logo

          หลังจากที่เริ่มมีข่าวลือว่าประเทศไทยจะเริ่มใช้มาตรการโควิด-19 อย่างการเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง สำหรับการควบคุมสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แล้ว ซึ่งภายหลังโฆษก ศบค. ออกมายืนยันว่าทางการยังไม่มีการประกาศดังกล่าว แต่การประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงนี้ จะเป็นมาตรการโควิด-19 ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ แต่ก็สามารถส่งผลกระทบกับประชาชนได้มากเช่นกัน วันนี้ Condonewb ก็เลยอยากพาไปดูวิธีการจัดการควบคุมสถานการณ์เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ของแต่ละประเทศ ว่าได้ผลมากน้อยเพียงใด และมีมาตรการอย่างไรบ้าง ไปดูกันครับ

เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ของแต่ละประเทศ

มาตรการ Lockdown ประเทศจีน

1. ประเทศจีน “Lockdown 24 ชั่วโมง”

          จุดเริ่มต้นของโรคระบาดครั้งใหญ่ของชาวโลกในครั้งนี้ อยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของ เชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศจีนด้วย และเมื่อถึงจุดสูงสุดของการระบาด ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ทางการจีนจึงใช้ ยาแรง ในการจัดการวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ โดยประกาศใช้มาตรการ “การบริหารจัดการปิดเมืองเข้มงวดสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง” หรือที่เรียกกันว่า การ Lockdown นั่นเอง ซึ่งมาตรการโควิด-19 นี้ทางการจีนจะควบคุมเด็ดขาด มีการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ปิดเมืองอู่ฮั่นทั้งเมืองตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2563

          จากนั้นก็ใช้มาตรการเดียวกันนี้ในอีกหลายเมืองใกล้เคียง เพื่อดูแลประชาชนจำนวนกว่า 500 ล้านคน ซึ่ง สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้ประกาศให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายใช้ทุกวิถีทางเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดนี้ให้ได้ แม้จะหมายถึงภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงที่สุดในประวัติศาสตร์จีนก็ตาม รวมถึงคำสั่งในการส่งบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากเข้าตรวจโรค และสร้างโรงพยาบาลสนามจำนวนมาก เพื่อรองรับผู้ป่วยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

         โดยเฉพาะในเมืองฮู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดนั้น ทางการบังคับใช้มาตรการ “Lockdown แบบ 100%” ซึ่งเป็นการปิดเมืองที่แน่นหนาที่สุด แข็งแรงที่สุด และ ห้ามทุกคนออกจากเมืองอู่ฮั่นเด็ดขาด มีคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในที่พักอาศัย และกําหนดให้เข้า-ออกได้เพียงทางเดียว ในแต่ละครัวเรือนสามารถส่งตัวแทน 1 คน ออกไปภายนอกที่พักอาศัยได้ในทุกๆ 3 วันต่อครั้ง เพื่อซื้ออาหาร และของใช้จําเป็น และทุกครั้งที่ผ่านประตูเข้าออก จะต้องถูกตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมดูแลอยู่อย่างใกล้ชิดด้วย และห้ามออกจากที่พักอาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามเดินทางออกนอกเมือง และกําหนดว่าหากต้องการซื้อยาแก้หวัด แก้ไข้ต่างๆ ต้องเปิดเผยอุณหภูมิร่างกาย พร้อมแจ้งที่อยู่ และหมายเลขบัตรประชาชนทุกครั้ง และเพื่อลดความจําเป็นของการออกนอกบ้านลง เจ้าหน้าที่ประจําชุมชนจะเป็นผู้จัดซื้อและส่งมอบข้าวของที่จําเป็น รวมถึงเวชภัณฑ์ให้กับลูกบ้านในแต่ละเขตปกครอง

ผลของมาตรการ : ในระยะเวลาเพียงเดือนกว่าๆ มาตรการโควิด-19 ของจีนเหล่านี้แสดงผลให้เห็นชัดเจนว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ในจีนเริ่มลดลงต่อเนื่อง มีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อ 5 มีนาคมนี้ แต่ก็ไม่มากเท่าประเทศอื่นๆ ที่ในเวลาเดียวกันที่พบว่ายอดผู้ป่วยกำลังไต่ขึ้นสูงมาก

พื้นที่บริหารจัดการพิเศษด้านสาธารณสุข ประเทศเกาหลีใต้

2. ประเทศเกาหลีใต้ “พื้นที่บริหารจัดการพิเศษด้านสาธารณสุข”

          เกาหลีใต้ก็เป็นอีกประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อจำนวนมาก รองลงมาจากจีน การรับมือของรัฐบาลเกาหลีใต้นั้น ไม่ได้ใช้ยาแรงเหมือนรัฐบาลจีน ไม่มีการปิดเมือง ไม่มีมาตรการ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” แต่ใช้มาตรการประกาศ “พื้นที่บริหารจัดการพิเศษด้านสาธารณสุข” ซึ่งเน้นการตรวจโรคให้ เร็วและครอบคลุมที่สุด ประกอบกับการขอความร่วมมือจากประชาชนให้กักตัวเองอยู่ในที่พักอาศัย โดยรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การควบคุมไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายสู่พื้นที่อื่นๆ โดยสำหรับ “พื้นที่บริหารจัดการพิเศษด้านสาธารณสุข” รัฐบาลได้ออกคำสั่งไปยัง 2 เมืองที่เป็นศูนย์กลางการระบาดของเกาหลีใต้ คือ เมืองแทกู และ เมืองชองโด ซึ่งมีประชากรราว 2.4 ล้านคน กองควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีได้กักบริเวณสมาชิกของโบสถ์ชินชอนจิในเมืองแทกูเกือบ 10,000 คน ให้อยู่ภายในที่พักอาศัยของตนเอง และสถานที่ซึ่งทางการจัดเตรียมไว้ให้ ส่วนประชาชนอื่นๆ ก็ขอให้กักตัวอยู่ในที่พักอาศัยเช่นกัน

          จากนั้นทางการเกาหลีใต้ใช้มาตรการโควิด-19 ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเชื้อไวรัสให้ได้เร็วที่สุด และตรวจให้ได้มากที่สุด โดยก่อนหน้านี้เกาหลีใต้ได้พัฒนาชุดตรวจเชื้อแบบง่ายๆ เตรียมไว้ตั้งแต่จีนประกาศพบผู้ติดเชื้อช่วงเดือนมกราคมแล้ว จึงทำให้เจ้าหน้าที่เกาหลี สามารถตรวจกลุ่มเสี่ยงได้ถึงวันละ 10,000 คน ทำให้รู้กลุ่มเสี่ยงเจ้าหน้าที่ก็จัดการต่อได้เร็ว อีกทั้งยัง เน้นการใช้เทคโนโลยีมาช่วย เมื่อพบผู้ติดเชื้อแล้วทางการจะจัดทำระบบติดตามการเดินทางของผู้ป่วย ติดตาม GPS ในโทรศัพท์ มีระบบแจ้งเตือน แล้วรัฐบาลจะส่งต่อข้อมูลไปยังประชาชนคนอื่นๆ ผ่านเอสเอ็มเอสหรือเว็บไซต์ทางการ (โดยไม่ระบุชื่อผู้ป่วย) เพื่อให้ประชาชนติดตามข้อมูลว่าตัวเองเคยไปที่เดียวกันกับผู้ป่วยหรือไม่ ถ้าใครเคยไปสถานที่เสี่ยงก็ไปตรวจโรคได้เร็ว ส่วนคนอื่นๆ ก็จะได้ไม่ต้องเสี่ยงในสถานที่นั้นๆ

          โดยผู้ป่วยที่มีอาการหนักจะได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีไข้ปานกลางจะมีการจัดพื้นที่กักตัวซึ่งมีบริการทางการแพทย์ดูแลและสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ใครที่มีไข้อ่อนกว่านั้นและดูแลตัวเองได้ ทางการจะให้กักตัวในบ้านและห่างจากญาติประมาณ 2 อาทิตย์และรัฐบาลจะจัดส่งกล่องยังชีพให้ด้วย ส่วนใครฝ่าฝืนไม่กักตัว จะเสียค่าปรับสูงสุด 3 ล้านวอน หรือประมาณ 78,000 บาท

 ผลของมาตรการ : หลายประเทศทั่วโลกยกย่องมาตรการการดูแลของเกาหลีใต้ และต้องยอมรับว่าเกาหลีใต้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวไกล ทำให้สามารถค้นหาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและควบคุมการระบาดได้ทันท่วงที ทำให้เกาหลีใต้มีอัตราผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ต่ำเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีผู้เสียชีวิต 67 คน หรือไม่ถึง 1%

มาตรการเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง ประเทศซาอุดิอาระเบีย

3. ประเทศซาอุดิอาระเบีย “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง”

          ประเทศซาอุดิอาระเบียประกาศ "เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง" ในนครเมกกะ และเมืองเมดินา โดยกระทรวงมหาดไทยของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลได้ประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” ครั้งนี้ก็เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยสำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกคำสั่ง “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” ห้ามคนออกจากบ้านในนครเมกกะ และนครเมดินา ซึ่งเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 2 เม.ย. 2563 เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยยกเว้นกรณี สำหรับการออกมาซื้ออาหาร และหาหมอ หรือเป็นพนักงานของหน่วยงานที่จำเป็นเท่านั้น

          รัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้ใช้มาตรการโควิด-19 ที่เข้มงวดขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ “ประกาศเคอร์ฟิว” วันละ 15 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 15.00 - 06.00 น. ในเช้าวันถัดไป แต่ทั้งนี้รัฐบาลซาอุฯ ได้ประกาศข้อยกเว้นสำหรับแรงงานที่จำเป็นต้องออกจากเคหะสถาน รวมทั้งประชาชนที่ต้องไปซื้ออาหารและเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ 

          โดยช่วงที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบีย ได้ใช้มาตรการโควิด-19 หลายอย่างเพื่อควบคุมการระบาด ทั้ง สั่งระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศ, ระงับการเดินทางไปแสวงบุญ และการปฏิบัติศาสนกิจที่นครเมกกะ หรือ อุมเราะห์, ปิดสถานที่สาธารณะส่วนใหญ่ และจำกัดการเดินทางภายในประเทศอย่างเข้มงวด แต่จำนวนผู้ติดเชื้อก็ยังเพิ่มสูงขึ้นรายวัน จนทำให้ต้องประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” ในที่สุด

ผลของมาตรการ : ยังต้องติดตามต่อไป

เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง เมืองทัสคาลูซา สหรัฐอเมริกา

4. เมืองทัสคาลูซา รัฐอลาบามา สหรัฐอเมริกา “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง”

          สำนักข่าว WSFA12 News รายงานว่า นายกเทศมนตรีของเมืองทัสคาลูซา รัฐอลาบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” โดยขอให้ผู้อยู่อาศัยในเมืองทัสคาลูซาทุกคนต้องอยู่ในที่พักอาศัยตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากจะออกนอกบ้านด้วยเหตุจำเป็นเท่านั้น โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม ไปจนถึง 11 เมษายน 2563 โดยมีข้อยกเว้นให้กลุ่มคนทำงานบางส่วน ได้แก่

  • การทำงานในธุรกิจที่จำเป็นและสำคัญ เช่น ร้านขายของชำ, ร้านขายยา, สถาบันการเงิน และสถานีบริการน้ำมัน
  • การซื้ออาหารออนไลน์และการบริการจัดส่ง
  • การเดินทางไปพบแพทย์ตามนัดหมาย
  • การออกกำลังกายที่ศูนย์การกีฬา และยังคงต้องเว้นระยะทางสังคมหกฟุต 
  • ธุรกิจและสถานที่ที่มีความสำคัญต่อสุขภาพตามที่กรมสาธารณสุขแห่งรัฐอลาบามากำหนดไว้ เช่น ศูนย์ความปลอดภัยสาธารณะและบริการฉุกเฉิน, ผู้ให้บริการทางการแพทย์, ผู้ให้บริการสาธารณสุข, ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค, สื่อต่างๆ, การขนส่งเชื้อเพลิง เวชภัณฑ์ หรือเวชภัณฑ์ฉุกเฉิน

          โดยหากใครที่ฝ่าฝืนมาตรการ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” จะถือเป็นความผิดทางอาญา โดยมีบทลงโทษสำหรับการละเมิดเคอร์ฟิวคือ ต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 300 ดอลล่าร์ และต้องจำคุก 180 วัน

ผลของมาตรการ : ยังคงต้องติดตามต่อไป

มาตรการเคอร์ฟิว ประเทศเกรนาดา

5. ประเทศเกรนาดา "เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง"

          ประเทศเกรเนดา ตั้งอยู่บนเกาะในทะเลแคริบเบียนตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศอิสระที่มีขนาดเล็กเป็นอันดับ 2 ในซีกโลกตะวันตก โดยหลังจากเชื้อไวรัส COVID-19 ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ทางรัฐบาลของประเทศเกรเนดาก็ได้ออกประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” เพื่อควบคุมสถานการณ์วิกฤติ โดยนายกรัฐมนตรีของประเทศเกรนาดา คีธ มิตเชลล์ ได้ออกมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในระยะยาว และเริ่มออกมาตรการโควิด-19 ต่างๆ มีผลบังคับใช้เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา

          ซึ่งในช่วงแรกยังเป็นเพียงการประกาศเคอร์ฟิวในบางช่วงเวลาเท่านั้น แต่พอพบว่าสถานการณ์รุนแรงขึ้น รัฐบาลจึงยกระดับเป็นประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” ต่อวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 - 19.00 น. ในวันถัดไป เริ่มขึ้นช่วงกลางคืนของวันที่ 30 มีนาคม จนถึงวันที่ 6 เมษายน 2563

          นอกจากนี้รัฐบาลประกาศใช้กฎระเบียบอื่นๆ อีกมากมายภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ยกเลิกบริการสายการบินในเชิงพาณิชย์ทั้งหมด, ปิดท่าเรือที่ให้บริการเรือสำราญทุกลำ, ยกเลิกการชุมนุมและกิจกรรมทางสังคม, ห้ามไม่ให้ไปเที่ยวทะเลและชายหาด, สั่งปิดร้านค้าทั้งหมดในสถานที่ท่องเที่ยว, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ร้านขายของชำทั่วไปเปิดบริการใน 8.00-12.00 น. ในวันที่ทางการกำหนดเท่านั้น และผู้คนจะได้รับอนุญาตให้ซื้อของชำด้วยตนเองในวันและเวลาที่ทางการกำหนดเช่นกัน

          โดยรัฐบาลให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เผชิญเหตุฉุกเฉินมีอำนาจในการตรวจตราและจับกุมผู้ฝ่าฝืน และสามารถสั่งปิดสถานที่ที่สุ่มเสี่ยงต่อการระบาดโรคได้ หากพบการฝ่าฝืนจะถูกสั่งปรับ 1,000 ดอลล่าร์ และถูกจำคุกเป็นเวลา 12 เดือน

          การประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” ครั้งนี้มีข้อยกเว้น คือ ให้ยกเว้นร้านขายของชำซึ่งเปิดเฉพาะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ส่วนการปฏิบัติการฉุกเฉินและการเข้าถึงการรักษาพยาบาลจะยังคงดำเนินต่อไปไม่ให้หยุด

ผลของมาตรการ : ยังคงต้องติดตามต่อไป

มาตรการเคอร์ฟิว ประเทศจอร์แดน

6. ประเทศจอร์แดน “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง”

          รัฐบาลจอร์แดนเริ่มประกาศใช้ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในเวลา 24.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ต้องควบคุมดูแลประชาชนมากถึง 10 ล้านคน ให้กักตัวอยู่ในที่พักอาศัย และห้ามฝ่าฝืนคำสั่ง อีกทั้งในช่วง “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” นี้ รัฐบาลยัง สั่งปิดร้านค้า ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหาร และร้านขายยา รวมถึงปิดโรงพยาบาลบางส่วน และให้เปิดได้เพียงโซนบริการการแพทย์ฉุกเฉินเท่านั้น นับว่าเป็นการใช้ยาแรงในการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสอย่างเข้มงวด

          โดยรัฐบาลจอร์แดนระบุว่า “เราต้องค้นหารูปแบบการเคอร์ฟิวที่สมบูรณ์ที่สุด ใช้ความสามารถของทุกฝ่ายควบคุมการระบาดให้ได้มากที่สุด และเตรียมพร้อมสำหรับความเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้นตามมา การแพร่ระบาดของโรคหากควบคุมได้ยาก เราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือกับวิกฤติในระยะยาว รวมถึงเตรียมการฟื้นฟูจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่เสียหายจากวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้”

          หลังจากการประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” ทางการได้นำกำลังทหารและตำรวจจำนวนกว่า 10,000 นาย เข้าควบคุมพื้นที่ทั่วประเทศ กองทัพได้ ยึดรถยนต์ และจับกุมคนขับที่ฝ่าฝืนกฎหมายหลายสิบราย รวมถึงเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมผู้ฝ่าฝืนมาตรการโควิด-19 เคอร์ฟิวออกไปทำละหมาดที่มัสยิดทั้งๆ ที่ทางการประกาศห้าม แม้แต่รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลก็ถูกกักตัวอยู่ในที่พักอาศัยเช่นกัน

          นอกจากนี้ รัฐบาลกล่าวว่าจะผ่อนคลายเคอร์ฟิวในวันเสาร์ที่ 4 เมษายน เพื่อให้คน เดินเท้า ซื้อสินค้าจากร้านขายของชำและร้านเบเกอรี่ในช่วงกลางวัน แต่ยังคงห้ามการเดินทางหรือใช้ยานพาหนะต่างๆ และยังคงบังคับใช้เคอร์ฟิวในช่วงกลางคืนต่อไป

ผลของมาตรการ : ยังคงต้องติดตามต่อไป

มาตรการเคอร์ฟิว ประเทศศรีลังกา

7. ประเทศศรีลังกา “เคอร์ฟิวเป็นครั้งคราว”

          รัฐบาลศรีลังกาก็ใช้วิธีการ “ประกาศเคอร์ฟิว” เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เช่นกัน แต่จะประกาศเคอร์ฟิวในแต่ละเขตพื้นที่ไม่เหมือนกัน มีการผ่อนผันเป็นครั้งคราว แล้วจึงประกาศใหม่สลับกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของประชาชนในแต่ละพื้นที่ โดยศรีลังกาเริ่มประกาศเคอร์ฟิวทั่วทั้งเกาะมาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 แจ้งเวลาเคอร์ฟิวเป็นช่วงๆ เช่น ตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 12.00 น. ในวันเดียวกัน มีการผ่อนผันเคอร์ฟิวบางช่วง จากนั้นประกาศใช้อีกครั้งในวันที่ 27-28 มีนาคม และต่อมาในวันที่ 30 มีนาคมก็มีการปรับเวลาเคอร์ฟิว เป็นตั้งแต่เวลา 14.00 น. ไปจนถึง 06.00 น. ของเช้าวันที่ 1 เมษายน

          โดยล่าสุด ในวันที่ 6 เมษายน รัฐบาลศรีลังกาได้ออกมาประกาศว่า ให้ทำงานแบบ Work From Home ตั้งแต่วันที่ 6-10 เมษายน ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนคำสั่งเคอร์ฟิวก่อนหน้านั้นใน 19 เขต จะถูกยกเลิกในเวลา 6.00 น. ของวันที่ 6 เมษายน และจะเคอร์ฟิวอีกครั้งในเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน และยังคงคำสั่งอื่นๆ ไว้เช่นเดิม คือ ห้ามไม่ให้เดินทางข้ามเขต หากฝ่าฝืนจะมีโทษรุนแรงตามกฎหมายทันที ยกเว้นเป็นการเดินทางด้านบริการที่จำเป็น หรือคำสั่งที่ออกโดยสำนักงานประธานาธิบดี รวมถึงยกเว้นให้กิจกรรมการเกษตร และผู้ที่เกี่ยวข้องในการผลิตพืชส่งออก เช่น ชา จะได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในช่วงเคอร์ฟิวได้

          ส่วนเมืองที่เป็น พื้นที่เสี่ยงอย่างโคลัมโบ, กัมปาฮา, คาลูทารา, ปัตตาลัม, แคนดี้ และจาฟฟ์นา จะยังคงบังคับใช้ “เคอร์ฟิวเข้มงวด” อย่างต่อเนื่องต่อไป เช่น ห้ามไม่ให้เดินทางเข้าหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว, บังคับใช้เคอร์ฟิวยาวนานกว่าพื้นที่อื่นๆ สำหรับในช่วงเวลาเคอร์ฟิว รัฐบาลได้จัดให้มีการจัดหาอาหารและสินค้าที่จำเป็นอื่นๆ ส่งให้พื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถซื้อได้ในขณะอยู่ที่บ้าน

 ผลของมาตรการ : ยังไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร พบว่าในช่วงวันที่ 2 เมษายน หลังประกาศเคอร์ฟิว (บางช่วงเวลา) ได้เพียง 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็จับกุมผู้ฝ่าฝืนได้มากถึง 1,015 คน และยึดรถยนต์ได้ 254 คัน และหากนับรวมการประกาศเคอร์ฟิวช่วงแรกตั้งแต่ 20 มีนาคม เป็นต้นมา พบว่าเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวได้มากถึง 9,466 คน

          แต่สุดท้ายนี้ ไม่ว่าทางการจะยกระดับประกาศ “เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง” หรือไม่ก็ตาม ยังไงก็ต้องมีมาตรการโควิด-19 อื่นๆ เตรียมการไว้ก่อน หรือมีการออกข้อปฏิบัติต่างๆ ให้ประชาชนรู้ควบคู่กันไปด้วย หรือเลือกที่จะเก็บจุดที่เป็นข้อดีของมาตรการของแต่ละประเทศมาใช้ก็ได้เช่นกัน เพื่อที่จะให้การเคอร์ฟิวนั้น มีประสิทธิภาพที่สุด และส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดด้วยครับ ยังไงนิวบ์ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ทั้งประชาชน และทุกหน่วยงาน ให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีกันนะครับ

Written by NewbBENN

ขอบคุณข้อมูลจาก กรุงเทพฯธุรกิจ