logo

          กระแสคู่รัก LGBTQ+ ที่กำลังกล่าวถึงในขณะนี้ ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่กฎหมายเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียม ผ่านและได้รับการอนุมัติ จะมีสิ่งใดเกิดขึ้น ? หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักกฎหมายนี้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น เรามาดูไปพร้อม ๆ กันดีกว่าค่ะว่า สมรสเท่าเทียม คืออะไร ? มีความสำคัญอย่างไร ? และเมื่อผลักดันจนศาลรัฐธรรมนูญอนุมัติให้นำมาใช้งานได้ ? อะไรจะเกิดขึ้นกับคู่รัก LGBTQ+ ? และตอนท้ายจะพูดถึงสินเชื่อธนาคาร...คำตอบที่อยากรู้ สามารถติดตามอ่านในบทความ Talk กันได้เลยค่า

. . . . . . . . . .

ความสำคัญของกฏหมายการสมรสเท่าเทียม ทำไมถึงสำคัญ ?

          ความสำคัญของสมรสเท่าเทียมสำคัญอย่างไร ? เหตุใดถึงเป็นประเด็นร้อน ๆ ขึ้นมาบนโลกออนไลน์ เรื่องเกิดขึ้นมาจาก มีคู่สามีภรรยาชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนคู่หนึ่ง อยู่กินกันมานานหลายปีและต้องการที่จะจดทะเบียนสมรสเหมือนกับคู่อื่น ๆ หวังเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายที่อยู่กินด้วย ทว่ากลับไม่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ อันเป็นผลมาจาก ทั้งคู่เป็นผู้หญิงซึ่งกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้เพศเดียวกันได้สิทธิ์ในการจดทะเบียนสมรสเหมือนคู่ชายหญิง เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นถึงเป็นประเด็นทำให้ กลุ่ม LGBTQ+ เดินหน้าเรียกร้องให้ทางศาลรัฐธรรมนูญแก้ไขกฎหมายขึ้นมาใหม่ซึ่งทาง สส พรรคก้าวไกลได้นำเรื่องเสนอที่ประชุมไปแล้วและเริ่มมีการผลักดันเพิ่มสาระและปรับเปลี่ยนเนื้อหาในข้อกฎหมายซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นความหวังใหม่ของคู่สมรสเพศเดียวกันที่จะใช้สิทธิ สมรสเท่าเทียม กันได้ค่ะ

สมรสเท่าเทียม

          ถามว่าความสำคัญของสมรสเท่าเทียมนั้นสำคัญไหม ? ในความเห็นของผู้เขียน อยากให้นึกถึงคำว่า “สิทธิเสรีภาพ” โดยชอบธรรม ซึ่งในความเป็นมนุษย์ตั้งแต่เกิด ทุกคนนั้นสามารถใช้สิทธิ์ที่ตัวเองมี ไม่ว่าจะเป็นการพูดแสดงความคิดเห็น การได้รับการดูแลปกป้องอย่างเท่าเทียมกันรวมถีงทางข้อกฎหมายด้วย ในเมื่อเพศที่สาม ไม่ว่าจะเป็นหญิงรักหญิง หรือชายรักชาย ก็ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถใช้สิทธิ์ทางกฎหมายกับเรื่องใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมทางการเงิน การซื้อบ้าน หรืออื่น ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้มีการปรับรายละเอียดในข้อกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยขึ้น เชื่อได้เลยว่า คู่รัก LGBTQ+ จะมีที่ยืนในสังคมของเรามากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายให้เท่าทันกระแสโลกที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

 

. . . . . . . . . .

การสมรสเท่าเทียม คำจำกัดความตามกฎหมาย ลักษณะของการสมรสจะเป็นแบบไหน คู่รักแบบใดที่จะถือว่าสามารถสมรสเท่าเทียมได้

           คำจำกัดความตามกฎหมาย จากการติดตามอ่านในหลายกระทู้ตีความได้ว่า การสมรสในลักษณะนี้ เป็นการสมรสระหว่างเพศเดียวกันอันได้แก่ ผู้หญิงกับผู้หญิง ผู้ชายกับผู้ชาย เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ทางกฎหมายเหมือนคู่สมรสที่เป็นคู่ผู้ชายกับผู้หญิงในฐานะความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ซึ่งลักษณะการสมรสนั้นเหมือนกับการสมรสระหว่างชายหญิงแทบจะทุกประการ ได้แก่

 

สมรสเท่าเทียม

อายุคู่สมรส ต้องมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ถึงจะรับหมั้นหมายได้

         ต้องได้รับอนุญาติจากผู้ปกครองของว่าที่คู่สมรสในอนาคตว่า จะยินยอมให้แต่งงานด้วยหรือเปล่า ? ซึ่งในปัจจุบัน ทางกฏหมายได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์นั่นก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่คู่สมรสมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ก็สามารถจัดงานแต่งงานด้วยตัวเองได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาติจากพ่อแม่ของเจ้าตัวแต่อย่างใด

 

อาจจะไม่ต้องมีสินสอดทองหมั้น อันแสดงความขอบคุณต่อบุพการี

         ของว่าที่คู่สมรสที่ยินยอมและยกคู่สมรสให้โดยที่อัตราค่าสินสอดสามารถเจรจาตกลงกับทางฝั่งพ่อแม่ของคู่สมรสได้ ซึ่งในปัจจุบัน ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป บางครั้งคู่หมั้นกับคู่รับหมั้นสามารถช่วยกันหาค่าสินสอดทองหมั้นหรือในบางรายที่ยังไม่พร้อมแต่มีความรักความจริงใจต่อกันและต้องการจะดูแลอีกฝ่าย ค่าสินสอดทองหมั้นอาจจะไม่ต้องมีเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับการเจรจาค่ะ

 

จากเพศสภาพที่ทั้งคู่เป็นเพศเดียวกัน

         ให้บัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่มาเป็นคำว่า “ ผู้หมั้น “ และ “ ผู้รับหมั้น “ แทนที่คำว่า “ ชาย “ “ หญิง “

 

มาพูดถึงข้อยกเว้นกันบ้าง

          ไม่อนุญาติให้บุคคลที่มีสายโลหิตเดียวกันแต่งงานกันได้

 

ถ้ามีคู่สมรสอยู่แล้ว

          จะทำการสมรสซ้ำไม่ได้ ข้อนี้เหมือนกับคู่สมรสชายหญิง

 

การสมรสจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งคู่ยินยอมพร้อมใจกัน

          ในการสมรสเท่านั้นค่ะ ไม่ได้เกิดจากการบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด

 

          ที่กล่าวมาคือลักษณะของคู่สมรสเท่าเทียม ไทยที่ทางกฎหมายกำลังปรับแก้ให้ จะว่าไปลักษณะของคู่ที่จะตกลงปลงใจใช้ชีวิตด้วยกันนั้น เงื่อนไขแทบจะเหมือนคู่สมรสที่เป็นชายหญิงทุกประการ แตกต่างกันเพียงแค่ การบัญญัติชื่อขึ้นมาใหม่เท่านั้นนั่นก็คือคำว่า “ ผู้หมั้น “ กับ “ ผู้รับหมั้น “ แทนที่คำว่า ชาย-หญิง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก ทั้งคู่เป็นเพศเดียวกันที่เข้ามาใช้ชีวิตด้วยกันค่ะ

 

. . . . . . . . . .

สิ่งที่จะตามมาหลังจากคู่รัก LGBTQ+ สมรสเท่าเทียม คืออะไรบ้าง จะเป็นอย่างไร ?

           ถ้าในแง่ของตัวบทกฎหมายภายหลังปรับเปลี่ยนเนื้อหารวมถึงรายละเอียด ทันทีที่มีผลบังคับใช้นั่นก็คือ สิทธิหลายข้อ รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายจะมีความคล้ายหรือเหมือนกับคู่สมรสชายหญิงมากขึ้น ส่วนจะมีอะไรกันบ้างนั้น ? ตามมาค่า

 

สมรสเท่าเทียม

การกู้ร่วม ทันทีที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้

          คู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกันจะสามารถใช้สิทธิ์ในการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การกู้เงินเพื่อซื้อบ้าน การกู้เงินซื้อรถ ซึ่งเมื่อก่อน ไม่สามารถกระทำได้ และในเมื่อสามารถกู้ร่วมกันในกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นได้ เชื่อหรือไม่คะ มีผลทางเศรษฐกิจ การซื้อขายจะสะพัดขึ้นไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรือรถยนต์ เป็นต้น

 

การเซ็นยินยอมต่อการรักษาพยาบาลต่าง ๆ

          ซึ่งสำคัญมาก ๆ สำหรับคู่ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่มีสภาพเป็นเพศเดียวกัน มีผลทางจิตวิทยา เมื่อคนใดคนหนึ่งป่วยก็สามารถตัดสินใจกระทำได้เลย ส่งผลให้การรักษาพยาบาลนั้นรวดเร็วฉับไวขึ้นสามารถดำเนินการและตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ๆ อันเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของอีกฝ่ายได้ในทันทีค่ะ

 

การรับรองบุตร กระทำได้เหมือนคู่สมรสที่เป็นชายหญิง

          ทันทีที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ได้รับการอนุมัติ หลายคู่ที่เป็นเพศเดียวกัน และมีความต้องการในการรับรองบุตร จะสามารถใช้สิทธิ์นี้ขอปกครองบุตรร่วมกันหรือขอรับเด็กจากสถานสงเคราะห์มาเลี้ยงดูได้โดยชอบธรรม ถือเป็นการลดปัญหาสังคมอย่างหนึ่งทำให้เด็กกำพร้ามีที่พึ่ง เชื่อเถอะค่ะว่า ปัญหาเด็กไร้ผู้ปกครองกระทั่งเติบโตมาเป็นกลุ่มคนมีปัญหาจะมีปริมาณลดน้อยลงมาทันทีที่ พรบ คู่ชีวิต มีผลบังคับใช้ค่ะ

 

สมรสเท่าเทียม

สิทธิในเรื่องของมรดก การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันของคู่รักเพศเดียวกัน

          ในท้ายที่สุดแล้ว ก็เป็นเสมือนคนในครอบครัว หากฝ่ายคู่สมรสคนใดคนหนึ่งเกิดเสียชีวิตไปก่อนเวลาอันควร คู่สมรสที่เหลือ แต่เป็นเพศเดียวกันจะสามารถใช้อำนาจเข้ามาจัดการมรดกของอีกฝ่ายได้ โดยเฉพาะคู่ที่ไม่มีบุตร การเข้ามาจัดการมรดกเป็นการช่วยทำให้มรดกที่มีนั้นยังคงอยู่ไม่สูญหายไป เกิดการนำมรดกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในรูปแบบของการนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันตอนที่อีกฝ่ายไม่อยู่แล้ว หรือจะนำมาทำประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินนั้นให้งอกเงยไม่หนีไปไหน

 

          อื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง รายละเอียดแทบจะเหมือนกับคู่สมรสชาย หญิง ถ้าจะถามว่า สิ่งที่จะตามมาเมื่อคู่รัก LGBTQ+ สามารถนำกฎหมายนี้มาใช้ได้ ทุกอย่างเหมือนกับคู่สมรสชายหญิง เรียกได้ว่า เป็นการเพิ่มโอกาสทางด้านสิทธิทางกฎหมายในเรื่องต่าง ๆ เสียมากกว่าค่ะ

 

. . . . . . . . . .

สรุปสาระสำคัญ ของ พรบ คู่ชีวิต และสมรสเท่าเทียม

           จากการติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการกฎหมายบ้านเรา โดยเฉพาะกฎหมายสมรสเท่าเทียมซึ่งอันที่จริง กฎหมายฉบับนี้ ครั้งหนึ่งได้เคยนำเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2548 ด้วยซ้ำ ทว่า กลับถูกระงับด้วยปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองหรืออื่น ๆ กระทั่งล่าสุด ถูกนำขึ้นปัดฝุ่นอีกครั้งโดย สส. จากพรรคก้าวไกล ได้ยื่นเรื่องต่อศาลให้ทำการวินิจฉัยอีกครั้งจนเป็นประเด็นให้พูดถึง เรามาดูสาระสำคัญของ พรบ. ฉบับนี้กันดีกว่าค่ะ มีไว้เพื่อการใดบ้าง ?

 

สมรสเท่าเทียม

          ในมุมมองของตัวผู้เขียนเอง เป็นไปเพื่อสร้างความชอบธรรมทางกฎหมายให้กับคู่สมรสที่เป็นเพศเดียวกันให้มีความเท่าเทียมกับคู่สมรสในรูปแบบปกตินั่นก็คือ ชาย หญิง ดังนั้นสาระสำคัญที่บัญญัติไว้สำหรับ กฎหมายคู่สมรสเท่าเทียม จะเป็นในเรื่องของการเปิดโอกาสให้คู่สมรสประเภทนี้ สามารถแต่งงานกันได้ตามปกติทั้งนี้เป็นไปเพื่อการได้รับสิทธิในการสมรสโดยมีรายละเอียดดังนี้

 

  • สามารถใช้นามสกุลของคู่สมรสที่ตัวเองแต่งงานด้วยได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • กรณีต้องลุกขึ้นมาจัดการทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายใดก็ตาม คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ สามารถใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ จัดการทรัพย์สินร่วมกันได้
  • สามารถรับอุปการะบุตรบุญธรรมได้โดยชอบธรรมทางกฎหมาย
  • สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี
  • ในกรณีที่คู่สมรสอีกฝ่ายมีเงินไม่เพียงพอในการขอวีซ่าเพื่อเดินทางออกนอกประเทศ อีกคนสามารถนำบัญชีของตัวเองมายื่นเรื่องเพื่อขอวีซ่าแทนได้
  • เมื่อคู่สมรสคนใดคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาล ตามระเบียบของสมรสเท่าเทียม คู่สมรสอีกคน สามารถเซ็นใบรับรองเพื่อเข้าทำการรักษาแทนกันได้ รวมถึง การขอข้อมูลเมื่อมีการทำการรักษาเกิดขึ้นค่ะ
  • สิทธิ์ในการทำประกันชีวิตรวมถึงกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยร่วมกัน สามารถทำได้ทันทีที่กฎหมายได้รับการอนุมัติ
  • เมื่อมีการยกมรดก คู่สมรสได้สิทธิ์ในการดูแลมรดกก่อนบุคคลภายในครอบครัวลำดับอื่น ๆ ค่ะ
  • เมื่อคู่สมรส ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตขึ้นมา อีกคนจะสามารถได้สิทธิ์จัดการงานศพรวมถึงการติดต่อขอใบมรณะบัตรค่ะ

 

. . . . . . . . . .

การทำธุรกรรมทางการเงินของคู่รักเพศเดียวกัน

          เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน เชื่อไหมว่า คู่รักเพศเดียวกันจะสามารถใช้สิทธิทำธุรกรรมทางการเงินได้เหมือนกับคู่รักชายหญิงทั่ว ๆ ไป โดยจะขอยกตัวอย่าง 3 ธนาคารดังที่ให้สิทธิ์ในการทำธุรกรรมทางการเงินกับคู่รักเพศเดียวกันดังนี้

 

          ข้อกำหนดการขอสินเชื่อของคู่รักเพศเดียวกันดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่อาจจะขอยากกว่าคู่รักปกติทั่ว ๆ ไป จนกว่า ศาลจะอนุมัติกฎหมายดังกล่าวให้กับคู่รัก LGBTQ+ ทว่า ในทางกลับกัน ก็เป็นสิ่งที่ไม่ยากจนเกินไปนักเมื่อต้องการจะทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารขึ้นมา อันเป็นผลมาจากการเปิดกว้างของสังคมที่ไม่ได้มองว่า คู่รัก LGBTQ+ เป็นคู่รักที่ดูแปลกแยกอีกต่อไป นอกเหนือจากนั้น ยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปอย่างประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส ต่างอนุมัติกฎหมายให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานและจดทะเบียนสมรสพร้อมรับสิทธิทุกอย่างเท่าเทียมเหมือนกับคู่สมรสชายหญิงได้ ไม่เพียงแค่ ประเทศในแถบยุโรปที่เปิดกว้างในเรื่องนี้จนสามารถดันกฎหมายคุ้มครองคู่รัก LGBTQ+ สำเร็จ แม้แต่ศาลซับโปโร จากประเทศญี่ปุ่นก็ยังเพิ่งอนุมัติให้คู่รักประเภทนี้สามารถสมรสและได้รับสิทธิ์ทางกฎหมายเหมือนกับคู่สมรสชายหญิง ซึ่งสร้างความแปลกใจไปทั่วโลก ด้วยคาดไม่ถึงว่า ประเทศอนุรักษ์นิยมอย่างประเทศญี่ปุ่น ยอมรับเรื่องคู่รักเพศเดียวกันด้วยหรือ ? จนสามารถ อนุญาติให้แต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกันได้

 

          ในเมื่อทั่วโลกต่างเปิดกว้าง เราที่เป็นมิตรแท้ที่ดีของบรรดาประเทศตะวันตกหรือในแถบตะวันออกทั้งหลายต่างก็พากันดันกฎหมายชนิดนี้อยู่เหมือนกันจนสามารถนำเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนรายละเอียดขึ้นมาได้ ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี ทว่าก่อนจะถึงวันที่กฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติ ยังมีหลายธนาคารที่เปิดกว้างอนุญาติคู่รัก LGBTQ+ สามารถทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกันได้ ส่วนจะเป็นธนาคารไหนนั้น ติดตามค่า

 

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์

คุณสมบัติผู้กู้

  • อายุ 20 ปีบริบูรณ์และเมื่อนำมารวมกับระยะเวลากู้รวมกันต้องไม่เกิน 65 ปี โดยใช้อายุน้อยที่สุดของผู้กู้มาประกอบการพิจารณา
  • ต้องมีรายได้ที่แน่นอนและเมื่อนำมาคำนวณแล้วต้องสูงกว่าอัตราการผ่อนชำระคืนในแต่ละเดือนค่ะ
  • อาชีพสุจริตและค่อนข้างมั่นคงเป็นหลักแหล่ง ตรวจสอบได้

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารรับรองการอยู่ร่วมกัน
  • สำเนาสัญญาซื้อขาย
  • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  • หนังสือรับรองเงินเดือนและสลิปเงินเดือน
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ สกุล
  • เอกสารรับรองการอยู่ร่วมกัน

 

 

ธนาคารยูโอบี

ธนาคารยูโอบี

คุณสมบัติผู้กู้

  • มีอายุอย่างต่ำ 21 ปี และเมื่อนำมารวมกับระยะเวลาในการกู้ต้องไม่เกิน 75 ปีค่ะ
  • กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อเดือน

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาบัตรประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารรับรองการอยู่ร่วมกัน
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ สกุล
  • สำเนาสัญญาซื้อขาย
  • Statement ย้อนหลัง 6 เดือน
  • หนังสือรับรองเงินเดือนพร้อมสลิปเงินเดือน

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

คุณสมบัติผู้กู้

  • เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 30-65 ปี
  • ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องดำเนินการมาแล้ว 2 ปี ขึ้นไป
  • ผู้กู้หลักต้องมีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
  • ต้องมีหลักฐานที่สามารถนำมายืนยันกับทางธนาคารได้ว่า อาศัยอยู่ร่วมกันตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • เอกสารเหมือนกับธนาคารยูโอบีและธนาคารไทยพาณิชย์

 

เงื่อนไขเพิ่มเติม

  • ต้องเป็นการขอสินเชื่อเพื่อยื่นเรื่องขอซื้อสินทรัพย์ในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่ทางธนาคารผู้ปล่อยกู้ให้การสนับสนุนเท่านั้น โดยราคาซื้อขาย ภายหลังหักส่วนลดทั้งหมดมีมูลค่าตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไปค่ะ
  • อัตราดอกเบี้ยตามประกาศของธนาคารอีกทั้งการอนุมัติสินเชื่อนั้น เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของธนาคารเท่านั้น

 

. . . . . . . . . .

          สำหรับสมรสเท่าเทียม ความเป็นไปได้ที่กฎหมายฉบับนี้จะได้รับการอนุมัติโดยมีสาเหตุและปัจจัยหลายอย่างมาสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น สังคมโลกที่เปิดกว้างขึ้นโดยมีต้นแบบมาจากประเทศตะวันตกและประเทศตะวันออกอย่างประเทศไต้หวัน นำร่องอนุมัติกฎหมายคู่รัก LGBTQ+ จนผ่าน สามารถนำมาใช้งานได้ แล้วไหนจะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวแทนพรรคก้าวไกลได้นำเรื่องนึ้ขึ้นมาถก อีกทั้งยังผลักดันให้กฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อคู่รัก LGBTQ+ รวมถึงธนาคารต่าง ๆ ที่เริ่มปล่อยสินเชื่อให้กับคู่รักกลุ่มนี้ จากเหตุและปัจจัยที่เป็นไปได้ ล้วนส่งเสริมให้มีการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ผ่านการอนุมัติ ดังนั้นถึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้นำกฎหมายนี้มาใช้งานในกลุ่มคู่รัก และยังมีผลอีกมากมาย ไม่ว่าจะด้วยเรื่องการเงิน และการทำธุรกรรมอสังหาต่าง ๆ ด้วยค่ะ