logo

          ยูนิตแบบ Dual-Key อาจจะเป็นยูนิตที่ไม่เป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนไทยมากนัก เพราะยังไม่ค่อยแพร่หลายในวงการคอนโดมิเนียมของประเทศไทย พอพูดมาถึงจุดนี้ หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่าไอเจ้ายูนิตแบบ Dual-Key คืออะไร? ซึ่งถ้าจะอธิบายห้องประเภทนี้ให้ง่ายที่สุด ซึ่งลักษณะของยูนิตประเภทนี้ ก็เป็นไปตามชื่อเลยคือ Dual (คู่) – Key (กุญแจ) ซึ่งหมายความว่าผู้อยู่อาศัยหนึ่งคนจะถือกุญแจ 2 ดอก ดอกแรกคือกุญแจสำหรับเข้าห้องใหญ่ และดอกที่สองคือกุญแจสำหรับไขเข้าไปในห้องเล็กด้านในใหญ่ของตัวเองอีกทีหนึ่ง

ทำไมต้องถือกุญแจถึง 2 ดอก? นั่นก็เพราะห้องประเภทนี้คือ การเอาสองยูนิตมารวมกันไว้ในห้องเดียว ซึ่งยูนิตแบบ Dual-Key นี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2009 โดย Fraser Centrepoint Homes ซึ่งได้รับความนิยมมาก ๆ ในสิงคโปร์และฮ่องกง ถ้าเพื่อน ๆ ยังไม่เห็นภาพสามารถรูปภาพตัวอย่าง Unit Plan ของห้องประเภทนี้ที่นิวบ์เอามาให้ดูเพิ่มเติมได้เลยค่ะ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีทั้ง Dual-Key แบบ 2 Bedroom คือแบ่งห้องเป็น 2 ห้องแยกกัน และยูนิต Dual-Key แบบ 3 Bedroom คือห้องแบบ Studio 1 ห้อง และห้องแบบ 2 Bedroom อีก 1 ห้อง ซึ่งจะไม่ใช่ห้องแบบ 2 Bedroom และ 3 Bedroom แบบปกติทั่วไปที่เราเห็น เพราะห้องแบบ Dual-Key จะมีการแยกกันอย่างชัดเจน และไม่สามารถเดินไปหากันระหว่างห้องได้ หากไม่มีกุญแจสำหรับห้องนั้น ๆ

2 bedroom Dual-Key Unit, Dual-Key Condominium

ห้องแบบ 2 Bedroom Dual-Key Unit (1 Bedroom + Studio)

3 Bedroom Dual-Key, ห้องแบบ 3 ห้องนอน Dual-Key

ห้องแบบ 3 Bedroom Dual-Key Unit (2 Bedroom + Studio)

ข้อดีของ Unit แบบ Dual-Key มีอะไรบ้าง?

  • อยู่เองก็ได้แถมปล่อยเช่าได้ด้วย หรือปล่อยเช่าได้สองสัญญาในห้อง ๆ เดียว

สำหรับห้องแบบ Dual-Key นั้น เราจะเห็นได้ว่าเป็นการแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยที่เป็นสัดส่วน และครบครันในแง่ของการใช้ชีวิตมาก ๆ เพราะไม่ได้เป็นแค่การแบ่งห้องแยกธรรมดา แต่เป็นการแบ่งห้องเลย ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครันในตัวของมันเอง ไม่จำเป็นต้องแชร์ครัว หรือแชร์ห้องน้ำกัน แถมมีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ ในตัวยูนิตของตัวเอง โดยผู้อยู่อาศัยแชร์แค่โถงทางเข้าของห้องเท่านั้น ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ ที่อยากจะปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม แต่ตัวเองก็ต้องการที่อยู่อาศัยด้วย ห้องแบบ Dual-Key ถือว่าตอบโจทย์มาก เพราะสามารถกู้ซื้อในครั้งเดียว สามารถได้ทั้งห้องสำหรับปล่อยเช่า กับห้องอยู่อาศัยของเราเองเลย อีกข้อดีคือ ถ้าปล่อยเช่าห้องแบบ Dual-Key นั้น เพื่อน ๆ จะสามารถขอดูห้องที่เราใช้ปล่อยเช่าได้ง่าย สามารถนัดแนะวันขอเปิดห้องเพื่อตรวจสอบสภาพห้องได้ ไม่ต้องเดินทาง-ไป นอกจากนี้ ถ้าไม่ต้องการอยู่เอง หรือมีที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว ก็สามารถปล่อยเช่า 2 ห้องพร้อมกันได้เลย

  • แยกพื้นที่เป็นสัดส่วน ความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง

Dual-Key ดียังไง ห้องแบบนี้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงมาก ๆ ค่ะ คือสามารถใช้อยู่อาศัยได้ทั้งสองยูนิต หรือจะทำเป็นโฮมออฟฟิศก็ยังได้ ยิ่งในยุคที่ Social Media กลายเป็นเรื่องปกติ แถมเป็นอาชีพหลัก ใครหลาย ๆ คน ก็อาจจะใช้ห้องอีกห้องเพื่อเป็นสตูดิโอสำหรับถ่ายทำ และตัดต่อคลิปวิดีโอ ลง YouTube ได้ เป็นพื้นที่ทำงานของเพื่อน ๆ และทีมงาน ส่วนอีกห้องก็เอาไว้พักผ่อนและอยู่อาศัยค่ะ

  • ครอบครัวใหญ่ก็อยู่คอนโดมิเนียมได้

ยูนิตแบบ Dual-Key เหมาะกับคนที่มีครอบครัวใหญ่ โดยอาจจะเป็นครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและต้องการดูแลพวกท่านอย่างใกล้ชิด หรือเป็น 2 ครอบครัวที่อยู่ร่วมกันแต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นของครอบครัวตัวเอง และครอบครัวที่ลูกสาวลูกชายที่อยู่ในวัยกำลังโต ก็อาจจะแยกให้ลูกไปอยู่ยูนิตเล็กเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ลูก

  • เสียภาษีที่อยู่อาศัยน้อยลง

สำหรับเพื่อน ๆ ที่เป็นนักลงทุน การถือครองคอนโดมิเนียมหลายที่ คือซื้ออยู่เอง 1 ห้อง และปล่อยเช่า 1 ห้อง จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของภาษีที่ดินเพิ่มขึ้น เพราะตั้งแต่หลังที่ 2 เป็นต้นไป จะไม่ได้รับการเว้นภาษีที่ดินใหม่ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ซื้อคอนโดมิเนียมแบบ Dual-key เป็นคอนโดมิเนียมหลังแรกเพื่อปล่อยเช่า และอยู่อาศัยเอง เราก็จะได้รับการเว้นภาษี และถึงแม้เพื่อน ๆ จะซื้อคอนโดมิเนียมแบบ Dual-key จะไม่ใช่คอนโดมิเนียมหลังแรก อาจจะเป็นหลังที่ 2-3 ยังไงเราก็จะเสียภาษีน้อยลง 1 หลังนั่นเองค่ะ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้ค่ะ

ข้อเสียของ Dual-Key มีอะไรบ้าง?

  • ขายต่อยาก

ด้วยความที่ห้อง Dual-Key ค่อนข้างเป็นห้องที่คนซื้อจะต้องมีความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวใหญ่, ซื้อไว้เป็น Home Office หรือซื้อเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อยของตลาด อาจเป็นเหตุผลให้ขายห้องประเภทนี้ได้ยากกว่าห้องประเภทอื่น ๆ หรือหากจะขายก็อาจจะขายไม่ได้ราคาเท่าไหร่ นอกจากนี้สังคมไทยส่วนใหญ่หากมีครอบครัว คนก็มักจะอยู่บ้านมากกว่า ดังนั้นก็อาจจะขายยากนิดนึง แต่ถ้าใครซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเป็นหลัก ปล่อยเช่าเป็นรอง ก็จัดไป ไม่มีปัญหา

  • เวลาขาย จะกลายเป็นขายเพียงห้องเดียว

แม้การซื้อเพียง 1 ได้ถึง 2 จะเป็นข้อดีของคอนโด Dual-Key แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจจะกลายเป็นข้อเสียของยูนิตประเภทนี้ได้ด้วย เพราะเมื่อทำการขาย เราไม่สามารถแยกขายบางห้องได้ ถ้าเราซื้อเพื่ออยู่อาศัยด้วย เราจะต้องย้ายออกไปด้วย และข้อเสียอีกข้อหนึ่งของ Dual-Key ก็คือ เราจะได้ Capital Gain เพียงห้องเดียว ในขณะการซื้อแบบ 2 ห้อง ขายแบบ 2 ห้อง เราก็จะได้ Capital Gain จาก 2 ห้องเลย

ดังนั้นหากเพื่อน ๆ ต้องการจะลงทุนด้วยยูนิตแบบ Dual-Key ก็อย่าลืมศึกษาตลาด รวมไปถึงความเป็นไปได้ในเรื่องของผลตอบแทน และความเสี่ยงในการลงทุน แม้ห้อง Dual-Key จะมีมานาน และได้รับความนิยมจากประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างสิงคโปร์ แต่ของประเทศไทยก็ต้องรอจนถึงปี 2019 เลยทีเดียวกว่าจะมี Developer ทำห้องประเภทนี้ออกมา สำหรับใครที่สนใจห้องประเภท Dual-Key ตอนนี้มีโครงการที่ทำห้องประเภทนี้เป็นครั้งแรก นั่นก็คือ “The Lofts Ratchathewi” ของ Raimonซึ่งทำ Dual-Key Unit Plan ออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวค่ะ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Dual-key Unit ยูนิตสไตล์ใหม่ ที่น่าจับตามอง สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ๆ สามารถอ่านพรีวิวคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจได้ที่นี่ พร้อมรับข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโด พร้อมสารพันปัญหาเกี่ยวกับคอนโด แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ

Written by NewbMind