logo

          อีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญมาก ๆ ภายในห้องพักอาศัยนั้น จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยครับนอกจากฝ้าเพดาน หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของห้องพักอาศัย ที่จะช่วยบังสายตาจากสายไฟ รวมถึงงานระบบต่าง ๆ ที่อยู่ใต้เพดาน ให้ดูมีความเรียบร้อย สบายตามากยิ่งขึ้นได้ และในวันนี้ CondoNewb ก็จะขอแนะนำสาระเรื่องฝ้าเพดานให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันครับ

ฝ้าเพดาน คืออะไร

 ในปัจจุบันบ้านที่ออกแบบสวย ๆ วัสดุ ฝ้าเพดาน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไปแล้ว ซึ่งเป็นแผ่นวัสดุที่ช่วยปิดบังพื้นที่บริเวณใต้หลังคาหรือใต้พื้นชั้นบน ความสำคัญเลยก็คือ คอยช่วยปิดบังความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ยังซ่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ยุ่งเหยิง เช่น ท่อน้ำ สายไฟ และนอกจากนี้ฝ้าเพดานยังมีคุณสมบัติเป็นวัสดุกันเสียง และทนไฟได้อีกด้วย การติดตั้งฝ้าเพดานในอาคารบ้านเรือนหรือคอนโดจึงมีประโยชน์ทั้งในแง่การใช้งาน ที่มาพร้อมกับความสวยงาม

วัสดุของฝ้าเพดานนั้นมีหลากหลายมากเลยครับ ซึ่งแต่ละชนิดวัสดุที่นำมาใช้นั้นต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่และฟังก์ชั่นด้วยครับ ได้แก่

  • ฝ้าเพดานที่ทำจากไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงทนทาน สวยงามแบบธรรมชาติ แต่หายาก ราคาแพง ติดไฟง่าย มีปัญหาเรื่องปลวกและบิดงอง่ายถ้าคุณภาพไม่ดีพอซึ่งน่าจะเหมาะกับอาคารบ้านเรือนที่เน้นความเป็นธรรมชาติ
  • ฝ้ากระเบื้องดีไซน์แผ่นเรียบมีคุณสมบัติทนน้ำและความชื้นได้ดี ข้อเสียที่เป็นกระเบื้องจึงเป็นวัสดุที่แตกง่ายและจะต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งแผ่น
  • ฝ้าอลูมิเนียมเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่ทนน้ำและความชื้นได้ดี แต่ก็ตามด้วยราคาที่ค่อนข้างแพงและกันความร้อนได้ไม่ดี
  • และสุดท้ายกับฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ดเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แถมทนไฟ และสามารถฉาบปิดรอยต่อได้อย่างเรียบเนียน แต่ข้อเสียคือไม่ทนน้ำ และอาจมีเชื้อราขึ้นได้หากอยู่ในที่ชื้นครับ

ฝ้าเพดาน มีประโยชน์อย่างไร

  • สิ่งสำคัญอย่างแรกหากติดตั้งฝ้าเพดานแล้วคือการได้ปกปิด สิ่งต่าง ๆ ที่ติดอยู่กับเพดานสร้างความไม่เรียบร้อยเมื่อพบเห็น ได้แก่ ท่อน้ำ สายไฟ โครงสร้างที่ฉาบปูนไม่เรียบร้อย
  • สำหรับบ้านเรือนจะช่วยเรื่องป้องกันความร้อน ซึ่งบริเวณบนฝ้าสามารถติดตั้วฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมได้ ลดการเกิดความร้อนสะสม
  • หากสายไฟดวงโคม ไม่สวยงามน่ามอง ฝ้าเพดานก็ช่วยได้นะ
  • ฝ้าเพดานช่วยเก็บเสียง หากคอนโดต้องการใช้เสียงในการทำงานครับ 
  • ช่วยเรื่องงานตกแต่ง Interior ถ้าหากต้องการออกแบบไฟหลบ ไฟซ่อน เพิ่มสไตล์ต่าง ๆ ได้ครับ
  • สำหรับใช้เป็นวัสดุชะลอการลุกลามของไฟไหม้ไม่ให้ลุกลามไปชั้นต่าง ๆ ได้ เหมาะกับอาคารสำนักงานเป็นอย่างยิ่ง

ประเภทของฝ้าเพดาน

1. ฝ้าเพดานฉาบเรียบ

          หากใครต้องการให้บ้านหรือคอนโดของเราดูเรียบร้อย มีดีไซน์ กลมกลืนไปกับการออกแบบมีสไตล์ตามที่เราตั้งใจไว้ ต้องนึกถึง ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบ อย่างแน่นอน โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่นิยมมาติดตั้งจะทำมาจากแผ่นยิปซั่ม หรือไม่ก็ไฟเบอร์ซีเมนต์ เพราะด้วยคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบา และติดตั้งง่ายครับ โดยฝ้าเพดานประเภทนี้จะเป็นการติดตั้งแบบถาวรจึงต้องมั่นใจจริง ๆ ครับ ว่าต้องการดีไซน์แบบนี้จริง ๆ ส่วนวิธีการติดตั้งคือ จะยึดเข้ากับโครงคร่าวอลูมิเนียมที่ติดตั้งไว้กับเพดานหรือโครงหลังคาอีกทีหนึ่ง

          หลักจากติดตั้งฝ้าเพดานเสร็จ ช่างจะทำการฉาบเรียบแต่ละแผ่นโดยจะฉาบปิดรอยต่อด้วยปูนสำหรับฉาบปิดรอยต่อฝ้า แล้วปิดทับรอยต่อด้วยผ้าด้ายดิบ เมื่อเสร็จทั้งหมดแล้วก็จะทาสีทับอีกครั้ง จึงมองเห็นแผ่นฝ้าเพดานเรียบเป็นผืนเดียวกันตลอดแนวของห้องครับ

2. ฝ้าเพดานแขวน หรือ ฝ้า T-Bar

          ฝ้าเพดานประเภทนี้เป็นที่นิยมค่อนข้างมากเพราะการติดตั้งไม่ซับซ่อน แถมยังมีราคาถูกกว่าบรรดาฝ้าในแบบอื่น ๆ อีกทั้งง่ายต่อการ Maintenance สายไฟ และท่อน้ำต่าง ๆ ได้ แถมหากฝ้าเพดานชิ้นใดเกิดชำรุดก็สามารถเปลี่ยนที่ชำรุดได้เลยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งหมดเหมือนกับฝ้าฉาบเรียบ

          ฝ้าเพดานชนิดนี้ จะมีการติดตั้งโครงคร่าวอลูมิเนียมที่เป็นรูปตัว T คว่ำ ที่ยึดด้วยลวดโครงคร่าวกับหลังคาหรือเพดาน ก่อนที่จะติดตั้งฝ้าเพดาน ซึ่งโครงคร่าวรูปตัว T คว่ำนี้จะแบ่งเป็นสี่เหลี่ยมตามขนาดของแผ่นฝ้าเพดาน โดยจะมี 2 ขนาดด้วยกัน ได้แก่ 60 x 60 ซม. และขนาด 60 x 120 ซม. เป็นขนาดมาตรฐานของแผ่นยิปซั่มครับ

          การติดตั้งฝ้าเพดานประเภทนี้เหมาะกับอาคารสำนักงานที่ต้องการซ่อมบำรุงของส่วนเพดานได้ง่าย หรือจุดใดจุดหนึ่งของอาคารเกิดความเสียหาย อย่างเช่น น้ำรั่วจึงทำให้ฝ้าเพดานบริเวณนั้นเกิดความเสียหายได้ ซึ่งก็สามารถเปลี่ยนแผ่นฝ้าเพดานได้ใหม่เฉพาะจุดนั้นได้เลย จึงไม่เสียค่าใช้จ่ายมากเท่าที่ควร แต่ไม่เหมาะกับอาคารสำนักงานสูง (ที่บางอาคารเปิดหน้าต่างรับลม) เพราะถ้าหากว่ามีลมพัดแรงมาก ๆ อาจจะโดนฝ้า และทำให้ฝ้าเพดานหลุดร่วงได้ครับ และอีกอย่างเลยก็คือ หากอาคารมีการสั่นไหวจากแรงแผ่นดินไหว (อาจจะเกิดกับประเทศไทยได้น้อย) อาจจะทำให้ฝ้าเพดานหลุดลงมาเป็นอันตรายต่อคนในอาคารได้ครับ

          นอกจากนี้ฝ้าเพดานชนิดนี้ไม่ควรติดตั้งที่ห้องน้ำ หรือพื้นที่ครัว เพราะฟังก์ชั่นนี้มีความชื้นสูง ทางที่ดีควรจะใช้ฝ้าเพดาน และโครงคร่าว T-Bar แบบกันชื้น ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ฝ้าเพดานมีความชื้นและเกิดเชื้อราได้ครับ

3. ฝ้าเพดานแบบเล่นระดับ หรือ ฝ้าหลุม

          ฝ้าเพดานประเภทนี้จะมีดีไซน์ที่แปลกตา แถมมีการเล่นไฟให้เกิดความสวยงามอีกด้วย ซึ่งจะห้องประชุมในสำนักงาน คอนโด หรือหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ จะมีดีไซน์ลักษณะนี้ แต่จะแตกต่างในเรื่องขนาด และการออกแบบ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการเลือกตกแต่งฝ้าเพดานแบบนี้ดึงดูดสายตาได้ดี ดูมีมิติ และยังให้ความรู้สึกว่าความสูงระหว่างพื้นถึงฝ้าสูงมากขึ้นไปอีก ทางนิวบ์ก็แนะนำเพิ่มเติมครับว่า หากฝ้าเพดานเล่นระดับนี้นำมาออกแบบเพิ่มกับการเลือกใช้คิ้วบัวตกแต่งผสมผสานร่วมด้วย ก็จะยิ่งได้สไตล์คลาสสิคสวยงามขึ้นไปอีกครับ

4. ฝ้าเพดานซ่อนระบบไฟ หรือ ไฟหลืบ ไฟซ่อนฝ้า

          ฝ้าเพดานประเภทนี้ ไม่ต่างจากฝ้าประเภทฝ้าหลุมครับ แต่อาจจะเว้นช่องเพื่อไปใส่หลอดไฟขนาดเล็ก เพื่อส่องสว่างเนียน ๆ ได้แสงที่สม่ำเสมอ นุ่มนวล และดูสบายตา ในการเปิดใช้งาน โดยส่วนมากมักจะใช้เพื่อสร้างบรรยากาศ และตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับพื้นที่นั้น ๆ

5. ฝ้าเพดานดูดซับเสียง หรือ ฝ้าอะคูสติก

          เดิมทีฝ้าเพดานประเภทนี้ เป็นฝ้าเพดานที่นำมาผสมผสานกับโคร่งคร่าวแบบฝ้าแบบ T-Bar โดยเปลี่ยนจากฝ้ายิบซั่มบอร์ดมาใช้ฝ้าเพดานแบบดูซับเสียงแทน ซึ่งสามารถป้องกันเสียงสะท้อนได้ อย่างเช่น Acoustic Board มีผิวสัมผัสขรุขระ ช่วยในการดูดซับเสียงไม่ให้สะท้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนิยมใช้ในห้อง ที่มีการใช้เสียง อย่างเช่น ห้องประชุมสัมมนา, ภายในอาคารสำนักงาน หรือ ห้องแสดงมหรสพต่าง ๆ

         แต่ในปัจจุบันนอกจากโครงเคร่าฝ้าแบบ T-Bar แล้ว ได้มีการพัฒนาระบบโครงเคร่าฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบ ที่สามารถใช้ผสมผสานกับแผ่นฝ้า Acoustic Board ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น 

6. ฝ้าเพดานโปร่ง หรือ ฝ้าระแนง

          ฝ้าเพดานประเภทนี้ใช้ตกแต่งและพรางระบบท่อ และสายไฟต่าง ๆ ได้ระดับหนึ่ง แต่ยังซ่อมบำรุงได้ง่าย เพราะเห็นจุดเสียที่จะซ่อมได้อย่างชัดเจน และยังทำให้สไตล์การออกแบบโดยรวมดูทันสมัยอีกด้วย ส่วนใหญ่มักใช้กับอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น โถงตามโรงแรม, อาคารสำนักงาน, สถานีรถไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า ฯลฯ

7. ฝ้าเพดานติดตั้งพิเศษ

          ฝ้าประเภทนี้จะเรียกว่าเป็นฝ้าได้ไหมนะ เนื่องฝ้าประเภทนี้จะถูกตกแต่งเพื่อความสวยงามโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการสร้างอัตลักษณ์ และน่าจัดจำ มักใช้วัสดุที่แตกต่างกัน เช่น กระจก, อะคริลิค, ผ้าตกแต่ง หรือแม้แต่ผ้าใบก็นำมาทำเป็นฝ้าได้นะ ส่วนใหญ่จะเหมาะกับบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมเพื่อการจดจำต่อผู้มาใช้งาน

ฝ้าเพดานติดตั้งพิเศษ

วัสดุฝ้าเพดานมีอะไรบ้าง

1. ฝ้าเพดานที่ทำจากวัสดุยิปซั่ม

          แผ่นฝ้าเพดานที่ทำมาจากยิปซั่มนี้ถูกผลิตมาจากผงแร่ยิปซั่มที่ถูกอัดและปิดทับหน้าหลังด้วยกระดาษ เราเห็นจึงมีพื้นผิวที่มีความเรียบเนียน โดยปกติแล้วแผ่นยิปซั่มจะมีความหนาที่หลากหลายแต่ที่นิยมใช้กันในท้องตลาด ได้แก่ ขนาด 9 มม., 12 มม. และ 15 มม. ขนาดแผ่นกว้าง 1.20 ม. ยาว 2.40 ม. และยังมีราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับชนิด และความหนา โดยจะมีราคาตั้ง 140 – 300 บาท ต่อแผ่น เลยทีเดียวครับ โดยแผ่นฝ้าเพดานยิปซั่มแบ่งประเภทตามรูปแบบของการใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้ครับ

  • แผ่นยิปซั่มรุ่นมาตรฐาน จะมีสีขาว ทำฝ้าเพดานต่าง ๆ และสามารถทำผนังได้ด้วยครับ
  • แผ่นยิปซั่มทนความชื้น จะมีลักษณะเป็นพื้นผิวที่เขียว เหมาะกับฟังก์ชั่นที่มีความชื้นสูง เพื่อไม่ให้เกิดเชื้อรา ซึ่งได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว หรือฝ้าภายนอกก็ตาม
  • แผ่นยิปซั่มทนไฟ จะมีลักษณะเป็นสีชมพู เหมาะกับการใช้งานสำหรับห้องที่มีความร้อนค่อนข้างสูง หรือการป้องกันไม่ให้เกิดการลามไฟไปยังจุดอื่นๆ ได้ครับ (สามารถทนเพลิงไหม้ได้ 3 ชั่วโมง โดยไม่ร่วงหล่น) เหมาะกับห้องห้องคอมพิวเตอร์ หรือช่องลิฟท์ทางหนีไฟ และยังสามารถติดตั้งผนังอาคารต่าง ๆ ได้ด้วย
  • แผ่นยิปซั่มกันร้อนติดอลูมิเนียมฟอยล์ ฝ้าประเภทนี้สามารถสะท้อนรังสีความร้อนได้สูงถึง 95% ติดไว้ด้านหลังของแผ่นยิปซั่ม ช่วยลดความร้อนภายในได้ดี นิยมติดตั้งบริเวณฝ้าของห้องใต้หลังคา
  • แผ่นยิปซั่มสำหรับดัดโค้ง ฝ้าประเภทนี้มีความหนา 6 มม. เป็นความหนาที่ดัดโค้งในรัศมีที่แคบได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ ช่วยเลย

คุณสมบัติเด่น ฝ้าเพดาน ยิปซั่ม

  • น้ำหนักเบา ทั้งแผ่นยิปซัมและโครงคร่าวอลูมิเนียม
  • แผ่นยิปซั่มแข็งแต่เปราะจากของมีคม ใช้คัตเตอร์ในการตัด เจาะได้
  • ติดตั้งง่าย และรวดเร็ว 
  • ผิวเนียนเรียบ ไร้รอยต่อ 
  • หาวัสดุ และช่างติดตั้งได้ง่าย
  • ช่วยลดเสียง และลดความร้อนได้ด้วย

คุณสมบัติด้อย ฝ้าเพดาน ยิปซั่ม

  • เนื้อยิปซั่มมีโอกาสเปราะหักง่าย ต้องระมัดระวังในการใช้งาน
  • ซื้อให้เหมาะกับพื้นที่ที่ใช้งาน เพราะบางประเภททนต่อความชื้นได้ไม่ดีครับ

2. ฝ้าเพดานที่ทำมาจากวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์

ฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือคนทั่วไปเรียกว่าแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด ถูกผลิตมาจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ คุณสมบัติของฝ้าชนิดนี้มีความทนทานสูงขึ้น โดยแผ่นฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์ในท้องตลาดมีขนาดที่หลากหลายมากครับ ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่โดยมีขนาดต่าง ๆ ดังนี้

  • ขนาด 120x240 ซม. มีความหนาที่ 4, 6, 8, 10, 12, 16, 18, 20 มม.
  • ขนาด 60x120 ซม. มีความหนาที่ 4 และ 6 มม.
  • ขนาด 60x240 ซม. มีความหนาที่ 4 มม.
  • ขนาด 120x120 ซม. มีความหนาที่ 4 มม.

โดยมีราคาในทัองตลาดตั้งแต่ 400 - 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภท และขนาด

คุณสมบัติเด่น ฝ้าเพดาน ไฟเบอร์ซีเมนต์

  • น้ำหนักเบา และติดตั้งได้ง่าย
  • ช่วยให้บ้านเย็น ลดความร้อนเข้าบ้านเนื่องด้วยทำมาจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ จึงช่วยให้บ้านประหยัดค่าไฟฟ้าได้ดี
  • ปลวกไม่กินอย่างแน่นอน เพราะทำมาจากปูนซีเมนต์ และส่วนผสมชนิดพิเศษอื่นๆ
  • ไม่ลามไฟ ฉะนั้นจึงช่วยยืดระยะเวลาในการหนีได้ครับ
  • มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกสูง
  • สามารถนำมาดัดโค้งได้ดีในระดับหนึ่ง ช่วยเพิ่มลูกเล่นในการตกแต่งบ้านได้
  • ทนแดด ทนน้ำ ทนฝน ได้นานนับหลายสิบปีโดยไม่มีเปื่อย
  • สามารถใช้งานได้ทั้งภายใน และภายนอก

คุณสมบัติด้อย ฝ้าเพดาน ไฟเบอร์ซีเมนต์

  • เห็นรอยต่อระหว่างแผ่นชัดเจน เวลาต่อกันและนำมาฉาบเรียบอาจจะไม่เนียนเหมือนกับใช้ยิปซัมบอร์ด 
  • พื้นผิวไม่ค่อยสวยงาม ซึ่งจะทำให้ทาสีไม่ค่อยเรียบเนียนเท่าไร

3. ฝ้าเพดานที่ทำมาจากวัสดุไม้เทียมพลาสติกคอมโพสิต (Wood Plastic Composite)

          ฝ้าเพดานไม้เทียมพลาสติกคอมโพสิต หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า WPC โดยวัสดุนี้มีส่วนผสมของไม้ และพลาสติกเข้าด้วยกัน โดยมี 2 ชนิดให้เลือกใช้ คือ หน้าตัดแบบกลวง และหน้าตัดแบบตัน การนำไปใช้ก็ขึ้นอยู่กับความยาวของห้อง และขนาดครับ ถ้าแบบหน้าตัดตันก็จะมีการแอ่นตัวได้น้อยกว่านั้นเอง

นอกจากนี้ในกระบวนการผลิตยังสามารถแบ่งประเภทของส่วนผสมต่างๆ ได้ดังนี้

  • ไม้สังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของ Polyethylene (PE based) ผสมกับผงไม้
  • ไม้สังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของ Polypropylene (PP based) ผสมกับผงไม้
  • ไม้สังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของ Polyvinyl chlolide (PVC based) ผสมกับผงไม้

          สำหรับขนาดไม้ระแนง WPC สำหรับทำฝ้า (แบบกลวง) ที่นิยมในท้องตลาดนั้นมีหน้าตัดความกว้างตั้งแต่ 2 - 12 เซนติเมตร และมีความยาวตั้งแต่ 1 - 3 เมตร ราคาในท้องตลาดตั้งแต่ 200 จนถึง 1,000 บาทต่อชิ้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับขนาด ลวดลาย และเกรดของวัสดุ

คุณสมบัติเด่น ฝ้าเพดาน ไม้เทียมพลาสติกคอมโพสิต

  • เนื่องจากวัสดุมีส่วนผสมของพลาสติกจึงไม่มีมอด และแมลงรบกวน
  • มีความแข็งแรงทนทานใช้งานได้นาน และมีน้ำหนักที่เบากว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ขณะที่ขนาดเท่ากัน
  • ทนทานต่อความชื้น (ขึ้นอยู่กับส่วนผสมระหว่างไม้กับพลาสติก)
  • เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีสีและลวดลายเรียบร้อย จึงลดขั้นตอนในการทาสี
  • สวยงาม สามารถตัดแต่งได้เหมือนไม้จริง
  • สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้
  • ไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ
  • สามารถทำเป็นโครงสร้างเพราะรับน้ำหนักบางประเภทได้

คุณสมบัติด้อย ฝ้าเพดาน ไม้เทียมพลาสติกคอมโพสิต

  • หากบริเวณที่ติดตั้งโดนแดดจัด ๆ จะทำให้เนื้อวัสดุสีซีดจางลง
  • ไม่สามารถทาสีทับได้ หากต้องการสีที่เฉพาะเจาะจง

4. ฝ้าเพดานที่ทำมาจากวัสดุไวนิล

          ฝ้าเพดานที่ทำจากไวนิล ซึ่งปัจจุบันเป็นวัสดุที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในท้องตลาดเรื่อย ๆ โดยผลิตมาจาก UPVC หรือ Unplasticized Polyvinyl Chloride หรือพูดง่าย ๆ คือเป็นเนื้ออะคริลิกประเภทหนึ่ง โดยฝ้าเพดานไวนิลนี้เหมาะกับทั้งอาคารในร่ม และกลางแจ้งขนาดใหญ่ เช่น ปั๊มน้ำมัน, อาคารสำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า และอาคารสาธารณะ

          ซึ่งราคาจะถูกหรือแพงนี้ขึ้นอยู่กับขนาด และลวดลายของแผ่นฝ้าไวนิลเป็นสำคัญ แต่สำหรับขนาดที่คนทั่วไปนิยมนำไปใช้ จะมีขนาดตั้งแต่กว้าง 14 - 25 เซนติเมตร หนา 1 - 8 มิลลิเมตร และมีความยาวมาตรฐาน 4, 5, 6 เมตร (สามารถสั่งความยาวได้สูงสุดถึง 12 เมตรครับ)

คุณสมบัติเด่น ฝ้าเพดาน ไวนิล

  • ติดตั้งได้ง่ายได้ไว เนื่องจากการดีไซน์ที่นำมาติดตั้งมีการเข้าลิ้นกันในแต่ละชิ้น
  • พื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ จึงสามารถใช้ได้ทั้งสองด้าน
  • มีน้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก
  • สามารถกันน้ำ และยังกันปลวกได้อีกด้วย
  • มีลายมากมายให้เลือก
  • ดูแลรักษา เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย 

คุณสมบัติด้อย ฝ้าเพดาน ไวนิล

  • หากใช้งานไปนาน ๆ และติดตั้งในพื้นที่ที่มีแดดจัดอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสีได้
  • เนื้อวัสดุอ่อนตัวได้น้อยกว่าวัสดุแผ่นอื่น ๆ จึงทำงานดีไซน์โค้งได้ยากกว่า
  • มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับวัสดุอื่น ๆ

5. ฝ้าเพดานที่ทำมาจากวัสดุอะลูมิเนียม

 ฝ้าเพดานอะลูมิเนียม ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นแผ่นระแนง หรืออาจจะถูกดีไซน์เป็นแบบตะแกรงก็ได้ มีคุณสมบัติดีที่ไม่ก่อให้เกิดสนิม ทนฝน หากวัสดุมีส่วนผสมของอะลูมิเนียมเกรดสูง ๆ สามารถป้องกันการเกิดสนิมได้อย่างดีเลยล่ะ และยังทนความร้อนได้ดี มีมวลโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน บิดงอผิดรูปได้ยาก เหมาะกับบ้านหรือคอนโดแบบโมเดิร์นครับ

          ซึ่งจะพบเห็นการนำฝ้าเพดานอะลูมิเนียมมาใช้กับอาคารสาธารณะขนาดใหญ่ อย่างเช่น สถานีขนส่ง สนามบิน อาคารสำนักงาน เพื่อซ่อนงานระบบได้ในระดับหนึ่ง เพื่อให้สามารถเห็นการเกิดข้อผิดพลาดของระบบ และสามารถซ่อมได้ง่าย

คุณสมบัติเด่น ฝ้าเพดาน อะลูมิเนียม

  • เป็นวัสดุที่ไม่บิดตัว มีความทนทาน ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานนับสิบ ๆ ปี
  • พื้นผิวหน้ามีความเรียบตึง ให้ความสวยงามทันสมัย และมีให้เลือกหลายสี
  • มีน้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก และทำให้ติดตั้งได้ง่ายในเวลาที่รวดเร็ว
  • ไม่มีปัญหาเรื่องความชื้น และไม่เป็นสนิม
  • ดูแลรักษาทำความสะอาด และซ่อมแซมได้ง่าย
  • ทนต่อการลามไฟได้ดีในระดับหนึ่ง

คุณสมบัติด้อย ฝ้าเพดาน อะลูมิเนียม

  • สามารถรับแรงกระแทกได้ในระดับหนึ่ง หากเสียหายผิดรูปแล้ว มักจะซ่อมแซมได้ยาก
  • ราคาค่อนข้างสูง จึงไม่นิยมนำมาใช้ในอาคารบ้านเรือน

ขั้นตอนการติดตั้งฝ้าเพดาน

1. ร่าง Plan ติดตั้งฝ้า

          หรือการร่างแปลนการติดตั้งฝ้าเพดาน ซึ่งเป็นจุดเริ่มแรกที่ควรทำอย่างยิ่งเลยครับ เพราะไม่เพียงช่วยคำนวณจำนวนของฝ้าเพดานที่ต้องใช้แล้ว แต่ยังช่วยให้คุณสามารถออกแบบได้ตามใจแต่ยังสามารถอยู่ในกรอบที่สามารถติดตั้งได้ครับ และยังมีผลลัพธ์ให้ห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และสวยงามมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งหากว่าห้องที่คุณจะติดตั้งฝ้าเพดานขนาด 9x11 ฟุต จะต้องสั่งฝ้าเพดานให้เท่ากับจำนวนที่จะใช้ติดตั้งกับห้องขนาด 10x12 ฟุต จึงจะเพียงพอต่อการใช้งาน

2. กำหนดระดับฝ้าเพดานที่ผนังห้อง

          นอกจากร่างแบบแปลนแล้ว ต่อมาก็มากำหนดระดับความสูงต่ำของฝ้าเพดานกันครับ โดยออกแบบให้คนที่อยู่อาศัยรู้สึกสบายด้วยนะครับ หลังจากนั้นก็ลงมือโดยทำสัญลักษณ์ขีดระดับเอาไว้ จากนั้นก็ยึดโครงระดับความสูงที่กำหนดเอาไว้ จากนั้นก็เริ่มติดตั้งโครงคร่าวได้เลย

3. ใช้ตะขอเกี่ยวรั้วยึดโครงให้แน่นหนา

  นิวบ์แนะนำเลยว่า เพื่อให้โครงคร่าวเกิดความแข็งแรงมากขึ้น แนะให้ใช้ตะขอตัวใหญ่ มาเกี่ยวระหว่างตะปูที่ตอกยึดโครงเหล็กกับตัวโครงคร่าวเอาไว้

4. แขวนสปริง

          ใช้สว่านเจาะเพดาน ตามที่เราได้วางแปลนเอาไว้ เจาะเพื่อแขวนระยะของโครงคร่าว โครงลวดสปริงเป็นแนวสี่เหลี่ยม โดยควรติดลวดสปริงไขว้ทับกันเป็นรูปตัว T ด้วย จะแข็งแรงเป็นพิเศษครับ

5. ยึดปลายโครงด้วยรีเวท

          ระหว่างขึ้นโครงสำหรับวางฝ้าเพดาน ต้องยึดปลายโครงด้วยรีเวทด้วยนะครับ

6. ค่อย ๆ วางแผ่นฝ้าเพดานบนโครง

          เมื่อประกอบโครงเหล็กเรียบร้อยแล้วก็ค่อย ๆ นำแผ่นฝ้าเพดานมาวางตามโครงคร่าวที่เราได้วางไว้ โดยวางแผ่นฝ้าเพดานทีละแผ่นจนครบ

8. ตัดฝ้าเพดานที่มีขนาดเกิน

          สำหรับแผ่นฝ้าเพดานที่มีขนาดใหญ่เกินโครงเหล็ก ซึ่งมักจะเกินกับโครงคร่าวปลาย ๆ แล้ว ก็สามารถ วัดขนาดที่พอดี และตัดส่วนเกินได้เลยครับ

9. เจาะรูแผ่นฝ้าเพดาน

          ก่อนที่จะติดตั้งฝ้าเพดาน อย่าลืมนะครับ หากจุุดไหนมีการติดตั้งดวงไฟก็อยากลืมเจาะฝ้าเพดานด้วยนะครับ เพื่อเว้นระยะตรงหลอดไฟเอาไว้ด้วย ซึ่งขั้นตอนนี้ สามารถกะระยะด้วยสายตาได้เลยครับ

10. ฉาบซิลิโคนอุดรอยตำหนิ

          กระบวนการสุดท้ายเมื่อติดตั้งต่าง ๆ เสร็จแล้ว ก็ต้องเก็บงานให้เรียบร้อยกันครับ โดยสำรวจให้ทั่วก่อนเลยครับว่าจุดเสียมีตรงไหนบ้าง แล้วนำซิลิโคนมาอุดรอยตำหนิเหล่านี้ให้เรียบร้อย แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ

ดูแลรักษาฝ้าเพดาน

วิธีการดูแลรักษาฝ้าเพดาน

ขั้นตอนวิธีการทำความสะอาดฝ้าเพดานสามารถทำได้ดังนี้

1. จัดการของภายในห้อง

          ควรเริ่มจากการเก็บสิ่งที่อยู่ภายใต้ฝ้าเพดานที่จะทำความสะอาดก่อน หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ของชิ้นใหญ่ควรมีผ้าคลุมให้เรียบร้อย ก่อนทำความสะอาดฝ้าเพดาน

2. เตรียมอุปกรณ์
  • เครื่องดูดฝุ่น หรือไม้กวาด
  • ไม้ที่มีความยาวสูงถึงฝ้าเพดาน
  • ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ
  • น้ำส้มสายชู
  • หน้ากากอนามัย
  • แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันดวงตา

3. กำจัดฝุ่นเบื้องต้น

          ง่าย ๆ เลยก็คือเราสามารถใช้ไม้กวาดหยากไย่มาทำความสะอาด หรือสามารถใช้เครื่องดูดฝุ่นได้ครับ โดยเฉพาะตามมุมห้องจะมีฝุ่นและหยากไย่มากเป็นพิเศษ

4. เช็ดทำความสะอาด

          ถ้าสังเกตได้ว่าเพดานมีเชื้อราขึ้น ใช้วิธีโดยการนำผ้าชุบน้ำส้มสายชุบ แล้วเช็ดบริเวณที่มีเชื้อราขึ้น เนื่องจากน้ำส้มสายชูมีสภาพเป็นกรดสามารถกำจัดเชื้อราได้

5. ทำความสะอาดส่วนอื่น ๆ

          นอกจากฝ้าเพดานแล้ว ส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฝ้าเพดานก็ต้องทำความสะอาดเช่นกันนะครับ เช่น พัดลมระบายอากาศที่ติดกับฝ้า เพราะจุดนี้มีการพัดพาอากาศมากเป็นพิเศษ จึงมีฝุ่นในบริเวณนี้จำนวนมากสามารถกำจัดฝุ่นเหล่านี้ได้ด้วยการใช้เครื่องดูดฝุ่น ซึ่งอาจจะต่อยาวมากขึ้นครับ และใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาด

 ทีนี้เราก็รู้แล้วนะครับว่าฝ้าเพดานนั้นมีประโยชน์อย่างมากมาย ทั้งด้านความสวยงาม การตกแต่ง การบดบังสายตาจากสิ่งที่ไม่เรียบร้อยต่าง ๆ อย่างท่อน้ำ หรือสายไฟตามแนวเพดาน รวมไปถึงการช่วยลดเสียงจากห้องด้านบนได้อีกด้วย ดังนั้น เราควรจะใส่ใจกับเรื่องของเพดานห้องของเราด้วย ทั้งเรื่องของวัสดุที่ควรใช้ รวมไปถึงวิธีการทำความสะอาดฝ้าเพดานที่ถูกต้องด้วย เพื่อที่ฝ้าเพดาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญภายในห้องของเรา จะได้ไม่ชำรุดและอยู่กับเราไปได้นาน ๆ ครับ และสำหรับสาระเรื่องฝ้าเพดานก็มีเพียงเท่านี้ครับ และในบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับคอนโดอะไรอีกนั้น เพื่อน ๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราได้เลยครับ

Written by NewbPete