logo

          ภายในที่อยู่อาศัยอย่างคอนโด ทุกคนจะรู้กันครับว่าพื้นที่ใช้สอยจะค่อนข้างจำกัด ดังนั้น การใช้ทุกพื้นที่ภายในห้องให้สามารถเกิดประโยชน์ได้อย่างมากที่สุดจึงเป็นปัจจัยสำคัญของการอยู่อาศัยในคอนโด อย่างการทำประตูบานเลื่อน ก็ถือเป็นหนึ่งในส่วนประกอบภายในห้องที่มีความสำคัญในการช่วยประหยัดพื้นที่ภายในห้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งในวันนี้ CondoNewb จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับประตูบานเลื่อนในคอนโดกันครับ

ประตูบานเลื่อน

มารู้จักประตูบานเลื่อนกันก่อน

          รูปแบบของประตูที่ใช้กันอยู่ภายในที่อยู่อาศัยนั้นจะมีหลากหลายแบบมากมาย ทั้งประตูเปิด-ปิดแบบด้านเดียว ประตูบานสวิง และประตูบานเลื่อน ซึ่งประตูแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป และการที่เราจะเลือกใช้ประตูแบบใดก็ตาม ก็จะขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ที่เรามีนั้น จะเอื้ออำนวยได้มากน้อยเท่าไหร่ และสำหรับการใช้งานในพื้นที่คอนโด ซึ่งมีพื้นที่ไม่มาก การใช้ประตูประเภทที่สามารถประหยัดพื้นที่ได้ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เรามีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น และนั่นก็ทำให้ประตูบานเลื่อนเป็นคำตอบที่ดี เพราะในด้านของฟังก์ชั่นการใช้งานแล้ว ประตูบานเลื่อนนอกจากจะกั้นพื้นที่ต่าง ๆ ให้เป็นสัดส่วนแล้ว ยังสามารถใช้เป็น Partition แบ่งแยกพื้นที่ได้ดีกว่าตู้ หรือชั้นวางของต่าง ๆ ได้อีกด้วย และในส่วนต่อไป เรามารู้จักส่วนประกอบของประตูบานเลื่อนกันเลยดีกว่าครับ

ส่วนประกอบของประตูบานเลื่อน

โดยปกติแล้ว ประตูบานเลื่อนจะต้องมีส่วนประกอบต่าง ๆ ดังนี้

  • กรอบประตูบานเลื่อน จะนิยมใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เช่น อลูมิเนียม ยูพีวิซี ส่วนไม้จริงจะมีราคาที่แพงกว่าและจะเน้นไปในงานดีไซน์มากกว่านำมาตกแต่งจริง
  • ลูกฟัก สามารถเป็นวัสดุอะไรก็ได้แล้วแต่สไตล์การออกแบบ ซึ่งนิยมใช้เป็น ไม้ปาร์ติเคิล หรือถ้าเป็นการติดตั้งเป็นกรอบอลูมิเนียมก็สามารถทำได้เช่นกัน
  • กระจกบานเปลือย คือบานกระจกทั้งบานเป็นแผ่นกระจกไม่ได้แยกส่วนประกอบเป็น กรอบประตูและลูกฟักเหมือนบานประตูที่ผลิตจากวัสดุชนิดอื่น มักใช้เป็นกระจกเทมเปอร์หรือกระจกนิรภัย เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
  • อุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ที่ทำให้เราสามารถใช้งานประตูได้ง่ายขึ้น เช่นมือจับ และ ตัวล็อค
  • ซิลิโคน หรือสักหลาดประตู ที่สามารถช่วยเพิ่มความแน่นให้กระจก และลดแรงเสียดทานขณะเปิด-ปิดประตู

ชนิดของประตูบานเลื่อน

          ประตูบานเลื่อนในปัจจุบันแบ่งรูปแบบการใช้งานตามลักษณะการเปิด-ปิดบานออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ 

1. ประตูบานเลื่อนแบบบานเลื่อนข้างเดียว (Fixed-Slide)

          สำหรับประตูบานเลื่อนข้างเดียวนั้น จะมีการใช้งานของบานเลื่อนที่สามารถเลื่อนได้เพียงแค่ข้างเดียว และเป็นบานตายอีกหนึ่งข้างและสามารถกำหนดการเปิด-ปิด ได้ในข้างใดข้างหนึ่ง ตามความถนัดและความสะดวกในการใช้งานภายในพื้นที่ของผู้อยู่อาศัย

2. ประตูบานเลื่อนแบบบานเลื่อนสลับ (Slide-Slide)

          สำหรับบานเลื่อนแบบนี้มีความยืดหยุ่นและสะดวกสบายสูงสามารถเปิด-ปิดได้ทั้งซ้ายและขวาโดยมีแกนกลางเป็นแกนหลักในการยึดโครงสร้าง แต่จุดเสียของบานเลื่อนประเภทนี้คือชำรุดได้ง่ายกว่า (เมื่อเทียบกับแบบบานเลื่อนข้างเดียว) โดยเฉพาะรางเลื่อนและลูกล้อหากเปิดอย่างรุนแรง ที่สำคัญการทำความสะอาดและดูแลรักษาต้องใส่ใจมากกว่าประตูบานเลื่อนชนิดอื่น 

3. ประตูบานเลื่อนแบบบานเลื่อนออกข้างคู่ (Fixed-Slide-Slide-Fixed)

          บานเลื่อนชนิดนี้ใช้กลไกการเปิด-ปิดในลักษณะแสกกลางโดยฝั่งซ้ายและฝั่งขวาจะต้องเปิดพร้อมกันด้วยความสมดุล สำหรับจุดเด่นของบานเลื่อนชนิดนี้คือ ดูสวยงาม ทันสมัยและแข็งแรงทนทาน เพราะต้องใช้บานประตูถึง 4 บาน ในทางกลับกันราคาก็จะค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับบานเลื่อนชนิดอื่นๆ

ข้อดีและข้อเสียของประตูบานเลื่อน

          ประตูบานเลื่อนในปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมติดตั้งกันภายในที่อยู่อาศัยต่าง ๆ อย่างมากมาย รวมทั้งภายในอาคารสำนักงานต่าง ๆ และภายในห้างสรรพสินค้าอีกด้วย ซึ่งในส่วนของบทความนี้ เราจะพูดถึงข้อดีและข้อเสียของประตูบานเลื่อนภายในคอนโดเพียงเท่านั้น และจะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันครับ

ข้อดีของประตูบานเลื่อน

1. ประตูบานเลื่อนช่วยในการประหยัดพื้นที่ภายในห้อง

          อย่างที่ทุกคนทราบกันครับ ว่าประตูบานเลื่อนนั้น จะเปิด-ปิดแบบเลื่อน ต่างจากการเปิด-ปิดประตูที่มีลักษณะแบบบานสวิง ซึ่งจะกินพื้นที่ในขณะใช้งานอย่างน้อยถึง 80 เซนติเมตรเลย (เพราะว่าบานประตูโดยส่วนใหญ่นั้นจะมีความกว้างอย่างน้อยอยู่ที่ประมาณ 80 เซนติเมตร) แต่กับประตูบานเลื่อนนั้น จะไม่มีเสียพื้นที่ในการเปิด-ปิดแต่อย่างใดครับ

2. ประตูบานเลื่อนเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บหรือติดตั้งสิ่งของต่าง ๆ ได้มากขึ้น

          เป็นข้อดีที่ต่อเนื่องมาจากข้อ 1 ครับ เพราะเมื่อเราไม่ต้องเสียพื้นที่ไปกับการเปิด-ปิดประตูแล้ว เราก็สามารถใช้พื้นที่นั้น ๆ เพื่อเพิ่มการจัดเก็บหรือจัดวางสิ่งอื่น ๆ เช่นตู้ หรือชั้นวางของเพิ่มเติมได้

3. ประตูบานเลื่อนช่วยในการถ่ายเทและระบายอากาศได้เป็นอย่างดี

          ที่ต้องบอกแบบนี้ก็เพราะว่าประตูบานเลื่อนนั้นสามารถออกแบบให้มีความสูงเต็มพื้นที่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานได้ แถมยังมีความกว้างกว่าประตูห้องแบบทั่ว ๆ ไปด้วย จึงทำให้ได้ช่องการระบายอากาศที่กว้างกว่าเดิมด้วย

4. ประตูบานเลื่อนทำความสะอาดได้ง่าย

          เพราะส่วนใหญ่แล้ว ประตูบานเลื่อนนั้น จะเลือกใช้เป็นวัสดุอลูมิเนียม พร้อมบานกระจก ซึ่งจะเป็นวัสดุที่ไม่ถูกกับน้ำยาทำความสะอาดแบบเข้มข้น (เช่น เป็ดโปร) อยู่แล้ว โดยสำหรับบานกระจกนั้น จะใช้แค่น้ำยาเช็ดกระจกก็พอครับ และพื้นผิวอลูมิเนียมนั้นก็เช็ดทำความสะอาดง่ายและขึ้นสนิมได้ยากด้วยครับ จึงเป็นการง่ายที่จะดูแลและทำความสะอาดประตูบานเลื่อนนั่นเอง

ข้อเสียของประตูบานเลื่อน

          ข้อเสียเพียงข้อเดียวของประตูบานเลื่อนมีความเปราะบาง ซึ่งความเปราะบางของประตูบานเลื่อนนั้น เราค้นพบได้จากหลากหลายสาเหตุมาก ๆ ดังนี้

1. บานกระจกประตูบานเลื่อนเปราะบาง

          บานกระจกถือเป็นจุดที่เปราะบางมาก ๆ เพราะถ้าหากว่าบานประตูมีการถูกพิงหรือถูกกระแทกหนัก ๆ แล้ว ก็จะทำให้กระจกแตกได้อย่างง่ายดายมาก ๆ

2. ล้อเลื่อนประตูบานเลื่อนอาจบิ่นได้

          และอีกหนึ่งจุดเปราะบางที่สุดเลยของประตูบานเลื่อน ที่ถ้าหากว่าเสียหายแล้ว จะส่งผลกระทบให้ประตูเกิดการเสียหายทั้งบานได้ ก็คือ ตัวล้อเลื่อนของบานประตู เพราะถ้าหากว่าล้อเกิดการบิ่นขึ้นมาแล้ว จะทำให้การเปิด-ปิดประตูมีความฝืดลง และส่งผลให้ทั้งรางล้อเลื่อนและประตูเสียหายได้ ดังนั้นถ้าเราพบว่าประตูมีความฝืดลง ให้รีบเช็คที่ตัวล้อเลื่อนทันทีเลยครับ

          ประตูบานเลื่อนนั้นจะเหมาะกับขนาดพื้นที่ที่จำกัด หรือต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่ม อาทิ มุมทำงานหรืออ่านหนังสือ หรือห้องแต่งตัวแบบ Walk-in Closet เพราะประตูดังกล่าวสามารถควบคุมและเสียงจากภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนภายในและสามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่ส่วนนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี

          โดยส่วนใหญ่แล้ว ประตูบานเลื่อนจะนิยมใช้วัสดุจากอลูมิเนียม ซึ่งมีความสวยงาม ดูเรียบง่าย รวมไปถึงการดูแลรักษาที่ทำได้ไม่ยาก มีน้ำหนักที่เบา การเปิด-ปิดจึงไม่กระทบหรือสร้างความเสียหายให้กับล้อเลื่อนมากนัก ส่วนบานประตู ส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นกระจกใส ซึ่งจะทำให้เกิดความรู้สึกที่โล่งสบายมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีการกั้นพื้นที่ที่เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนอยู่ แต่สำหรับประตูที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกห้อง อย่างเช่นประตูระเบียง รวมไปถึงบานหน้าต่าง จะนิยมใช้เป็นกระจกแบบเขียวตัดแสงเป็นส่วนใหญ่ เพื่อช่วยในการลดความร้อนจากภายนอกห้องด้วยครับ

ประตูบานเลื่อน

วิธีการดูแลรักษาประตูบานเลื่อนให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

          อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าประตูบานเลื่อนนั้นจะมีข้อเสียคือความเปราะบาง และเมื่อความเปราะบางของตัวประตูบานเลื่อนคือปัญหาหลักแล้ว เราก็ต้องแก้ไขปัญหานี้ด้วยการดูแลตัวบานประตูให้ดี ซึ่งเราได้รวบรวมวิธีและเทคนิคการดูแลมาฝากกันครับ ซึ่งจะมีวิธีการดังนี้

การบำรุงรักษาและการทำความสะอาดขอบอลูมิเนียมประตูบานเลื่อน

1. เปิดปิดเบามือ ช่วยถนอมให้ใช้ได้นาน

          การเปิดปิดประตูแบบรุนแรงนั้น นอกจากจะทำให้ขอบอลูมิเนียมเกิดการชำรุดได้เร็วขึ้นแล้ว ยังอาจส่งผลให้บานกระจกเกิดการเสียหายได้อีกด้วย ดังนั้น การเปิดปิด ก็ควรจะเปิดปิดแบบเบา ๆ ครับ

2. ห้ามใช้เทปกาว ของแข็ง หรือของมีคม

          การติดเทปกาวนั้นไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งบนพื้นผิวอลูมิเนียมและบนบานกระจก เพราะว่าเมื่อเราติดเทปกาวไว้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานและเมื่อถูกความร้อน จะทำให้เทปกาวละลายและแกะออกยาก สำหรับกระจกก็คือจะเช็ดทำความสะอาดได้ยาก และบนพื้นผิวอลูมิเนียม ก็อาจจะทำให้สีลอกได้เช่นกัน ส่วนการขถูกขีดข่วนด้วยของมีคม ก็ตรงตัวเลยครับ ก็จะทำให้เป็นรอยขูดทั้งกระจกและพื้นผิวอลูมิเนียม ดูไม่สวยงามได้ครับ

3. ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง

          เพราะสารเคมีในน้ำยาต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดคราบฝังแน่นตามพื้นผิวอื่น ๆ จะมีค่าที่เป็นกรดและด่างที่สูงมาก ซึ่งไอระเหยของสารเคมีเหล่านั้นจะทำให้พื้นผิวเกิดรอยไหม้ รอยด่าง หรือสีลอกร่อนได้ 

4. ควรใช้ผ้านุ่มเช็ดทำความสะอาด

          จำที่บอกได้มั้ยครับ ว่าการขูดอลูมิเนียมด้วยของมีคม จะทำให้เกิดรอยขูดต่าง ๆ ได้ การทำความสะอาดด้วยวัตถุที่มีความหยาบอย่างสก็อตไบรท์ก็สามารถสร้างรวยขีดข่วนได้เช่นกันครับ ดังนั้น ให้ใช้ผ้าที่มีความนุ่มในการทำความสะอาด จะดีที่สุดครับ

5. หลักการทำความสะอาดขอบอลูมิเนียมที่ถูกต้อง

          จริง ๆ แล้วขอบอลูมิเนียมนี่สามารถเป็นรอยได้เหมือนกันนะครับ ซึ่งวิธีการทำความสะอาดก็ให้ใช้วัสดุจำพวกผ้าหรือฟองน้ำ เช็ดเปียกหนึ่งครั้ง และเช็ดแห้งอีกหนึ่งครั้งก็ได้ครับ โดยน้ำยาที่ใช้ก็ต้องเป็นน้ำยาที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรงมากนัก แต่ที่สำคัญคือหลังจากทำความสะอาดแล้วต้องมั่นใจว่าไม่มีความชื่นเหลืออยู่นะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวประตูบานเลื่อนจะเสียหายได้ครับ

การบำรุงรักษาและทำความสะอาดกระจกประตูบานเลื่อน

1. หลีกเลี่ยงการวางเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อนสูงใกล้กระจก

          เมื่อกระจกถูกความร้อนสูง จะทำให้กระจกเกิดการแตกร้าวได้ ดังนั้น สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่แผ่หรือคายความร้อนออกมา อย่างเช่นตู้เย็น หรือเตาอบ ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการวางที่อยู่ใกล้กับกระจกไว้ จะดีที่สุดครับ

2. ระมัดระวังการใช้กาวกับกระจก

          อย่างที่ได้บอกไปแล้ว ว่าเทปกาวที่เหนียวเกินไป จะทำให้เราทำความสะอาดได้ยากมากขึ้น ดังนั้น หากจำเป็นจะต้องมีการติดกาวบนพื้นผิวจริง ๆ ให้เลือกใช้เป็นกาวที่ลอกได้ง่ายอย่างเทปกาวหรือกระดาษกาวจะดีกว่าครับ

3. อย่าไว้ใจรอยร้าวของกระจก

          รอยร้าวมักจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอันตรายเสมอ รอยร้าวบนกระจกก็เช่นกัน หากเราสังเกตเห็นว่าเกิดรอยร้าวขึ้นมาบนกระจกแล้ว ให้เรารีบเปลี่ยนบานประตูหรือบานกระจกทันที เพราะนานวันเข้า กระจกอาจจะแตกและเกิดอันตรายได้

4. ใช้น้ำยาเช็ดกระจกทำความสะอาดเท่านั้น

          การเช็ดกระจก ควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกโดยเฉพาะ หรืออาจใช้แอลกอฮอล์ผสมน้ำ และหากกระจกมีคราบฝังแน่น ควรใช้น้ำร้อนเป็นตัวช่วย เพราะน้ำร้อนมีประสิทธิภาพขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม หากมีคราบฝังแน่นเกินไป ก็ต้องจำไว้เสมอว่าห้ามใช้น้ำยาที่มีการกัดกร่อนที่รุนแรงเด็ดขาด เพราะมันจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบานประตูได้ครับ ให้ค่อย ๆ เช็ดไปอย่างใจเย็นครับ

5. ห้ามใช้ผ้าเนื้อหยาบเช็ดกระจก

          เราไม่ควรนำวัตถุเนื้อหยาบมาใช้เช็ดทำความสะอาดกระจก เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ ควรเช็ดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ ฟองน้ำ หรือผ้าเนื้อนุ่ม เมื่อเช็ดด้วยน้ำยาเช็ดกระจกเสร็จแล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเปล่าเช็ดซ้ำอีกครั้งเพื่อเช็ดคราบน้ำยาที่หลงเหลืออยู่บนพื้นผิว

6. เช็ดกระจกอย่างไรให้สะอาด

          ควรเช็ดกระจกจากบนลงล่างเท่านั้น จึงจะทำให้กระจกสะอาดหมดจดอย่างทั่วถึง เพราะถ้าหากเราเช็ดจากล่างขึ้นบน ตัวน้ำยาเช็ดกระจกที่เราฉีดไป จะไหลย้อนลงมา ทำให้เราต้องเช็ดซ้ำอีก

กลไกการล็อคและเปิด-ปิดประตูบานเลื่อน

          ขึ้นชื่อว่าเป็นประตูแแล้ว ก็ต้องมีตัวล็อคมาด้วย ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้แล้ว ยังช่วยในการให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้ห้องนั้น ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย สำหรับตัวล็อคบานเลื่อนนั้น จะมีตัวล็อคที่นิยมใช้กันอยู่ 2 ตัวด้วยกัน ดังนี้

1. ตัวล็อคแบบมือจับ

          สำหรับตัวล็อคแบบมือจับ จะเป็นตัวล็อคประตูที่นิยมใช้กันมากสำหรับประตูบานเลื่อน ซึ่งมีความสะดวกในการใช้งาน สามารถกดล็อคได้จากมือจับเปิด-ปิดในตัวได้เลย 

2. ตัวล็อคแบบก้นหอย

          ลักษณะการล็อคของตัวล็อคแบบก้นหอย จะเป็นการหมุนตัวล็อคเข้าไปขัดกับตัวกลอนล็อคที่บริเวณกลางบานประตู โดยตัวล็อคแบบก้นหอยนี้จะนิยมใช้กับหน้าต่างบานเลื่อนมากกว่าครับ

พื้นผิวและการติดตั้งประตูบานเลื่อน

พื้นผิวแบบไหนที่สามารถติดตั้งประตูบานเลื่อนได้

          ถึงแม้ว่าประตูบานเลื่อนจะช่วยในการประหยัดพื้นที่ได้เป็นอย่างดี แต่ว่าประตูบานเลื่อนก็ไม่ใช่ว่าจะติดตั้งที่ไหนก็ได้ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่สุดในการติดตั้งประตูบานเลื่อนก็คือพื้นหรือวัสดุปูพื้นในบริเวณนั้น ๆ จะต้องมีความเรียบ เป็นระนาบเดียวกัน นอกจากนี้ การติดตั้งประตูบานเลื่อนสามารถติดตั้งได้บนพื้นผิวที่เป็นไม้ เช่น ลามิเนตหรือเอ็นจิเนียร์ วู้ด เพราะในกระบวนการการติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตหรือเอ็นจิเนียร์ วู้ด จะสามารถติดตั้งได้บนพื้นผิวที่เรียบเสมอกันเท่านั้น หรือบนพื้นผิวกระเบื้องที่มีความเรียบก็ได้เช่นกัน

          และแน่นอนว่ามีพื้นผิวที่ไม่ควรติดตั้งประตูบานเลื่อนอยู่ด้วย ก็คือพื้นผิวที่ไม่มีความเรียบ อย่างเช่นอิฐ หรือพื้นกระเบื้องที่แตกหักได้ง่าย เพราะถ้าหากว่าพื้นผิวไม่แข็งแรง ก็จะส่งผลให้โครงสร้างของประตูไม่มีความแข็งแรงได้เช่นกันครับ

งบประมาณในการติดตั้งประตูบานเลื่อน

          ในส่วนของราคาการติดตั้งประตูบานเลื่อนนั้น จะมีราคาเริ่มต้นกันที่ประมาณหลักพันต้น ๆ สำหรับประตูบานเลื่อนแบบข้างเดียวพร้อมบานตายอีกหนึ่งข้าง แต่ราคาค่าติดตั้งก็จะขึ้นอยู่กับเกรดของวัสดุประตู เช่น อลูมิเนียมหรือกระจก รวมไปถึงความซับซ้อนของกลไกการเปิด-ปิดประตูอีกด้วยครับ

  ประตูบานเลื่อน นอกจากจะช่วยให้เรามีพื้นที่ใช้งานภายในห้องได้มากขึ้นแล้ว ยังสามารถใช้เป็นฉากกั้นส่วนต่าง ๆ ภายในห้อง ให้มีสัดส่วนการใช้งานให้ชัดเจนขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งประตูบานเลื่อนจะสามารถให้ความเป็นส่วนตัวได้มากกว่าฉากกั้นธรรมดา ๆ อย่างเช่นตู้ หรือชั้นวางของต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย และทั้งหมดนี้ก็คือสาระเรื่องของประตูบานเลื่อนที่เรานำมาเสิร์ฟกันในวันนี้ครับ และในบทความถัดไป เราจะเอาความรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับคอนโดอะไรมาเล่ากันอีกนั้น สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเราได้เลยครับ

Written by NewbBen