logo

          การออกแบบตกแต่งภายในไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องคลาสสิคที่ไม่มีวันล้าสมัย ก็เปรียบเหมือนกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีต่อกี่ปี มันก็ยังคงมีความทันสมัยอยู่นั่นเอง แน่นอนว่าเรื่องที่เรากำลังจะมาพูดคุยกันวันนี้ เป็นเรื่องของการออกแบบตกแต่งภายใน ซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยอีมากมาย อาทิเช่น  

  • เทรนด์ที่ไม่มีวันตกยุค
  • บริษัทตกแต่งภายในที่น่าจับตามอง ปี 2020
  • ฟรีแลนซ์รับเหมาตกแต่งภายใน 
  • การออกแบบตกแต่งภายในคอนโด
  • การเลือกวัสดุในการตกแต่งภายใน บ้าน / คอนโด /ห้องต่างๆ ภายในบ้าน
  • การตกแต่งภายในแบบประหยัด 

          ซึ่งเราเชื่อว่า เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้แน่นอน ส่วนใครที่กำลังตกแต่งบ้านใหม่ หรือซื้อบ้านใหม่ รวมไปถึงใครที่กำลังวางแผน Renovate บ้านใหม่ล่ะก็ห้ามพลาดเรื่องราวในวันนี้เด็ดขาด เอาเป็นว่าก่อนที่จะไปดูว่าจะออกแบบตกแต่งภายในอย่างไรให้ปังและไม่แป๊ก ไม่ตกยุคต้องทำอย่างไรบ้างนั้น มีเรื่องที่สำคัญมากที่เราต้องรู้ นั่นก็คือ แนวทางการตกแต่งบ้านที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย การตกแต่งบ้านตามแนวทางนี้ก็จะยังคงดูสดใหม่และดึงดูดสายตาใครต่อใครได้เสมอ

 

แนวทางการตกแต่งบ้านและการออกแบบตกแต่งภายใน

ตกแต่งภายใน

          แนวทางการออกแบบตกแต่งบ้าน คือสิ่งที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เพราะมันเหมือนเป็นการวางกรอบให้กับการตกแต่งบ้าน รับรองได้เลยว่าที่อยู่อาศัยของเราจะออกมาดูดีมีรสนิยม เข้ากับทุกยุคสมัย และไม่ดูสะเปะสะปะแน่นอน แนวทางการตกแต่งภายใน และการออกแบบตกแต่งภายใน ที่ว่านี้ มีที่มาที่ไปจาก เทรนด์การใช้ชีวิตและลักษณ์สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป สังคมยุคใหม่เป็นสังคมเมือง ที่เน้นความสะดวกสบาย เรียบง่ายแต่ดูดีและหรูหรา เราเรียกสิ่งนี้ว่า ความดูดีในแบบ Elegant ถ้าเราสังเกตให้ดี เราก็จะพบว่าความเจริญในสังคมป่าปูนทำให้เราโหยหาความเป็นธรรมชาติ หรือจะมีใครปฏิเสธว่ายุคนี้ ต้นไม้ที่สามารถปลูกในบ้านได้ ต้นไม้ฟอกอากาศ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า นั่นก็เป็นเพราะ ไม่ว่าเราจะอยากไปใกล้ชิดธรรมชาติมากแค่ไหนแต่เราก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องมาจากวิถีชีวิตในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยนั่นเอง ดังนั้น การสร้างบ้าน หรือการออกแบบตกแต่งภายใน ตั้งแต่กระบวนการออกแบบสิ่งปลูกสร้าง ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในของทางบริษัทผู้รับเหมา หรือบริษัทตกแต่งภายใน ก็จะใช้แนวคิดความใกล้ชิดธรรมชาติมาเป็นอันดับแรกนั่นเอง ดังนั้นวันนี้เราไปดูกันดีกว่า หลักการในการปลูกสร้าง และ การตกแต่งภายใน ปัจจุบันนี้ไปถึงอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า ต้องเน้นเรื่องอะไร

 

5 เทรนด์ที่ต้องเน้น ในการตกแต่งภายในให้ทันสมัยอยู่เสมอ

ขนาดกำลังพอดีมีพื้นที่ใช้สอย

ออกแบบห้อง

           เริ่มต้นกันด้วยเรื่องของขนาดของบ้านและภายในตัวบ้าน เริ่มตั้งแต่ยุคปัจจุบันเป็นต้นไป ความต้องการของคนเราจะต้องการบ้านที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดลง มีพื้นที่ใช้สอยไม่ต้องกว้างขวางมาก แต่จะเน้นเรื่องของฟังก์ชันการใช้งานที่จะต้องสามารถดัดแปลง มุมต่างๆภายในบ้านให้ใช้สอยพื้นที่ทุกซอกมุมได้อย่างคุ้มค่า การออกแบบตกแต่งภายใน จึงเข้ามามีบทบาท สำคัญในตอนนี้ ลักษณะการออกแบบ หรือการตกแต่งภายใน จะต้องเหมาะกับพื้นที่ใช้สอย วัสดุตกแต่งภายใน จะต้องคำนึงถึง ประโยชน์และความคุ้มค่า ทั้งยังต้องสามารถ เข้ากับพื้นที่แต่ละจุดได้เป็นอย่างดี การปรับขนาดแต่ละพื้นที่ของบ้านไม่ว่าจะเป็นซอกมุมต่างๆ ก็จะต้องใช้งานได้แบบมัลติฟังก์ชั่น เรียกว่าให้สามารถใช้งานได้ครบทุกประเภทในห้องเดียว หรือเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น เพื่อจะได้ลดทอนห้องที่ไม่จำเป็นออกไป

ใช้พลังงานธรรมชาติ

         การตกแต่งภายในยุคนี้ เราจะได้ยินคำว่า "บ้านประหยัดพลังงาน" มากขึ้น โดย ผู้รับเหมาตกแต่งภายในส่วนใหญ่จะนิยมเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่ได้มาจากธรรมชาติ การเลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความคุ้มค่าแต่ไม่ส่งผลเสียหรือผลกระทบที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจาก การออกแบบบ้านแบบประหยัดพลังงาน จะเป็นการช่วยให้ธรรมชาติดีขึ้นแล้วยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานในบ้านและช่วยให้ บ้านโล่งโปร่งสบาย แถมเรายังได้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอย่างที่เราต้องการตามที่เกริ่นไปในตอนต้นอีกด้วย

เทคโนโลยีอัจฉริยะ

          บ้านอัจฉริยะ เป็นคำศัพท์ที่เราจะคุ้นหูกันมากขึ้นในการตกแต่งภายใน เพราะเราต้องการความสะดวกสบาย บริษัทตกแต่งภายใน จึงมักจะแนะนำให้เราเลือกใช้ เทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้เราเกิดความคล่องตัวในการดำเนินชีวิตมากขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะเชื่อมโยงกับ การใช้ระบบการทำงานของ IOT ( internet of things) ซึ่งเป็นกลไกการทำงานของ AI ยกตัวอย่างง่ายๆ ในปัจจุบันนี้เรามีรีโมทคอนโทรลเพื่อควบคุมทุกอย่างจนแทบจะไม่ต้องเดิน เราสามารถสั่งการระบบเปิดปิดไฟอัตโนมัติ ในขณะที่เราอยู่นอกบ้าน เราสามารถรดน้ำต้นไม้ โดยที่ไม่ต้องเดินไปเปิดก๊อกน้ำแล้วหยิบสายยางมารดน้ำต้นไม้อีกต่อไป แต่เราสามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่ตั้งระบบควบคุมตั้งเวลาระบบน้ำก็จะเปิดรดน้ำต้นไม้ให้เราโดยอัตโนมัติ แบบนี้เป็นต้น การตกแต่งภายในหรือแม้แต่การออกแบบ ตกแต่ง ภายในส่วนต่างๆของตัวบ้าน จะเน้น ให้ทุกส่วนของบ้าน เป็นบ้านอัจฉริยะมากขึ้น ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นจะปฏิบัติงานจากคำสั่งเสียงของเรา โดยรูปแบบ การออกแบบตกแต่งภายในลักษณะนี้ มักจะพบได้มากในบ้านสไตล์โมเดิร์นล้ำยุค หรือบ้านคลาสสิค สมัยใหม่ที่มักจะดึงเอาเทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้เข้ามาใช้ ซึ่งนับวันเราจะเห็นได้มากขึ้น นอกจากที่มันจะเป็นการทำให้เราสะดวกสบายใช้ชีวิตได้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้นแล้ว ในแง่มุมของการออกแบบหรือการตกแต่งภายใน ยังถือได้ว่าเป็นการตกแต่งภายในบ้านแบบประหยัดอีกด้วย

อิงแอบแนบชิดธรรมชาติ

          หากจะบอกว่าต่อไปในอนาคต เราจะเห็นบ้านที่มีพื้นที่สนามหญ้าสีเขียวและต้นไม้มากขึ้นก็คงดูจะย้อนแย้งกับลักษณะสังคมเมืองในปัจจุบัน ที่แทบจะไม่เหลือพื้นดินให้เดินนอกจากปูนซีเมนต์ พื้นคอนกรีต ตึกรามบ้านช่องอาคารสูง แต่แน่นอนว่าในมุมของการตกแต่งภายใน จะมุ่งเน้นไปในทางจัดพื้นที่ของบ้านหรือตัวอาคาร แม้กระทั่งการตกแต่งภายในคอนโด ให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกถึงความอิงแอบแนบชิดใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น โดยการใช้วัสดุตกแต่งภายในที่มีความเป็นธรรมชาติ หรือใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด เช่น การเลือกใช้สี การเลือกใช้กระเบื้องหรือพื้นไม้ การตกแต่งภายใน ด้วยวัสดุต่างๆ ที่ทำมาจากธรรมชาติ แม้กระทั่ง การปลูกต้นไม้ ฟอกอากาศ ซึ่งนิยมนำมาปลูกกันมากขึ้นในปัจจุบัน นอกจากจะทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูมีสีสันสดใส ยังทำให้ค่าตกแต่งภายใน ถูกลงอีกด้วย การตกแต่งภายในคอนโด เป็นรูปแบบที่เราจะเห็นว่ามีการนำต้นไม้ปลูกง่ายเหล่านี้มาปลูกมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ในคอนโด ไม่มีดินให้ปลูกต้นไม้ ในขณะที่เรายังคงมีความต้องการธรรมชาตินั่นเอง

บ้านเพื่อผู้สูงวัย

          ในปัจจุบันนี้อัตราส่วนของประชากรไทย มีแนวโน้มว่าจะมีผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากวิวัฒนาการทางการแพทย์ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยการทำหัตถการ หรือยารักษาโรค อาหารเสริมต่าง ๆ ได้รับความนิยมและคนเปิดใจยอมรับมากขึ้น ทำให้คนมีอายุยืนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการออกแบบบ้าน การตกแต่งภายใน หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายใน ทางด้านบริษัทตกแต่งภายในหรือผู้รับเหมาตกแต่งภายในส่วนใหญ่ ก็ต้องคำนึงถึงความเป็นบ้านหรือคอนโดเพื่อผู้สูงอายุ เผื่อไปถึงอีกประมาณ 20 ปีข้างหน้า ความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นนั่นเอง ดังนั้นการตกแต่งภายใน จึงต้องมีการ ปรับเปลี่ยน บางสิ่งบางอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

            แนวทางการตกแต่งภายใน หรือการออกแบบที่อยู่อาศัยทั้ง 5 ข้อข้างต้นนี้ เรียกได้ว่า เป็นเทรนด์การตกแต่งภายในที่ไม่มีวันจะตกยุค ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่สิบปีในอนาคตก็ตาม เพราะปัจจุบันนี้เรามีกรอบ ของการอยู่ในสังคมและการดำเนินชีวิต นั่นก็คือกรอบแห่งความต้องการความสุขสบายต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ ต้องการความทันสมัย ในขณะที่เราต้องการความคล่องตัวมากขึ้น นั่นเอง และเมื่อการตกแต่งภายใน มีปัจจัยต่างๆมากมายที่เราจะต้องพิจารณาขนาดนี้แล้ว คงไม่สามารถที่จะออกแบบเอง ให้ได้ครอบคลุมตามความต้องการแน่นอน ประกอบกับสังคมสมัยนี้ ให้ความสำคัญกับการว่าจ้างบริษัทตกแต่งภายใน รวมไปถึงผู้รับเหมาตกแต่งภายใน ผู้ที่ทำอาชีพ interior Design ทั้งหลาย ให้เป็นผู้รับหน้าที่ในการตกแต่งภายใน แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเราจะเลือกใครให้รับหน้าที่อันสำคัญนี้ดี? วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

 

การตกแต่งภายในให้ Intrendy เลือกอะไรดีระหว่าง

  • บริษัทตกแต่งภายใน
  • ผู้รับเหมาตกแต่งภายใน
  • Interior designer ( ฟรีแลนซ์ )

          จากคำถามข้างต้น เป็นประเด็นคำถามที่หลายคนสงสัยและตัดสินใจไม่ได้สักที ก็แหงล่ะ! เพราะเราไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องแบบนี้มาก่อน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจ เลือกใครก็ตามจำเป็นที่จะต้องหาข้อมูลรอบด้าน และในวันนี้เราก็มีคำตอบมาให้คุณๆ เปรียบเทียบ ว่าอะไรดีกว่ากัน และอะไรตรงตามความต้องการของเรามากที่สุด

 

บริษัทตกแต่งภายใน

          การตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม หรือการตกแต่งภายในคอนโด ส่วนใหญ่แล้วมักจะเน้นเรื่อง ความสวยงาม และฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน ที่จะต้องมาพร้อมกับ การตกแต่งภายในบ้านแบบประหยัด หรือพูดภาษาชาวบ้านว่าต้องถูกและดี ฉะนั้นแล้ว บริษัทตกแต่งภายใน อาจจะเป็นตัวเลือกลำดับสุดท้าย เพราะบริษัทตกแต่งภายใน คือผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ภายในบริษัท จะมีผู้ที่ทำหน้าที่ตั้งแต่การออกแบบตกแต่งภายใน ไปจนถึงการจัดหาวัสดุตกแต่งภายใน ผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานผู้รับเหมา เรียกว่าดูแลแบบเบ็ดเสร็จ ที่เราแทบจะไม่ต้องเหนื่อย แต่ก็ต้องแลกมากับการบวกเพิ่มบริการ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ย่อมมีค่าจ้างพนักงานค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นๆอีกเพียบ แต่รับรองได้เลยว่า งานดีมีคุณภาพ สมน้ำสมเนื้อแน่นอน ทั้งนี้ก็จะต้องมาพิจารณาผลงานของแต่ละบริษัทประกอบกันไปด้วย

ผู้รับเหมาตกแต่งภายใน

ผู้รับเหมา

          ในที่นี้หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงาน จัดหานักออกแบบตกแต่งภายในหรือที่เรียกว่า interior designer ให้มาเจอกับผู้รับเหมา ซึ่งทั้งสองตำแหน่งหน้าที่นี้จะต้องประสานงานกัน โดยที่ผู้รับเหมาตกแต่งภายในอาจจะทำหน้าที่เพียงแค่เป็นเอเจนซี่รับงานมาจากเจ้าของบ้าน จากร้าน interior designer กับผู้รับเหมาก่อสร้าง หรืออาจจะเป็นสถาปนิกที่อยู่ในทีมผู้รับเหมาก่อสร้าง จะต้องไปคุยกันเองว่าจะออกแบบตกแต่ง และทำการตกแต่งภายในใน Concept ใด ลักษณะการบริหารจัดการงานแบบนี้ มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือ ราคา ค่าตกแต่งภายใน ประหยัดลง แต่อาจจะต้องเผื่อใจไว้เจ็บกับปัญหาการสื่อสารผิดพลาด ทำให้บ้านผิดเพี้ยนไปจากแบบแปลนก็เป็นได้

Interior designer 

            ถ้าจะพูดถึงเรื่องคุณภาพ คงไม่สามารถการันตีได้ว่า หากจ้างบริษัทตกแต่งภายในใหญ่ ๆ จะได้งานคุณภาพที่ดีกว่าและราคาที่ถูกกว่าการจ้าง Designer freelance เพราะเราก็คงต้องดูประสบการณ์และผลงานเป็นหลัก อย่างที่หลายคนพูดว่า บริษัทใหญ่งานเหลวมีถมไป ฟรีแลนซ์ตัวเล็ก ๆ งานดีมีมากมาย และหากเราได้บริษัทตกแต่งภายในหรือผู้รับเหมาตกแต่งภายในที่ดีมีคุณภาพราคาได้ตามที่เราตั้งงบประมาณเอาไว้ ก็เป็นสิ่งที่ดี ที่เราเชียร์ให้เลือกใช้บริการเช่นกัน ฟังแบบนี้แล้ว ใครที่กำลังจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการตกแต่งภายใน หรือ Renovate ใด ๆ ก็ลองพิจารณาถึงความคุ้มค่าและความเหมาะสมกันให้ดี แน่นอนว่า ผู้ที่ทำหน้าที่นี้จะมีคู่ค้า หรือที่เรียกว่าพันธมิตร ในการติดต่อประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นร้านรวงต่างๆ ร้านขายวัสดุตกแต่งภายใน ทำให้เราพลอยได้ของราคาถูกคุณภาพดี และค่าบริการของ Interior Designer freelance ยังค่อนข้างเป็นค่าบริการที่ประหยัดอีกด้วย

Top 10 บริษัทตกแต่งภายใน ที่น่าจับตามอง 2563

           หลังจากที่เราเลือกผู้ที่ทำหน้าที่ในการตกแต่งภายในกันไปแล้ว ก็มาถึงส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายใน มาดูกันต่อดีกว่าว่า เราควรจะเลือกใช้วัสดุแบบใดในการตกแต่งภายในบ้านหรือตกแต่งภายในคอนโด

 

การเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในบ้านและคอนโด

           มาถึงการเลือกซื้อวัสดุตกแต่งภายในกันบ้าง ซึ่งวันนี้เราก็มีเทคนิคการเลือกซื้อวัสดุ สำหรับการ ออกแบบ ตกแต่งภายใน ที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนๆของเมืองไทยมาฝากกัน ซึ่งในส่วนของงานตกแต่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในบ้าน หรือจะเป็นการตกแต่งภายในคอนโด ก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้น

อันดับแรกสิ่งที่เราจะต้องรู้ก็คือในท้องตลาดยุคนี้มีวัสดุตกแต่งภายในหลากหลายประเภทแทบจะเรียกว่าเป็นร้อยชนิด ที่ได้รับความนิยม ในยุค Modern นี้ ก็เห็นจะหนีไม่พ้นวัสดุประเภทไม้ หิน กระจก พลาสติก ลามิเนต อะคริลิค รวมไปถึงภาพประเภทต่างๆ และกระเบื้อง ลวดลายธรรมชาติหรือที่ให้ความรู้สึก แนบชิดติดธรรมชาติมากที่สุด นั่นเอง และก่อนที่เราจะไม่เลือกซื้อวัสดุประเภทต่างๆ เราไปดูสิ่งที่เราควรจะต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อกันก่อนดีกว่า

สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อวัสดุตกแต่งภายใน

ความชอบส่วนบุคคล

          ว่าด้วยเรื่องของความชอบส่วนบุคคล เป็นปัจจัยพื้นฐานที่งานดีไซน์หรือการตกแต่งภายในจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เพราะเจ้าของบ้านหรือเจ้าของพื้นที่ก็คือผู้ที่ต้องอยู่อาศัย ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นแล้วถ้าหากผู้ออกแบบคำนึงถึงแต่ความสวยงามเหมาะสมลงตัวโดยที่ไม่ได้มองถึงความชื่นชอบหรือรสนิยมของเจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยเลย ก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะมีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านนั่นเอง ดังนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านควรจะต้องแจ้งให้ผู้ออกแบบตกแต่งภายในทราบว่ารสนิยมเราเป็นแบบใด และอยากให้รูปแบบของการตกแต่งภายในออกมาเป็นอย่างไร เพื่อที่มัณฑนากร จะได้ Design ทุกอย่างให้ลงตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสวยงาม และสไตล์ที่เหมาะกับเจ้าของบ้าน

ต้นทุนในการ ตกแต่งภายใน

          การตกแต่งภายในบ้านแบบประหยัดเป็นสิ่งที่คนสมัยนี้ต้องการ ถ้าหากบ้านสวยหรูดูดีแต่ค่าตกแต่งภายในแพงหูฉี่ ราคาเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุตกแต่งภายในต่างๆ สูงลิบลิ่ว ก็คงจะต้องปาดเหงื่อกันหลายตลบ ก่อนที่บ้านจะแต่งเสร็จ ดังนั้นวันนี้ การเลือกซื้อวัสดุตกแต่งภายในนอกจากจะต้องคำนึงถึงความสวยงามและรสนิยมของเจ้าของบ้านแล้ว ยังต้องดูราคาค่าตกแต่งภายในเป็นองค์ประกอบด้วย ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ประเภทการใช้สอย ของวัสดุเหล่านั้น

ประโยชน์การใช้งานและการดูแลรักษา

          ในการตกแต่งภายใน บริษัทตกแต่งภายในส่วนใหญ่ ก็จะคำนึงถึงประโยชน์การใช้งานและการดูแลรักษา และนำมาเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบตกแต่งภายในให้ลูกค้าด้วย การตกแต่งบ้านบางรูปแบบอาจจะดูแลรักษายาก เช่น บันไดบ้านที่มีคิ้วมีบัวหรือมีลวดลายเยอะๆ และถ้าหากบ้านเราอยู่ในที่ที่มีฝุ่นคลุ้งอยู่ตลอดเวลา ประเภทว่าบ้านติดถนนใหญ่ หรืออยู่ใกล้ที่ก่อสร้าง ก็อาจจะกลายเป็นที่เก็บฝุ่นทำให้ทำความสะอาดลำบากดูแลยากไปอีก อาจจะกลายเป็นปัญหาตามมาในภายหลัง หรือแม้แต่วัสดุบางประเภทจัดว่าเป็นวัสดุตกแต่งภายในที่มีอายุการใช้งานสั้น ราคาแพง ประเภทวอลเปเปอร์แบบต่างๆ ถ้าหากใครนิยมหรือมีรสนิยมการตกแต่งผนังโดยการใช้วอลเปเปอร์ ก็อาจจะต้องพินิจพิจารณาและปรึกษา interior Designer ให้ดี

เข้ากับพื้นที่ใช้สอยในบ้าน

          วัสดุตกแต่งภายในที่เหมาะกับการนำมาตกแต่งภายในบ้านรวมไปถึงการตกแต่งภายในคอนโด จะต้องสามารถตอบสนองพื้นที่การใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นซอกหลืบ ตามตรอกซอกซอยเล็กน้อย หรือซอกซอยใหญ่ ๆ ควรจะต้องเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีความเหมาะสมและมีประโยชน์ใช้สอยตามสไตล์การใช้ชีวิตของเจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัย รวมถึงวัสดุที่ทำความสะอาดง่ายไม่เก็บความสกปรกเอาไว้โดยเฉพาะการตกแต่งห้องที่สกปรกง่ายหรือต้องเปียกน้ำบ่อย หากห้องใดที่จะต้องมีการใช้งานหนักๆใช้งานบ่อยๆ เช่นห้องทำงาน อาจจะต้องเลือกใช้วัสดุที่มีความทนทานมีอายุการใช้งานยาวนาน รวมไปถึงการเก็บเสียงเพื่อความเงียบสงบสร้างบรรยากาศในการทำงานนั้นเอง

การเลือกสี สำหรับการตกแต่งภายใน

การเลือกคู่สีที่เหมาะสม

          สิ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับการตกแต่งภายใน นอกจากการเลือกใช้วัสดุสำหรับการตกแต่งภายในแล้ว ช่างผู้รับเหมาตกแต่งภายในและเจ้าของบ้าน เป็นจะต้องรู้ด้วยว่า ตัวช่วยที่สำคัญที่จะช่วยให้บ้านดูดีมีสไตล์ ก็คือการเลือกใช้สี ซึ่งในส่วนนี้ถือได้ว่า เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการตกแต่งภายในเลยทีเดียว การทาสีจะต้องทำกับบ้านทั้งหลัง ดังนั้นการเลือกคู่สีทาภายในจึงมีความสำคัญ 

          โดยส่วนใหญ่แล้ว การตกแต่งภายใน ก็จะนิยมเลือกใช้กลุ่มที่มีโครงสร้างสีใกล้เคียงกันมีความกลมกลืนกัน เช่น ในกรณีที่เราเลือก ตกแต่งภายในโดยการใช้สีโทนร้อน เราควรจะใช้พื้นเป็นสีอ่อน หรือการตกแต่งพื้นที่ หรือวัสดุตกแต่งภายในอื่น ๆ ที่เป็นส่วนของตัวประดับ หรือส่วนเสริม เช่น คิ้วบัว กรอบประตูหน้าต่าง ก็สามารถเลือกใช้สีที่มันตรงกันข้ามหรือสีที่ตัดกันไปเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับบริเวณนั้น ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเลือกใช้ โทนสีไม้ สีโอ๊ค หรือสีน้ำตาล เป็นต้น

          ในส่วนของการตกแต่งภายในห้องนอน สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือไม่ควรเลือกใช้หลายสีในห้องเดียวกัน แต่สามารถคุมโทน สีที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ใช้สีโทนอุ่น หรือสีโทนเย็น สีพาสเทล รวมไปถึง บางห้องอาจจะสามารถเลือกใช้สีทึบ ไม่ว่าจะเป็นสีดำหรือสีน้ำเงิน เพื่อให้ห้องดูมืดขึ้น ในกรณีที่ห้องนั้นเป็นห้องที่มีพื้นที่กว้างขวาง แต่ถ้าหากห้องนั้นเป็นพื้นที่ห้องแคบเล็กควรหลีกเลี่ยงการใช้สีมืดทึบ และควรเลือกใช้สีสว่างเช่นสีขาวหรือสีครีมรวมไปถึงสีพาสเทลอ่อน ๆ เพื่อจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น

การตกแต่งภายในโดยการคุมน้ำหนักสี

          วิธีการง่ายๆสำหรับการตกแต่งภายในให้บ้านดูสวยและดูมีรสนิยม ควรคุมน้ำหนักสี ไม่ว่าเราจะใช้สีใดก็ตาม โดยพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในห้องควรเลือกใช้สีอ่อน หรือสีที่มีความเข้มน้อยลง ส่วนพื้นที่ผนังที่มีบริเวณแคบหรือเล็กลงไปอาจจะใช้สีเข้มขึ้นมาอีกนิดเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาและให้ห้องดูมีมิติมากขึ้น

สีที่มีผลต่อการดูดซับแสง

          เนื่องจากบ้านเรา ขึ้นชื่อเรื่องของอากาศที่ค่อนข้างร้อนอบอ้าว ดังนั้นการรับเหมาตกแต่งภายในไม่ว่าจะเป็น interior Designer ก็ดี หรือจะเป็นบริษัทตกแต่งภายในก็ดี การตกแต่งภายในคอนโดหรือในบ้านก็ดี ส่วนใหญ่แล้วมักจะคิดถึงปัจจัยเรื่องการถ่ายโอนความร้อนของสีที่จะนำมาใช้ในห้องนั้น ๆ ด้วย สีที่มีผลต่อการดูดซับแสงก็คือสีเข้ม มีผลมากกว่าสีอ่อนแต่การคายความร้อนของทั้งสีเข้มและสีอ่อนถือว่าไม่ต่างกัน 

         หันมาดูทางฟากของวัสดุตกแต่งภายใน หากสีวัสดุอยู่ในเวลากลางวันที่มีแสงแดดเจิดจรัสเต็มท้องฟ้า หรือแม้แต่พื้นที่ที่อยู่ในบริเวณที่เราใช้แสงสว่างจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ ก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งถ้าหากเราต้องการให้ห้องสว่างแบบเป็นธรรมชาติ ควรจะเลือกใช้ประตูหน้าต่างที่ปล่อยให้แสงลอดผ่านเข้ามาได้มาก ประกอบกับการหลีกเลี่ยงการใช้สีขาวในพื้นที่กว้าง เช่น ผนังกว้างๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดการสะท้อนแสงที่มากเกินไปกลายเป็นแสบตา นั่งทำงานไปก็หงุดหงิด ทำงานไม่ได้ เป็นต้น ดังนั้นไม่ว่าเราจะเลือกใช้คู่สีใดๆควรจะคำนึงถึงโครงสร้างของสีและพื้นที่ในห้องเป็นปัจจัยประกอบร่วมด้วยเพื่อปรับทุกอย่างให้พอดีลงตัวทั้งความมืดและความสว่างนั้นเอง

การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวสำหรับการตกแต่งภายใน

           การตกแต่งภายในปัจจุบัน สิ่งที่เรามักจะเห็นกันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในคอนโด หรือบ้านเดี่ยวบ้านสไตล์โมเดิร์นหรือแม้แต่ในแนวคลาสสิคร่วมสมัย เราจะเห็น การตกแต่งภายในโดยใช้ "เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว" มากขึ้น ก็ด้วยความที่เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคนี้ได้ดีนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเคลื่อนย้ายได้บ่อยเท่าที่ต้องการ การปรับเปลี่ยนรูปแบบในการตกแต่งสามารถเปลี่ยนบรรยากาศได้เสมอ สามารถจัดรูปแบบตามที่ต้องการได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น เก้าอี้ โซฟาแบบต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นชั้นวางของแบบต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์คอนโดแบบลอยตัวจึงถือได้ว่าเป็นวัสดุตกแต่งภายใน ที่ขาดไม่ได้และกำลังมาแรงสำหรับการออกแบบตกแต่งภายในปัจจุบัน 

          ดังนั้น การเลือกรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวจึงค่อนข้างมีความสำคัญและมีสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง ก็คือ การเคลื่อนย้ายได้สะดวกสบายเป็นสำคัญ ดังนั้นน้ำหนักของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้จะต้องค่อนข้างเบาหรือไม่หนักมากจนเกินไปเพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ในขณะเดียวกันจะต้องมีความแข็งแรงมั่นคงเนื่องจากการเคลื่อนย้ายบ่อยๆอาจจะทำให้เกิดความเสียหายหรือหักพังได้นั่นเอง

          สิ่งที่สำคัญเป็นลำดับถัดมาของการเลือกวัสดุตกแต่งภายในประเภทเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ก็คือรูปทรงและสีสัน เราอาจจะเลือกใช้รูปทรงและสีสัน ที่แตกต่างกันไปจากผนังหรือบรรยากาศโดยรอบ เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับบ้านหรือห้องนั้น ๆ แต่ก็ยังต้องคุมโทน ไม่ให้โดดเด่นหรือแตกต่างกันจนเกินไป ที่สำคัญไม่ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ในแต่ละห้อง เป็นจำนวนที่มากเกินไป ในห้องห้องหนึ่งอาจจะมีเฟอร์นิเจอร์ประเภทลอยตัวที่มีสีสันสดใส 1 หรือ 2 ชิ้นเท่านั้น ถ้าหากเลือกใช้มากกว่านี้อาจจะทำให้กลายเป็นดูรกเกะกะ โดยรูปทรงที่เลือกใช้อาจจะมีความแตกต่างกันออกไป และในปัจจุบันนี้ เราก็มักจะพบเห็น วัสดุตกแต่งภายใน ประเภทเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่เหมาะกับการตกแต่งภายในคอนโด การตกแต่งบ้านเดี่ยว ที่แยกย่อยออกเป็นห้องนั่งเล่น ต้องทำงาน ห้องครัว ห้องรับแขกหรือแม้แต่จะนำไปใช้กับมุมสวนในบ้านสวนหย่อมหน้าบ้าน ก็มีให้เลือกใช้อย่างหลากหลายอีกด้วย

          โดยสรุปสำหรับการตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรือคอนโด ไม่ว่าเราจะต้องการตกแต่งภายในบ้านแบบประหยัด หรืออะไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่เราควรต้องคำนึงถึงคือการเลือกใช้บริการบริษัทตกแต่งภายใน, Interior designer freelance รวมไปถึงผู้รับเหมาตกแต่งภายใน เพื่อให้การเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในเป็นไปได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้แล้วการออกแบบตกแต่งภายใน เป็นสิ่งที่เราสามารถ วางโครงสร้างเลือกรูปแบบ ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้ ตอบสนองความต้องการและบ่งบอกความเป็นตัวเราได้มากที่สุด ทั้งนี้ การวางโครงสร้างและเลือกรูปแบบต่างๆเหล่านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรึกษากับผู้ที่มีความรู้ อย่างเช่นมัณฑนากร (interior designer) เพื่อให้การตกแต่งภายในทั้งหมดในบ้านหรือในคอนโดของเรา เป็นไปในทิศทางที่เราต้องการ และที่สำคัญ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ก็ยังคง intrendy ไม่มีตกยุคนั่นเอง และสำหรับใครที่อยากอ่านบทความความรู้หรือปัญหาเกี่ยวกับคอนโด สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวสารอสังหาฯ และการลงทุนคอนโดของเรา ทางทีมจะมีอัพเดตให้เรื่อย ๆ แน่นอนครับ