logo

           บ้านเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับครอบครัว การมีบ้านสักหลัง สำหรับใครหลาย ๆ คนอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย และบ้านแต่ละหลังนั้นก็มีราคาแพง แต่เมื่อมีบ้านแล้ว ทำอย่างไรที่เราจะคุ้มครองบ้านของเราจากเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ อย่างมั่นใจ สิ่งหนึ่งที่เราควรมีควบคู่ไปกับบ้านก็คือ การทำประกันภัยบ้าน เพราะประกันภัยบ้านจะให้ความคุ้มครอง หากมีความเสียหายที่ไม่คาดคิด แต่ประกันภัยบ้านนั้นมีมากมายจนเลือกไม่ถูกว่า แบบไหนดีจะดีกว่ากัน ทำแล้วให้ความคุ้มครองอะไรได้บ้าง เบี้ยประกันแพงหรือเปล่า เพราะเปรียบเทียบประกันภัยบ้านเจ้าต่าง ๆ แล้ว ก็เหมือน ๆ กันหมด วันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อประกันกับ เปรียบเทียบประกันภัยบ้าน เลือกแบบไหนเหมาะสมคุ้มค่า

. . . . . . . . .

มาทำความรู้จักกับประกันภัยบ้านกันก่อน

          ปัจจุบันหากเปรียบเทียบประกันภัยบ้าน พบว่าการทำประกันมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป หลายคนสงสัยว่าประกันภัยบ้านคืออะไร มีขอบเขตคุ้มครองมากน้อยแค่ไหน พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ประกันภัยบ้านก็คือ การทำประกันเพื่อคุ้มครองที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ ในกรณีเกิดเหตุต่าง ๆ เมื่อเกิดความเสียหาย เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แก๊สระเบิด ฯลฯ ซึ่งรวมถึงประกันทรัพย์สินภายในบ้านด้วย โดยเมื่อเกิดเหตุ บริษัทที่รับประกันจะประเมินความเสียหาย จ่ายเงินชดเชยจากการสูญเสีย ตามที่ระบุในกรมธรรม์ หากเปรียบเทียบประกันภัยบ้าน ความคุ้มครองหลัก ๆ ของบริษัทต่าง ๆ จะคล้าย ๆ กัน แต่อาจจะมีรูปแบบ หรือรายละเอียดปลีกย่อยเเตกต่างกันออกไปบ้าง เช่น ทุนประกัน จำนวนเบี้ยประกัน เงื่อนไขความคุ้มครองเพิ่มเติมอื่น ๆ

. . . . . . . . . .

ประกันภัยบ้านสำคัญอย่างไร

          เมื่อเปรียบเทียบประกันภัยบ้านกับบ้าน ที่ถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง การทำประกันภัยบ้านถือว่าไม่แพงเลย และเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ควรให้ความสำคัญ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาจริง ๆ จะมีแต่ความวุ่นวาย ทั้งเรื่องการจัดการและเงินทุนสำรอง ในการจัดการกับเรื่องต่าง ๆ แต่หากเราทำประกันไว้ เราจะได้เงินชดเชยจากการประกัน นำมาใช้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ หรือในกรณีที่บ้านยังต้องผ่อนชำระกับทางธนาคาร เงินชดเชยของการประกัน ก็สามารถนำมาใช้ชำระเงินกู้ได้ เรียกได้ว่าการทำประกันภัยบ้าน ก็เหมือนกับเป็นการเตรียมพร้อมรองรับความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง เปรียบเทียบประกันภัยบ้านกับไม่ทำประกัน ก็จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน

. . . . . . . . .

เปรียบเทียบประกันภัยบ้าน มีทั้งหมดกี่ประเภท

           การทำประกันภัยบ้านโดยทั่วไปแล้วจะมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกัน คือประกันภัยบ้านแบบกฎหมายบังคับ และการทำประกันภัยบ้านแบบกฎหมายไม่บังคับ สามารถแบ่งออกได้หลัก ๆ ดังนี้

  • ประกันอัคคีภัย

           เป็นประกันประเภทที่กฎหมายบังคับให้ทำ ให้ความคุ้มครองทั้งระยะสั้น 1 ปี หรือ 2-3 ปี และระยะยาว 5 ปี ค่าเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท และตามลักษณะที่อยู่อาศัย เบี้ยประกันระยะยาวจะถูกกว่าระยะสั้น แต่ค่าเบี้ยประกันจะไม่เกิน 0.1% ของความคุ้มครอง ปัจจุบันธนาคารที่ให้สินเชื่อซื้อบ้าน จะให้ทำประกันอัคคีภัย เพื่อเป็นหลักประกันว่า หากมีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้น ทางธนาคารก็ยังจะได้รับเงินคืนจากบริษัทประกันด้วยนั่นเอง ประกันอัคคีภัยจะให้ความคุ้มครองพื้นฐาน 6 เหตุ คือ ไฟไหม้ เหตุจากแก๊สระเบิด ภัยธรรมชาติจากฟ้าผ่า ไฟป่า ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน ภัยที่เกิดจากน้ำที่เกิดภายในอาคาร   

  • ประกันภัยพิบัติ

           เป็นประกันภัยประเภทที่กฎหมายไม่ได้บังคับ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว หรือสถานการณ์ที่รัฐบาลประกาศเป็นภัยพิบัติรุนแรง เช่น พายุที่มีความเร็วลมตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือแผ่นดินไหวที่ความรุนแรงระดับ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป ส่วนกรณีน้ำท่วม บริษัทประกันจะไม่คุ้มครองบ้านที่ตั้งอยู่พื้นที่รองรับน้ำ หรือพื้นที่ทางผ่านของน้ำ เบี้ยประกันของประกันภัยพิบัติจะจ่ายเป็นรายปี จะไม่เกิน 0.5% ของความคุ้มครอง แต่หากต้องการความคุ้มครองที่มากกว่า 100,000 บาท อาจต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงกว่า 0.5% โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

  • ประกันภัยคุ้มครองการโจรกรรม

           ประกันภัยประเภทนี้ เหมาะกับบ้านที่มีมูลค่าสูง ทรัพย์สินราคาแพง หรือเจ้าของบ้านอยากคุ้มครองทรัพย์สินสำคัญบางอย่าง หรือเป็นบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่มีประวัติโจรกรรมบ่อย ๆ ประกันภัยนี้จะคุ้มครอง 2 ส่วนด้วยกันคือ ความสูญเสียที่เกิดต่อทรัพย์สินที่ทำประกัน และความสูญเสียต่อตัวอาคารที่ใช้เก็บทรัพย์สิน ที่เสียหายจากการโดนโจรกรรม ให้ความคุ้มครองเป็นรายปี ค่าเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละบริษัท เป็นประกันที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำ  

  • ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อบ้าน

           เป็นประกันชีวิตประเภทหนึ่ง ที่ให้ความคุ้มครองทางด้านสินเชื่อบ้านด้วย เมื่อผู้กู้เสียชีวิต หรือทุพพลภาพ หรืออาจไม่มีความสามารถที่จะชำระหนี้ได้ บริษัทประกันจะรับผิดชอบในการชำระหนี้ที่เหลือกับทางธนาคาร หรือสถาบันการเงิน ประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อบ้านนี้ เป็นประกันภัยประเภทที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทำเช่นกัน

. . . . . . . . .

ข้อควรรู้ในการซื้อประกันภัยบ้าน

  1. ประกันภัยบ้านสามารถเลือกความคุ้มครอง หรือจำนวนเงินชดเชยได้ เปรียบเทียบประกันภัยบ้านแล้ว ควรเลือกแบบที่ให้ความคุ้มครองอย่างต่ำ 70% ของมูลค่าทรัพย์สิน เพื่อจะได้ครอบคลุมค่าความเสียหายส่วนใหญ่ได้ เช่น ประกันอัคคีภัย
  2. หากเปรียบเทียบประกันภัยบ้าน กับการจ่ายค่าเบี้ยประกันแล้ว เมื่อเลือกทำประกันแบบระยะยาวหลายปี ค่าเบี้ยประกันจะถูกกว่าแบบปีต่อปี
  3. หากมีความสูญเสียเกิดขึ้น และได้รับเงินประกันชดเชยจากความสูญเสียแล้ว แต่ยังเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกภายในระยะเวลาที่ประกันยังคุ้มครอง ก็จะได้รับเงินชดเชยในจำนวนเงินเอาประกันที่ยังเหลืออยู่ 
  4. การทำประกันมากกว่าหนึ่งบริษัทประกัน เมื่อเกิดความเสียหาย ประกันภัยแต่ละบริษัทจะหารความรับผิด โดยผู้เอาประกันไม่สามารถได้เงินชดเชยเกินกว่าที่บริษัทประเมินความเสียหายได้ 

. . . . . . . . .

เปรียบเทียบประกันภัยบ้าน คุ้มครองอะไรบ้าง

           รู้ไหมว่า ประกันภัยบ้าน มีทั้งการคุ้มครองพื้นฐาน และการความคุ้มครองเพิ่มเติม โดยจะคุ้มครองครอบคลุมทุกความต้องการ ในเรื่องความปลอดภัยของที่อยู่อาศัย ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ มีหลากหลายแผนประกันให้เลือก เปรียบเทียบประกันภัยบ้านให้เหมาะกับความต้องการ โดยการคุ้มครองมีดังนี้

  • คุ้มครองพื้นฐาน เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยจากระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน ภัยจากน้ำ แต่ไม่รวมภัยจากน้ำท่วม
  • คุ้มครองภัยจากน้ำท่วม ภัยจากธรรมชาติ เช่น ภัยจากลมพายุ ภัยจากแผ่นดินไหว ภัยจากลูกเห็บ 
  • คุ้มครองจากการโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอย หรือการงัดแงะ การชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์
  • คุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองกระจก เป็นการคุ้มครองความเสียหายของกระจกที่ติดตั้ง ที่เป็นจุดเด่นและเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้าน 
  • คุ้มครองจากภัยต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • คุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่เกิดจากภัยหลัก ทำให้มีการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะหรือเกิดการทุพพลภาพถาวร
  • คุ้มครองค่าบรรเทาเมื่อเกิดไฟไหม้
  • คุ้มครองเพิ่มเติม นอกจากคุ้มครองพื้นฐาน เราอาจเปรียบเทียบประกันภัยบ้าน แต่ละแผนของบริษัทประกัน เลือกความคุ้มครองเพิ่มเติม เป็นทางเลือกที่แตกต่างกันออกไป เช่น คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการดับเพลิง คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการประเมิน ออกแบบ ควบคุมงาน คุ้มครองการเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัว ฯลฯ  

เปรียบเทียบประกันภัยบ้าน 5 บริษัทเด่น รูปแบบไหนดี แผนไหนคุ้มครองคุ้มค่า

           ถึงแม้ว่า ประกันภัยบ้าน แต่ละบริษัทอาจจะคล้าย ๆ กัน แต่จะแตกต่างที่รายละเอียดปลีกย่อยที่ให้ความคุ้มครอง รวมถึงค่าเบี้ยประกัน ก่อนซื้อประกันควรศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบประกันภัยบ้าน แต่ละรูปแบบให้ชัดเจนว่า บริษัทไหนให้ผลตอบแทนเงินชดเชยที่คุ้มค่า หรือตอบโจทย์ความต้องการดีที่สุด เราจึงลองยกตัวอย่างแผนประกันภัยบ้านเด่น ๆ มาเปรียบเทียบประกันภัยบ้านที่น่าสนใจ เพื่อประกอบการตัดสินใจ 

1. TQM บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด

  • ชื่อแผนประกัน : ประกันบ้านแสนรัก
  • ระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครอง : 1 ปี
  • ค่าเบี้ยประกัน แบ่งเป็น 3 แผน คือ 1,800 / 2,800 / 3,800 บาทต่อปี 
  • คุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาท โดยความคุ้มครองที่ได้รับคือ คุ้มครองภัยพื้นฐาน เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยยานพาหนะ ภัยระเบิด ภัยจากอากาศยาน และภัยจากน้ำ โดยไม่รวมน้ำท่วม และยังคุ้มครอง 4 ภัยพิบัติ คือ ภัยจากลมพายุ ภัยจากแผ่นดินไหว ภัยจากน้ำท่วม และภัยจากลูกเห็บ ทั้ง 4 ภัยนี้ ยังสามารถขยายความคุ้มครองเพิ่มเติมพิเศษได้อีก 10% ของทุนประกันภัย และยังมีประกันภัยจากเครื่องไฟฟ้า และความคุ้มครองการสูญเสีย หรือมีความเสียหายต่อทรัพย์สินและตัวอาคาร ที่เกิดจากการโจรกรรมที่มีร่องรอยงัดแงะ

คลิ๊กเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม 

2. ทิพยประกันภัย

  • ชื่อแผนประกัน : บ้านทิพยยิ้มได้ (Tipsmile)
  • ระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครอง : 1 ปี
  • ค่าเบี้ยประกัน จะเริ่มต้นที่ 646 บาทต่อปี
  • ความคุ้มครองที่ได้รับ คือ ความคุ้มครองมาตรฐานจากภัยพื้นฐาน อย่างเช่น ไฟไหม้ ภัยจากระเบิด ภัยจากยานพาหนะ ภัยธรรมชาติ ฟ้าผ่า และภัยจากน้ำ ที่ไม่รวมภัยน้ำท่วม และยังคุ้มครองภัยจากการจลาจล คุ้มครองเรื่องค่าเช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราว คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ค่ารื้อถอน ค่าขนย้าย รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการดับเพลิงด้วย นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองเพิ่มเติมนั่นคือ ภัยน้ำท่วม ประกันจะคุ้มครองหลังวันเริ่ม 7 วัน ภัยจากลมพายุ ภัยจากลูกเห็บ ภัยจากแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด ภัยคลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิ ภัยที่เกิดจากการจลาจล และการกระทำที่ทำด้วยเจตนาร้าย คุ้มครองความเสียหายเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงค่ารื้อถอน ค่าขนย้ายซากทรัพย์ และค่าใช้จ่ายในการดับเพลิง

คลิ๊กเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม 

3. เมืองไทยประกันภัย Muangthai Insurance

  • ค่าเบี้ยประกัน จะเริ่มต้นที่ 645.21 บาท สำหรับทุนประกันภัยที่ 100,000–2,500,000 บาท และค่าเบี้ยประกันที่เริ่มต้น 2,593.68–4,888.83 บาท สำหรับทุนประกันภัยที่ 2,600,000–5,000,000 บาท
  • ความคุ้มครองที่จะได้รับคือ ภัยพื้นฐาน 6 ภัยหลัก ภัยจากไฟไหม้ ภัยจากฟ้าผ่า (รวมความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการลัดวงจรจากฟ้าผ่า) ภัยจากระเบิด ภัยจากยานพาหนะ (ภัยจากการเฉี่ยวชน จากยวดยานพาหนะของบุคคลภายนอก) ภัยจากอากาศยาน และภัยจากน้ำที่เกิดในที่พักอาศัย เช่น การรั่วของน้ำ และยังคุ้มครองไปถึงภัยธรรมชาติ อาทิ ภัยจากพายุ ภัยจากน้ำท่วม ภัยจากแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด คลื่นใต้น้ำหรือสึนามิ และภัยจากลูกเห็บ และยังรวมคุ้มครองค่าเช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราว เมื่อเจอภัยดังกล่าวข้างต้น

คลิ๊กเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม 

4. สินมั่นคงประกันภัย SMK

  • ชื่อแผนประกัน คือ ประกันรักษ์บ้าน
  • ระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครอง 1 ปี
  • ค่าเบี้ยประกัน จะเริ่มต้นที่ 2,885 บาทต่อปี (โดยราคาค่าเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับทุนประกันที่ต้องการ)
  • ความคุ้มครองที่จะได้รับ ให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัย บ้านเดี่ยว บ้านจัดสรร โดยความคุ้มครองที่จะได้รับจากภัยพื้นฐาน เช่น ฟ้าผ่า ไฟไหม้ ภัยระเบิด ภัยจากธรรมชาติ ภัยที่เกิดจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน และภัยจากน้ำที่ไม่รวมน้ำท่วม และคุ้มครองจากภัยธรรมชาติ ภัยจากการโจรกรรม การประกันภัยจากควันที่เกิดจากเครื่องทำความร้อน และชุดเครื่องใช้อุปกรณ์ทำอาหาร ประกันภัยกระจก และประกันความเสียหายต่อโบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ คุ้มครองค่าเช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราว คุ้มครองความสูญเสีย หรือความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการดับเพลิง ค่าขนย้ายซากทรัพย์สิน

คลิ๊กเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม 

5. วิริยะประกันภัย

  • ระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครอง คือ 1 ปี
  • ค่าเบี้ยประกัน เริ่มต้นที่ 645 บาทต่อปี (ตามราคาประเมินอาคาร)
  • ความคุ้มครองที่จะได้รับ เป็นประกันภัย 100% ของราคาสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สิน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประกันอัคคีภัย สำหรับบ้านอยู่อาศัย คุ้มครอง 6 ภัยพื้นฐาน และ 4 ภัยธรรมชาติ ทุกที่ทั่วไทย ความคุ้มครองที่จะได้รับคือ ความคุ้มครองจากภัยพื้นฐาน เช่น ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ภัยจากระเบิด ภัยจากน้ำที่ไม่ใช่น้ำท่วม ภัยจากยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน และความคุ้มครองจากภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น ภัยลมพายุ ภัยแผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม และภัยที่เกิดจากลูกเห็บ และยังคุ้มครองชดเชยค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราวด้วย โดยไม่รับประกันห้องแถวไม้ และห้องแถวแบบครึ่งตึกครึ่งไม้

คลิ๊กเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม 

. . . . . . . . .

           การเปรียบเทียบประกันภัยบ้านของแต่ละคนนั้น ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย ให้เหมาะสมตามความต้องการ รวมไปถึงความจำเป็นมากน้อยของผู้ทำประกัน แต่การเปรียบเทียบประกันภัยบ้านให้ละเอียดรอบคอบ การพิจารณาเงื่อนไขประกันแต่ละรูปแบบให้ชัดเจน จะช่วยให้เราได้รับผลตอบแทนหรือเงินชดเชยที่คุ้มค่า หากเลือกแบบแผนได้ดี ก็จะทำให้ผู้อยู่อาศัยอยู่บ้านได้อย่างมั่นใจ ลองนำข้อมูลต่าง ๆ ที่เรานำมาฝากกัน ปรับดูความเหมาะสมให้เข้ากันได้เลยกับ เปรียบเทียบประกันภัยบ้าน เลือกแบบไหนเหมาะสมและคุ้มค่า