logo

          แม้สถานการณ์ COVID-19 จะคลี่คลายขึ้นตามลำดับ แต่ผลกระทบในแง่ของเศรษฐกิจนั้นยังคงไม่ได้ดีขึ้น และต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ด้วยเหตุนี้เองธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 2 ในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 หลังจากประกาศ มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยจะมีการช่วยเหลือลูกหนี้ 6 ประเภทสินเชื่อด้วยกันคือ บัตรเครดิต, บัตรกดเงินสด, สินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ, สินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อบ้าน ซึ่งจะบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2563 โดยมีรายละเอียดดังนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ2 ลดดอกเบี้ย Info

มาตรการลดดอกเบี้ยช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ 2

บัตรเครดิต

อัตราดอกเบี้ยเดิม 18% ต่อปี เหลือ 16% ต่อปี

บัตรกดเงินสด

อัตราดอกเบี้ยเดิม 28% ต่อปี เหลือ 26% ต่อปี

สินเชื่อส่วนบุคคล

อัตราดอกเบี้ยเดิม 28% ต่อปี เหลือ 25% ต่อปี

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

อัตราดอกเบี้ยเดิม 28% ต่อปี เหลือ 24% ต่อปี

สินเชื่อเช่าซื้อ

ลดดอก 1% จากสัญญาเช่าเดิม

สินเชื่อบ้าน

พักจ่ายเงินต้น 3 เดือน ปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อลดค่างวดและขยายเวลาชำระหนี้ได้

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ 2

บัตรเครดิต

เปลี่ยนสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือ ขยายระยะเวลาชำระหนี้

บัตรกดเงินสด

• ลดอัตราผ่อนขั้นต่ำ

• เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือขยายระยะเวลาชำระหนี้

สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนเป็นงวด

ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 22%

สินเชื่อเช่าซื้อ (ไม่จำกัดวงเงิน)

• เลื่อนชำระค่างวด 3 เดือน (ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย)

• ลดค่างวด โดยขยายเวลาการชำระหนี้

สินเชื่อบ้าน (ไม่จำกัดวงเงิน)

• เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอก) 3 เดือน

หรือ

• เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน และลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม

หรือ

• ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้

ให้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ กับลูกหนี้ที่ไม่มีความสามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา หรือตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ 2

ผู้ให้บริการทางการเงินต้องจัดให้มีแผนปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ NPL

จุดมุ่งหมายมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ 2 จากแบงก์ชาติ

ภาพรวม

- การช่วยเหลือลูกหนี้ ไม่สร้างพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ทำให้ลูกหนี้ดี ไม่ชำระหนี้ตามปกติ

- ลูกหนี้มีที่อยู่อาศัยเพื่อปฏิบัติตามหลัก Social Distancing

- ปรับโครงสร้างหนี้รวดเร็วทันการณ์

ลูกหนี้

- ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบไม่ให้มีภาระจากหนี้เดิมจนเกินสมควร

- ลูกหนี้มีสิทธิ์เลือกโปรแกรมและเปรียบเทียบข้อมูลให้เพียงพอต่อการตัดสินใจ

- ลูกหนี้ที่ปรับหนี้ก่อนเป็น NPLs ไม่ติดสถานะลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) ในเครดิตบูโร

ผู้ให้บริการทางการเงิน

- ผู้ให้บริการทางการเงินมีสภาพคล่อง และฐานะการดำเนินงานดี เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในระยะต่อไป

- ช่วยเหลือลูกหนี้ได้ตามมาตรการและเร่งปรับโครงสร้างนี้ลูกหนี้

- มีทางเลือกให้ลูกหนี้ตัดสินใจ พร้อมข้อมูลเปรียบเทียบภาระหนี้เดิม กับภาระหนี้ใหม่

กระบวนการ

- ลดขั้นตอน / กระบวนการให้ความช่วยเหลือ โดยใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

- ผู้ให้บริการทางการเงิน สามารถทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

         ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะ 2 จากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 เพื่อน ๆ สามารถติดตามมาตรการช่วยเหลือ อื่น ๆ ได้ที่นี่ พร้อมบทความเกี่ยวกับการเงินการลงทุน ที่จะอัพเดทให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามกันอยู่ตลอด แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ 

NewbMind