logo
 รถไฟฟ้ากรุงเทพฯอนาคตรถไฟฟ้าการเดินทางด้วยระบบรางรถไฟฟ้า ชัดเจนขึ้นไปอีกขั้นเพียงอึดใจเดียวรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ 10 สาย จะครอบคลุมทั่วกรุงอย่างแน่นอน เมื่อวันที่ 21-22 พ.ย. ที่ผ่านมา นิวบ์ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังงานบรรยายเกี่ยวกับการพัฒนาการของระบบการขนส่งมวลชนทางรางที่งาน TRAS 2019 หรือ “Thailand Rail Academic Symposium 2019” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 โดยมี The Cluster of Logistics and Rail Engineering (CLARE) หรือ “กลุ่มสาขาวิชาโลจิสติกส์และระบบขนส่งทางราง” สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในเจ้าภาพหลักของงานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ และมีผู้เชี่ยวชาญการขนส่งทางรางจากนานาชาติเข้าร่วมมากมาย ซึ่งงานครั้งนี้ก็ได้เปิดให้สาธารณะชนผู้สนใจเข้าร่วมฟังบรรยายโดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยครับ โดยหัวข้อที่ขึ้นบรรยายภายในงานที่เกี่ยวข้องกับรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ ก็มีมากมาย แต่นิวบ์ขอยกเฉพาะส่วนที่เป็น Highlight ที่คิดว่าคนทั่ว ๆไปคล้าย ๆ กับนิวบ์น่าจะสนใจและพอเข้าใจได้มาเล่าให้ฟัง ส่วนเนื้อหาที่ซับซ้อน ร้องหาวิศวะมาอธิบายเพิ่มคงจะต้องขอละเอาไว้ ณ ที่นี่ละกันเนอะ

โดยวันนี้นิวบ์อยากจะมาบอกกล่าวถึงอนาคตรถไฟฟ้าในภาพรวมและการใช้งานแอพข้อมูลการเดินทางอย่าง “BKK Rail” ซึ่งจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

BKK Rail

 BKK Rail สะดวกครบจบในแอพเดียว

          โดย CLARE ได้นำเสนอว่า ขณะนี้ถือว่าเป็นแอพเดียวในไทยที่รวบรวมข้อมูลของแอพการเดินทางอื่นของขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ไว้ครบจบในแอพเดียวเมื่อเทียบกับแอพอื่น ๆ ไม่ว่าจะในเรื่องเส้นทาง การคำนวณค่าโดยสาร รวมถึงแผนที่โครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ทั้งปัจจุบันและอนาคตของทั้ง 3 ระบบ BTS, MRT และ ARL อีกด้วย ซึ่งแอพที่ว่านี้สามารถโหลดใช้ได้ฟรี รองรับทั้ง iOS และ Android ครับ ซึ่งเมื่อดาวน์โหลดแอพ “BKK Rail” มาแล้ว จะพบกับไอคอนตัวอักษร “B” ที่มีรูปรถไฟฟ้าอยู่ด้านในตามที่เห็นในภาพเลยครับ

BKK Rail ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน

 

BKK Rail ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน

          หน้าแรกเมื่อเปิดแอพขึ้นมาจะเป็นแผนผังเส้นทาง รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ปัจจุบันที่มีให้บริการ ตรงนี้ผู้ใช้สามารถจิ้มเลือกตำแหน่งสถานีต้นทาง-ปลายทางของรถไฟฟ้าได้เลยไม่ซับซ้อนเลยเนอะ

แสดงแผนผังเส้นทางรถไฟฟ้า เลือกตำแหน่งต้นทาง-ปลายทางได้

 BKK Rail ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน

          จากนั้นแอพ BKK Rail ก็จะระบุข้อมูลเส้นทางรถไฟฟ้าที่สั้นที่สุด พร้อมบอกระยะเวลา (ที่คาดการณ์) ในการเดินทางและราคาค่าโดยสารแบบรวบยอดบวกรวมรถไฟฟ้าต่างระบบ หากต้องเดินทางหลายต่อมาให้ ไม่ต้องเปิดดูหลายๆแอพให้วุ่นวายเลย สะดวกสุด ๆ ส่วนในเรื่องของตารางเวลาของรถไฟฟ้าว่า ขบวนรถจะเข้าสถานีกี่โมง จะแล่นออกจากชานชาลา เวลาไหน อีกกี่นาทีจะออกเดินทาง อาจจะยังไม่แม่นยำ 100% นัก อาจจะต้องเผื่อเวลาเหลือ ๆ เผื่อขาดสัก -5 +5 นาที สักหน่อยเนอะ

จบครบในแอพเดียว

 BKK Rail มีแผนผังรถไฟฟ้าให้เลือกดู

           นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลรายสถานีของรถไฟฟ้า ให้เลือกดูแผนผังบริเวณโดยรอบสถานีต่าง ๆ เพื่อเช็คตำแหน่งทางออกสถานีไปยังปลายทางที่เราจะไปล้วงหน้า ไม่ต้องไปเสียเวลายืนรอที่ปลายทางเลยครับ และเวลาจะดูว่าคอนโดไหนใกล้สถานีรถไฟฟ้าไหน หรืออยู่คอนโดใกล้สถานีอยู่แล้ว ก็จะได้บอกทางคนที่จะมาหา (หมายถึงเพื่อน/ญาติเวลามาเยี่ยมไรงี้) ได้ถูก ไม่พาหลงซะก่อน

มีข้อมูลแต่ละสถานีให้ดู

 BKK Rail มี M-Map แผนผังโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ

          แผนผังโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ รวมทั้ง 10 เส้นทางรถไฟฟ้าฉบับสมบูรณ์ มีข้อมูลแบบชัดเจน Official ที่สุด ซึ่งก็คือเจ้า M-Map ให้เห็นๆกันเลยว่า ต่อไปเส้นทางรถไฟฟ้ากรุงเทพฯจะไปถึงโซนไหนบ้างกันเลยครับ ทีนี้ใครมีคอนโดหรืออยู่อาศัยใกล้สถานีที่คาดว่าเป็น Interchange จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ก็มีตัวเลือกการเดินทางมากขึ้น เพิ่มความสะดวกไปอีก

แผนผังรวมรถไฟฟ้าครบ 10 สาย

 BKK Rail อัพเดทข้อมูลโครงการรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ

           แต่ที่เด็ดสุด ๆ เห็นว่าจะเป็นการอัพเดทข้อมูลโครงการรถไฟฟ้ากรุงเทพฯ ในอนาคตเส้นทางต่าง ๆ ตรงนี้จะมีรายละเอียดโครงการให้เลือกอ่านพร้อมบอกปีที่คาดการณ์ว่า รถไฟฟ้าแต่ละสายในอนาคต มีความคืบหน้ายังไงและคาดว่าจะให้บริการได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ให้สามารถติดตามได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องเพ้อรำพันว่าจะสร้างเสร็จทันนั่งตอนไหน อย่างสายไหนคาดว่าจะเปิดให้บริการ ปี พ.ศ. 2566 ก็รอไปยาว ๆ เลยจ้า

มีรายละเอียดข้อมูลรถไฟฟ้า ข้อมูลอัพเดท

  BKK Rail แสดงจุดจอดรถว่างตามอาคารจอดรถ

         สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดเกี่ยวกับเจ้าแอพ “BKK Rail” นี้ ก็คือ ยังระบุจำนวนที่จอดรถว่างตามอาคารจอดรถ Park & Ride ของ รฟม. ที่อยู่ตามสถานีต่าง ๆ ว่ายังสามารถรองรับรถยนต์ได้อีกกี่คัน ให้คนที่ตั้งใจจะขับรถส่วนตัวไปจอดเพื่อต่อรถไฟฟ้าสามารถวางแผนล่วงหน้าได้อย่างสะดวกอีกด้วย

ระบุที่จอดรถว่างของ รฟม.ได้

           ยังไม่จบแค่นี้ ภายในงานยังมี Highlight ต่อเนื่องอีกทอด กับความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ 3 สาย ได้แก่ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (แดงเข้ม+แดงอ่อน) และรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง, รถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีทอง ที่กำลังก่อสร้างในขณะนี้

          โดยในส่วนแรกของ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (แดงเข้ม+แดงอ่อน) ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้นำเสนอว่า จากที่แบ่งช่วงโครงการรถไฟฟ้าสายนี้ออกตามช่วงระยะทาง ศูนย์กลางสถานีกลางบางซื่อมีความคืบหน้าในการก่อสร้างอย่างมาก และเส้นทาง

• บางซื่อ – รังสิต ช่วงที่ 1 ของสายสีแดงเข้มจะพร้อมให้บริการประมาณ ม.ค. 2564 และ

• ส่วนต่อขยายช่วงที่ 2 รังสิต – มธ.รังสิต ประมาณ มิ.ย. 2566

ให้ชาวนิบว์ที่อยู่ชานเมืองฝั่งเหนือได้ใช้รถไฟฟ้าเดินทางเข้าเมืองสะดวกยิ่งขึ้นครับ

นอกจากนี้เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ที่ทิ้งค้างช่วงมานานหลายปี ก็มีแววว่าจะได้สานต่อให้เสร็จสิ้น ได้ฤกษ์วิ่งให้บริการ

• เส้นทางระยะแรก ช่วงที่ 1 บางซื่อ – ตลิ่งชัน ใน ม.ค. 2564 และ

• ส่วนต่อขยายช่วงที่ 2 ตลิ่งชัน – ศาลายา และ ช่วงที่ 3 ตลิ่งชัน – ศิริราช พร้อมกันใน มิ.ย. 2566 ครับ

          ซึ่งสำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงทั้ง 2 สีเข้มและอ่อน จะใช้ขบวนรถแบบรถไฟสำหรับวิ่งทางไกลรับ - ส่งชานเมือง แบบ Commuter Train ถ้านึกภาพก็จะประมาณคล้าย ๆ ขบวนของ Airport Rail Link ครับ

.

 

          แถมยังมีแว่ว ๆ มาอีกว่า รฟท. ก็กำลังทำแผนเตรียมสำหรับเส้นทางต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน

• สายสีแดงอ่อน ช่วงที่ 4 บางซื่อ – หัวหมาก และ

• สายสีแดงเข้ม บางซื่อ – หัวลำโพง – วงเวียนใหญ่ – มหาชัย

เพื่อให้สอดรับกับแผนผังโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ 10 เส้นทางด้วย ส่วนความคืบหน้าโครงการยังต้องติดตามกันต่อไปครับ

รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม

          อีก Highlight เด็ดในงานครั้งนี้ คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง – ชมพู – ทอง ซึ่งรับผิดชอบโครงการโดย BTS โดยมี Bombardier (บริษัทด้านวิศวกรรม จาก แคนาดา) มารับผิดชอบงานด้านระบบและขบวนรถไฟ ซึ่งได้นำเสนอว่าระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลทั้ง 3 เส้นทาง จะให้บริการแบบอัตโนมัติหรือไร้คนขับทั้งหมด เป็นที่ตื่นตาตื่นใจกันเลยทีเดียวเชียวครับ

          ด้วยรูปแบบที่เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ทำให้ขนาดของโครงสร้างทางวิ่งต่าง ๆ ไม่ใหญ่โตมาก และสามารถก่อสร่างได้อย่างรวดเร็ว

          หากมีความสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุขัดข้องหรือเกิดกรณีฉุกเฉิน ทาง Bombardier ชี้แจงว่าได้วางแผนในระบบอัตโนมัติพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆไว้แล้ว และด้วยโครงสร้างรางของรถไฟฟ้าที่ไม่ใหญ่โตมากนัก หากต้องมีความช่วยเหลือจากทางพื้นด้านล่างก็สามารถทำได้ง่าย คลายกังวลได้เพราะ Bombardier จะใช้มาตรฐานเดียวกันกับโครงการอื่น ๆ ทั่วโลกที่รับผิดชอบมาก่อนนั่นเอง

  รถไฟฟ้า Monorial ทั้ง 2 เส้นทาง สายสีเหลือง ลาดพร้าว – สำโรง และสายสีชมพู แคราย – มีนบุรี จะสามารถให้บริการได้พร้อมกันประมาณ ต.ค. 2564 ครับ

รถไฟฟ้า Monorail

          ส่วนความคืบหน้าโครงการ รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีทอง จะพร้อมให้บริการก่อนใครเพื่อน คือประมาณ ธ.ค. 2563 ด้วยระยะทางสั้นที่สุดจากทั้ง 3 โครงการ จาก BTS สถานีกรุงธนบุรี – คลองสาน ซึ่งก็จะผ่าน Landmark สำคัญอย่าง ICONSIAM อีกด้วยนั่นเองครับ

          หลังจากไปงานนี้มา นิวบ์มองเลยว่าในอนาคตชาวกรุงคงได้ใช้รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เดินทางไปไหนมาไหนกันอย่างสะดวกสบาย ประหยัดเวลา ทั้งยังอาจช่วยลดปัญหารถติดและมลพิษได้อย่างแน่นอน เอ้า!!! อดใจกันอีกนิดเดี๋ยวรถไฟฟ้ามาหานะเธอจะถึงหน้าบ้านเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน สายไหนจะเปิดก่อนอย่าลืมมาอัพเดทได้ที่ NewbTalk กับ CondoNewb นะครับ 

______________________________

Written by NewbTay