logo

หลังจากขับเคี่ยวหาเสียง แข่งกันนำเสนอนโยบายดี ๆ ให้กับคนกรุงเทพกันมาอย่างยาวนาน ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก็ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ทำให้ชื่อของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้กลายมาเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่า กทม. คนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงมากที่สุด เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยคะแนนมากถึง 1,386,215 คะแนน นับเป็นผู้ว่า กทม. คนที่ 17 หลังจากว่างเว้นการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. มานานถึง 9 ปี

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้รับคะแนนท่วมท้นจนกลายเป็นฟีเวอร์ นอกจากคาแรกเตอร์ส่วนตัวที่ขยันขันแข็งแล้ว นโยบายผู้ว่า กทม. คนใหม่ ก็เรียกได้ว่าโดนใจชาว กทม.เข้าอย่างจัง วันนี้เราเลยจะพาไปเจาะลึกนโยบายผู้ว่า กทม. ชัชชาติ ทั้ง 214 ข้อ มีอะไรที่น่าสนใจสำหรับคนกรุงเทพบ้าง

ผู้ว่าแลนด์สไลด์ กับคะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์

ปรากฏการณ์ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ทุบสถิติการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 โดยผู้ว่า กทม คนใหม่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จำนวน 1,386215 คะแนน จนสื่อต่างพากันเรียกขานว่าผู้ว่าแลนด์สไลด์กันแทบทุกสำนัก

และหากย้อนกลับไปดูสถิติคะแนนผู้ว่า กทม. ที่เคยได้คะแนนสูงที่สุด ได้แก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จากการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ปี 2556 ที่ได้ 1,256,349 คะแนน ตามมาด้วยนายสมัคร สุนทรเวช ในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ในปี 2543 ที่ได้ 1,016,096 คะแนน เรียกว่านายชัชชาติได้สร้าง New Record ขึ้นมาในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ครั้งนี้นั่นเอง โดยรายงานผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ มีลำดับคะแนนเสียง ดังนี้

อันดับ 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ 1,386,215 คะแนน

อันดับ 2 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ 254,647 คะแนน

อันดับ 3 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล 253,851 คะแนน

อันดับ 4 นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครอิสระ 230,455 คะแนน

อันดับ 5 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครอิสระ 214,692 คะแนน

โดยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. 60.73% บัตรเสีย 1.5% Vote No 2.7% จากจำนวนผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 4,402,948 คน

. . . . . . . . . .

ทำความรู้จักกับทีมรองผู้ว่า กทม. ใครเป็นใครกันบ้าง

หลังจากเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบแทนคะแนนความไว้วางใจจากประชาชน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงได้ประกาศเป็นผู้ว่าของคนทุกฝ่าย เดินหน้านโยบายผู้ว่า กทม. แบบเร่งด่วนในทันที 4 เรื่อง ได้แก่ แก้ปัญหาน้ำท่วม เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน เรื่องหาบเร่แผงลอย และสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว พร้อม ๆ กับได้ประกาศชื่อรองผู้ว่า กทม. และทีมงาน ที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมากมายเช่นกัน โดยมีรายชื่อดังนี้

  • รองผู้ว่า กทม. คนที่ 1 รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล ดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐานการจราจร

อดีตรองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ภาควิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันทรัพย์สินทางปัญญา เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี ด้านบริหารระบบกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • รองผู้ว่า กทม. คนที่ 2 นายจักกพันธุ์ ผิวงาม ดูแลด้านการเงิน การคลัง

อดีตรองปลัด กทม. อดีตรองผู้ว่า กทม. ในสมัย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตรองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการ กทม.

  • รองผู้ว่า กทม. คนที่ 3 ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวช ดูแลด้านภัยพิบัติและสาธารณสุข

อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ วิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะ ที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง และการจัดการภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ปรึกษาอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

  • รองผู้ว่า กทม. คนที่ 4 นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ดูแลด้านการศึกษาและพัฒนาสังคม

มีบทบาทในการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวเพื่อสังคม การต่อสู้ของคนในชุมชนชาวรากหญ้าและคนจนเมือง เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง SATARANA (สาธารณะ) เครือข่ายภาคประชาสังคมเรื่องงานพัฒนาเมือง สมาชิกกลุ่มเมย์เดย์ (Mayday) ผู้ออกแบบปรับปรุงป้ายรถเมล์รูปแบบใหม่ อายุน้อยที่สุดในตำแหน่งรองผู้ว่า กทม. เพียง 33 ปี

  • เลขานุการ ผู้ว่า กทม. นายภิมุข สิมะโรจน์

อดีตนักวิเคราะห์การลงทุน บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมประเทศไทย อดีต ส.ส.เขตบางพลัด พรรคไทยรักไทย 2 สมัย เคยเป็นโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ โฆษกคณะกรรมาธิการพลังงาน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมป์

  • โฆษก กรุงเทพมหานคร นายเอกวรัญญู อัมระปาล

อดีตผู้ประกาศข่าว นักข่าว และโปรดิวเซอร์รายการที่สถานีโทรทัศน์ Voice TV อดีต Assistant Business Development Manager and Assistant Project Manager บริษัท Pakgon (Zicure)

. . . . . . . . . .

จับตา! นโยบายชัชชาติ มีอะไรบ้างที่น่าสนใจ

นโยบายผู้ว่า กทม. ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ให้ไว้ถึง 214 ข้อ กลายเป็นที่คาดหวังของชาวกรุงเทพมหานคร ว่าเอาเข้าจริงจะทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่หลักการสำคัญที่​นายชัชชาติ ได้ประกาศไปยังข้าราชการ กทม. ทั้งหมด คือ งานของเขาไม่มีช่วงฮันนีมูน ไม่มีเวลาทดลองงาน วันแรกต้องทำงานทันที โดยยังเน้นให้ข้าราชการทำงานโปร่งใส ไม่ทุจริต ทำงานให้เหมือนเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง เพื่อช่วยกันสร้างให้กรุงเทพเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน นโยบายผู้ว่า กทม. ที่น่าสนใจมีดังนี้

แก้ปัญหาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว

เป็นนโยบายผู้ว่า กทม. เร่งด่วน 1 ใน 4 ข้อ ที่นายชัชชาติประกาศในวันเข้ารับตำแหน่ง โดยยืนยันว่าพร้อมจะเดินหน้าคุยกับผู้บริหารของ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) วิสาหกิจของ กทม. เพื่อขอดูสัมปทานการจ้างเดินรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว สัญญาเดินรถส่วนต่อขยายที่จะสิ้นสุดลงในปี 2585 ภาระหนี้ของ รฟม. ที่โอนมาเป็นของ กทม. มูลค่ากว่า 6.9 หมื่นล้านบาท หนี้ค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าเครื่องกลและค่าบำรุงรักษา 3.8 หมื่นล้านบาท รวมไปถึงการปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า โดยจะสรุปทิศทางและความชัดเจนให้ได้ภายใน 1 เดือน เพื่อแก้ปัญหาสัมปทานและภาระหนี้สินของ กทม.

นโยบายเส้นเลือดฝอย กระจายเมือง กระจายงาน

นี่เป็นนโยบายผู้ว่า กทม. ที่พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ การกระจายความเจริญออกจากกรุงเทพชั้นใน ไปยังรอบนอกของกรุงเทพมหานครนั่นเอง เหมือนเป็นเส้นเลือดฝอยที่กระจายไปทั่วร่างกาย ด้วยการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์แนวทางความร่วมมือ ขับเคลื่อนการพัฒนาย่านนวัตกรรม ออกไปยังย่านที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรมชานเมือง รวมไปถึงสวนสาธารณะขนาดใหญ่ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ รถไฟฟ้าสายต่าง ๆ โรงเรียนที่มีคุณภาพระดับโลก ฯลฯ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างกระจุกตัวอยู่แต่กรุงเทพชั้นในเท่านั้น โดยการพัฒนาเมืองต้องเร่งพัฒนางานควบคู่กันไปด้วย

ทำกรุงเทพให้เป็นเมืองปลอดภัย

เพราะกรุงเทพไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวง แต่คือผู้คน คือชีวิต นโยบายผู้ว่า กทม. ของนายชัชชาติ จึงเน้นไปที่การทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่มีความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตให้กับประชาชน เช่น ป้ายรถเมล์ ถนนหนทางต้องสว่าง ปลอดภัย ปรับปรุงทางเท้าให้เรียบ ไม่ขรุขระ ทางข้ามให้มีมาตรฐาน มีป้าย หรือสัญญาณเตือนชัดเจน ข้อมูลระบุพื้นที่จุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากมลพิษ ความเสี่ยงจากสารเคมี โรงงานอุตสาหกรรม หรือความเสี่ยงจากการก่อสร้าง เอาสายไฟสายสื่อสารลงดิน ปลูกต้นไม้ล้านต้นสร้างพื้นที่สีเขียวให้เป็นกำแพงกรองฝุ่น แก้ปัญหาความปลอดภัยจากน้ำท่วม

เปลี่ยนกรุงเทพเป็นพื้นที่ของทุกคน

นโยบายผู้ว่า กทม. ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในข้อนี้คือ ต้องการเปิดพื้นที่เมืองให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึง สามารถทำกิจกรรมและใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย และครอบคลุมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนทุกคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพ เช่น ขยายเวลาเปิดปิดสวนสาธารณะ ลานกีฬา เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกอุปกรณ์ออกกำลังกาย เพิ่มรถโดยสารสาธารณะมายังสวนสาธารณะ เปลี่ยนศาลาว่าการกรุงเทพและลานคนเมืองให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองกรุงเทพ ปรับปรุงห้องสมุด กทม. ให้เป็น Co-working Space ที่ทันสมัย ส่งเสริมชมรมผู้สูงอายุ ให้สนุกได้ทุกเพศทุกวัยในแบบ Active Aging รวมถึงเพิ่มห้องน้ำ ห้องอาบน้ำสาธารณะ ยกระดับให้มีคุณภาพ มีความสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน

12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพ

อีกหนึ่งนโยบายผู้ว่า กทม. ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากก็คือ นโยบายชัชชาติ 12 เดือน 12 เทศกาล เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างงาน เพิ่มมูลค่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เปิดโอกาสในการประกอบธุรกิจใหม่ ๆ โดยใช้แต่ละเทศกาลเป็นเครื่องมือผลักดันความคิดสร้างสรรค์ ให้ทุกคนในชุมชนได้มีส่วนร่วม สร้างเรื่องราว สร้างกิจกรรม เพื่อดึงอัตลักษณ์และศักยภาพของพื้นที่ออกมา รวมไปถึงเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวของ กทม. อย่างยั่งยืน โดยเทศกาลต่าง ๆ มีดังนี้

  • เดือนมกราคม จัดเทศกาลดนตรีในสวน
  • เดือนกุมภาพันธ์ เทศกาลดอกไม้แห่งความรัก
  • เดือนมีนาคม เทศกาลหนังสือกรุงเทพ
  • เดือนเมษายน เทศกาลอาหารฮาลาลหลังอาทิตย์ลับขอบฟ้า
  • เดือนพฤษภาคม เทศกาลผลไม้ไทย
  • เดือนมิถุนายน เทศกาล Pride Month
  • เดือนกรกฎาคม เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ
  • เดือนสิงหาคม เทศกาลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • เดือนกันยายน เทศกาลงานคราฟต์
  • เดือนตุลาคม เทศกาลแข่งเรือ
  • เดือนพฤศจิกายน เทศกาล 11.11 Shopping Paradise Festival
  • เดือนธันวาคม เทศกาลแห่งแสง Bangkok Winter Illumination เพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับคน กทม.

นโยบายชัชชาติ 12 เดือน 12 เทศกาล ยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าร่วมนำเสนอความคิดเห็น แนวคิด แนวทาง และช่วยกันประเมินถึงความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนด้วย

นโยบายเพื่อสัตว์จร

เพราะปัญหากรุงเทพไม่ใช่ปัญหาเฉพาะคนเมืองเท่านั้น สัตว์จรจัด เช่น หมา แมว ฯลฯ ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข ด้วยการแก้ปัญหาและจัดการอย่างเป็นระบบ ด้วยการทำหมันอย่างจริงจัง ต้องจดทะเบียนหมาแมวให้ชัดเจน ปรับปรุงศูนย์พักพิงสัตว์จรของ กทม. ให้ดีมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ควบคุมดูแลศูนย์พักพิงอิสระของภาคประชาสังคม ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณข้างเคียง รวมถึงนโยบายเปลี่ยนสัตว์จรให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยง (Adopt Not Shop) แบบมีขั้นตอน หาผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสม เช่น อาชีพการงาน และที่อยู่อาศัยที่มีความเหมาะสม

แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

แนวคิด Better Bangkok ของนโยบายผู้ว่า กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มองว่าเมืองจะโครงสร้างต้องดี แต่ที่ผ่านมา กทม. เจอปัญหาฝนตกทีไรน้ำท่วมขังทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ท่อระบายน้ำในกรุงเทพมีความยาวถึงประมาณ 6,000 กิโลเมตร และยังมีคูคลองความยาวอีกประมาณ 2,600 กิโลเมตร แต่การลอกคูคลองหรือลอกท่อระบายน้ำกลับทำได้ไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้น ปัญหาที่ต้องเร่งแก้คือการลอกคูคลอง เพิ่มพื้นที่ความจุน้ำ และสร้างแก้มลิงเพิ่มเพื่อรองรับและระบายน้ำ ลดจุดเสี่ยง เพิ่มจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม แก้ปัญหาพื้นที่ลุ่มต่ำ 50 เขต จัดการปัญหาการทิ้งขยะลงแหล่งน้ำ ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ติดตั้งเซ็นเซอร์เครื่องสูบน้ำ และทบทวนแผนก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ ถึงความคุ้มค่าในการลงทุน

พัฒนาแบบจำลองเสมือนกรุงเทพ (Digital Twin)

นโยบายผู้ว่า กทม. คนใหม่ ได้มีการปรับใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี Cloud หรือ Open Data Source Platform มาช่วยในการแก้ปัญหาวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของชาว กทม. มากขึ้น โดยเฉพาะ Digital Twin พัฒนาแบบจำลองเสมือนกรุงเทพ เพื่อวางแผนแก้ปัญหาเมือง ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การกระจายตัวของฝุ่น ผลกระทบจากการซ่อมถนน การเก็บภาพถ่ายทางอากาศ หรือใช้เทคโนโลยี LiDAR เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน ไฟฟ้า ประปา และฐานข้อมูลด้าน GEO-spatial เพื่อเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน เช่น การขุดเจาะ ซ่อมถนน การจราจร

สนับสนุนความเท่าเทียม เปิดรับความหลากหลาย

อีกหนึ่งนโยบายผู้ว่า กทม. ชัชชาติ ที่โดดเด่น คือ ส่งเสริมให้หน่วยงาน กทม.ทำความเข้าใจ และยอมรับความหลากหลายทางเพศ ที่เกี่ยวข้องกับ LGBTQIA+ ซึ่งนอกจากจะมีบรรจุไว้ในนโยบายชัชชาติ 12 เดือน ให้เดือนมิถุนายนเป็น Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ร่วมกับหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ในส่วนของ กทม ให้ปรับแนวคิดและเปิดกว้างเรื่องการแต่งกาย ให้ความรู้เยาวชนเพื่อให้เท่าทันกับการเป็นพลเมืองโลกยุคใหม่ ทั้งการยอมรับความหลากหลาย ชาติพันธุ์ และตระหนักถึงการถูกกลั่นแกล้ง อบรมให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.ปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ด้วยกัน และประชาชนผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างเท่าเทียม สามารถร้องทุกข์เรื่องการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมได้ รวมถึงการนำร่องพัฒนาคลินิกสุขภาพทางเพศที่หลากหลาย

ปรับปรุงประสิทธิภาพโรงเรียน กทม. ด้วย Open Data

ที่ผ่านมาโรงเรียนในสังกัด กทม. เข้าถึงข้อมูลได้ยาก ส่งผลให้การพัฒนาโรงเรียนทำได้ล่าช้า นโยบายผู้ว่า กทม. ชัชชาติ ให้เปิดเผยข้อมูลโรงเรียนในมิติต่าง ๆ เช่น การใช้งบประมาณ แผนดำเนินการ ตัวชี้วัดการศึกษา ผลประเมินคุณภาพโรงเรียน ฯลฯ โดยข้อมูลทั้งหมดจะนำขึ้นไว้บน Cloud พร้อมแสดงผลบน Dashboard แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน ในการร่วมกันคิด แก้ไข และออกแบบแนวทางพัฒนาโรงเรียนในสังกัด กทม. ให้มีประสิทธิภาพ

รู้จักกับ Traffy Fondue ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนาเมือง

ด้วยแนวคิดว่าประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วม ในการช่วยพัฒนาเมืองให้เป็น Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ จึงได้เกิดแพลตฟอร์มtraffy fondue (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) ขึ้นมา เพื่อเป็นสื่อกลางในการเปิดพื้นที่ให้คน กทม. สามารถแจ้งปัญหาของ กทม. ในระดับเส้นเลือดฝอย ไม่ว่าจะมีปัญหาเองหรือพบเจอปัญหา อยากให้ กทม. แก้ไข ด้วยการรายงานปัญหา หรือแจ้งจุดที่พบปัญหาต่าง ๆ เช่น น้ำท่วม น้ำขัง ท่อตัน ผิวจราจรพัง ทางเท้าชำรุด สายสื่อสารรกรุงรัง ขยะล้น ฯลฯ เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนปัญหาให้เป็นข้อมูล และเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นความเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์ม traffy fondue จะใช้เทคโนโลยี Geographical Information System (GIS) จัดเก็บรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ รวมไปถึงตำแหน่ง สถานที่ รูปภาพที่เกี่ยวข้อง โดยมีเทคโนโลยี AI ทำหน้าที่เก็บข้อมูล และวิเคราะห์ปัญหา ประมวลผลผ่าน Big Data ย่อยออกมาเป็นข้อมูล ก่อนจะจัดส่งข้อมูลไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแบบเรียลไทม์ ในทางกลับกัน traffy fondue ก็สามารถรายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ให้ประชาชนรับทราบผ่านระบบอีกด้วยเช่นกัน การใช้งาน Traffy Fondue มีขั้นตอนดังนี้

1. เข้า Traffy Fondue หรือแอดไลน์ "เพื่อนชัชชาติ" https://lin.ee/CoxpWSN เพื่อแจ้งปัญหา

2. เข้าไปที่ "รายงานปัญหาเส้นเลือดฝอย" แจ้งเหตุหรือระบุปัญหาที่พบเจอ พร้อมส่งรูปภาพและพิกัด

3. ระบบจะมีนำปัญหาทั้งหมดที่ได้รับแจ้ง ไปจัดลำดับความสำคัญและทำข้อมูลสถิติ เช่น จำนวนเรื่องที่ได้รับ เรื่องอะไรบ้าง จำนวนที่ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เสร็จสิ้นแล้วกี่เรื่อง

4. เมื่อปัญหาร้องเรียนหรือแจ้งเหตุเข้ามา ได้รับความคืบหน้าหรือแก้ไขแล้ว ระบบจะแจ้งกลับไปยังผู้แจ้ง

ดาวน์โหลด traffy fondue Android

ดาวน์โหลด traffy fondue iOS 

ผลสำเร็จจากชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของนายชัชชาติ จนทำให้ได้เป็นผู้ว่า กทม. คนใหม่ มาจากการเตรียมทีมงาน ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับปัญหามาอย่างยาวนาน อีกทั้งนโยบายผู้ว่า กทม. ชัชชาติก็ได้มีการขายไอเดียและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง เมื่อบวกกับสไตล์การทำงานแบบเกาะติด ทุ่มเทเวลาให้กับการแก้ปัญหาแบบเต็มร้อย และเข้าใจความต้องการของคนกรุงเทพเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ผู้ว่า กทม. คนที่ 17 จึงชื่อว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรุงเทพ

กรุงเทพกรีฑา ทำเลศักยภาพสำหรับการสร้างครอบครัวใหญ่ 

CBD กรุงเทพฯคือตรงไหน? 

ชวนเที่ยวธรรมชาติ สูดโอโซนเต็มปอดที่ “ป่าในกรุง” ใจกลางกรุงเทพ 

ตลอด 7 ปี! อัปเดตผังสีกรุงเทพ ที่ผ่านมาเปลี่ยนไปยังไงบ้าง 

ทำเลไหนในกรุงเทพที่เหมาะกับผู้สูงอายุ