logo

          รู้หรือไม่ว่า วัสดุที่ใช้ก่อสร้างอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่นั้นไม่ได้จำกัดแค่เพียงการก่ออิฐ การต่อโครงเหล็ก หรือคอนกรีตเสริมเหล็ก วัสดุอย่างไม้ก็สามารถใช้ก่อสร้างอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่ได้ แต่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า วัสดุอย่างไม้มีความเปราะบาง ทั้งความสามารถต่อการรับน้ำหนักและความอ่อนไหวต่อภัยพิบัติอย่างอัคคีภัย แล้วตึกสูงที่สร้างจากไม้จะมั่นคงในทางวิศวกรรมและมีความปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยในระยะยาวแค่ไหนกันแน่ ซึ่งแท้จริงแล้ววัสดุที่เราเข้าใจว่าเป็นไม้ที่นำมาเป็นโครงสร้างอาคารสูงล่าสุดนี้ คือวัสดุที่ผ่านการดัดแปลงเพิ่มเติมจากไม้ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดของวัสดุอย่างไม้ ให้วงการอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างสรรค์อาคารไม้ได้ทัดเทียมกับอาคารที่สร้างด้วยวัสดุประเภทอื่น ๆ ในบทความสาระน่าสนใจเกี่ยวกับคอนโดในฉบับนี้ นิวบ์จะพาผู้อ่านไปหาคำตอบกันว่าจะเป็นยังไง? ถ้าตึกคอนโดสร้างด้วยไม้ CLT (Cross Laminate Timber) ซึ่งเป็นวัสดุชนิดใหม่แห่งอนาคตกันครับ

. . . . . . .

ไม้ CLT คืออะไร?

          วัสดุที่เรียกว่าไม้ชนิดใหม่นี้ ก็คือ Cross Laminated Timber หรือ ไม้ CLT คือวัสดุที่เสริมแรงจากวัตถุดิบจากไม้เดิม โดยการเตรียมวัสดุไม้เป็นแผ่นกระดาน (Plank) มาซ้อนทับกันเป็นชั้นเลเยอร์ โดยการเรียงแนวของแผ่นไม้ให้เป็นแนวขวางสลับกันไปมาตั้งแต่ 3 – 5 ชั้นขึ้นไป และเคลือบระหว่างชั้นเลเยอร์ของแผ่นไม้ด้วยกาวชนิดพิเศษ ช่วยให้แผ่น CLT แต่ละชั้นยึดติดกันมีความแข็งแรงมากขึ้นให้สามารถใช้เป็นโครงสร้างได้ทันที

          ซึ่งกรรมวิธีการผลิตในลักษณะนี้จะคล้ายคลึงกันกับการผลิตของไม้อัด (Plywood) แต่ไม้ CLT จะมีระยะความหนาของแต่ละชั้น (Plank) ที่มากกว่าไม้อัด ทำให้สามารถใช้ไม้ CLT เป็นโครงสร้างหลักของอาคารได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเสา คาน หรือพื้น มากกว่าไม้อัดที่บางกว่ามากและใช้เป็นเพียงวัสดุบุผนังและกระดานกั้นแนวผนังเท่านั้น

รูปแบบการผลิตไม้ CLT

ลักษณะการเรียงแนวของไม้ CLT ที่สลับขวางกัน ที่มา: wazzadu.com

ไม้ CLT มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

          เนื่องจากไม้ CLT เป็นวัสดุที่ผ่านการแปรรูปและเสริมแรงก่อน จึงมีความแข็งแรง มั่นคง และทนทานกว่าวัสดุจากไม้ทั่ว ๆ ไป ด้วยความหนาของแผ่นไม้ CLT ที่ผลิตสำเร็จ หรือความหนาของแต่ละชั้นก็ตาม ทำให้วัสดุอย่างไม้ CLT สามารถใช้เป็นวัสดุก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้ ซึ่งคุณสมบัติที่ทำให้ไม้ CLT มีความแข็งแรงไม่แพ้วัสดุอย่างคอนกรีตเสริมเหล็ก เหล็กรูปพรรณ หรือไม้ธรรมดาทั่ว ๆ ไปเลยทีเดียวครับ

การใช้ไม้ CLT ในส่วนของโครงสร้างหลักอย่างเสา คาน และพื้น

การใช้ไม้ CLT ในส่วนของโครงสร้างหลักอย่างเสา คาน และพื้น ก่อนที่จะบุตกแต่งด้วยวัสดุชนิดอื่น ๆ ที่มา: naturallywood.com

คุณสมบัติไม้ CLT ในการรับน้ำหนัก

          อย่างที่นิวบ์ได้อธิบายไปในเบื้องต้นว่า ไม้ CLT ผลิตด้วยการแปรรูปไม้ธรรมดามาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ โดยยึดติดกันด้วยการเคลือบกาวชนิดพิเศษ ไม้ CLT จึงมีความแข็งแรงและมั่นคงไม่ปริแตกจากกันได้ง่าย รวมถึงด้วยความหนาของการซ้อนกันเป็นเลเยอร์ ทำให้โครงสร้างไม้ CLT สามารถรับน้ำหนักทั้งส่วนที่มาจากตัวโครงสร้างของอาคารเอง รวมถึงน้ำหนักของเครื่องเรือนตกแต่งและตัวผู้อยู่อาศัยอีกด้วย ซึ่งหากโครงสร้างไม้ CLT ซ้อนชั้นเลเยอร์ของไม้ให้หนาขึ้น ก็จะยิ่งรับน้ำหนักได้มากขึ้น

          นอกจากนี้ด้วยน้ำหนักของตัวไม้ CLT มีน้ำหนักที่เบากว่าโครงสร้างอย่างเหล็กและคอนกรีต แต่มีประสิทธิภาพในการรับน้ำหนักได้เท่า ๆ กัน ทำให้โครงสร้างอาคารจากไม้ CLT สามารถรับน้ำหนักของการอยู่อาศัยได้มากขึ้น และลดภาระในการแบกน้ำหนักของตัวอาคารเองน้อยลงด้วย

แบบแสดงแนวโครงสร้างอาคารด้วยไม้ CLT

ภาพแสดงรูปแบบโครงสร้างอาคารที่ใช้ไม้ CLT ที่มา: aeccafe.com

คุณสมบัติของไม้ CLT ในความยืดหยุ่น

          นับว่าเป็นคุณสมบัติเฉพาะวัสดุนอกเหนือจากเหล็กที่มีความยืดหยุ่นในตัว วัสดุอย่างไม้ธรรมดาหรือไม้ที่ผ่านการแปรรูปอย่างไม้ CLT ก็ยังคงคุณสมบัติความยืดหยุ่นได้ดีแม้จะผ่านการเสริมแรงให้มีความั่นคงและทนทาน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ขาดไปจากโครงสร้างที่ใช้วัสดุอย่างคอนกรีตนั่นเอง

          หากมีการออกแบบอย่างละเอียดและพิถีพิถัน หรือเสริมแรงด้วยแม่แบบข้อต่อเหล็กที่ส่วนของจุดเชื่อมต่อของโครงสร้างอาคาร เช่น จุดเชื่อมระหว่างเสาและคาน ที่เว้นช่องให้โครงสร้างสามารถขยับตามความสั่นไหวได้ ก็จะยิ่งช่วยให้โครงสร้างอาคารจากไม้ CLT มีความแข็งแรงแต่ก็ยืดหยุ่นต่อแรงลมและแผ่นดินไหว ไม่แพ้อาคารที่มีโครงสร้างจากเหล็กเลย

การเผาไหม้ของไม้ CLT

ภาพแสดงอัตราการเผาไหม้ของไม้ CLT ที่ช้าและทนทานกว่าไม้ธรรมดา ที่มา: wazzadu.com

คุณสมบัติไม้ CLT ในการทนไฟไหม้

          เป็นคุณสมบัติที่หลาย ๆ คนอาจจะแปลกใจ รวมถึงคอนโดนิวบ์ด้วยเหมือนกัน ว่าเอ๊ะ! วัสดุอย่างไม้นับว่าเป็นวัสดุเชื้อไฟไม่ใช่เหรอ แล้วไม้ CLT จะทนไฟได้อย่างไร ก็ต้องขออธิบายเพิ่มเติมก่อนว่า ด้วยการที่ไม้ CLT ถือว่าเป็นวัสดุแปรรูปมาจากไม้ธรรมดา ด้วยการเคลือบกาวชนิดพิเศษและซ้อนต่อกันชิดติดแน่น การลามของไฟจะยังไม่เผาไหม้ถึงเนื้อแกนด้านในของโครงสร้างไม้ เนื่องจากผิวด้านนอกที่ถูกเผาจนเกรียมจะทำหน้าที่เสมือนเป็นแนวกันไฟในเบื้องต้นด้วย

          หากพ้นสารกันไฟเคลือบโครงสร้างไม้ CLT อีกชั้นหนึ่ง ก็จะช่วยยืดระยะเวลาให้อาคารไม้ CLT สามารถทนไฟไหม้ได้ยาวนานขึ้นจนสามารถอพยพผู้อยู่อาศัยได้ครบและมีเวลามากพอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟได้ทันนั่นเอง

คุณสมบัติไม้ CLT เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

          คุณสมบัติอีกข้อที่หลายคนได้อ่านได้ยินแล้วก็อาจจะเอ๊ะ สงสัยอีกว่าวัสดุอย่างไม้ CLT ก็มาจากไม้ธรรมดามาก่อนที่จะนำมาแปรรูป ก็คือการที่ต้องตัดไม้ แล้วจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังไง ถ้าให้อธิบายขยายความก็คือว่า เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุก่อสร้างชนิดอื่น ๆ แล้วเนี่ย ทั้งในส่วนของขั้นตอนการผลิตวัสดุเองและในขั้นตอนการก่อนสร้างเป็นอาคาร การใช้ไม้หรืออย่างไม้ CLT ก็ตาม จะใช้พลังงานเครื่องจักรในการผลิตน้อยกว่า ยังผลิตมลภาวะจากการก่อสร้างน้อยกว่า และยังใช้ทรัพยากรอย่างน้ำที่คอนกรีตจำเป็นต้องใช้ในขั้นตอนการเตรียมวัสดุน้อยกว่ามาก ๆ ด้วย

          แต่ทั้งนี่ทั้งนั้น ไม้ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบของการผลิตไม้ CLT เองก็ยังนับว่าเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด กว่าจะปลูกให้เติบโตเต็มที่ทันใช้ได้ใหม่ก็ต้องใช้ระยะเวลานาน ไม้ CLT จึงเหมือนเป็นวัสดุก่อสร้างทางเลือกจากคอนกรีตและเหล็กเท่านั้น คงจะเอามาแทนที่ไม่ได้โดยสมบูรณ์นั่นเอง

Mjøstårnet อาคารไม้ CLT ที่สูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน

โรงแรม Mjøstårnet ประเทศนอร์เวย์ อาคารไม้ CLT ที่สูงที่สุดในโลก ที่มา: inhabitat.com

โครงสร้างไม้ CLT สามารถสร้างอาคารได้กี่ชั้น

          ด้วยความแข็งแรงของโครงสร้างจากไม้ CLT ที่นิวบ์เคยเล่าไปในตอนต้น เพียงเฉพาะในส่วนของดครงสร้างอาคารหลัก ๆ อย่างเสา คาน และพื้น วัสดุอย่างไม้ CLT สามารถนำมาใช้ก่อสร้างอาคารได้สูงที่สุด 18 ชั้น ณ ปัจจุบัน โดยอาคารล่าสุดที่ก่อสร้างด้วยไม้ CLT คืออาคารโรงแรม Mjøstårnet ที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งโครงสร้างทั้งหมดสูงถึง 85.4 เมตร โดยแซงแชมป์เก่าอย่างหอพักนักศึกษา Brock Commons Tallwood House ที่นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาที่สร้างเสร็จก่อนหน้าได้ไม่นานที่ความสูง 53 เมตร กับ 18 ชั้น โดยที่ใช้โครงสร้างแบบ Hybrid ก็คือ อย่างส่วนของแกนอาคารยังใช้วัสดุเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เช่น โครงสร้างปล่องบันไดหนีไฟและปล่องลิฟต์ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยจึงยังใช้วัสดุเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเช่นเดิม ดังนั้นโครงสร้างทั้งหมดของอาคารไม่ได้ใช้ไม้ CLT อย่างเดียวนั่นเอง

หอพักนักศึกษาที่ประเทศแคนาดาสร้างจากไม้ CLT

หาพักนักศึกษา Brock Commons Tallwood House สร้างจากไม้ CLT ที่ประเทศแคนาดา ที่มา: thinkwood.com

          ล่าสุดก็มีโครงการพัฒนาอาคารที่ขนาดใหญ่กว่าและคาดว่าจะเป็นอาคารโครงสร้างผสมแบบ Hybrid Timber ที่ใช้โครงสร้างจากวัสดุอย่างไม้ CLT ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างมา โดยมีแผนจะสร้างที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งอาคารจะสูงถึง 40 ชั้น หรือ 180 เมตร และใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของ Atlassian บริษัทด้านซอฟต์แวร์สัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งตั้งใจออกแบบให้มีอายุการใช้งานอาคารยาวนานถึง 100 ปีเลยทีเดียว

อาคารไม้ CLT แบบ Hybrid ใหญ่ที่สุดในโลกที่ออสเตรเลีย

ภาพจำลองอาคารโครงสร้างไม้แบบ Hybrid Timber ที่จะใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมก่อสร้างที่นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ที่มา: theurbandeveloper.com

. . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับความน่าทึ่งของวัสดุอย่างไม้ CLT (Cross Laminate Timber) จะมีคุณสมบัติดี ๆ มากมายขนาดนี้ ต่อไปไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นอาคารขนาดใหญ่รวมถึงคอนโดมิเนียมที่ดัดแปลงมาใช้โครงสร้างจากวัสดุชนิดใหม่อย่างไม้ CLT มากขึ้นก็ได้ หากผสมผสานกับเทคนิคการก่อสร้างอย่าง Prefab หรือโครงสร้างอย่างห้องน้ำสำเร็จรูป ก็จะช่วยให้ก่อสร้างอาคารทันความต้องการที่อยู่อาศัยได้รวดเร็วขึ้นมากเลยล่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นโครงสร้างไม้ CLT อาจจะมีอุปสรรคในการดัดแปลงการตกแต่งหลังสร้างเสร็จอยู่บ้าง ผู้พัฒนาโครงการก็อาจจะต้องพิจารณาข้อจำกัดส่วนนี้เช่นกันครับ หากผู้อ่านชื่นชอบเนื้อหาสาระ ๆ ที่คอนโดนิวบ์นำมาฝากก็สามารถกดติดตามและแบ่งปันเบทความของเราทางโซเชี่ยลมีเดียได้ แล้วมาพบกับเนื้อหาสาระดี ๆ เกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับคอนโดดี ๆ ได้ใหม่กับเว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโด CondoNewb นะครับ

Written by NewbTay