logo

          แม้ว่าไลฟ์สไตล์ของคนที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมสมัยนี้จะไม่ค่อยเน้นการทำครัวหรือทำอาหารมื้อหนัก ๆ เท่าไหร่นัก จะเข้าครัวก็เพียงแค่ปรุงเมนูง่าย ๆ เล็กน้อย หรือซื้ออาหารปรุงสำเร็จมาอุ่นก็ทานได้ทันที พื้นที่ครัวในคอนโดจึงมักถูกออกแบบมามีขนาดกะทัดรัดและใช้วัสดุที่ทนทานพอประมาณเท่านั้น แต่สำหรับคนที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการทำอาหารเอง หรือเข้าครัวเป็นประจำแล้วละก็ จะเลือกโครงการที่ให้เคาน์เตอร์ครัวคอนโดมาแบบไหนดี หรือหากจะรีโนเวทปรับปรุงครัวคอนโดมือสอง ควรจะเลือกวัสดุเคาน์เตอร์ครัวแบบไหนดี แล้ววัสดุเคาน์เตอร์ครัวแต่ละชนิดเหมาะกับการใช้งานอย่างไรบ้าง บทความสาระน่ารู้เกี่ยวกับการอยู่อาศัยในคอนโดฉบับนี้ คอนโดนิวบ์จะขอพาผู้อ่านไปสำรวจถึงข้อดีข้อเสียของวัสดุเคาน์เตอร์ครัวคอนโดประเภทต่าง ๆ แล้ววัสดุอะไรเหมาะกับการทำครัวมากน้อยแค่ไหนบ้าง หากพร้อมแล้วไปดูพร้อมกันเลยครับ

. . . . . . .

รูปแบบครัวคอนโดทั่วไปในปัจจุบัน

          สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมในปัจจุบันช่วงไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมา มีการออกแบบและติดตั้งพื้นที่ครัวให้ตอบสนองการใช้งานและการอยู่อาศัยในคอนโดมากขึ้น โดยอาจแบ่งสเปกของครัวตามระดับ Segment คอนโดของโครงการ หรือตามรูปแบบยูนิตและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่คาดการณ์ไว้เป็นกลุ่มเป้าหมายนั่นเองครับ ซึ่งครัวคอนโดโดยทั่วไปที่มาโครงการมักเตรียมมาให้จะสามารถแบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสองกลุ่ม ได้แก่

1. ครัวแบบเตรียมอาหารและเก็บอาหารได้เล็กน้อย (Pantry)

          ซึ่งมักจะเป็นพื้นที่เคาน์เตอร์ครัวแคบ ๆ เพียงประมาณ 120 – 200 ซม. แค่เพียงพอสำหรับหน้าเคาน์เตอร์ครัวว่าง ๆ ให้ใช้เตรียมอาหาร และอาจมีหลุมอ่างล้างจานไว้ให้ รวมถึงพื้นที่สำหรับวางเตาไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหารได้เล็กน้อย ส่วนใหญ่โครงการในระดับย่อมเยาว์ราคาไม่เกิน Main Class ราคาต่อตารางเมตรละไม่เกิน 70,000 - 80,000 บาท จะจัดสรรไว้ให้นั่นเองครับ ทำให้หากต้องการประกอบอาหารก็อาจจะต้องใช้เตาไฟฟ้าแบบวางลอย ทำให้รู้สึกเกะกะนิดเล็กน้อยหากระยะของเคาน์เตอร์ไม่พอนั่นเอง

          นอกจากนี้ยังมีชุดครัว Pantry แบบ Fit-in ให้สามารถซื้อมาติดตั้งเปลี่ยนได้ทั้งเซต หากต้องการเปลี่ยนทดแทนของเดิมที่ชำรุดหรือยังไม่ตอบโจทย์มากพอ โดยช่วงราคาตั้งแต่ 12,000 - 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดความยาว วัสดุ และจำนวนช่องเก็บของที่มีให้ครับ

2. ครัวแบบใช้ประกอบมื้ออาหารได้ (Kitchen)

          จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจากแบบ Pantry เล็กน้อยจนถึงแบบจัดเต็ม Full Function โดยคอนโดหลาย ๆ โครงการจะมีเคาน์เตอร์ครัวขนาด 150 ซม. ขึ้นไป ทั้งรูปทรงแถวเดียว ทั้งแบบเข้ามุมตัว “L” หรือ แบบมีเคาน์เตอร์เกาะกลางห้องแบบ Island ก็ตาม พร้อมติดตั้งให้ทั้งเตา (Hob) และเครื่องดูดควัน (Hood) มาให้ โดยที่ยังมีพื้นที่เคาน์เตอร์เหลือพอในการประกอบอาหารโดยไม่รบกวนการใช้งานระหว่างกัน หรือรู้สึกเกะกะอีกด้วย ซึ่งมักจะเป็นคอนโดในระดับ Main Class ขึ้นไป จึงจะได้ครัวแบบครบวงจรครับ โดยขนาดและคุณภาพของวัสดุก็จะแปรผันตามระดับ Segment ของโครงการ คือยิ่งเป็นคอนโดราคาแพงหรือหรูมาก พื้นที่ครัวคอนโดที่ทางโครงการติดตั้งมาให้ก็จะยิ่งครบครันและใช้วัสดุที่ทนทานมากขึ้นครับ และหากต้องการทำพื้นที่ครัวคอนโดใหม่เองก็อาจจะต้องจ้างรับเหมา Built-In เพื่อให้ได้ครัวคอนโดที่ออกมาคล้ายเดิมหรือดีกว่าเดิมครับ

องค์ประกอบของพื้นที่เคาน์เตอร์ครัวในคอนโด

          ทีนี้เรามาดูองค์ประกอบของพื้นที่ครัวและวัสดุเคาน์เตอร์ครัวต่าง ๆ ในปัจจุบันกันครับ ว่าทุกวันนี้ห้องครัวคอนโดจะมีอะไรไว้ให้เราบ้าง รวมถึงหากเราจะปรับปรุงครัวคอนโดเอง วัสดุเคาน์เตอร์ครัวอะไรเหมาะกับการใช้งานหนักเบาเท่าไหร่บ้าง เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยที่ชอบเข้าครัว หรือแค่ใช้อุ่นอาหารและล้างจานเป็นครั้งคราวนั่นเอง

1. ผิวหน้าท็อปเคาน์เตอร์ (Countertops)

          เรามาเริ่มในส่วนของครัวที่ถูกใช้งานหนักที่สุด ก็คือผิวหน้าท็อปเคาน์เตอร์ครัวนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเพื่อวางอุปกรณ์เครื่องครัวต่าง ๆ หรือจัดเตรียมและประกอบอาหารก็ต้องใช้พื้นที่ผิวเคาน์เตอร์ครัวนั่นเอง

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวผิวหน้าท็อปเคาน์เตอร์

          ซึ่งในส่วนของวัสดุเคาน์เตอร์ครัวที่ใช้ในการทำผิวหน้าท็อปเคาน์เตอร์ในครัวคอนโดปัจจุบัน หากสังเกตโดยรวมแล้วก็มีอยู่ไม่กี่ประเภทให้พอจำแนกได้ง่าย ๆ ดังนี้ครับ

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวแบบลามิเนต

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวเคลือบลามิเนต ที่มา : ecohome.net

ลามิเนต (Laminate) : เป็นวัสดุเคาน์เตอร์ครัวที่พบได้ค่อนข้างทั่วไปในคอนโดระดับ Segment ไม่เกิน Main Class หรือโครงการระดับ High Class บางแห่งก็ยังใช้ โดยมีต้นทุนไม่แพงมาก เพราะเป็นวัสดุที่มาจากพลาสติกเคลือบทับแผ่นเคาน์เตอร์ที่เป็นไม้ โดยมีสีสันให้เลือกหลากหลายให้ดูสวยงาม บางครั้งมีลวดลายที่เลียนแบบหินหรือซีเมนต์ขัดมันอีกด้วย และหากใช้งานวัสดุเคาน์เตอร์ครัวนี้อย่างทะนุถนอมก็ค่อนข้างทนทานต่อการใช้งาน แต่หากไม่ระมัดระวังก็จะเสียหายง่ายกว่าวัสดุอื่น ๆ ครับ

  • ข้อดี : ต้นทุนต่ำ มีลวดลายหลากหลาย ง่ายต่อการรักษาความสะอาด
  • ข้อเสีย : ความทนทานขึ้นอยู่กับความทะนุถนอมในการใช้งาน หากไม่ระวังอาจเกิดรอยขีดข่วนจากมีด รอยด่างจากเตาร้อน หรือบวมน้ำจากความชื้นได้

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวแบบหินแกรนิต

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากหินแกรนิต ที่มา : MCLPaya.org

หินแกรนิต (Granite) : เป็นวัสดุเคาน์เตอร์ครัวที่มักจะพบในคอนโดกลุ่ม Segment ระดับบน ๆ ตั้งแต่ High Class ขึ้นไป หรือเป็นตัวเลือกในการปรับปรุงรีโนเวทห้องครัวเอง เนื่องจากวัสดุอย่างหินค่อนข้างทนทานต่อการใช้งาน และดูแลง่าย แต่จะมีต้นทุนค่อนข้างสูง ทำให้รู้สึกว่าครัวที่ใช้วัสดุเคาน์เตอร์ครัวเป็นหินจะดูมีฐานะ และรู้สึกว่าหรูหรากว่าวัสดุประเภทอื่น ๆ นั่นเองครับ

  • ข้อดี : มีความคงทนต่อการใช้งาน ดูแลรักษาง่าย
  • ข้อเสีย : ต้นทุนสูง คอนโดใหม่ทั่วไปไม่ค่อยทำไว้ให้

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากหินอ่อน

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากหินอ่อน ที่มา : silvermarblegranite.com

หินอ่อน (Marbel) : เป็นวัสดุเคาน์เตอร์ครัวที่จะพบในคอนโดระดับ Luxury ขึ้นไป เนื่องจากเป็นการใช้หินธรรมชาติที่มีลวดลายเฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มให้ครัวดูสวยงามไม่เหมือนใคร แต่ด้วยวัสดุเคาน์เตอร์ครัวนี้มีจำกัดจึงทำให้มีต้นทุนที่สูงมาก อีกทั้งหินอ่อนยังดูแลรักษายาก และสะสมคราบสิ่งสกปรกได้ง่าย และไม่ทนต่อความเป็นกรดเป็นด่างของอาหาร ซึ่งต้องการการดูแลที่สม่ำเสมอและพิถีพิถันครับ

  • ข้อดี : มีความสวยงามเฉพาะตัว ช่วยให้ครัวดูหรูหรา
  • ข้อเสีย : ต้นทุนสูง สะสมความสกปรกง่าย และต้องดูแลรักษาความสะอาดเป็นประจำ

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากหินเทียมหรือหินสังเคราะห์

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากหินสังเคราะห์หรือหินเทียม ที่มา : connecticutstone.com

หินสังเคราะห์หรือหินเทียม (Engineered Stone) : เป็นวัสดุเคาน์เตอร์ครัวที่ทดแทนตัวหินธรรมชาติอย่างวัสดุหินแกรนิตที่กล่าวไปก่อนหน้า เนื่องจากเป็นวัสดุเคาน์เตอร์ครัวคอนโดที่มาจากการสังเคราะห์ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนและรูปแบบการผลิตได้ คอนโดในระดับกลางตั้งแต่ Upper Class ขึ้นไปเริ่มนิยมใช้มากขึ้น เพื่อความทนทานในการใช้งาน และยังดูดีมีระดับไม่แพ้เคาน์เตอร์จากหินธรรมชาตินั่นเอง แต่เนื่องจากผลิตมาเป็นชิ้นเดียว หากชำรุดหรือเสียหลายก็ต้องรื้อเปลี่ยนใหม่ทั้งแผงเคาน์เตอร์เลยทีเดียวครับ

  • ข้อดี : คุมต้นทุนได้ตามระดับ Segment คอนโด, ใช้งานทนทาน, ดูแลรักษาง่าย
  • ข้อเสีย : สั่งผลิตพิเศษเป็นชิ้นเดียว ต้องรื้อเปลี่ยนทั้งชิ้นหากชำรุด

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากสเตนเลส

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากสเตนเลส ที่มา : renovationfind.com

สเตนเลส (Stainless Steel) : เป็นวัสดุเคาน์เตอร์ครัวที่โครงการคอนโดใหม่มือหนึ่งทั่วไปไม่ได้เลือกจัดสรรมาให้ แต่อาจเป็นการรีโนเวทเองของผู้อยู่อาศัยตามสไตล์การตกแต่งที่ชื่นชอบ ซึ่งจะให้อารมณ์แบบครัวอุตสาหกรรมหรือครัวร้านอาหาร สามารถใช้งานเตรียมอาหารอย่างหนัก ๆ ได้ และสะดวกต่อการดูแลรักษาความสะอาดอีกด้วย เพียงแต่อาจจะไม่ได้สวยงามตามสไตล์ครัวบ้านหรือคอนโดเท่านั่นเองครับ

  • ข้อดี : ทนทานต่อการใช้งาน ดูแลรักษาง่าย
  • ข้อเสีย : ครัวอาจดูจืดชืดเหมือนครัวภัตตาคาร

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากคอนกรีต

วัสดุเคาน์เตอร์ครัวจากคอนกรีต ที่มา : onekindesign.com

คอนกรีต (Concrete) : เป็นอีกวัสดุเคาน์เตอร์ครัวที่พบไม่ค่อยบ่อยในคอนโด โดยมักจะมาจากการรีโนเวทตกแต่งเองโดยผู้อยู่อาศัย ซึ่งจะให้อารมณ์สไตล์ลอฟต์ (Loft) แบบดิบ ๆ ตามรสนิยมของผู้ที่ชื่นชอบครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นวัสดุเคาน์เตอร์ครัวแบบคอนกรีตมักจะเสื่อมสภาพตามการใช้งาน สะสมสิ่งสกปรกเมื่อผิวเคลือบเสื่อม และซ่อมแซมยากหากชำรุด

  • ข้อดี : ทำให้ครัวดูมีสไตล์เฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์
  • ข้อเสีย : ต้องสั่งทำพิเศษ ต้องดูแลสารเคลือบกันเปื้อนสม่ำเสมอ และซ่อมแซมยากหากชำรุด

2. ผนังกันเปื้อน (Backsplash)

          ถัดมาในองค์ประกอบอีกชิ้นของครัวคอนโด ก็คือผนังกันเปื้อนบนเคาน์เตอร์นั่นเอง ซึ่งหากมีติดตั้งเอาไว้จะทำให้ครัวง่ายต่อการรักษาความสะอาดกว่าการไม่มีติดตั้งผนังกันเปื้อนไว้มาก เพื่อที่คราบน้ำมันและความสกปรกจากการเตรียมอาหารจะได้ไม่เปื้อนฝังไปในผิวของผนังปูนเปล่า ๆ นั่นเอง โดยทั่วไปคอนโดระดับ Upper Class ถึง High Class ขึ้นไปจะมีการติดตั้งผนังกันเปื้อนมาให้ ขณะที่โครงการระดับย่อมเยาวน์กว่าจะต้องติดตั้งเพิ่มเติมเองครับ

วัสดุผนังกันเปื้อนครัว

วัสดุผนังกันเปื้อนครัวแบบกระจกแต่เรียงกันแบบตารางคล้ายกระเบื้อง ที่มา : backsplashesny.com

วัสดุผนังกันเปื้อน

          เรามาดูในส่วนของวัสดุที่ใช้ในการใช้เป็นผนังกันเปื้อนบนเคาน์เตอร์ครัวคอนโดกันครับ ซึ่งคอนโดทั่วไปจะจัดสรรวัสดุให้ตามระดับ Segment โครงการเป็นหลัก หรืออาจจะรีโนเวทหามาติดตั้งเองก็ได้เช่นกันนั่นเองครับ

  • กระเบื้องผนัง (Tiles) : เป็นรูปแบบการทำผนังกันเปื้อนบนเคาน์เตอร์ครัวที่หาซื้อวัสดุและสั่งทำได้ง่ายที่สุด สามารถเลือกรูปแบบได้ตามใจชอบ และยังง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาดอีกด้วยครับ
  • กระจก (Glass) : เป็นวัสดุที่ช่วยให้ผนังเหนือเคาน์เตอร์ครัวดูเรียบหรู ด้วยแผ่นกระจกมีความเรียบง่าย และยังดูแลความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งคอนโดระดับประมาณ High Class ขึ้นไปจะเริ่มมีติดตั้งมาให้ครับ โดยรูปแบบที่นิยมและเห็นได้ทั่วไปก็มักจะเป็น Backsplash แบบสีขาวขุ่นหรือเจือสีให้ดูสวยงามไม่จืดชืดครับ
  • กระจกเงา (Mirrors) : จะคล้ายคลึงกันกับวัสดุผนังกันเปื้อนที่เป็นกระจก แต่ชนิดนี้จะเป็นแบบกระจกเงาที่สามารถส่องและสะท้อนแสงเงาได้ ซึ่งมักจะพบในคอนโดระดับ Luxury ขึ้นไป และมีต้นทุนการตกแต่งที่สูง ส่วนมากผนังกันเปื้อนแบบกระจกเงามักจะมีการเจือสีเล็กน้อยเช่นสีเทาแบบสเตนเลส หรือเหลืองน้ำตาลแบบสีชา เป็นต้นครับ
  • สเตนเลส (Stainless) : ในส่วนนี้ก็จะขึ้นอยู่กับการตกแต่งรีโนเวทใหม่ตามรสนิยมของแต่ละคนได้ครับ ซึ่งก็จะได้อารมณ์คล้าย ๆ ครัวภัตตาคารเช่นกัน และยังง่ายต่อการดูแลละรักษาความสะอาดครับ

          ซึ่งวัสดุสำหรับผนังกันเปื้อนสำหรับคอนโดระดับย่อมเยาว์จะไม่มีติดตั้งไว้ให้จากทางโครงการ แต่ก็สามารถลงทุนติดตั้งเพิ่มเติมได้เองตามกำลังทรัพย์ด้วยวัสดุที่ต้นทุนไม่สูงมาก อย่างการบุด้วยกระเบื้องหรือสั่งติดตั้งเป็นกระจกก็ได้ครับ ในส่วนอื่น ๆ เช่น โครงสร้างของตู้เคาน์เตอร์และหน้าบานต่าง ๆ มักใช้วัสดุแบบมาตรฐานและไม่ค่อยมีผลในเรื่องของการใช้งานทำครัวมากนัก แต่หากต้องการเน้นความสะดวกในการรักษาความสะอาด ก็อาจจะเลือกเป็นหน้าบานตู้ที่มีการเคลือบแบบ Hi-Gloss ให้สามารถเช็ดถูได้สะดวกนั่นเองครับ

การใช้สอยห้องครัวตามไลฟ์สไตล์

1. เตรียมอาหารเพียงเล็กน้อยบางครั้งบางคราว

          หากส่วนตัวมั่นใจว่าเป็นคนไม่ค่อยทำอาหารเอง สะดวกแค่ใช้สอยพื้นที่ในครัวแบบ Pantry เพียงเพื่ออุ่นอาหารสำเร็จรูป หรือเตรียมอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นบางมื้อเท่านั้น ก็อาจเลือกครัวคอนโดที่ไม่ต้องครบครันมาก และจัดสรรพื้นที่เท่าที่จำเป็น โดยวัสดุเคาน์เตอร์ครัวขั้นต่ำที่พอรองรับการใช้งานเบา ๆ แบบนี้ได้ ก็อาจเลือกผิวหน้าท็อปเคาน์เตอร์ครัวประเภทลามิเนต ส่วนผนังกันเปื้อนจะติดตั้งด้วยหรือไม่ก็ได้เพราะอาจยังไม่จำเป็น เพียงเท่านี้ก็เพียงพอต่อการใช้งานไม่หนักมากแล้วนั่นเองครับ ส่วนหากจะใช้วัสดุที่คุณภาพและราคาสูงกว่านี้ก็ได้แต่ก็จะเกินจำเป็นไปนั่นเองครับ

  • ผิวเคาน์เตอร์ครัว : ลามิเนต หรือ วัสดุอื่น ๆ ที่คงทนกว่า
  • ผนังกันเปื้อน : ไม่จำเป็น แต่จะติดตั้งก็ได้

2. ประกอบอาหารทั้งมื้อหรือเข้าครัวเป็นประจำ

          หากส่วนตัวเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบเข้าครัวเอง และทำอาหารเองเป็นประจำ อาจจะต้องเลือกเคาน์เตอร์ครัวคอนโดที่มีความทนทานต่อการใช้งานมากขึ้น และอาจจะเน้นวัสดุที่ดูแลรักษาง่ายอีกด้วย โดยอาจจะเลือกผิวท็อปเคาน์เตอร์ครับที่ทำจากหิน หรือ หินสังเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่คอนโดระดับ Upper Class ขึ้นไปก็จะมีการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวด้วยวัสดุเหล่านี้มาให้แล้ว แต่หากตั้งใจจะรีโนเวทครัวใหม่ก็แนะนำเป็นวัสดุเคาน์เตอร์ที่เป็นหิน หินสังเคราะห์ หรือใช้เป็นสเตนเลสไปเลยก็ยังได้นั่นเองครับ นอกจากนี้นิวบ์ยังขอแนะนำว่าหากเข้าครัวบ่อยมาก และใช้เตาทอดเป็นประจำ ควรมีการติดตั้งวัสดุผนังกันเปื้อนด้วย เพื่อความสะดวกในการดูแลความสะอาดนั่นเอง

  • ผิวเคาน์เตอร์ครัว : หินแกรนิต หรือ หินเทียมสังเคราะห์ (ไม่แนะนำหินอ่อนเพราะดูแลยาก)
  • ผนังกันเปื้อน : ควรติดตั้ง โดยอาจเลือกได้ตามความชอบและแนวการตกแต่งห้อง

. . . . . . .

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อดีข้อเสียของวัสดุเคาน์เตอร์ครัวคอนโดแต่ละประเภท และวัสดุชนิดไหนตกแต่งอย่างไรให้คุ้มค่ากับการใช้งานครัวหนักเบาตามไลฟ์สไตล์ของเราเพื่อไม่เป็นการตกแต่งด้วยต้นทุนสูงจนเกินจำเป็น หรือในทางกลับกันหากเคาน์เตอร์ครัวคอนโดที่ทางโครงการมีมาให้ไม่ตอบโจทย์การใช้งานครัวหนักของเรา โดยอาจเป็นสเปกที่เบากว่า เราก็อาจเลือกตกแต่งใหม่ได้ตามไลฟ์สไตล์การใช้งานที่เราต้องการได้นั่นเองครับ หากชื่อนชอบเนื้อหาบทความเกี่ยวกับสาระน่ารู้และการอยู่อาศัยในคอนโด ก็สามารถติดตามคอนโดนิวบ์เราได้ทางเว็บไซต์อสังหาฯ และการลงทุนคอนโดและช่องทางสื่อโซเชี่ยลต่าง ๆ ของเราได้ทาง CondoNewb และช่องทางสื่อโซเชี่ยลต่าง ๆ แล้วกลับมาพบกับเราได้ในบทความหน้าครับผม

Written by NewbTay