logo

 ตามความเชื่อของคนไทย ไม่ว่าเราอาศัยอยู่ที่ไหน การมีหิ้งพระเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในบ้านเป็นสิ่งสำคัญเสมอมา แต่หากขึ้นชื่อว่าเป็นห้องคอนโด ที่ไม่ได้กว้างเท่าตัวบ้านแล้ว เราจะมีวิธีการจัดหิ้งพระในคอนโดกันยังไงได้บ้าง ซึ่งในวันนี้ CondoNewb ก็จะขอแนะนำวิธีการจัดวางหิ้งพระในคอนโด ว่าต้องจัดวางอย่างไร จึงจะถูกต้อง ว่าแล้วเราไปดูกันครับ

จัดหิ้งพระคอนโด ต้องให้ความสำคัญกับความสะอาด

          การจัดตั้งหิ้งพระ ถือเป็นการเพิ่มพลังงานบวกภายในห้อง การปล่อยให้หิ้งพระไม่ได้รับการดูแล ไม่ว่าจะเป็นการละเลยเรื่องความสะอาดจนมีฝุ่นจับ ปล่อยให้ชำรุด ไม่เปลี่ยนดอกไม้บูชาหรือเปลี่ยนน้ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ส่งผลให้พลังบวกต่าง ๆ รวมถึงเรื่องดี ๆ ที่ควรจะเข้ามานั้นหม่นหมอง แต่ยังกระทบโดยตรงกับสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

 ในความเป็นจริงแล้ว หิ้งพระถือเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่มักจะได้รับการดูแล หรือทำความสะอาดได้น้อยที่สุดครับ จึงทำให้อาจจะกลายเป็นแหล่งสะสมฝุ่นชั้นดีภายในห้องได้เลยครับ และเท่านั้นยังไม่พอ การที่ไม่เปลี่ยนดอกไม้เลย และปล่อยให้ดอกไม้เหี่ยว ก็จะกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคและแบคทีเรียไปโดยปริยายทันที และสำหรับการไม่เปลี่ยนน้ำบูชาพระนั้น จะทำให้น้ำตรงนั้นกลายเป็นน้ำนิ่ง และกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงภายในห้องได้อีกด้วยครับ เพราะฉะนั้น เราเองก็ต้องอย่าลืมดูแลทำความสะอาดหิ้งพระ เปลี่ยนน้ำ และดอกไม้เป็นประจำด้วยครับ

ลำดับการจัดวางหิ้งพระในคอนโด

          ในความเป็นจริงแล้ว ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เป็นอเทวนิยม มีพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเป็นศาสดา ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเป็นเจ้า มีพระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและนำออกเผยแพร่ มีพระสงฆ์ผู้สืบทอดไว้ซึ่งคำสอนของพระบรมศาสดาและเผยแพร่แก่ผู้นับถือศาสนา รวมเรียกว่าพระรัตนตรัย

          แต่ในปัจจุบัน ความเชื่อของคนไทยก็ได้มีการผสมผสานความเชื่อต่าง ๆ เพิ่มเติมเข้าไปอีก เช่น นับถือพระพิฆเนศเพิ่มเติมด้วยความเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จ หรือไหว้พระตรีมูรติหน้า Central World เพื่อขอพรด้านความรักกันทุกวันพฤหัสบดี (จริง ๆ คือพระสทาศิวะนะ ไม่ใช่พระตรีมูรติอย่างที่หลายคนมักจะเข้าใจ) จึงทำให้กลายเป็นการผสมผสานความเชื่อในแบบพหุเทวนิยมไปโดยปริยาย และด้วยความที่บางคนอาจจะนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลากหลาย ก็ควรจะจัดวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่ความสูง-ต่ำ ตามที่เรานับถือ สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก ก็ควรจะต้องจัดวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังนี้ครับ

1. พระพุทธรูป

          พระพุทธรูปควรอยู่สูงที่สุด สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก ก็ควรจะต้องนำพระพุทธรูปไว้สูงที่สุดนั่นเองครับ

2. พระสงฆ์ที่เคารพ

          พระสงฆ์ในที่นี้ ก็คือพระเกจิอาจารย์ที่ใครหลาย ๆ คนมักจะเคารพนับถือกันนั่นแหละครับ ซึ่งเหตุผลที่พระสงฆ์อยู่ในชั้นรองลงมาจากพระพุทธรูป ก็เพราะว่าพระพุทธรูปถือเป็นรูปตัวแทนขององค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระสงฆ์จะอยู่ในฐานะสาวกผู้สืบทอดคำสอนของพระศาสดา จึงทำให้พระสงฆ์ต้องอยู่ในชั้นที่รองลงมานั่นเองครับ

3. สิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ

          อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่าความเชื่อในสังคมไทยในปัจจุบัน ไม่ได้นับถือเพียงแค่พุทธอย่างเดียว แต่มีการผสมผสานความเชื่อต่าง ๆ เช่น ฮินดู หรือศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน จนเกิดเป็นความเชื่อแบบพหุเทวนิยมขึ้นมา ซึ่งทำให้บางคนอาจมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นที่เคารพบูชาอยู่ด้วยอย่างพระพิฆเนศหรือเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นสิ่งที่เรานับถือรองลงมาจากศาสนาพุทธ ก็ให้วางถัดจากพระสงฆ์ลงมาอีกหนึ่งชั้นครับ

การจัดหิ้งพระ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องตำแหน่งและทิศทาง

          ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือคอนโด ตำแหน่งการวางหิ้งพระที่เหมาะที่สุดนั้น ควรเลือกพื้นที่ที่โล่ง โปร่งสบาย ไม่พลุกพล่าน เป็นจุดที่มีความสงบในพื้นที่ แต่สำหรับห้องคอนโดที่มีพื้นที่น้อยกว่าบ้าน ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นห้องรับแขก เราอาจจะวางหิ้งพระไว้ในจุดที่สูงกว่าศีรษะ เช่นหลังตู้ หรือหลังตู้เย็น หากเป็นไปได้ให้หันหน้าหิ้งพระของเราไปทางประตูหน้าจะดีที่สุด

          ในส่วนของทิศการตั้งหิ้งพระนั้น ทิศที่ดีคือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรหลีกเลี่ยงทิศใต้และทิศตะวันตก สองทิศนี้ถือกันว่าไม่เป็นมงคล ในทางฮวงจุ้ยว่ากันว่าอาจนำพาพลังงานลบมาสู่สถานที่นั้น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องของทิศยังเกี่ยวข้องกับปีเกิดของเจ้าของห้องด้วย ดังนี้

  • เจ้าของห้องเกิดปีชวด ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะจะส่งผลเสียถึงขั้นเสียชีวิตแก่เจ้าบ้าน
  • เจ้าของห้องเกิดปีฉลู ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะส่งผลเรื่องสุขภาพแก่เจ้าบ้าน เช่นมีการเจ็บป่วยกะทันหัน
  • เจ้าของห้องเกิดปีขาล ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งผลให้เกิดอันตรายแก่สมาชิกเพศหญิงในบ้าน
  • เจ้าของห้องเกิดปีเถาะ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลต่อชีวิตของคนในบ้าน อาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลยทีเดียว
  • เจ้าของห้องเกิดปีมะโรง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จะส่งผลให้คนในบ้านทั้งชายและหญิงเกิดการเสียหาย
  • เจ้าของห้องเกิดปีมะเส็ง ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะส่งผลให้มีแต่ความวุ่นวายในบ้าน หาความสงบสุขไม่ได้
  • เจ้าของห้องเกิดปีมะเมีย ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศใต้ จะส่งผลให้ความอัปมงคลมักเกิดขึ้นในบ้าน
  • เจ้าของห้องเกิดปีมะแม ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นในครอบครัว
  • เจ้าของห้องเกิดปีวอก ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะจะส่งผลให้เกิดแต่เรื่องไม่ดี เรื่องร้าย ๆ แก่สมาชิกเพศชายของบ้าน
  • เจ้าของห้องเกิดปีระกา ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะจะเรียกเรื่องโศกเศร้าให้เกิดกับครอบครัว
  • เจ้าของห้องเกิดปีจอ ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องร้ายถึงชีวิตกับสมาชิกในครอบครัว 
  • เจ้าของห้องเกิดปีกุน ห้ามตั้งหิ้งพระบูชาหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพราะจะส่งผลให้เกิดเรื่องไม่ดีแก่คนในบ้านอยู่ตลอด มีเหตุให้เสียทรัพย์ มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล

การจัดวางหิ้งพระ

ข้อควรระวังในการจัดวางหิ้งพระ

         นอกจากข้อห้ามเรื่องทิศแล้ว ยังมีข้อห้ามสำหรับจุดต่าง ๆ ภายในห้อง ที่เราไม่ควรติดตั้งหิ้งพระ ดังนี้

1. ไม่ควรติดตั้งหิ้งพระด้านผนังติดห้องน้ำ

          เพราะห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่เราใช้ชำระความสกปรกออกจากร่างกาย และถือเป็นธาตุน้ำตามหลักฮวงจุ้ย ส่วนหิ้งพระเป็นตัวแทนความมงคล สื่อถึงความสว่าง เป็นเหมือนแสงไฟที่นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้าน เปรียบเหมือนธาตุไฟ ด้วยเหตุแห่งขั้วตรงข้ามนี้ เราจึงไม่ควรติดตั้งหิ้งพระบนผนังที่ติดกับห้องน้ำ

2. ไม่ควรติดตั้งหิ้งพระเหนือประตู

          ตามหลักความปลอดภัย เราไม่ควรติดตั้งสิ่งใดบริเวณเหนือประตูอยู่แล้วครับ ส่วนในด้านความเชื่อ ประตูเป็นพื้นที่พลุกพล่าน ไม่มีความสงบ เพราะมีการเข้าออกอยู่ตลอด เราจึงไม่ควรใช้พื้นที่เหนือประตูติดตั้งหิ้งพระ

ปลายเท้า

3. ไม่ควรติดตั้งหิ้งพระที่ทิศปลายเท้า

          การวางพระพุทธรูป สิ่งมงคล หรือสิ่งเคารพไว้ปลายเท้าซึ่งเป็นของต่ำ เป็นการแสดงความไม่เคารพ การติดตั้งหิ้งพระไว้ทิศที่ปลายเท้าชี้ไปจึงไม่ควรอย่างยิ่ง

ห้องนอน

4. ไม่ควรติดตั้งหิ้งพระในห้องนอน

         ห้องนอนเป็นสถานที่ส่วนตัว เป็นที่พักผ่อน จึงอาจมีกิจกรรมที่ไม่สมควร เช่น การเปลี่ยนเสื้อผ้า ท่านอนทีไม่เรียบร้อยหรือการถอดเสื้อนอน พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่สำรวม หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ควรหาฉากมากั้น

5. ไม่ควรติดตั้งหิ้งพระในมุมที่อับและคับแคบ

          หิ้งพระเป็นสิ่งมงคลที่จะนำพลังบวกมาสู่ที่พักอาศัย การติดตั้งหิ้งพระในมุมอับ ก็เหมือนการนำพลังบวกไปซ่อน เราควรมองหาจุดที่โล่งโปร่ง มีพลังหมุนเวียน จึงจะเป็นจุดที่ดีในการติดตั้งหิ้งพระ

จุดธูปในคอนโด

6. อยู่คอนโดควรเลี่ยงการจุดธูปไหว้พระ

          ภายในคอนโด จะมีการติดตั้งระบบตรวจจับสัญญาณควันด้วย ซึ่งควันจากธูปก็จะทำให้สัญญาณตรวจจับควันทำงานและรบกวนเพื่อนบ้านได้ แถมยังทำให้ฝ้าเพดานมีคราบเขม่าควันติดอีกด้วย ดังนั้น หากจะจุดธูปไหว้พระภายในห้องคอนโด ก็ควรมีการระบายอากาศที่ดีจริง ๆ และเปิดหน้าต่างทุกครั้งเมื่อจะไหว้พระ ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ดูยุ่งยากไปสำหรับบางคน เราจึงอยากจะแนะนำให้ใช้ธูปไฟฟ้าแบบเปิดปิดสวิตซ์จะดีกว่าครับ

          สำหรับชาวพุทธ พระคือศูนย์รวมจิตใจของคนในครอบครัว ถือเป็นสิ่งมงคลภายในบ้าน ดังนั้น เราก็ต้องให้ความสำคัญกับการตั้งหิ้งพระให้มาก ๆ ด้วย เพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ตนเอง และครอบครัวครับ หวังว่าสาระเรื่องการจัดวางหิ้งพระในคอนโดของเราจะมีประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังมองหาวิธีติดตั้งหิ้งพระในคอนโดที่ถูกต้อง ครั้งหน้าจะเป็นทริกคอนโดความรู้เกี่ยวกับคอนโดเรื่องอะไรอีกนั้น อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเรานะครับ