logo

          การพักผ่อน คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของร่างกาย และการนอนหลับก็เป็นวิธีการพักผ่อนที่ดีมาก ๆ อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งถ้าหากว่าเราได้นอนหลับอย่างเต็มที่แล้ว สุขภาพร่างกายของเราก็จะแข็งแรงตามไปด้วย แต่การจะนอนให้หลับสบายนั้นเราก็ต้องได้นอนบนที่นอนดี ๆ ที่เข้ากับสรีระของเราด้วย สิ่งแรกที่คนมักจะนึกถึงก็คือการได้นอนบนเตียงนุ่ม ๆ กว้าง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยประกอบกันที่ทำให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างสบายและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ได้ ตัวอย่างเช่น สิ่งที่หลายคนคิดไม่ถึงอย่าง “ผ้าปูที่นอน” นั่นเอง ก็มีส่วนช่วยให้การนอนหลับของเรานั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน และในวันนี้ CondoNewb จะพาไปดูกันว่าผ้าปูที่นอนนั้นมีความสำคัญอย่างไร แล้วเราจะมีวิธีการเลือกผ้าปูที่นอนจากอะไรกันบ้าง ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูกันครับ

การเลือกผ้าปูที่นอน

เลือกซื้อผ้าปูที่นอนให้ขนาดพอดีกับเตียง

          ขนาดผ้าปูที่นอนที่สำคัญกับเตียงอาจดูเป็นเรื่องเล็กแต่จริง ๆ แล้วถือว่าเป็นเรื่องเล็กที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่าย ๆ เลยนะครับ เพราะว่าผ้าปูที่นอนที่ไม่พอดีกับเตียงจะเกิดการย่น และสร้างความหงุดหงิดรำคาญให้กับเราขณะนอนอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ถ้าขนาดผ้าปูที่นอนเล็กเกินไป ก็จะไม่สามารถคลุมได้ถึงฐานของฟูกที่นอน ก็ไม่สวยงามอีก ฉะนั้นควรจะ เลือกขนาดผ้าปูที่นอนให้พอดีกับขนาดของฟูกจะดีที่สุดครับ

          โดยขนาดของฟูกที่นอนทั่ว ๆ ไปก็จะมีขนาดของผ้าปูที่รองรับอยู่แล้ว ( 3 ฟุต / 3.5 ฟุต / 5 ฟุต / 6 ฟุต ) จึงไม่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่ต้องคำนึงให้ดีเลยคือ ฟูกที่นอนบางรุ่นจะมีความหนามากกว่าปกติ ตรงนี้เราก็ต้องหาผ้าปูที่นอนที่มีความหนามากพอที่จะสามารถคลุมฟูกนั้นได้ทั้งหมด ถ้าไม่รู้จะเลือกอย่างไรก็ให้แจ้งพนักงานเวลาที่ไปซื้อผ้าปูที่นอนได้เลยครับ

ประเภทของผ้าปูที่นอน

ผ้าปูที่นอนจากเนื้อผ้าคนละชนิด จะให้ผิวสัมผัสต่างกัน

          นอกจากความพอดีของผ้าปูที่นอนแล้ว เนื้อผ้าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เรานอนหลับสบายครับ โดยเนื้อผ้าสำหรับใช้ทำผ้าปูที่นอนก็มีหลากหลายมาก ๆ ผิวสัมผัสก็จะแตกต่างกัน ตามนี้เลย

1. ผ้าปูที่นอนจากเส้นใยธรรมชาติ 100%

          เส้นใยธรรมชาติจะมีคุณสมับัติเด่นในเรื่องของความนุ่ม ถึงแม้ว่าในการใช้ครั้งแรก ๆ อาจจะหยาบนิดหน่อยแต่พอเราซักไปเรื่อย ๆ ผ้าปูที่นอนจากใยธรรมชาติก็จะนุ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้คุณสมับัติที่โดดเด่นของผ้าปูที่นอนจากใยธรรมชาติคือ จะสามารถระบายอากาศได้ดี เหมาะกับอากาศเมืองไทยมาก เพราะจะยิ่งทำให้เรานอนหลับสบายเลยล่ะครับ

         โดยผ้าปูที่นอนจากใบธรรมชาตินั้นก็มีการผลิตมาจากหลากหลายเส้นใย ไม่ว่าจะเป็น เส้นใยจากไผ่ เส้นใยจากฝ้าย และเส้นใยจากไหมครับ แต่ที่นำมาใช้กันแพร่หลายที่สุดก็เห็นจะเป็นจากฝ้าย ซึ่งนำมาทำเป็นผ้าคอตตอน (Cotton) นั่นเอง 

2. ผ้าปูที่นอนจากผ้าซาติน

          มีชุดนอนซาติน ก็ต้องมีผ้าปูที่นอนซาตินครับ คุณสมบัติของผ้าซาตินจคล้าย ๆ ผ้าแพรของไทยคือ นุ่ม ลื่น เย็นสบาย นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่มีการนำผ้าซาตินมาทอเป็นผ้าปูที่นอนด้วย โดยเนื้อผ้าจะผลิตมาจากเส้นใยโพลีแอสเทอร์ 100% มีความหรูหรา โรแมนติก เซ็กซี่ 

3. ผ้าปูที่นอนจากผ้า CVC

          ผ้า CVC หลายคนน่าจะรู้จักกันในชื่อ ผ้าสักหลาดครับ เป็นการผสมกันระหว่างผ้าฝ้ายและเส้นใยโพลีแอสเทอร์ในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กันเลย โดยส่วนใหญ่จะใช้เป็นผ้าปูที่นอนสำหรับเด็ก เพราะขึ้นชื่อในเรื่องของความนุ่ม และให้ความอบอุ่นได้ดี ถึงแม้ว่าจะเนื้อจะไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ก็ตาม

4. ผ้าปูที่นอนจากผ้าฝ้ายผสมผ้าซาติน

          ผ้าชนิดนี้จะนิยมใช้กันมากในธุรกิจโรงแรม เพระมีจุดเด่นเรื่องความทนทาน และยิ่งซักยิ่งนุ่มด้วย ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในโรงแรมมาก ๆ โดยวิธีการทอคือจะใช้การทอผ้าฝ้าย 100% สลับกับริ้วของผ้าซาตินหนา 1 นิ้ว

ผ้าปูที่นอน

อย่ามองข้ามจำนวนเส้นใยของผ้าปูที่นอน

          จำนวนเส้นใยของผ้าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่เคยได้คิดคำนึงถึงจำนวนของเส้นใยเลย (ผมเองก็เหมือนกัน) โดยจากข้อมูลที่ผมหามาเขาบอกว่า เส้นใยที่ที่ให้ผิวสัมผัสที่ นุ่ม เย็น นอนสบาย จะอยู่ที่ประมาณ 300 – 600 เส้นใย / ตารางนิ้ว ซึ่งความนุ่มสบายนี้ก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นใย / ตารางนิ้วเนี่ยแหละ ยิ่งมีจำนวนเส้นใย / ตารางนิ้วมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ผ้าปูที่นอนนุ่มเท่านั้น โดยผ้าปูที่นอนแต่ละยี่ห้อก็จะมีจำนวนเส้นใย / ตารางนิ้วแตกต่างกัน สามารถเช็คข้อมูลจากจุดขายได้ครับ

ผ้าปูที่นอน หลับสบาย

นอกจากเนื้อผ้าดี ยังมีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ด้วยนะ

1. ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น

          หลาย ๆ คนคงเคยผ่านตากันมาบ้างแล้วล่ะสำหรับเจ้าผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น หมอนกันไร่ฝุ่น ผ้าห่มกันไรฝุ่น อะไรต่าง ๆ นานา เพราะเจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ชอบอาศัยตามเนื้อผ้าเหล่านี้นั้นเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ วิถีชีวิตของเจ้าไรฝุ่นตัวร้ายนั้นจะเริ่มขึ้นเมื่อตอนเราหลับ ไรฝุ่นจะกินหนังกำพร้าของเราเป็นอาหาร และถ่ายเอาไว้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราเป็นภูมิแพ้ก็คือมูลของไรฝุ่นเหล่านั้น ซึ่งในเมื่อตัวไรฝุ่นอาศัยอยู่ตามที่นอน ผ้าปูที่จะป้องกันไรฝุ่นได้ก็คือผ้าปูที่ต้องทอเส้นใยให้แน่นกว่าปกติ เพื่อไม่ให้ไรฝุ่นสามารถอยู่อาศัยในผ้าของเราได้นั่นเอง 

2. ผ้าปูที่นอนที่ช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย

          เคยไหมที่สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเหงื่อแตกเต็มหลัง ทั้ง ๆ ที่เครื่องปรับอากาศก็ทำงานอยู่อย่างปกติ แถมอากาศในห้องก็ไม่ได้ร้อนเลย นั่นอาจเป็นเพราะว่าระหว่างที่เราหลับ ร่างกายจะคลายความร้อนออกมา และถ้าหากว่าผ้าปูที่นอนของเราระบายความร้อนได้ไม่ดีพอ ความร้อนเหล่านั้นก็จะวนเวียนอยู่รอบ ๆ ตัวเรา ส่งผลให้เหงื่อออกนั่นเอง ฉะนั้นผ้าปูที่นอนที่จะช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย ก็จะต้องระบายอากาศได้ดี โดยอาจจะเลือกใช้ผ้าปูที่นอนที่ทำมาจากผ้าฝ้ายก็ได้ครับ

3. ผ้าปูที่นอนช่วยรักษาความชุ่มชื้น

          นอกจากระบายอากาศได้ดีแล้วก็ยังมีคุณสมบัติในเรื่องของการกักเก็บความชุ่มชื้นด้วย ใครหลาย ๆ คนที่นอนในห้องแอร์ อาจประสบปัญหาเรื่อของอากาศแห้ง แล้วยิ่งเรานอนเสียดสีกับผ้าปูที่นอนและผ้าห่ม ผิวเราก็ยิ่งแห้งจากการเสียดสี ผ้าปูที่นอนที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้น จะเป็นผ้าปูที่นอนที่สัมผัสนุ่มและลื่นนั่นเอง

การทำความสะอาดผ้าปูที่นอน

วิธีการดูแลทำความสะอาดผ้าปูที่นอนที่ถูกต้อง

          ถึงแม้ว่าผ้าปูที่นอนจะสามารถกันไรฝุ่น ระบายอากาศและความร้อนได้ แต่ยังไงก็ตาม ผ้าปูที่นอนซึ่งถือว่าเป็นของใช้ในบ้าน ที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายของผู้ใช้งานได้โดยตรงแล้ว เราก็ต้องมีการทำความสะอาดกันด้วย ซึ่งวิธีการดูแลรักษาทำความสะอาดผ้าปูที่นอน มีดังนี้

1. อ่านฉลากดูเนื้อผ้าปูที่นอนก่อน

          ลองสังเกตฉลากที่ติดกับชุดเครื่องนอนก่อนลงมือซัก ว่าสามารถนำไปปั่นในเครื่องซักผ้าได้หรือไม่ เพราะผ้าปูที่นอนบางชนิดก็ไม่สามารถทนต่อการซักเครื่องได้ อาจจะต้องใช้มือซักแทน จึงจำเป็นต้องอ่านฉลากหรือคู่มือในการซักให้เข้าใจก่อน อย่างละเอียดและรอบคอบ เพราะผ้าปูที่นอนแต่ละรุ่นก็มีเนื้อผ้าที่ต่างกัน การซักก็จะต่างกันไปด้วย

2. ห้ามซักผ้าปูที่นอนรวมกับเสื้อผ้า

         บางคนมักชอบนำผ้าไปซักรวมกันทีเดียว เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดๆ เพราะจะทำให้ซิปหรือตะขอของเสื้อผ้า ไปขีดข่วนผ้าปูที่นอนให้เกิดรอย หรือสีของเสื้ออาจจะตก ทำให้ผ้าปูที่นอนเกิดความเสียหายได้ ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องแยกผ้าปูออกจากเสื้อผ้า เพื่อเป็นการถนอมผ้าปูที่นอนให้คงคุณภาพ และการแยกผ้าปูที่นอนออกจากเสื้อผ้า ก็จะช่วยให้มีพื้นที่ในการปั่นมากขึ้น และสามารถทำความสะอาดผ้าปูที่นอนได้อย่างทั่วถึง        

3. เลือกน้ำยาซักผ้า สูตรถนอมผ้า

          หากแน่ใจได้ว่าผ้าปูที่นอนของเราสามารถซักเครื่องได้ ก็เตรียมนำผ้าปูที่นอนใส่ลงเครื่อง ตั้งระบบเป็นแบบซักด้วยน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดา แล้วรอให้น้ำเต็มถัง ค่อยเทผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าสูตรถนอมเนื้อผ้าลงไป ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ในการซักผ้าที่มีสารเคมีไปทำลายเนื้อผ้า หากหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาฟอกขาวได้ก็ยิ่งดี และไม่ควรใส่ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้ามากเกินไป เพราะอาจทำให้ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง เกิดอาการแพ้ขณะกำลังนอนหลับได้ ควรใส่อย่างพอดีและศึกษาวิธีการดูแลรักษาผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้อง

4. เลือกโหมดปั่นรอบต่ำที่สุด

          สำหรับการซักเครื่อง เราควรเลือกปั่นในโหมดรอบต่ำที่สุด เพื่อเป็นการถนอมผ้าปู หากเราใช้ความเร็วสูงในการปั่น อาจจะทำให้ผ้าปูที่นอนชำรุด และก่อให้เกิดความเสียหายได้ การซักผ้าปูที่นอนจึงต้องละเอียดอ่อนทุกกระบวนการ เพื่อให้ผ้าปูที่นอนของเราใช้งานได้นานมากที่สุด

5. อบแห้งหรือตากอย่างถูกวิธี

          ถ้าหากมีเครื่องสำหรับอบผ้า ก็สามารถนำผ้าปูที่นอนไปอบได้เลย โดยตั้งอุณหภูมิความร้อนระดับปานกลาง แต่ข้อควรระวังไว้ อย่าอบนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผ้าปูที่นอนไหม้ได้ หากไม่มีเครื่องอบผ้า ก็สามารถนำผ้าปูที่นอนไปตากแดดได้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท แต่ก็ไม่ควรตากที่แดดจัด เพราะเส้นใยของผ้าปูที่นอนอาจเสื่อมสภาพได้ การนำผ้าปูไปอบหรือตากแดดอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยถนอมผ้าปูที่นอน และป้องกันไรฝุ่น เชื้อโรคได้เป็นอย่างดี

6. จัดเก็บในที่แห้งและปลอดภัย

          หลังจากที่เราได้ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ก็ตรวจสอบว่าผ้าปูแห้งสนิทแล้วหรือยัง ไม่ควรเก็บผ้าปูที่นอนในขณะที่ยังไม่แห้ง เพราะจะทำให้ผ้าปูที่นอนเกิดเชื้อราและแบคทีเรียได้ รวมไปถึงส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกด้วย นอกจากนี้ควรนำผ้าปูที่นอนไปจัดเก็บในที่แห้งเย็น ให้ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ไม่พึงประสงค์ในบ้าน เช่น หนู แมลงสาบ เป็นต้น เพื่อถนอมไม่ให้ผ้าปูที่นอนเกิดความเสียหาย เราจึงต้องจัดเก็บผ้าปูที่นอนให้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

          อย่างที่ได้บอกไว้ข้างต้นแล้ว ว่าการจะนอนหลับให้สบายที่สุด ต้องเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เตียงหรือฟูกรองนอนมีความนุ่ม นอนสบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงปัจจัยต่าง ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่หมอน ผ้าห่ม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็เห็นจะเป็นผ้าปูที่นอนนี่แหละครับ ถ้าเรามีผ้าเนื้อดี เราก็นอนสบาย ถ้าเรามีผ้าที่ไม่ระบายความร้อน เราได้นอนเหงื่อได้ท่วมทั้งคืนแน่นอน แล้วก็จะรู้สึกนอนไม่เต็มอิ่มเพราะไม่สบายตัวอีก ดังนั้น อย่าลืมให้ความสำคัญกับเรื่องเล็ก ๆ อย่างผ้าปูรองนอนกันด้วยนะครับ และสำหรับเรื่องผ้าปูรองนอนก็มีเพียงเท่านี้ครับ ในครั้งหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคอนโดหรือปัญหาคอนโดอะไรนั้น อย่าลืมติดตามได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเรานะครับ 

Written by NewbBENN