logo

            ทำคอนเทนต์มานานมากกกก หลงลืมเรื่องรีไฟแนนซ์ไปได้ยังไง อ่ะๆ วันนี้รวมมาให้แล้ว สำหรับใครที่ต้องการจะรีไฟแนนซ์บ้านหรือว่าคอนโด มาดูกันว่า 7 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนรีไฟแนนซ์ มีอะไรบ้าง และทำไมเราจึงควรทำการ รีไฟแนนซ์ ไปดูกัน!!

. . . . . . . . .

. . . . . . . . . . .

ทำไมเราถึงควรรีไฟแนนซ์

ง่าย ๆ เลย เหตุผลที่เราควรทำการรีไฟแนนซ์บ้านและคอนโด เพราะว่า 

  1. ดอกเบี้ยเราจะถูกลง 
  2. ยอดผ่อนต่อเดือนจะลดลง 
  3. เราจะผ่อนหมดไว้ขึ้นด้วย 

          เอาจริง ๆ แค่ 3 เหตุผลนี้คือก็ ดีไม่ไหว ซึ่งจริง ๆ เบนก็แนะนำให้ทุกคนรีไฟแนนซ์นะครับ เพราะว่าธนาคารเองก็ออกเงื่อนไขมาเหมือนจะบังคับกลาย ๆ ให้เรารีไฟแนนซ์บ้านอยู่แล้ว โดยปกติก็จะรีไฟแนนซ์กันหลังจากซื้อบ้านซื้อคอนโดไปแล้ว 3 ปี ซึ่งระยะเวลา 3 ปี บางทีทรัพย์เรามูลค่าเพิ่ม การรีำฟแนนซ์ก็สามารถขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อไปปิดภาระหนี้ได้อีก ส่วนนี้ก็สั้น ๆ ว่าทำไมเราถึงควรจะรีไฟแนนซ์บ้านและคอนโดครับ

. . . . . . . . .

7 สิ่งที่ต้องเตรียม ก่อนรีไฟแนนซ์

1. พิจารณาข้อเสนอการรีไฟแนนซ์ของแต่ละธนาคารรวมถึงธนาคารเดิมด้วย

อย่างที่ได้บอกเมื่อกี้ การรีไฟแนนซ์บ้านและคอนโดคือการที่เราต้องการให้เราผ่อนหมดไวขึ้น ได้อัตตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น และยอดผ่อนน้อยลงเนอะ ฉะนั้น เราก็จะต้องพิจารณาด้วยว่า แต่ละธนาคารเขามีเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์อย่างไรบ้าง ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ระยะเวลาการชำระหนี้นานแค่ไหน หรือมีโปรโมชันอะไรบ้าง โดยเราก็อาจจะเลือกเอาเงื่อนไขที่ดีที่สุด หรือ ถ้าเป็นส่วนตัวเบนเอง นอกจากเงื่อนไขดอกเบี้ย ราคาต่าง ๆ ที่ดีที่สุดแล้ว ก็จะดูเรื่องของความสะดวกเป็นหลักด้วย

ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง งานเอกสารมันจะยุ่งยากมากในการที่เราจะส่งต่อการกู้ไปในอีกธนาคารหนึ่ง การรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม หรือที่เราเรียกว่า รีเทนชั่น จึงอาจจะตอบโจทย์กว่า แต่ก็ต้องบอกว่า อัตตราดอกเบี้ยก็จะไม่ได้หวือหวา ล่อตาล่อใจเท่ากับการรีไฟแนนซ์ธนาคารใหม่ แต่ข้อดีคือมันสะดวกนั่นแหละ อันนี้เบนเคยทำคลิป Q&A ความแตกต่างของรีไฟแนนซ์และรีเทนชั่นเอาไว้ คลิ๊กมาดูกันได้เลย เดี๋ยวขึ้นหน้าปกให้ดูตรงนี้ ไปดูกันได้จ้า

2. ตรวจสอบสัญญาการกู้

การตรวจสอบสัญญาการกู้ตรงนี้ จริง ๆ เบนเชื่อว่าทุกคนที่จะรีไฟแนนซ์จะทราบกันดีว่า จะต้องทำหลังจากที่เราทำการขอสินเชื่อไป 3 ปีเนอะ หากว่าจะขอรีไฟแนนซ์ก่อน 3 ปี ก็จะต้องจ่ายค่าปรับให้ธนาคาร แต่มันก็จะมีรายละเอียดยิบย่อยที่อาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคาร อันนี้ก็อยากให้กลับไปพิจารณาสัญญาการกู้ยืม การขอสินเชื่อกับธนาคารเดิม ก่อนจะรีไฟแนนซ์ให้ดีด้วยครับ

3. ตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือ

ขั้นตอนนี้เราสามารถโทรไปสอบถามกับธนาคารเดิมของเราได้เลยครับว่าตอนนี้เราชำระหนี้ไปเท่าไหร่แล้ว และยอดคงเหลืออีกเท่าไหร่ ข้อมูลตรงนี้เราจำเป็นต้องรู้ตัวเลขที่แน่ชัดเลยนะครับ เพราะว่ามันจะเกี่ยวข้องกับการนำยอดไปพิจารณาเพื่อขอดูเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์ของธนาคารใหม่ด้วย

4. จัดเตรียมเอกสาร

เอกสารสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้านและคอนโด เบนบอกก่อนว่าอาจจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละสัญญาของแต่ละธนาคาร แต่หลัก ๆ ที่ต้องเตรียมจะมีประมาณนี้ครับ

  • เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน สำเนาเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง
  • เอกสารด้านหลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้ธนาคารเดิม

5. เริ่มขั้นตอนการยื่นขอสินเชื่อ

ขั้นตอนนี้ ก็คือการที่เราเข้าไปที่ธนาคารนั่นแหละ โดย ธนาคารก็จะนัดเราเพื่อรับเรื่องรับเอกสารต่าง ๆ หลังจากนั้น ธนาคารก็จะมีการขอส่งเจ้าหนี้เข้าไปที่ทรัพย์ ก็คือบ้านหรือคอนโดของเรา เพื่อที่จะทำการประเมิณรารคาของทรัพย์หรือหลักประกัน เพื่อประกอบการอนุมัติการรีไฟแนนซ์ โดยหลังจากขั้นตอนนี้ ธนาคารก็จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 - 4 สัปดาห์ จากนั้น ก็จะนัดกันเพื่อสอบถามยอดหนี้คงเหลือ และไปไถ่ถอนทรัพย์ต่อในลำดับถัดไปครับ

6. เตรียมค่าใช้จ่ายในการขอรีไฟแนนซ์

ตรงนี้แหละ ที่แต่ละธนาคารแข่งกันทำโปรโมชันรีไฟแนนซ์บ้านและคอนโดมาล่อตาล่อใจเรา แต่ประเภทของค่าใช้จ่าย ก็จะแบ่งได้ตามนี้ครับ

  • ค่าประเมินราคา ประมาณ 2-3 พันบาท (โปรโมชั่นบางธนาคาร ฟรีค่าประเมินราคาครับ)
  • ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้ (โปรโมชั่นบางธนาคาร ฟรีค่าจดจำนองครับ)
  • ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน
  • ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
  • ประกันอัคคีภัย (ซึ่งประกันอัคคีภัย ถึงเราไม่ได้รีไฟแนนซ์ ก็ต้องทำทุก 1-3 ปี ตามกฎหมายครับ)

7. ไปทำสัญญาและจดจำนองที่กรมที่ดิน

เรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่อาจจะกินเวลาทั้งวัน (แซวววว) แต่ไม่ต้องห่วงครับ ปกติแล้ว ทางธนาคารก็จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปกับเราด้วย และก็เอาพวกเอกสารต่าง ๆ ที่เราต้องเซ็น ไปให้เราที่กรมที่ดิน พร้อมกับทำสัญญาในวันเดียวกันเลย ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการรีไฟแนนซ์ครับ

. . . . . . . . . .

และนี่คือทั้งหมดของเนื้อหาในบทความ 7 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนรีไฟแนนซ์ และความสำคัญของการ รีไฟแนนซ์บ้านและคอนโด ครับ จะเห็นได้เลยว่าตัวเอกสารไม่ได้มีความยุ่งยาก เพียงแต่ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ก่อนที่จะทำการรีไฟแนนซ์บ้านและคอนโดเท่านั้นเอง ใครที่สนใจ ก็สามารถเตรียมเอกสารและเตรียมตัว ตาม 7 ข้อที่เราทำมาให้นี้ได้เลยครับ