logo

             เมื่อเราพบเจอกับอากาศร้อน สิ่งที่เราทำเพื่อเป็นการแก้ปัญหานั่นก็คือการเปิดแอร์ แต่ว่าในบางครั้ง การที่เราเปิดแอร์ เราจะพบว่าแอร์ไม่เย็นสักที หรือบางทีก็เย็นช้ามาก ซึ่งปัญหาแอร์ไม่เย็นนี้ ก็สามารถเกิด ขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุมาก ๆ แต่ก็มีสาเหตุยอดฮิต ที่มักจะเกิดขึ้นได้เสมอในทุก ๆ เวลาและมักจะเป็นสาเหตุแรก ๆ นั่นก็คือการปรับโหมดแอร์ผิด หรือการไม่รู้จักโหมดต่าง ๆ ในการทำงานของแอร์ และในวันนี้ CondoNewb ก็จะมาอธิบาย ว่าโหมดต่าง ๆ บนรีโมทแอร์นั้นจะมีอะไรบ้าง ในแต่ละโหมดของแอร์จะทำงานกันอย่างไร จะเป็นอย่างที่เพื่อน ๆ เคยเข้าใจหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลยครับ

รีโมทแอร์

(ขอบคุณรูปจาก carrierthailand)

รู้จักโหมดการทำงานบนรีโมทแอร์กันก่อน

         สำหรับเรื่องของการปรับแอร์ให้เย็นและประหยัดไฟ คือการเลือกโหมดแอร์ให้เหมาะสมกับอุณหภูมิห้องและความต้องการของเราครับ โดยโหมดการทำงานหลักที่มีในแอร์ทั่วไป ผู้ผลิตแอร์ในปัจจุบันได้ใส่โหมดการทำงานพื้นฐานมาให้ โดยโหมดการทำงานที่ว่าบนรีโมทแอร์นี้มีอยู่ด้วยกันราว ๆ 4 โหมดการทำงาน ได้แก่ โหมด Auto, Cool, Fan, Dry ซึ่งในในแอร์รุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์รุ่นที่มาพร้อมด้วยฟังชั่นเสริมมากมาย ก็อาจจะมีอีกหนึ่งโหมดการทำงานเพิ่มเข้ามานั่นก็คือโหมด Heat โดยในแต่ละโหมดการทำงานก็จะถูกออกแบบให้มีการทำงานที่ต่างกันออกไป เพื่อให้ได้ผลที่ต่างกัน รายละเอียดของแต่ละโหมดก็มีดังต่อไปนี้

รีโมทแอร์โหมด Auto

1. รีโมทแอร์โหมด Auto

          โหมด AUTO ส่วนตัวผมไม่เคยใช้ในแอร์บ้านเลย ส่วนใหญ่จะกด AUTO เวลาใช้งานแอร์รถยนต์เท่านั้น ซึ่งหลัการการทำงานนั้นก็จะเหมือนกันเลยครับ คือเมื่อเรากดโหมด AUTO บนรีโมทแอร์ แอร์ของเราก็จะทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ โดยจะควบคุมอุณหภูมิและความแรงของพัดลมเอง โดยที่เราไม่ต้องไปคอยปรับครับ หรือยิ่งไปกว่านั้น แอร์สมัยใหม่ยังสามารถที่ประรู้ได้ด้วยว่า ณ ขณะนี้ มีคนอยู่ในห้องจำนวนกี่คน เคลื่อนไหวอยู่ ตื่นอยู่ หรือกำลังนอนหลับ และแอร์ก็จะสามารถปรับการทำงานให้เข้ากับกิจกรรมของคนภายในห้องได้ด้วยครับ

          โหมดการทำงาน อาจมีการจะสลับกันเองระหว่างโหมด Cool กับ Dry เพื่อให้อุณหภูมิของห้องนั้นเป็นไปตามที่เราได้ตั้งเอาไว้ ถ้าหากอุณภูมิต่ำเกินไป ก็จะปิดโหมด Cool แล้วทำให้อุณภูมิอุ่นส่วน ส่วนถ้าอุณภูมิสูงเกินไป โหมด Cool ก็จะทำงานขึ้นมาเองครับ

รีโมทแอร์โหมด Cool

2. รีโมทแอร์โหมด Cool

          โหมด Cool ก็แปลตรงตัวตามชื่อเลยครับ เมื่อกดปุ่ม Cool บนรีโมทแอร์ เครื่องก็จะทำความเย็น ควบคุณอุณภูมิห้องให้ต่ำตามที่เราตั้งไว้ครับ ซึ่งในเมืองไทย โหมด Cool จะเป็นโหมดหลักที่เราใช้กันอย่างถาวร เอาจริง ๆ บางคนแม้กระทั่งผมเอง ซื้อแอร์มาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี ก็ไม่เคยกดโหมดอื่นนอกจากโหมด Cool เลยครับ เพราะเนื่องจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน แอร์โหมด Cool จึงได้รับความนิยมเป็นพิเศษนั่นเอง

รีโมทแอร์โหมด Dry

3. รีโมทแอร์โหมด Dry

          โหมด Dry นี่ก็เป็นอีกโหมดที่เราน่าจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันครับ โดยความหมายของโหมด Dry ก็จะเป็นตามคำแปลเลยก็คือ จะทำให้อากาศแห้ง ลดความชื้นในอากาศนั่นเอง ซึ่งจากข้อมูลที่พบมา โหมดนี้จะมีประโยชน์ต่อเมื่อมีการควบแน่นของความชื้นในอากาศที่เกิดขึ้นบนแผงอีวาปอเรเตอร์หรือแผงทำความเย็น เพราะโดยหลักการพื้นฐานของแอร์ใช้ทำความเย็น จะใช้สารทำความเย็นในระบบที่ถูกทำให้ไหลไปตามท่อเพื่อให้มันเป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อน ซึ่งจะทำให้แผงที่บริเวณที่อยู่ในชุดคอยล์เย็นจะมีอุณหภูมิต่ำมาก จนความชื้นในอากาศพากันมาควบแน่นและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ไหลออกไปตามท่อน้ำทิ้ง *ข้อมูลจาก Thairemote

          ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไป การใช้งานของแอร์ในบ้านหรือในคอนโดก็ไม่จำเป็นต้องใช้โหมดนี้หรอกครับ เห็นว่าใช้กันแพร่หลายเฉพาะในห้องที่ต้องการควบคุมความชื้นในอากาศเท่านั้น เป็นดหมดที่มีเอาไว้ก็ไม่ได้เสียหาย เผื่อว่าในอนาคตใครต้องการควบคุมความชื้นในห้อง สำหรับการเก็บรักษาสิ่งของบางประเภท โหมดนี้ก็ถือว่ามีประโยชน์ในแง่นั้นมาก ๆ ครับ

รีโมทแอร์โหมด Fan

4. รีโมทแอร์โหมด Fan

          เมื่อเรากดรีโมทแอร์ในโหมด Fan หรือโหมดพัดลม เครื่องปรับอากาศของเราจะถูกตัดการทำงานในส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์ออกไป และเหลือเพียงตัวเครื่องด้านในที่ยังคงเป่าลมออกมาอยู่ ซึ่งโหมดแฟนนอกจากจะตัดการทำงานของคอมเพรซเซอร์แล้ว ยังไปตัดการจ่ายน้ำยาแอร์ที่จะเป็นตัวทำความเย็นอีกด้วย ฉะนั้นลมที่ออกมาจากเครื่องปรักอากาศก็จะเป็นลมที่มีอุณหภูมิเทียบเท่ากับอุณภูมิห้อง ซึ่งเราจะใช้ก็ต่อเมื่อเกิดปัญหากลิ่นอับในแอร์ หรือต้องการเพิ่มอุณภูมิของห้องก็ได้เช่นกันครับ รวมถึงยังสามารถใช้เพื่อลดลายน้ำแข็งที่เกาะอยู่ในแอร์ ช่วยลดปัญหาท่อน้ำทิ้งแอร์ตันหรือน้ำแอร์หยดได้ด้วยนะ

          ซึ่งปุ่มนี้เป็นปุ่มเจ้าปัญหามาก มีหลาย ๆ คนที่สับสนระหว่างโหมด Cool และ Fan เพราะเห็นสัญลักษณ์กันมาหลายต่อหลายคนแล้ว จริงอยู่ที่มันเป็นสัญลักษณ์รูปพัดลม ก็พาลให้นึกไปถึงการทำความเย็นได้ แต่ต้องอย่าลืมว่าโหมด Cool ที่สัญลักษณ์เป็นเกล็ดหิมะนั้นย่อมต้องเย็นกว่า ใครที่กำลังเจอปัญหาแอร์ไม่เย็น แอร์ออกแต่ลม เปลี่ยนโหมดนี้ก่อนเลยเป็นอันดับแรกครับ

รีโมทแอร์โหมด Heat

5. รีโมทแอร์โหมด Heat

            โหมดสุดท้าย เป็นโหมดบนรีโมทแอร์ที่ส่วนตัวผมไม่คิดจะไปแตะต้องมันเลย เนื่องจากโหมด Heat นั้นคือโหมดที่จะมาทำความร้อนหรือเพิ่มอุณหภูมิภายในห้องของเรานั่นเอง หลักการทำงานก็จะใช้ Heat Pump เป็นตัวทำความร้อน สลับการทำงานให้เครื่องปรับอากาศนั้นปล่อยลมร้อนเข้ามาภายในห้องนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเครื่องปรักอากาศที่ขายในประเทศเขตร้อนแบบในบ้านเรามักจะไม่นำโหมดนี้มาใส่เอาไว้ แต่ถ้าเกิดมีโหมดนี้ให้ลองสังเกตสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์บนรีโมทแอร์ แล้วแนะนำว่าอย่าไปแตะต้องมันเชียว แค่อากาศปกติเมืองไทยก็ร้อนพอแล้วเนอะ

. . . . . . . . .

วิธีการดูแลรักษารีโมทแอร์ที่ถูกต้อง

          บ่อยครั้งที่เรากดรีโมทแอร์ไม่ติด เราก็มักจะตบรีโมทแอร์แบบแรง ๆ เพื่อให้เรากดปุ่มแอร์ติด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนี่เป็นวิธีที่ผิดมาก เพราะนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังทำให้รีโมทแอร์พังเร็วขึ้นอีกด้วย ซึ่งในบางครั้งที่เรากดรีโมทไม่ติดนั้น อาจจะมีสาเหตุมาจากแค่เรายิงอินฟราเรดจากรีโมทไม่ตรงกับตัวรับเซ็นเซอร์ หรืออาจจะแค่ถ่านหมดก็ได้ และสำหรับวิธีการดูแลรักษารีโมทแอร์ที่ถูกต้องนั้น จะมีดังนี้

1. เลิกพฤติกรรมการโยนรีโมทแอร์

          กลับมาบ้านปุ๊บ เปิดแอร์ โยนรีโมท แล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนเป็นอะไรที่สุขมาจริง ๆ แต่รู้ไหมว่าการโยนรีโมทนี่เสี่ยงมากที่จะทำให้รีโมทแอร์พังได้ง่าย ๆ เลย ไอ้โยนลงบนที่นอนน่ะไม่เป็นไร แต่เคยเจอไหมที่รีโมทแอร์เด้งจากที่นอนลงไปจูบกับพื้น แตกเป็นเสี่ยง ๆ แบบนั้นงานเข้าแน่ ยิ่งถ้าเครื่องปรับอากาศของใครควบคุมการเปิด-ปิดที่ตัวเครื่องไม่ได้ยิ่งเเล้วใหญ่เลย แต่ถึงแม้จะสาามารถควบคุมการเปิด-ปิดได้ที่ตัวเครื่อง การปรับอุณหภูมิก็ยังต้องพึ่งรีโมทแอร์อยู่ดีนา...

2. ถอดถ่านรีโมทแอร์ เมื่อไม่ได้ใช้

          ไม่ใช่แค่รีโมทแอร์เท่านั้นนะ แต่พวกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ถ่ายทั้งหมดที่ไม่ได้ใช้บ่อย ๆ เราก็ควรที่จะถอดถ่านออกทั้งหมด เนื่องจากว่าพอนาน ๆ เข้า ถ่านจะปล่อยของเหลวออกมาและส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะรีโมทแอร์นั้นเสียหายได้ ตรงนี้ใครก็ตามที่ไม่ค่อยอยู่ห้อง ซื้อคอนโดตากอากาศ แนะนำให้ถอดถ่านรีโมทแยกเก็บไปเลยครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะถอดทุกวันนะครับ แบบนั้นก็เสี่ยงที่จะทำให้รีโมทแอร์ลัดวงจรด้วย

3. อย่าเคาะตัวรีโมทแอร์

การเคาะรีโมทนี่เป็นการแก้ปัญหาแบบบ้าน ๆ ที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งมันผิดมาก! จริงอยู่ที่ว่าบางครั้งมันได้ผลเวลาที่อยู่ดี ๆ รีโมทแอร์หรือรีโมทอื่น ๆ ก็เกิดกดไม่ติดขึ้นมา แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องเคาะ เเค่เปิดฝาปิดถ่านเเล้วหมุน ๆ ถ่านนิดนึงก็ใช้ได้เเล้ว การเคาะนี่นอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรเท่าที่ควรเเล้ว ยังอาจจะทำให้รีโมทเสียหายไม่ต่างจากการทำรีโมทตกพื้นอีกด้วย คุณพ่อคุณม่ใครชอบเคาะรีโมท รีบห้ามและบอกเรื่องนี้ให้ไวเลยนะครับ

4. วางรีโมทแอร์ให้ห่างจากน้ำ

          หลายครั้งที่เราวางรีโมทเอาไว้บนโต๊ะเเล้ววางแก้วน้ำเย็นไว้ข้างกัน จากนั้นไอน้ำที่จับตัวอยู่บนแก้วซึ่งไหลอยู่บนโต๊ะก็ไหลมาหารีโมทจนรีโมทก็เปียกแบบงง ๆ ซึ่งรีโมทก็เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป ต้องห้ามโดนน้ำอย่างเด็ดขาด อันนี้ระวังด้วยนะครับ

5. วางรีโมทแอร์ให้ห่างจากขอบโต๊ะ

          รีโมทนี่เป็นวัตถุที่ตกขอบโต๊ะบ่อยที่สุดในบ้านผมเลย ไม่รู้ทำไม ซึ่งผลเสียของมันก็ไม่ได้แตกต่างจากการเคาะหรือการทำตกหรอกครับ เเค่อยากจะนำมาเขียนเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อแนะนำให้กับทุก ๆ คนเท่านั้นเอง เวลาใช้รีโมทแอร์หรือรีโมทใด ๆ ก็ตามเเล้วให้เก็บเข้าที่ หรือไม่ก็ระวังอย่าให้รีโมทนั้นอยู่ชิดขอบโต๊ะจนเกินไป เผลอเอามือไปปัดเข้า รีโมทตกเสียหาย ใช้ไม่ได้เลยนะเออ

. . . . . . . .

          การที่แอร์จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราจะต้องรู้จักการปรับโหมดการใช้งานแอร์ให้ถูกต้องตามสถานการณ์ต่าง ๆ เพราะนอกจากเราจะได้สภาพอากาศและอุณหภูมิที่เหมาะสมแล้ว การปรับโหมดแอร์อย่างถูกต้องตามสภาพอากาศยังเป็นอีกหนึ่งวิธีการดูแลรักษาแอร์ให้สามารถใช้งานไปได้นาน ๆ อีกด้วย ซึ่งนั่นก็จะขึ้นอยู่กับรีโมทแอร์ ที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปรับโหมดแอร์ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราจะต้องดูแลรักษาให้ดีด้วยเช่นกันครับ และสำหรับสาระความรู้เรื่องการใช้รีโมทแอร์ ก็มีเพียงเท่านี้ครับ และในบทความต่อไปนั้นจะเป็นเรื่องราวหรือปัญหาคอนโดแบบไหนอีก เพื่อน ๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโด ของเราได้เลยครับ

Written by NewbBEN