logo

          วันนี้นิวบ์จะพามาดูขั้นตอนสำหรับฟรีแลนซ์ซื้อคอนโด โดยการกู้เงินจากธนาคาร แน่นอนว่าในสังคมการทำงานนั้น ไม่ได้มีแต่การเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานประจำอยู่แค่อย่างเดียว แต่ยังมีคนทำงานที่รักอิสระอยู่อีกหนึ่งประเภท นั่นก็คือ “ฟรีแลนซ์” นั่นเอง ซึ่งหลายคนที่ทำงานฟรีแลนซ์ก็มีความฝันว่าอยากมีบ้านหรือคอนโดนเป็นของตัวเอง แต่ด้วยธรรมชาติของการทำงานแบบฟรีแลนซ์ ส่งผลให้มีรายได้ที่ไม่แน่นอน การยื่นกู้สินเชื่อจึงเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับชาวฟรีแลนซ์ ฉะนั้นในวันนี้ CondoNewb จึงจะขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับฟรีแลนซ์ซื้อคอนโด ว่าจะมีรายละเอียดการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ไปดูกันครับ

ทำรายรับรายจ่าย

ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดต้องทำอย่างไร?

1. ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดต้องเริ่มต้นด้วยการทำรายรับรายจ่าย

          จริง ๆ แล้วการทำรายรับรายจ่าย ไม่ใช่เฉพาะฟรีแลนซ์นะครับที่จะต้องทำ แต่บุคคลทั่วไปที่ต้องการจะกู้ซื้อคอนโดก็ต้องทำเหมือนกัน เพียงแต่ฟรีแลนซ์อาจจะต้องมีการเตรียมในเรื่องของรายรับที่ไม่แน่นอน และไม่สามารถคาดเดารายรับได้ ซึ่งการทำรายรับและรายจ่ายตรงนี้จะช่วยให้ฟรีแลนซ์นั้นมองภาพรวมทั้งรายรับและรายจ่ายของตนเองได้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชาวฟรีแลนซ์นั้นสามารถออมเงินได้มากขึ้น และก็จะหมายรวมถึงโอกาสในการกู้คอนโดผ่านที่มากขึ้นด้วย

การออมเงิน

2. ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดควรหักรายได้จากทุกช่องทางเข้าบัญชีเงินออม

          วิธีนี้เห็นเหล่าฟรีแลนซ์หลาย ๆ คนนิยมใช้กันมากพอสมควรแล้ว เพราะสืบเนื่องมาจากรายรับของเหล่าฟรีแลนซ์นั้นมีเข้ามาในแต่ละเดือนอย่างไม่สม่ำเสมอ ส่วนมากก็จะรับเป็นงาน ๆ ไป วิธีการกำหนดยอดเงินที่จะเก็บในแต่ละเดือนจึงไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร ซึ่งวิธีที่ง่ายกว่าก็คือ ให้เหล่าฟรีแลนซ์หักเปอร์เซ็นต์จากรายได้ทุก ๆ รอบที่เข้ามาเพื่อเก็บเข้าบัญชีเงินออมแทน เช่น หากงานล่าสุด จะได้รับค่าจ้างงานละ 5,000 บาท ก็ให้หักออกจากรายรับก้อนนี้ประมาณ 10% - 20% แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน พองานต่อ ๆ ไปมีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ ก็หักเปอร์เซ็นต์ออกไปเท่านั้น เพียงเท่านี้เราก็จะมีรายรับอยู่ในบัญชีเงินเก็บอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารก็จะเห็นประสิทธิภาพในการออมเงินของเราชัดขึ้นครับ

วิธีการออมเงิน

3. ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดจะต้องมองหาวิธีการออมเงินที่ได้ผลตอบแทนสูง

          ข้อนี้ก็เช่นกันครับ ไม่เพียงเฉพาะฟรีแลนซ์ที่ควรหาวิธีออมเงินที่ผลตอบแทนสูง แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่กำลังเก็บเงินเพื่อทำสเตจเม้นท์ในการยื่นกู้ก็ควรทำเช่นกัน โดยความหมายของข้อนี้คือ ให้ลองนำเงินเก็บที่อยู่ในบัญชีออมทรัพย์ซึ่งจะลดมูลค่าลงเรื่อย ๆ ตามอัตราเงินเฟ้อ ไปฝากไว้ในรูปแบบอื่น ตัวอย่างเช่น การซื้อกองทุนครับ วิธีนี้จะทำให้ภาพรวมของสภาพการเงินของเราดูมั่นคงขึ้นนั่นเองครับ

การคุมค่าใช้จ่าย

4. ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดต้องมีหลักฐานทางภาษี

          ข้อนี้สำคัญมาก หลักฐานของการมีรายรับ ก็คือการเสียภาษี หากเรามีหลักฐานทางภาษี นั่นคือรายรับของเรามีแหล่งที่มาที่ถูกต้องตามกฎหมายและชัดเจนเชื่อถือได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญหากธนาคารจะพิจารณาปล่อยกู้ให้เรา เนื่องจากบ้างครั้งถึงแม้รายรับจะถึงยอดที่สามารถกู้ได้ แต่รายรับเหล่านั้นไม่มีแหล่งที่มาที่ไปชัดเจน ไม่มีหลักฐานทางภาษี ก็เท่ากับว่าไม่มีความหมายครับ ธนาคารจะไม่รับเอารายรับเหล่านั้นเป็นรายได้โดยเด็ดขาด ซึ่งหลักฐานทางภาษีที่เหล่าฟรีแลนซ์จะต้องสำแดงต่อธนาคารในการยื่นกู้คอนโด มีดังนี้

50 ทวิ

หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

          หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้นจะเรียกว่าเป็นสลิปเงินเดือนของชาวฟรีแลนซ์เลยก็ว่าได้ ซึ่งตรงนี้ชาวฟรีแลนซ์จะต้องขอรับมาจากลูกค้านะครับ เพราะลูกค้าจะต้องเป็นผู้ออกเอกสารฉบับนี้ให้กับชาวฟรีแลนซ์เสมอเมื่อมีการจ่ายเงินค่าจ้าง และมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามเงื่อนไขที่ว่าจ้างกันไว้ เช่น ค่าบริการหักร้อยละ 3% ของเงินค่าจ้าง เป็นต้น

ภงด 90

แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90)

          ข้อนี้จะเป็นเอกสารที่ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวฟรีแลนซ์ที่มีรายได้หลายทาง ให้ใช้ ภ.ง.ด. 90 เพื่อแสดงรายได้ของปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องดูจำนวนเงินให้ดี เพราะจำนวนในใบ ภ.ง.ด. 90 จะต้องสัมพันธุ์กับ 50 ทวิ ครับ ซึ่งส่วนนี้ สามารถขอคืนภาษีที่จ่ายไปได้ โดยให้แสดงรายการค่าใช้จ่ายและเอกสารที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีในการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ครับ

บัตรเครดิต

6. ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดควรมีบัตรเครดิตเพื่อช่วยเพิ่มเครดิต

          ความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า จะกู้บ้านผ่านต้องมีบัตรเครดิตนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะจริง ๆ แล้ว ความหมายของคำว่า “ควรมีบัตรเครดิต” คือ เป็นการเพิ่มเครดิตที่สามารถเชื่อถือได้ให้กับตัวผู้กู้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเมื่อฟรีแลนซ์ไปยื่นกู้ซื้อคอนโด ธนาคารก็จะมองว่ารายได้ของเรามีความมั่นคงพอที่จะได้ทำบัตรเครดิต และก็จะพิจารณาปล่อยกู้ให้เราง่ายขึ้นเท่านั้นเอง แต่ไอ้ความเชื่อที่ว่าต้องมีบัตรเครดิต ต้องมียอดจ่ายเท่านั้นเท่านี้ ไม่เป็นความจริงนะครับ

เงินสำรอง

7. ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดต้องมีเงินสำรองใช้เพื่อไม่ให้กระทบกับเงินผ่อน

          เงินสำรองเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชาวฟรีแลนซ์ซื้อคอนโด เพราะด้วยความที่รายได้ไม่สม่ำเสมอและไม่แน่นอน อาจทำให้มีปัญหาในเรื่องของการชำระหนี้ในแต่ละเดือน โดยเงินสำรองที่ควรมีไว้คือ 5 – 6 เท่าของรายได้เฉลี่ยในแต่ละเดือน นอกจากจะดีกับเราแล้ว ยังจะช่วยให้ธนาคารมั่นใจและปล่อยกู้ให้เราง่ายขึ้นอีกด้วย

          การมีบ้านหรือมีคอนโด มักจะเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ ทั้งมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ ถึงแม้ว่าการที่ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดนั้นจะไม่มีแหล่งที่มาของรายได้ประจำ ธนาคารก็ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ฟรีแลนซ์กู้ซื้อบ้านหรือคอนโดแต่อย่างใด แต่ขอเพียงแต่ให้ใช้วิธีการออมเงินที่ดี แสดงแหล่งที่มาของรายได้อย่างถูกต้อง และมีวินัยทางการเงินธนาคารก็พร้อมจะให้ฟรีแลนซ์ซื้อคอนโดยื่นกู้ด้วยความยินดี และนอกจากนี้ นี่ยังเป็นเทคนิคการออมเงินที่ใคร ๆ ก็สามารถนำไปใช้ได้ด้วยครับ สุดท้ายนี้สำหรับเรื่องของฟรีแลนซ์ก็จะมีเพียงเท่านี้ครับ ในครั้งหน้านั้นจะเป็นความรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับคอนโดอะไร อย่าลืมติดตามกันได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุน ของเรานะครับ 

Written by NewbTOP