือเปล่า

          ในกรณีที่เป็นคู่สมรสกัน กู้บ้านร่วมกันแล้วหย่าร้างกัน บางธนาคารจะขอสัญญาซื้อขายเฉพาะส่วน ตรงนี้เราสามารถทำขึ้นเองได้ โดยอ้างอิงจากราคาบ้าน ว่าคนที่ยังเหลือชื่ออยู่ในโฉนดได้ทำการซื้อขายจากคนที่เอาชื่ออกแล้ว และยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆที่กรมที่ดินอีก เช่น ภาษีประมาณ 5-7 % ของราคาประเมินที่กรมที่ดิน

คำถามรีเทนชัน (Retention)

Q : ธนาคารเดิมจะให้เรารีเทนชัน (Retention)ได้กี่ครั้ง

A : ถ้าผู้กู้ไม่มีประวัติชำระล่าช้า หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ทางธนาคารจะพิจารณาให้ทุก ๆ 3 ปี แต่เราต้องไปติดต่อธนาคารเองนะครับ และบางที่ถ้าวงเงินเหลือต่ำกว่า1,000,000 บาท จะขอ รีเทนชัน (Retention) ไม่ได้

Q : รีเทนชัน (Retention) ขอ OD ได้ไหม

A : จากประสบการณ์นะครับ ข้อนี้ผมตอบเอง เรื่องขอ OD ทางธนาคารจะต้องดูก่อนว่าประวัติทางการเงินของเรา เข้าข่ายที่จะขอ OD ได้ไหม และหลักประกันเป็นอะไร บ้าน หรือคอนโด ถ้าเกิดอยากขอ OD ตอน รีเทนชัน (Retention) ก็บอกธนาคาร พร้อมแจ้งข้อมูลเหล่านี้ไปครับ

Q : กู้บ้านกับธอส. เข้าโครงการประชารัฐ แต่มีเงื่อนไขห้ามปิดก่อน 7 ปี อยากรู้ว่า ถ้าครบ7ปีแล้ว สามารถรีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือ รีเทนชัน (Retention) ได้มั้ย

A : มีผลครับ ทั้ง รีเทนชัน (Retention)และรีไฟแนนซ์ (Refinance)เลย เช่น ในกรณีรีไฟแนนซ์ (Refinance)ต้องชำระค่างวดเป็นปรกติก่อน1 รอบบิลถึงจะทำเรื่องขอรีไฟแนนซ์ (Refinance)ได้

คำถามรวม

Q : เคยพักชำระหนี้ มีผลกับการรีเทนชัน (Retention)และรีไฟแนนซ์ (Refinance)ไหม

A : มีผลครับ ทั้ง รีเทนชัน (Retention) และ รีไฟแนนซ์ (Refinance) เลย เช่น ในกรณี รีไฟแนนซ์ (Refinance) ต้องชำระค่างวดเป็นปรกติก่อน1 รอบบิลถึงจะทำเรื่องขอ รีไฟแนนซ์ (Refinance) ได้

Q : ปกติถ้าจะขอรีไฟแนนซ์ (Refinance)หรือรีเทนชัน (Retention) ต้องติดต่อสถาบันการเงินล่วงหน้านานเท่าไหร่

A : ระยะเวลาที่ดีที่สุด จะประมาณ 1 - 2 เดือนก่อนจะครบกำหนดครับ เพื่อจะได้มีเวลายื่นสินเชื่อและเปรียบเทียบดอกเบี้ย ถ้าได้สถาบันการเงินในใจแล้วก็ต้องมีการเข้าประเมินบ้าน ซึ่งขั้นตอนนี้ก็ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น ถึงจะรู้ราคาประเมินครับ

Q : ทั้งรีไฟแนนซ์ (Refinance)และรีเทนชัน (Retention) ขั้นต่ำ 3 ปีเหมือนกันไหม

A : โดยปกติแล้วจะไม่ รีไฟแนนซ์ (Refinance) ก่อน 3 ปีได้ครับ ต้องดูว่าทางสถาบันการเงินระบุไว้ระยะเวลาเท่าไหร่ในสัญญา อาจจะ 3 ปี หรือ 3 ปีครึ่ง เเล้วแต่ที่ครับ

Q : เหลือยอดหนี้หลักแสน ขอรีไฟแนนซ์ (Refinance)หรือรีเทนชัน (Retention)ได้ไหม

A : โดยปกติแล้ว ถ้าต่ำกว่า 1 ล้านบาท บางธนาคารจะไม่รับครับ เเต่ว่าถ้าหลักประกัน เกิน 1 ล้านบาท สามารถติดต่อธนาคาร UOB ได้ครับ

เคสตัวอย่าง

Q : เคยไปขอรีไฟแนนซ์ สถาบันการเงินเขาบอก ผมตัดไปจนไม่ถึง 1 ล้านแล้ว สถาบันการเงินไม่ให้ครับไปอ่านสัญญาแนบท้ายว่าต้องเป็นหนี้มากกว่า 1 ล้านเลย อดรีเลย

A: เคสนี้นะครับ ทางเจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคาร UOB บอกว่า ทาง UOB รับ รีไฟแนนซ์ (Refinance) วงเงินต่ำกว่า 1 ล้านบาท แต่ราคาประเมินบ้านต้องมากกว่า 1 ล้านบาท เช่น ซื้อบ้านมา 3 ล้านบาท ชำระไป 2.5 ล้านบาท เหลือ 500,000 ก็สามารถ รีไฟแนนซ์ (Refinance) มา UOB ได้

. . . . . . . . . .

          และทั้งหมดนี้นะครับก็คือข้อมูลสำหรับหัวข้อ รีไฟแนนซ์ (Refinance) & รีเทนชัน (Retention) หวังว่าจะช่วยให้ข้อมูลและตอบคำถามคาใจให้กับใครหลาย ๆ คนที่ยังสงสัยทั้งในเรื่องของ รีไฟแนนซ์ (Refinance) และ รีเทนชัน (Retention) ได้ สำหรับบทความ Q&A อื่น ๆ ช่วงนี้ เดี๋ยวจะมีมาเพิ่มเติมอีกแน่นอน หากไม่อยากพลาดประเด็นใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และอยากทิ้งคำถามไว้ สามารถติดตามทาง Facebook CondoNewb ได้เลยครับ