logo

          ในการซื้อคอนโดหลังแรก โดยเฉพาะการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง เราควรศึกษารายละเอียดโครงการด้วยตัวเอง เช่น การอ่านรีวิว, การเข้าชมห้องตัวอย่างหรือตึกจริงของโครงการ เพราะการอ่านเพียง Factsheet อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าคอนโดมิเนียมที่เรากำลังจะซื้อนั้น จะเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และคุ้มค่ากับเงินที่เราจะต้องเสียไปหรือเปล่า เพราะยังมีคำถามก่อนซื้อคอนโด รายละเอียดและข้อมูลเฉพาะอีกมากมายที่เราไม่สามารถหาข้อมูลด้วยตัวเองได้ และจำเป็นต้องถามกับพนักงานขายนั่นเองค่ะ ซึ่งมือใหม่หลายๆคน จะเกิดคำถามนี้ว่า "ซื้อคอนโดต้องถามอะไรบ้าง?"

         ยิ่งถ้าคุณเป็นมือใหม่ และยังไม่ได้มีความรู้มากมายเกี่ยวกับการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยเอง ปัญหาที่จะตามมาก็คือ เราไม่รู้เลยว่า "ซื้อคอนโดต้องถามอะไรบ้าง?" “คำถามก่อนซื้อคอนโดที่ต้องถามกับเซลส์ก่อนซื้อ” เมื่อจะตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมสักห้องหนึ่ง วันนี้ CondoNewb จะช่วยลิสต์คำถามก่อนซื้อคอนโดที่ต้องถามเซลส์ก่อนซื้อคอนโดมิเนียม มาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ โดยเราจะแบ่งหมวดหมู่คำถามเป็น 4 หมวด เพื่อให้ครอบคลุมในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่องทำเลและการเดินทาง, ค่าใช้จ่ายในการซื้อคอนโดมิเนียม, คำถามเกี่ยวกับสัญญา และคำถามเกี่ยวกับโครงการ โดยแต่ละหมวดจะมีอะไรบ้างที่เราควรถามเซลส์ตามนิวบ์ต่อได้เลยค่ะ 

 

ซื้อคอนโดต้องถามอะไรบ้าง?

คำถามก่อนซื้อคอนโด เรื่องทำเลและการเดินทาง

          ถ้ายังไม่มั่นใจว่า ซื้อคอนโดต้องถามอะไรบ้าง? โครงการที่เข้าไปเยี่ยมชมจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราหรือไม่ คำถามก่อนซื้อคอนโดแรกที่ควรจะถามเซลส์คือคำถามเกี่ยวกับทำเลและการเดินทางค่ะ เพราะจะทำให้เราเห็นถึงความสะดวกสบายในการเดินทางซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ๆ สำหรับคนที่จะอยู่คอนโดเลย โดยคำถามที่ควรถามมีประมาณนี้

Q : สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือสถานีไหน ระยะทางเท่าไหร่

          คำถามก่อนซื้อคอนโดสุดฮิตที่ไปโครงการไหนก็ต้องถาม เพื่อให้เราได้เปรียบเทียบกับโครงการในละแวกเดียวกัน ว่าโครงการไหนที่เราจะสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้สะดวก และประหยัดเวลามากที่สุด รวมทั้งเรายังสามารถคำนวณค่าเดินทางกับส่วนต่างของราคา เช่น ถ้าโครงการ A อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าในระยะที่เดินได้ แต่ราคาถูกกว่าคอนโด B ที่ติดกับสถานีเลยอยู่หลายแสนบาท เราก็จะสามารถคำนวณความคุ้มค่าที่สุดสำหรับเราได้นั่นเอง 

Q : ที่ดินรอบโครงการเป็นของใคร มีแผนจะทำอะไร

          หากคอนโดมิเนียม โครงการที่เราสนใจถูกรายล้อมไปด้วยที่ดินว่างเปล่า คำถามก่อนซื้อคอนโดที่เราควรถามคือ ที่ดินเหล่านี้เป็นของใครบ้าง และมี Developer เป็นเจ้าของอยู่หรือไม่ หรือเซลส์จะพอทราบหรือไม่ว่าที่ดินว่างเปล่ารอบโครงการนี้มีแผนจะทำอะไรในอนาคต เพราะหลาย ๆ กรณีที่หลังจากที่เราตัดสินใจซื้อโครงการที่ชอบ ในมุมที่ใช่ไปแล้ว ดันมีโครงการ หรือตึกอาคารอื่นสร้างขึ้นมาบดบังวิวของเราซะได้ ดังนั้นการถามเอาไว้ก่อน ก็จะช่วยในการตัดสินใจของเราได้ค่ะ 

Q : ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ (ถามก่อน แล้วลองเดินเล่นแถวๆนั้น)

          คำถามก่อนซื้อคอนโดต่อไปที่เราควรถามคือเรื่องของความอุดมสมบูรณ์โดยรอบของโครงการ ซึ่งสำคัญและจำเป็นมาก ๆ ในการใช้ชีวิตคอนโด ได้คอนโดราคาดีที่ถูกใจ แต่พออยู่ไปจริง ๆ กลับไกลร้านอาหาร จะเดินทางไปไหนก็ไม่สะดวก ซึ่งอาจจะทำให้คุณภาพชีวิตของเราแย่กว่าเดิมก็เป็นได้ 

Q : ถนนเข้า-ออกมีกี่ทาง ถนนสาธารณะหรือส่วนบุคคล

          สำหรับคนที่ชอบเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว คำถามก่อนซื้อคอนโดนี้อาจจะเป็นคำถามสำคัญรองจากเรื่องที่จอดรถเลยทีเดียว นอกจากจะเป็นคำถามก่อนซื้อคอนโดคำถามที่เกี่ยวข้องกับความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว บางครั้งถนนส่วนบุคคลอาจจะมีการกำหนดเวลาเข้า-ออกด้วย ทำให้เราอาจจะสัญจรได้ไม่สะดวกนัก 

Q : ถ้าไกลจาก BTS/MRT มีบริการรถ Shuttle Bus ไหม คิดค่าบริการหรือไม่?

          ถ้าโครงการที่เราสนใจอยู่ห่างออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าประมาณนึง เราอาจจะต้องถามเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่าง Shuttle Bus ว่ามีให้บริการหรือไม่ แล้วถ้ามีให้บริการจะให้บริการฟรี หรือคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจค่ะ 

คำถามก่อนซื้อคอนโด เรื่องโครงการคอนโดมิเนียม

          หลาย ๆ คน อาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องถามคำถามก่อนซื้อคอนโดเกี่ยวกับโครงการด้วย ทั้ง ๆ ที่รายละเอียดต่าง ๆ ก็อยู่ใน Factsheet อยู่แล้ว ซึ่งเหตุผลที่เราต้องถาม ก็เพราะข้อมูลบางส่วน มันไม่ได้ถูกรวมอยู่ใน Factsheet นี่แหละค่ะ ซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการตั้งใจจะปกปิดอะไรนะคะ ถ้าอยากรู้ว่าเราต้องถามอะไรเพิ่มเติมบ้าง ไปดูกันเลย  

Q : ขายได้เท่าไหร่แล้ว

          คำถามก่อนซื้อคอนโดนี้อาจจะทำให้หลาย ๆ คนสงสัย ว่าทำไมเราต้องถามเซลส์เรื่องนี้ด้วย แต่เพื่อน ๆ ทราบไหมคะว่า จำนวนของผู้ซื้อก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้โครงการสามารถสร้างต่อจนเสร็จสิ้นได้ เพราะหลายโครงการ Developer ต้องกู้เงินจากธนาคารมาเพื่อทำการก่อสร้างอาคาร ซึ่งถ้าจำนวนผู้ซื้อเยอะก็จะทำให้การอนุมัติเงินกู้ผ่านได้นั่นเอง ถ้าเราเลือกซื้อโครงการที่คนซื้อน้อย ก็มีโอกาสสูงที่โครงการจะถูกพับ เราเองก็จะต้องเสียเวลาผ่อนไปโดยเปล่าประโยชน์ แถมต้องทำเรื่องขอเงินที่ผ่อนหรือจ่ายไปบางส่วนแล้วคืนให้ยุ่งยากกันไปอีก 

Q : มีนโยบายจัดการกับ Airbnb อย่างไร

          เรื่องนี้เป็นคำถามก่อนซื้อคอนโดที่สำคัญมากสำหรับคนที่ต้องการซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง เพราะการปล่อยเช่ารายวันมักจะสร้างปัญหามากมายตามมา ทั้งเรื่องของการแย่งลูกบ้านใช้พื้นที่ส่วนกลาง ปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านที่จะมีคนแปลกหน้าแวะเวียนเดินไปเดินมาในคอนโดมิเนียมของเรา ไปจนถึงเรื่องซีเรียสอย่างเรื่องความปลอดภัย ทำให้เราต้องถามคำถามก่อนซื้อคอนโดเรื่องมาตรการเกี่ยวกับ Airbnb และ การปล่อยเช่ารายวันตั้งแต่เนิ่น ๆ ถ้าจะให้ดี ขอดูสัญญาไปเลยก็ได้ค่ะ ว่าทางโครงการได้มีเขียนเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ 

          เพื่อน ๆ สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายและสิทธิเกี่ยวกับ AirBNB และคอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้จากลิงก์ที่แปะไว้ให้เลยค่ะ 

Q : นิติบุคคลเป็นของบริษัทไหน / ในกรณีที่โครงการมีหลายอาคาร นิติรวมหรือแยกกัน

          เรื่องนิติบุคคลคอนโดถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับคอนโดมิเนียม เพราะนิติบุคคลจะเป็นคนที่ช่วยจัดการปัญหาต่าง ๆ ให้กับลูกบ้าน และคอยดูแลจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง หากคุณยังไม่ทราบว่านิติบุคคลบริษัทไหนดี มีประวัติยังไง ให้ตั้งคำถามก่อนซื้อคอนโดเกี่ยวกับเรื่องนี้และลองสอบถามมาก่อน แล้วค่อยกลับมาหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ แต่แนะนำว่าควรถามคำถามนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นคำถามที่สำคัญมาก

Q : มีนิติ และช่างบริการ 24 ชม. หรือไม่

          อันนี้เป็นคำถามกันเหนียว เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทั้งเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ที่ต้องใช้ร่วมกันอย่าง ลิฟต์, ประตูเข้า-ออก, อุปกรณ์ฟิตเนส หรือสระว่ายน้ำ เป็นต้น การที่มีนิติและช่างบริการ 24 ชม. จะทำให้เราสามารถวางใจได้มากขึ้น ว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วนั้น จะมีช่างและนิติคอยให้คำแนะนำและซ่อมแซมพื้นที่ที่เสียหายได้อย่างทันท่วงที 

Q : วัสดุอุปกรณ์/เฟอร์นิเจอร์ใช้ของแบรนด์ไหน ได้มาตรฐานหรือไม่

          บางโครงการที่ใช้ของดี เขาก็มักจะพรีเซนต์โดยที่เราไม่ต้องถามเลย แต่สำหรับคอนโดมิเนียมที่ราคาประหยัดลงมาหน่อย เราอาจจะต้องถามคำถามก่อนซื้อคอนโดถึงเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมาว่าใช้ของแบรนด์ไหน มาตรฐานประมาณไหน เพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมทั้งเมื่อสร้างเสร็จเราจะได้ตรวจสอบด้วยว่าทางโครงการได้ให้เฟอร์นิเจอร์ตรงตามที่ได้แจ้งกับเราไว้ก่อนซื้อหรือไม่

Q : การเข้าลิฟต์/ชั้น สแกนลายนิ้วมือ หรือคีย์การ์ด

          ส่วนนี้หลาย ๆ คนที่เพิ่งจะเริ่มมองหาคอนโดเป็นของตัวเอง อาจจะยังไม่ทราบว่าส่วนนี้ก็ต้องถามด้วย แต่จริง ๆ แล้วคำถามก่อนซื้อคอนโดนี้ค่อนข้างสำคัญทีเดียว เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการอยู่อาศัยของเรา โดยปกติทั่วไปแล้วคอนโดมิเนียมจะมีการเข้าคัดกรองการเข้าออกที่แตกต่างกัน บางทีคัดกรองตั้งแต่หน้าล็อบบี้โดยจะต้องสแกนลายนิ้วมือ หรือใช้คีย์การ์ด และหากจะเข้าลิฟต์ก็ต้องสแกนอีกครั้ง หลังออกจากลิฟต์ต้องสแกนอีกครั้งเพื่อเข้าไปยังโถงทางเดินหน้าห้อง แถมบางทียังมีคีย์การ์ดลิฟต์ล็อคชั้น คือเมื่อเราใช้คีย์การ์ดสแกน ลิฟต์จะพาเราไปยังชั้นที่เราอยู่เพียงชั้นเดียว โดยไม่สามารถไปชั้นอื่น ๆ ได้ ก็ถือว่าเพิ่มความปลอดภัยไปอีกระดับค่ะ เราก็จะเห็นได้ว่าคำถามเกี่ยวกับการเข้า-ออก โครงการ รวมถึงการใช้ลิฟต์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งคำถามสำคัญเช่นกันในการเลือกซื้อคอนโด  

Q : ถ้าห้องเป็นแบบ Fully Furnished ให้ถามเรื่องสิ่งที่ได้-ไม่ได้

ขออธิบายง่าย ๆ ว่าคอนโดมิเนียม จะขายห้องให้เรา 3 แบบใหญ่ ๆ (แล้วแต่โครงการ) โดยมี

          1. แบบห้องเปล่า คือเราได้แค่ห้องเปล่า ๆ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆ 

          2. แบบ Fully-Fitted หรือเฟอร์นิเจอร์ Built-in เป็นห้องแบบที่มีเฟอร์นิเจอร์บางส่วน และ

          3. แบบFully-Furnished คือห้องที่ตกแต่งมาครบ โดยบางกรณีก็จะมีโปรโมชั่นแถมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย เรียกได้ว่าพร้อมเข้าอยู่เลยค่ะ 

          ซึ่งโดยปกติแล้วเซลส์เขาก็จะบอกเราอยู่แล้วว่าห้องที่ขายเป็นประเภทไหน หรือบางโครงการก็มีการติดสติ๊กเกอร์บนเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้นให้เราเห็นเลยว่าจะได้หรือไม่ได้อะไรบ้าง แต่บางทีก็ไม่มีบอก ดังนั้นเราจึงควรถามเซลส์และจดบันทึกให้แน่ชัด เพื่อป้องกันในกรณีที่ซื้อห้องไปแล้วได้ของไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้นั่นเอง 

Q : EIA ผ่านแล้วหรือยัง

          คำถามก่อนซื้อคอนโดที่มือใหม่หัดซื้อคอนโดมักจะไม่รู้ก็คือ EIA คืออะไร? รายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA คือการทำรายงานประเมิณผลกระทบพื้นที่โดยรอบโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่หลาย ๆ ที่จะเปิดให้ซื้อก่อนในช่วงที่กำลังทำแบบประเมิน ซึ่งอาจจะเสี่ยงว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน โดยถ้าไม่ผ่านทางโครงการจะต้องมีการปรับปรุงแบบ หรือบางทีอาจจะต้องพับโครงการทิ้งไปเลย ถ้าไม่อยากเสียเวลาผ่อนไปฟรี ๆ ก็ให้ลองสอบถามให้แน่ใจก่อนว่า EIA ผ่านแล้วใช่ไหม? จะได้มั่นใจว่าคอนโดที่เราจะซื้อสามารถสร้างต่อได้แน่นอน  

ซื้อคอนโดต้องถามอะไรบ้าง?

คำถามก่อนซื้อคอนโด เรื่องค่าใช้จ่าย

          เรื่องค่าใช้จ่าย เป็นคำถามก่อนซื้อคอนโดที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้น ๆ ในการจะตัดสินใจซื้อคอนโดสักห้องนึง ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละโครงการก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน เพราะแต่ละองค์ประกอบของแต่ละโครงการก็มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ดิน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ รวมไปจนถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ และต้นทุนอื่น ๆ 

          ดังนั้นการสอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเบื้องต้น จะทำให้เราสามารถคำนวณเงินในกระเป๋า และวางแผนในการซื้อโครงการนั้น ๆ รวมไปถึงสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายในการจะใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมได้ด้วยเช่นกัน

Q : วางเงินจองเท่าไหร่

          ถ้าเพื่อน ๆ เกิดสนใจคอนโดมิเนียมโครงการนี้ การวางเงินจองถือเป็นเงินส่วนแรกที่จะต้องจ่าย เพื่อเริ่มต้นการซื้อ-ขาย เป็นรายจ่ายที่ยืนยันกับโครงการได้ในระดับหนึ่ง ว่าเราตัดสินใจแล้วที่จะเลือกโครงการนี้ โดยปกติทั่วไปแล้วการวางเงินจองจะอยู่ประมาณ 5,000 – 20,000 บาท แล้วแต่โครงการ 

Q : วันทำสัญญาต้องจ่ายอีกเท่าไหร่

          ถัดมาจากเงินจอง สิ่งที่เราต้องจ่ายเพิ่มเติมก็คือ “เงินทำสัญญา” โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ประมาณที่ 30,000 – 100,000 บาท ซึ่งค่อนข้างสูงกว่าเงินจอง ดังนั้นให้ลองสอบถามคำถามก่อนซื้อคอนโดเรื่องนี้กับเซลส์ก่อน ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ และจะมีโปรโมชั่นหรือส่วนลดให้บ้างหรือเปล่า

Q : การผ่อน มีกี่งวด งวดละกี่บาท

  มือใหม่หัดซื้อคอนโดอาจจะยังไม่รู้ ว่าคอนโดมิเนียมแต่ละโครงการก็จะมีแพลนการผ่อนคอนโดมิเนียมที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่โปรโมชั่นที่ทางโครงการจะจัดทำขึ้น ให้เราลองคำถามก่อนซื้อคอนโดกับเซลส์ดูแพลนการผ่อนให้ดี เลือกให้เหมาะกับรายได้ และรายจ่ายในแต่ละเดือนของเรา เพื่อที่เราจะได้ผ่อนไหว ไม่กลายเป็นภาระในระยะยาวนั่นเอง 

Q : ค่าใช้จ่ายวันโอนมีอะไรบ้าง และมีโปรโมชั่นเพิ่มเติมหรือไม่

          ค่าโอนคอนโด โดยส่วนใหญ่จะคิดเป็น 2% ของราคาประเมิน ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วตัวคนซื้อกับเจ้าของโครงการ จะออกกันคนละครึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ก็มีหลายบริษัทค่ะ ที่จัดโปรโมชั่นฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน เราไม่ต้องเสียค่าโอนเลย ในส่วนนี้ก็ให้ลองถามเซลส์เลยว่าค่าใช้จ่ายวันโอนจะมีโปรโมชั่นเพิ่มเติมอะไรให้เราได้บ้าง

Q : ค่าส่วนกลางเท่าไร

          เรื่องค่าส่วนกลางคอนโดเอง ก็มีปัจจัยที่ทำให้แต่ละโครงการแตกต่างกันเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Segment คอนโด, จำนวนยูนิตในโครงการ ที่ยิ่งจำนวนยูนิตน้อยก็จะยิ่งแพงขึ้น โดยส่วนใหญ่จะคิดตามขนาดห้องของเรา ว่าตารางเมตรละเท่าไหร่ โดยจะเรียกเก็บเป็นรายปี ซึ่งในส่วนนี้เซลส์สามารถให้คำตอบกับเราได้เลย ดังนั้นก็ลองถามดูแล้วช่างน้ำหนักเปรียบเทียบกับโครงการอื่น ๆ ในใจได้ว่า พื้นที่ส่วนกลางเท่านี้ กับค่าส่วนกลางเท่านี้ คุ้มค่าและสามารถจ่ายไหวหรือไม่ 

Q : กรณีโครงการก่อสร้างล่าช้า เสร็จไม่ทันตามกำหนด ค่าปรับเท่าไหร่

          ในการซื้อคอนโดที่เพิ่งเปิดขาย หรือยังสร้างไม่เสร็จนั้น สิ่งทีเราต้องคิดเผื่อก็คือ ทางโครงการจะทำอย่างไรหากโครงการที่เราซื้อนั้นก่อสร้างล่าช้า หรือเสร็จไม่ทันตามกำหนด ในส่วนนี้เพื่อน ๆ สามารถสอบถามเรื่องค่าปรับที่ทางโครงการจะจ่ายให้เรา หรือส่วนลดในกรณีที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ไว้ด้วย เผื่อในอนาคตเราจะต้องใช้ข้อมูลชุดนี้ เพื่อทวงถามสิทธิ์ให้กับตัวเองนะคะ 

ซื้อคอนโดต้องถามอะไรบ้าง?

คำถามก่อนซื้อคอนโด เรื่องสัญญาคอนโด

          โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเพื่อน ๆ ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอาโครงการนี้ มีความมั่นใจพอสมควรว่าโครงการนี้เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับเรา การร้องขอหรือสอบถามเกี่ยวกับสัญญาถือเป็นอีกหนึ่งคำถามก่อนซื้อคอนโดที่ห้ามมองข้ามโดยเด็ดขาด ข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับสัญญา อย่าลืมถามคำถามเกี่ยวกับคอนโดและถ้าหากข้อตกลงที่พูดคุยกันอยู่นอกเหนือสัญญา ก็อย่าลืมเขียนลงไป และเซ็นชื่อรับทราบยืนยันทั้งสองฝ่าย ป้องกันกรณีที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา เราจะได้มีหลักฐานในการเรียกร้องสิทธิ์ให้กับตัวเองนะคะ โดยในส่วนของสัญญานี้ มีคำถามสำคัญที่เราต้องถามเซลส์ดังนี้ 

Q : มีตัวอย่างสัญญาที่จะเซ็นให้อ่านก่อนหรือไม่

          การศึกษาสัญญาก่อนตัดสินใจเซ็นนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรทำ ก่อนจะตกปากรับคำใด ๆ เพื่อน ๆ สามารถขอดูสัญญาให้ถี่ถ้วนก่อน โดยหากสัญญาข้อไหนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ก็ให้เจรจากับเซลส์เพื่อหาจุดที่ทั้งสองฝ่ายพอใจ แล้วเขียนเพิ่มลงไปในสัญญาหรือลบออกจากสัญญา เพื่อให้เราได้มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรค่ะ

Q : กรณีกู้ไม่ผ่าน จะเป็นอย่างไร ได้เงินส่วนไหนคืน ส่วนไหนถูกยึด

          เรื่องกู้ซื้อคอนโดไม่ผ่านถือเป็นปัญหาที่มีมาเนิ่นนาน และเรามักจะได้ยินลูกค้าโอดครวญเรื่องกู้ไม่ผ่าน แต่เงินจองและเงินดาวน์กลับไม่ได้รับคืนจาก Developer บ้างก็อ้างว่าบริษัทไม่มีนโยบายคืนเงินจอง และเงินดาวน์ บ้างก็ว่าว่าไม่มีในสัญญา ถ้าอยากได้อาจจะต้องขึ้นโรงขึ้นศาล หรือต้องเสียเวลาไปร้องเรียนที่สคบ. ซึ่งหลาย ๆ คนก็ถอดใจ ไม่อยากเสียเวลา เลยต้องยอมปล่อยเงินก้อนนั้นไปฟรี ๆ คอนโดก็ไม่ได้ซื้อ แถมเงินที่จ่ายไปก่อนหน้าก็ไม่ได้คืน

          ซึ่งวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเราต้องเตรียม “คำถามก่อนซื้อคอนโดก่อนเซ็นสัญญา” ถ้าทาง Developer อ้างว่าเราไม่มีนโยบายนี้ ก็ขอให้พูดคุยกัน ถ้ามีการรับปากว่าจะคืนก็ให้เขียนเพิ่มเติมลงไปในสัญญาพร้อมลงลายเซ็นด้วยนะคะ ในสัญญาของ Developer บางที่ ก็เขียนไว้ชัดเจนเลยว่าไม่มีนโยบายคืนเงินจองและเงินดาวน์ในกรณีที่ลูกค้ากู้ธนาคารไม่ผ่าน แม้ในความเป็นจริงแล้ว Developer จะไม่มีสิทธิ์ยึดเงินจองหรือเงินดาวน์ แต่หลาย ๆ คนที่หลวมตัวเซ็นก่อนอ่านไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรจะค้านกับเซลส์เมื่อเกิดปัญหา ดังนั้นอ่านให้ละเอียดและพูดคุยก่อนเซ็นเสมอนะคะ 

Q : กรณีขายต่อ เปลี่ยนสัญญามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เงื่อนไขอะไรบ้าง

          สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีบ้านอยู่แล้ว และซื้อคอนโดเพื่อความสะดวกในการทำงานชั่วคราว หรืออาจมีความคิดที่จะขายต่อใบจองก่อนโอนอยู่แล้ว การถามคำถามก่อนซื้อคอนโดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสัญญา ก็ค่อนข้างสำคัญทีเดียว เพราะเมื่อถึงเวลาที่จะขายคอนโดต่อ เราจะได้ทำได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไข และสามารถเตรียมค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนสัญญาได้ 

          ทั้งหมดทั้งมวลนี้น่าจะช่วยคนที่กำลังอยู่ในช่วงคิดมากว่า ซื้อคอนโดต้องถามอะไรบ้าง? เพราะเรารวมคำถามก่อนซื้อคอนโดที่ต้องถามเซลส์เมื่อจะซื้อคอนโดหลังแรกมาให้หมดแล้ว สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมีความคิดที่อยากจะซื้อคอนโด เว็บไซต์อสังหาฯ และความรู้เกี่ยวกับคอนโดของเรายังมีคอนเทนต์สำหรับมือใหม่หัดซื้อคอนโดอีกมากมาย ตั้งแต่การกู้ธนาคาร ปัญหาเกี่ยวกับคอนโด ไปจนถึงการเลือกทิศคอนโดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ บทความดี ๆ แบบนี้จะมีเสิร์ฟให้เพื่อน ๆ ทุกวัน อย่าลืมติดตาม CondoNewb เอาไว้นะคะ 

Written by NewbMind