logo

          ก่อนจะย้ายเข้าอยู่ในคอนโดที่ซื้อไว้ ก็จำเป็นที่จะต้องมีการตกแต่งคอนโดห้องที่ซื้อมาก่อนนั่นเอง หากว่าเราไม่ได้ซื้อแบบพร้อมเฟอร์นิเจอร์จากทางโครงการด้วยแล้ว ก็คงต้องมานั่งเลือกนั่งตัดสินจกันว่าควรจะเลือกเฟอร์นิเจอร์คอนโดแบบไหนดี ระหว่างเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built-In) หรือ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว (Free Standing) ดี ซึ่งนิวบ์คิดว่าผู้ซื้อคอนโดมือใหม่หลายคนอาจจะหาข้อเปรียบเทียบกันไม่ได้ว่า เฟอร์นิเจอร์คอนโดแบบไหนระหว่างสองประเภทนี้ดีกว่ากัน และแบบไหนที่จะตอบโจทย์การอยู่อาศัยของเราที่เป็นเจ้าของห้องได้ที่สุด ในบทความเกี่ยวกับการตกแต่งคอนโดวันนี้ CondoNewb ก็เลยจะขอพาเพื่อน ๆ ผู้อ่านไปรู้จักกับเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวกันครับ ว่าแต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร และแต่ละแบบเหมาะกับการอยู่อาศัยแบบไหนกันบ้างนั่นเอง หากพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ

เฟอร์นิเจอร์ Built-In

คุณสมบัติของเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built-In)

 เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน คือ เฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งพิเศษมาให้พอดีกับพื้นที่ในห้อง ณ จุดที่ติดตั้ง โดยยึดติดกับผนังหรือกับพื้นแบบตายตัวไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งมักนิยมสั่งทำตามความต้องการเฉพาะของเจ้าของห้องนั้น ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมเป็นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินพวกตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ห้องครัว หรือในบางกรณีก็มีหัวเตียงและฐานเตียง หากเป็นคอนโดโครงการใหม่ ๆ ของบาง Developer ก็มักจะมีเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินมาให้พร้อมเข้าอยู่เลย ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่คอนโดได้อย่างเต็มที่ไม่เหลือจุดว่างเปล่าที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ (Wasted Space) อย่างพื้นที่ติดเหลี่ยมเสานั่นเอง

ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built-In)

  1. การแต่งห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน จะถูกออกแบบและติดตั้งเข้าพอดีกับพื้นที่ห้อง ช่วยจัดวางตำแหน่งได้สัดส่วนกับขนาดห้อง และยังช่วยทำให้ภาพรวมของห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงการตัดชิ้นส่วนประกอบจะมาทำที่หน้างาน เพื่อให้พอดีกับพื้นที่จริงที่สุด
  2. เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินสามารถดัดแปลงการออกแบบได้ ทั้งในเรื่องของสไตล์ ขนาด ชนิดวัสดุ และรูปแบบการใช้งานได้ตามใจเจ้าของห้องเลย
  3. เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินมีความแข็งแรงทนทาน และยึดติดตายกับโครงสร้างผนังหรือพื้นที่ของห้อง จึงลดการเกิดช่องว่างที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรือจุที่สะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกนั่นเอง

ข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built-In)

  1. เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินมีต้นทุนค่อนข้างสูง โดยคิดรวมกับค่าออกแบบ วัดพื้นที่ ขนาดของชิ้นเฟอร์นิเจอร์ จำนวนจุดติดตั้ง รวมถึงค่าจ้างช่าง ซึ่งมีในเรื่องของคุณภาพวัสดุที่ใช้เป็นปัจจัยด้วยเช่นกัน นอกจากนี้งานเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินยังนิยมรับเหมาทั้งห้องมากกว่ารับทำเป็นชิ้นหรือบางจุด ซึ่งอาจมีราคาขั้นต่ำสูงถึง 100,000 – 200,000 บาทขึ้นไป
  2. เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินเคลื่อนย้ายไม่ได้เมื่อติดตั้งไปแล้ว การรื้อถอนเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินจะเป็นงานที่ยุ่งยากและต้องว่าจ้างช่างในการรื้อ หากต้องการเปลี่ยนการตกแต่งห้องในภายหลังก็อาจต้องคำนึงถึงส่วนนี้ด้วยนั่นเอง ว่าเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินเดิมจะเข้ากับการตกแต่งสไตล์ใหม่ด้วยหรือไม่ ซึ่งจะไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งบ่อย ๆ เลยนั่นเอง

เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว

คุณสมบัติของเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว (Free Standing Furniture)

เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว คือ เฟอร์นิเจอร์ทั่วไปที่ขายเป็นชิ้น ๆ แล้วสามารถจัดวางตรงไหนก็ได้ในห้องได้ตามใจชอบ โดยเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกออกแบบสำเร็จตามผลิตจากโรงงาน ไม่สามารถดัดแปลงแก้ไขรูปแบบตามความชอบได้ ซึ่งปัจจุบันจะเป็นในส่วนของเฟอร์นิเจอร์แบบน็อคดาวน์ ที่จัดส่งแยกเป็นชิ้นส่วนให้สะดวกต่อการจัดส่งและนำมาประกอบที่หน้างานนั่นเอง

ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว

  1. เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวสามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งการจัดวางได้ตามสะดวกต่อการใช้งานและตามใจชอบ โดยเมื่อเสื่อมสภาพการใช้งานก็สามารถขนย้ายออกเป็นชิ้น ๆ ได้ ไม่ทำผนังห้องเสียหายอีกด้วย
  2. ได้เห็นหน้าตาและขนาดสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์จริงก่อนซื้อ ไม่เหมือนเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินที่จะได้เห็นก็ต่อเมื่อติดตั้งภายในห้องแล้ว

ข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว

  1. ความทนทานของเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแปรผันกับราคาและคุณภาพวัสดุ หากเป็นวัสดุต้นทุนต่ำ ระยะเวลาอายุการใช้งานก็จะสั้นลงไปด้วย
  2. เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวบางชิ้นอาจมีสัดส่วนไม่พอดีกับห้อง ทำให้เสียพื้นที่ใช้สอยและเกิดพื้นที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ (Wasted Space) ก่อนจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแต่ละชิ้นจึงต้องทำการวัดระยะสัดส่วนของห้องให้ละเอียด เพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเหมาะสมนั่นเอง

ความแข็งแรงของเฟอร์นิเจอร์

คุณภาพและความแข็งแรงทนทานของเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภท

          ในเรื่องของความคงทนต่อการใช้งาน อาจจะไม่ได้เกี่ยวว่าเป็นกลุ่มของเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินหรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวเสียทีเดียวครับ ซึ่งนิวบ์มองว่าล้วนขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุ การออกแบบ และความทะนุถนอมในการใช้งานเป็นสำคัญ เช่น หากใช้ไม้อัด (Particle Board) เป็นวัสดุหลักของการทำเฟอร์นิเจอร์ จะทำให้ความแข็งแรงคงทนน้อย และเสียหายง่ายหากโดนความชื่น เพราะเฟอร์นิเจอร์จะบวมพองและขึ้นราได้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงวัสดุที่นำมาใช้เคลือบผิวภายนอกเพื่อความสวยงามอีกด้วย เช่น เมลามีน ไม้วีเนียร์ (Wood Veneer) ผิวพีวีซี ลามิเนต หรือผิวเคลือบเงา Hi-Gloss ทั้งนี้ยังรวมไปถึงวัสดุปิดผิวบริเวณสันบานพับหรือช่วงจุดเชื่อมและรอยต่อต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดอ่อนต่อความชื้นได้เช่นกัน

การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์

          ในการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ให้ทั้งสวยงามและคงทน ก็จะขึ้นอยู่กับวัสดุชนิดนั้น ๆ ที่ใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ด้วย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากวัสดุต่าง ๆ จะต้องใช้วิธีการดูแลรักษาที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถแบ่งเป็นกลุ่มการดูแลตามชนิดวัสดุได้ ดังนี้เลยครับ

การดูแลเฟอร์นิเจอร์หนัง

1. เฟอร์นิเจอร์ประเภทหนัง

          ห้องที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุประเภทหนังหรือมีการบุด้วยหนัง นอกจากจะทำให้ห้องดูมีความหรูหรา แต่หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม วัสดุอย่างหนังก็อาจจะทำให้มันเสื่อมเร็วได้ โดยเฉพาะหากเป็นวัสดุหนังสังเคราะถ้าได้รับแสงแดดที่ร้อนจัดบ่อย ๆ พื้นผิวของหนังก็จะแตกกรอบเอาได้นั่นเอง

วิธีการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนัง

การดูแลเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นวัสดุหนังที่ดีก็มี 2 วิธี คือ

แบบ LEANING

          คือ การใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ มาเช็ดถูทุก ๆ 6 เดือน โดยเช็ดทำความสะอาดเศษฝุ่นออกไปจากตัวเบาะก่อน เมื่อแห้งดีแล้วก็ทาตามด้วยน้ำยาเคลือบหนัง หรือน้ำยาขัดเงานั่นเอง

แบบ WAX

          คือ การเคลือบเงาให้เฟอร์นิเจอร์หนังดูใหม่และเงางามอยู่เสมอ ซึ่งจะทำให้วัสดุหนังมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และทำให้ห้องดูใหม่อยู่ตลอดอีกด้วย

การดูแลเฟอร์นิเจอร์หนัง

          ทั้งนี้หากเฟอร์นิเจอร์หนังอยู่ในห้องแอร์ ก็อาจไม่จำเป็นต้องช็ดบำรุงรักษาบ่อยมากนัก แต่ถ้าเฟอร์นิเจอร์ถูกแสงแดดและเจอฝุ่นบ่อย ๆ ก็จะต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดตามส่วนที่ใช้งานเป็นประจำอยู่เสมอ เช่น พนักพิงหัวเตียง เบาะนั่ง หรือที่พักแขน ซึ่งอาจเกิดการสะสมของความสกปรกได้ง่ายจากการนั่งพิง เป็นต้น

          นอกจากหนังแท้ทั่วไปแล้วยังมีวัสดุเฟอร์นิเจอร์ประเภทหนังกลับอีกด้วย ซึ่งต้องการการดูแลรักษามากกว่าหนังแท้เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกได้เร็ว โดยทำความสะอาดทุก ๆ 1 – 2 สัปดาห์ ด้วยการใช้แปรงขนสีดำแปรงไปในทิศทางเดียวกัน หากเป็นรอยเปื้อนมากให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มน้ำสบู่หมาด ๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนในวิธีเดียวกัน แล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ อีกครั้งครับ

การดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้

2. เฟอร์นิเจอร์ประเภทไม้

          เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built-In) หรือเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแบบไม้เป็นวัสดุที่นิยมใช้กันแพร่หลายมากที่สุด ในเฟอร์นิเจอร์ทุกระดับราคา ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์จากไม้ธรรมชาติแท้ ๆ หรือเป็นไม้อัดที่เคลือบด้วยวัสดุเคลือบผิวอื่น ๆ ให้สามารถเลือกสีสันได้มากกว่าสีน้ำตาลของไม้ ทำให้สามารถตกแต่งห้องได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแบบย้อนยุควินเทจ หรือเป็นแบบโมเดิร์นทันสมัยก็ตาม โดยวัสดุไม้ของเฟอร์นิเจอร์ก็มีวิธีการดูแลที่ต่างกันอีกด้วย

เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อแข็ง

          ในข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ไม้ยุคใหม่คือมัดจะผสมสารเคลือบมากให้ในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมง่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำ และค่อยเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ ไม่ให้มีความเปียกชื้นเกาะบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม่ว่าจะเป็นไม่เนื้อแข็งหรือไม้เนื้ออ่อนก็ตาม ทั้งคราบเปียกของวงก้นแก้วน้ำ หรือคราบอาหารบนโต๊ะ รอยเปียกและรอยเปื้อนบนหน้าบานตู้ เป็นต้น

เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้ออ่อน

3. เฟอร์นิเจอร์ประเภทโลหะ

          วัสดุเฟอร์นิเจอร์แบบโลหะเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยสามารถดีไซน์ในลักษณะที่เรียบหรู หรือหรูหราแบบลวดลายดัดโค้งเยอะแยะ เข้ากับการตกแต่งไม่ว่าจะแบบคลาสสิกหรือแบบโมเดินร์นลอฟต์ก็ลงตัว

          ซึ่งการดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากโลหะก็คือ การป้องกันไม่ให้โดนความชื้นหรือมีความชื้นสะสมอยู่ เนื่องจากความชื้นจะเป็นตัวการทำให้เกิดเป็นสนิมขึ้นมาและกัดกร่อนเนื้อโลหะได้ ดังนั้นจึงควรทำให้ตัวเฟอร์นิเจอร์โลหะแห้งสนิทอยู่เสมอ (คล้าย ๆ การดูแลเฟอร์นิเจอร์ไม้) โดยนอกจากการเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบหน้าบิดหมาดแล้ว ให้ตามเช็ดด้วยผ้าแห้งเสมอไม่ปล่อยให้ความชื่นแห้งไปเอง นอกจากนี้อาจต้องหมั่นพ่นหรือทาสารเคลือบผิวหรือทาสีใหม่ เมื่อพบว่ามีการชำรุดสึกหรอตามพื้นผิวโลหะ เพื่อยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์โลหะและให้ยังคงความสวยงามอยู่นั่นเอง

สรุปแล้วควรเลือกแบบไหนดี ระหว่างเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน กับ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว

          ในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ควรเลือกซื้อตามความเหมาะสมกับพื้นที่ของห้อง และให้เข้ากับลักษณะการใช้งานของเจ้าของห้องผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก หากเลือกใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (Built-in) ก็จะสามารถประหยัดพื้นที่ในห้องคอนโดได้มากกว่า อย่างห้องที่มีขนาดพื้นที่จำกัด และยังลงตัวกับพื้นที่ที่เป็นเหลี่ยมมุมหรือช่องเปล่าต่าง ๆ ได้คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว ทั้งยังสามารถออกแบบให้ซ่อนลูกเล่นในการใช้งานเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่มากขึ้นได้อีกด้วย แต่ตำแหน่งที่ต้องติดตั้งถาวร มีราคาสูงและมีค่าใช่จ่ายในการออกแบบติดตั้งอยู่ไม่น้อย 

          ในทางกลับกัน การเลือกเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว (Free Standing) ที่ขนาดพอเหมาะกับห้องก็จะประหยัดงบลงไปได้มาก ทั้งยังสามารถย้ายตำแหน่งการจัดวางเพื่อการใช้งานได้ตามความต้องการ แต่ก็อาจต้องแลกมากับสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้ถูกใจผู้อยู่แบบ 100% เท่านั้นเอง

          ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์นั้นควรขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความชอบของผู้อยู่อาศัยเอง ถ้าหากว่าชอบความเป็นระเบียบลงตัวและอยากใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในห้องได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และไม่คิดที่จะเปลี่ยนสไตล์การตกแต่งอีกแท้แน่แล้ว การเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อิน (Built-In) น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากเรามีงบประมาจำกัด และมีแนวโน้วว่าจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนรูปแบบการตกแต่งอยู่แล้ว เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว (Free Standing) ก็น่าจะดีกว่าครับ ความคงทนของเฟอร์นิเจอร์ทั้ง 2 แบบ ก็จะขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ การดูแลรักษา และความทะนุถนอมในการใช้งานมากกว่าครับ และสำหรับเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ที่เรานำมาฝากกัน ก็จะมีเท่านี้ครับ และในครั้งหน้าเราจะนำเรื่องราวสาระน่ารู้เกี่ยวกับการอยู่อาศัยหรือปัญหาคอนโด ในเรื่องไหนฝากกันอีก อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของ CondoNewb ด้วยนะครับ 

Written by NewbTay